ขาดทุนไม่อั้น ขอแค่ฉันได้เป็นเศรษฐี - บทที่ 1127 แว่น VR ตัวต้นแบบมาแล้ว!
บทที่ 1127 แว่น VR ตัวต้นแบบมาแล้ว!
เผยเชียนเพิ่งอาบน้ําเสร็จตอนที่โทรศัพท์ดัง เขามองเบอร์แล้วพบว่าเป็นเมิ่งชั่ง
“หืม?” เผยเชียนงงเล็กน้อย ทําไมเมิ่งชั่งถึงเป็นฝ่ายโทรมาหาเอง แม้จะใกล้สิ้นเดือนแล้ว แต่เดือนนี้เมิ่งชั่งไม่ได้ค่าคอมมิชชันแล้วนี่ ถึงจะเป็นเรื่องแผนประชาสัมพันธ์ใหม่ ยังไงก็ต้องเริ่มคิดกันเดือนหน้าไม่ใช่เหรอ แต่หลังจากครุ่นคิดดู เผยเชียนก็รับสาย “ว่าไง มีเรื่องอะไรเหรอ” เมิ่งชั่งถาม “อ๋อ จริงๆ แล้วไม่มีอะไรเป็นพิเศษครับบอสเผย พอดีผมได้ยินมาว่า ฉือสิงสตูดิโอกับเฉินฮว่าคอร์เปอเรชันผลิตแว่น VR ตัวต้นแบบออกมาแล้ว บอสอยาก ไปทดสอบดูไหมครับ
“บอสสอนผมเสมอไม่ใช่เหรอครับว่าต้องรู้ข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ก่อน ถึงจะ วางแผนประชาสัมพันธ์ได้” เผยเชียนขมวดคิ้ว
เอ๊ะ
ตัวต้นแบบแว่น VR ออกมาแล้วเหรอ โคตรเร็วเลย!
แต่พอคิดดูอีกที ในปัจจุบันแว่น VR ในระดับนี้ไม่ได้ยากเกินไปที่จะพัฒนา จริงๆ แล้วแว่น VR ไม่ได้พัฒนาโดยฉือสิงสตูดิโอ แต่พัฒนากิจการมือถือของเฉินฮ ว่าเป็นฝ่ายพัฒนาขึ้น พวกเขาคุ้นเคยกับธุรกิจน้ีดี จึงไม่แปลกที่จะดําเนินการได้อย่าง รวดเร็ว แค่ว่า…
เผยเชียนไม่ได้ยินข่าวคราวเกี่ยวกับแว่น VR เลย ถ้าเมิ่งชั่งไม่โทรมาหา เขาก็คง
ไม่รู้ว่าแว่นสร้างเสร็จแล้ว แต่พอคิดดูอีกที เขาก็ทําอะไรไม่ได้ เพราะแว่น VR ไม่ใช่โปรเจ็กต์ของฉือสิงสตูดิโอ และฉือสิงสตูดิโอก็มีสถานะเป็น แค่บริษัทเกมที่เถิงต๋าร่วมลงทุน ไม่ใช่ทั้งกิจการในเครือหรือฝ่ายงานย่อย หลินหวาน ไม่จําเป็นต้องรายงานเขาทุกเรื่อง นอกจากนั้นหลินหวานยังอาจรู้สึกว่าดูไม่เหมาะถ้าขอคําแนะนําและรบกวนบอส เผยเรื่องสตูดิโอของตัวเองบ่อยๆ ดังนั้นเธอจึงตัดสินใจไม่บอกอะไรจนกว่าผลิตภัณฑ์ จะสมบูรณ์ ทําให้เผยเชียนทําความเข้าใจสถานการณ์ปัจจุบันของฉือสิงสตูดิโอได้ยาก บอกได้แค่ว่ามีทั้งข้อดีและข้อเสีย!
เพื่อเฉดหัวหลินหวานออกไป เผยเชียนคิดแผนก่อตั้งฉือสิงสตูดิโอซึ่งเป็นการร่วม ลงทุนระหว่างเถิงต๋าและเฉินฮว่าข้ึนมา แต่นั่นก็ทําให้การอัปเดตข่าวสารไม่ราบรื่น เหมือนกิจการของตัวเอง โชคดีที่เมิ่งชั่งโทรมาบอก เผยเชียนพยักหน้าทันที “ได้สิ เราต้องแวะไปดูอยู่แล้ว! เดี๋ยวเจอกันที่ฉือสิง
สตูดิโออีกหนึ่งชั่วโมง”
สําหรับเผยเชียนผลลัพธ์ที่ดีที่สุดของโปรเจ็กต์แว่น VR แน่นอนว่าต้องเป็นการ
สูญเสียเงินและสูญเสียทุกส่ิงทุกอย่าง ทําให้เงินทั้งหมดที่เถิงต๋าลงทุนไปสูญเปล่า ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดอันดับสองคือเกมไม่ทํากําไรหรือทํากําไรแค่เล็กน้อย เป็นการ ทํางานหนักโดยเปล่าประโยชน์ อาจจะได้ชื่อเสียงบ้าง ซึ่งนอกจากจะไม่ทําเงินแล้ว ยัง เป็นการผลักหลินหวานออกไปไกลจากเถิงต๋ามากขึ้น ผลลัพธ์ที่แย่ที่สุดคือเกมทํากําไรได้ถล่มทลาย ดังนั้นเผยเชียนจึงตอ้งแวะเข้าไปดูและทําความเข้าใจสถานการณ์ ครั้งนี้ไม่มีเหตุผลอะไรที่โปรเจ็กต์ VR จะได้รับความนิยมขึ้นมา ถึงจะดังขึ้นมาก็ ไม่มีทางหาเงินคืนทุนค้นคว้าและพัฒนาก้อนโต แต่อะไรก็เกิดขึ้นได้ เขาต้องได้เห็นตัว ต้นแบบก่อนถึงจะวางใจได้ นอกจากนี้เขาต้องแสดงให้เมิ่งชั่งเห็นถึงวิธีการที่ถูกต้องในการทําการ
ประชาสัมพันธ์แบบย้อนกลับ ซึ่งจําเป็นต้องมาดูผลิตภัณฑ์ อีกด้านหนึ่ง เมิ่งชั่งวางสายแล้วเตรียมตัวขึ้นแท็กซี่ไปฉือสิงสตูดโิอทันที เรื่องนี้ถือเป็นงาน เขาเบิกกับบริษัทได้ ไม่ต้องไปขึ้นรถประจําทาง เหตุผลท่ีเมิ่งชั่งรู้ว่าตัวต้นแบบของแว่น VR ส่งมาถึงฉือสิงสตูดิโอแล้ว หลักๆ
เป็นเพราะเขาคอยจับตาดูโปรเจ็กต์แว่น VR อยู่ เขาอยากรู้ว่าบอสเผยจะทําแผนประชาสัมพันธ์แบบย้อนกลับให้โปรเจ็กต์นี้ได้รึ เปล่า!
เมิ่งชั่งมองว่าแว่น VR เป็นโปรเจ็กต์ที่ไม่มีทางล้มเหลวแน่นอน เฉินฮว่ากับเถิงต๋าร่วมลงทุนก้อนใหญ่ หลินหวานที่เป็นนักออกแบบเกมผู้ประสบ ความสําเร็จเป็นคนคุมงานเอง ทีมงานเดิมจากฉางหยางเกมส์เข้ามาช่วยด้วย ส่วนการ พัฒนาแว่น VR ก็ได้กิจการมือถือของเฉินฮว่าเข้ามาช่วยดูแล
เมื่อไม่นานมานี้เมิ่งชั่งบังเอิญวางกับระเบิดที่ชื่อว่าอาจารย์เฉียวไว้ด้วย ถ้าแผนประชาสัมพนัธ์ก่อนหน้านี้ของเมิ่งชั่งถือว่ายาก โปรเจ็กต์นี้คือยากนรก บอสเผยจะทําได้จริงๆ เหรอ
เมิ่งชั่งไม่เชื่อ
ไม่ใช่ว่าเขาไม่เชื่อในความสามารถของบอสเผย แต่เขาอยากเปิดโลกทัศน์ให้กว้าง
ขึ้น
เขาจึงคอยจับตาดูโปรเจ็กต์นี้ พอได้ยินข่าวจากกลุ่มแชต ก็โทรไปแจ้งบอสเผย
ทันที ตอนนี้เมิ่งชั่งเหมือนเป็นเด็กประถมที่กระหายความรู้ สําหรับเขาการศึกษาความรู้ทั่วไปไม่น่าสนใจ ความรู้ที่ไม่มีในหนังสือแบบนี้
น่าสนใจกว่า!
ถ้ายากขนาดนี้แล้วบอสเผยยังทําแผนประชาสัมพันธ์สําเร็จได้ เมิ่งชั่งก็เต็มใจที่จะ
ยอมศิโรราบและสรรเสริญว่าบอสเผยคือผู้เป็นหนึ่งในใต้หล้า!
…
หนึ่งชั่วโมงต่อมา เผยเชียนมาถึงฉือสิงสตูดิโอ
เมิ่งชั่งมาถึงก่อนแล้ว หลินหวาน ไช่เจียต้ง เยว่จือโจว ผู้จัดการซ่งที่ดูแลเรื่องแว่น VR และอาจารย์เฉียวมารอกันพร้อมหน้า
“บอสเผย!” ทุกคนทักทายเขา หลินหวานตื้นตันใจมากที่เห็นบอสเผยแวะมาเอง ถ้าพวกเขาพัฒนาอุปกรณ์ใหม่ท่ีฉางหยางเกมส์ หลินหวานจะขอคําแนะนําจาก
บอสเผยทันที แต่ตอนนี้ทุกอย่างเปลี่ยนไปแล้ว ตอนนี้เธอเป็นผู้ดูแลฉือสิงสตูดิโอ และฉือสิงสตูดิโอกับเถิงต๋าก็มีแค่ความสัมพันธ์
ด้านการลงทุน แว่น VR นี้เป็นแค่ตัวต้นแบบ คงไม่เหมาะที่จะไปรบกวนบอสเผยด้วยเรื่อง เล็กน้อยแบบนี้ เช่นเดียวกับเฉินฮว่าคอร์เปอเรชันที่ร่วมลงทุนในฉือสิงสตูดิโอเหมือนกัน เธอจะ ไปขอให้ประธานหลินแห่งเฉินฮว่ามาดูแว่น VR ตัวต้นแบบที่เพิ่งทําไหมล่ะ แน่นอนว่า ต้องไม่เหมาะสมอยู่แล้ว ดังนั้นหลินหวานจึงรู้สึกว่าต้องแบกปัญหาทั้งหมดไว้เอง ไว้แว่น VR เวอร์ชันที่
ผลิตจํานวนมากขั้นสุดท้ายปล่อยออกมา ค่อยส่งให้บอสเผยตอนนั้นก็ยังไม่สาย แต่เธอไม่คิดเลยว่าบอสเผยจะเป็นฝ่ายแวะมาเอง!
เห็นได้ชัดว่าบอสเผยรู้ว่าฉือสิงสตูดิโอเพิ่งก่อตั้ง และเป็นห่วงเกี่ยวกับโปรเจ็กต์ที่นี่ เลยแวะมาดู เหมือนพ่อแม่ที่ลูกเพิ่งย้ายมาโรงเรียนใหม่และรู้สึกกังวล ถึงจะรู้ว่าไม่ควรแวะไป
หา แต่ก็ยังไปแอบส่องผ่านรั้วข้างโรงเรียนในตอนบ่าย หัวหน้าฝ่ายออกแบบประจําฉือสิงสตูดิโอ ไช่เจียต้ง รวมถึงเยว่จือโจว เฉียวเหลี ยง และคนอื่นๆ ต่างก็คิดเหมือนกัน
บอสเผยมาพวกเขาก็วางใจได้! บอสเผยมาโปรเจ็กตน์ี้มั่นคงแน่นอน!
เผยเชียนไม่รู้เลยว่าทุกคนคิดอะไรกันอยู่ เวลานั้นมีค่า เขาจึงเข้าประเด็นทันที “แว่นอยู่ไหนเหรอ”
“นี่ครับ” ไช่เจียต้งรีบหยิบแว่น VR ตัวต้นแบบสองเครื่องจากด้านข้างส่งให้ หลังจากบอสเผยกับเมิ่งชั่งรับแว่นไป เขาก็หยิบคอนโทรลเลอร์สี่ตัวจากด้านข้าง
ยื่นให้ “นี่คอนโทรลเลอร์ครับ” เผยเชียนยื่นมือไปรับ เขาเงียบไปก่อนจะทันได้เอาสวมหัว การออกแบบที่เป็นเอกลักษณ์นี่มนัอะไร!
ตอนนี้แว่น VR ส่วนใหญ่ในตลาดมีการออกแบบที่คล้ายกัน มองจากด้านหน้าดู เหมือนสี่เหลี่ยมผืนผ้าขอบมนธรรมดาหรือมีส่วนโค้งเล็กน้อย โทนสีใช้สีขาวเป็นหลัก ซึ่งดูจืดสนิท
ส่วนแว่น VR ของฉือสิงสตูดิโอเต็มไปด้วยขอบและมุม มีขนาดกว้างกว่าแว่น VR ทั่วไป โดดเด่นด้วยสีดําเข้มพร้อมพื้นผิวคาร์บอนไฟเบอร์ดูไฮเทค นอกจากนั้นยังมี การออกแบบรูปตัว V พร้อมเอฟเฟกต์ไฟ LED สีแดงและสีน้ําเงิน ทําให้ดูสะดุดตา ทีเดียว รูปร่างโดยรวมของแว่นตามีลักษณะคล้ายรูปตัว V แต่มุมดูไม่เว่อร์เท่ากับไฟรูป
ตัว V
มีรูกลมเล็กๆ สองรูที่ไม่เด่นสะดุดตาเหนือไฟรูปตัว V ซึ่งเป็นกล้องสองตัวที่ใช้ใน
การระบุตําแหน่ง
ไม่เหมือนแว่น VR ทั่วไปที่ใช้การออกแบบสายรัดสามเส้นที่ด้านบนและด้านข้าง ส่วนหลักของแว่น VR นี้ค่อนข้างเป็นอิสระ สายรัดไม่ได้เชื่อมต่อโดยตรงกับส่วนหลัก ของแว่นตา แต่เชื่อมต่อกับส่วน ‘อุปกรณ์ป้องกันหน้าผาก’ อุปกรณ์ป้องกันหน้าผากมีรูปร่างคล้ายพระจันทร์เสี้ยว ส่วนโค้งพอดีกับหน้าผาก ของคนทั่วไป ด้านบนไม่ได้โล่ง แต่มีส่วนยื่นออกมาเป็นรูปหกเหลี่ยมแบนและมีโลโก้ ฉือสิงสตูดิโอ เนื่องจากไม่ได้เชื่อมต่อกับส่วนหลักของแว่น VR แต่เชื่อมต่อกับอุปกรณ์ป้องกัน หน้าผากด้านบน สายรัดจึงไม่ได้ยื่นในแนวนอนไปทางด้านหลังศีรษะ แต่ยื่นในแนว ทแยงลงไปอยู่ใต้กระดูกท้ายทอย ปลายสายมีช่องใส่แบตเตอรี่ทรงสี่เหลี่ยม เมื่อสวมแล้ว สายรัดจะปรับและกระชับ
อัตโนมัติ และมีปุ่มปรับและปุ่มปลดล็อกแบบแมนนวลด้วย อุปกรณ์ป้องกันหน้าผากและช่องใส่แบตเตอรี่มีแผ่นรองใกล้ผิวหนังเพื่อให้พอดี กับศีรษะของผู้เล่นมากข้ึน เพิ่มความสบาย และกันความร้อนที่อาจปล่อยออกมาจาก ช่องใส่แบตเตอรี่ เมื่อเทียบกับแว่น VR อื่นๆ ที่มีสายรัดยางยืด ข้อดีที่ใหญ่ที่สุดของการออกแบบ
นี้คือสะดวกและสบาย แว่น VR อื่น ๆ สวมลําบากมาก แต่ละคนต้องปรับความยาวสาย ถ้าแน่นเกินไป
ก็จะอึดอัด ถ้าหลวมเกินไปกจ็ะใส่ไม่พอดีและหลุดง่าย นอกจากนั้นตัวแว่น VR มักจะให้ความรู้สึกว่าด้านหน้าหนักและกดทับใบหน้า การออกแบบแว่น VR นี้ช่วยแก้ปัญหาเหล่านั้นโดยใช้ช่องใส่แบตเตอรี่เป็นตัวถ่วง น้ําหนักที่ด้านหลัง เพื่อให้มั่นใจว่ามีการกระจายน้ําหนักที่สมดุลระหว่างด้านหน้าและ ด้านหลังของแว่น
น้ําหนักส่วนใหญ่อยู่ตรงอุปกรณ์ป้องกันหน้าผาก ไม่ได้เชื่อมต่อกับส่วนหลักของ แว่นตา ซึ่งหมายความว่าส่วนหลักของแว่นห้อยอยู่บนอุปกรณ์ป้องกันหน้าผาก ทําให้ ไม่รู้สึกกดทับใบหน้า ตอนใช้ก็แค่สวมแว่นบนหน้าแล้วปลดล็อกปุ่มช่องใส่แบตเตอรี่เพื่อดึงสายรัดไป เกี่ยวไว้เหนือศีรษะ สายรัดจะกระชับอัตโนมัติ ทําให้สวมได้สะดวกและปรับเข้ากับ รูปร่างศีรษะที่แตกต่างกนัได้ แต่เห็นได้ชัดว่านี่ไม่ใช่ส่วนที่อุกอาจที่สุด คอนโทรลเลอร์ทั้งสองตัวนั้นแปลก
ประหลาดยิ่งกว่า! คอนโทรลเลอร์ของแว่น VR ตัวอีกโดยพื้นฐานแล้วเป็นด้ามจับที่มีแอนาล็อกกับ
ปุ่มหลายปุ่มด้านบน แต่คอนโทรลเลอร์ของแว่น VR ตัวนี้มีลักษณะคล้ายปืนพกสุดล้ํา กระบอกปืนสั้น กว่าปืนพกทั่วไป และมุมระหว่างกระบอกปืนกับด้ามจับใหญ่มาก ทําให้ดูคล้ายปืนลูก ซองเล็กน้อย นอกจากนี้ด้านหลังยังมีสายรัดปรับระดับ ซึ่งเป็นยางยืดและสามารถปรับความ
ยาวได้ พอสวมแล้ว นิ้วหัวแม่มือจะวางอยู่บนตําแหน่งนกสับที่ปลายลํากล้องตาม ธรรมชาติ ตรงนี้เป็นจุดวางแท่นแอนาล็อกซึ่งกว้างกว่าของคอนโทรลเลอร์ VR ทั่วไป เมื่อกดนิ้วหัวแม่มือลงไป มันจะพอดีกับความโค้งของฝาครอบแอนาล็อก ป้องกัน ไม่ให้รู้สึกไม่สบายเมื่อใช้งานเป็นเวลานาน ด้านซ้ายล่างของแอนาล็อกคือตําแหน่งนกสับ ซึ่งเป็นปุ่มพิเศษที่กดง้างลงมาได้ ทางด้านซ้ายของแอนาล็อกมีปุ่มวงกลมกดได้สองปุ่ม ซึ่งมีขนาดใหญ่กว่าปุ่มบน คอนโทรลเลอร์ VR ทั่วไป และมีขนาดใกล้เคียงกับปุ่มบนคอนโทรลเลอร์ของเครื่อง คอนโซล ซึ่งทําให้กดได้สะดวกยิ่งขึ้น นิ้วชี้จะวางอยู่บนตําแหน่งไกปืนของคอนโทรลเลอร์รูปปืนพกตามธรรมชาติ คอนโทรลเลอร์นี้ต่างจากคอนโทรลเลอร์อื่นๆ ที่ไกปืนเป็นเพียงปุ่มเดี่ยวๆ คอนโทรลเลอร์นี้มีตัวป้องกันรูปวงแหวนล้อมรอบคล้ายปืนพก เพื่อป้องกันการกดโดย ไม่ตั้งใจและป้องกันปุ่มทริกเกอร์ มีปุ่มอีกปุ่มหนึ่งอยู่ที่ตําแหน่งปุ่มปลดแม็กกาซีนของปืนพก ซึ่งขนาดเล็กกว่าปุ่มที่
อยู่ด้านบนเล็กน้อย และให้สัมผัสที่แตกต่างออกไป