ฉัน....เป็นเจ้าสาวจอมปลอม / สามีอัปลักษณ์ของฉัน - บทที่ 675 เป้าหมายของเขาได้บรรลุแล้ว
การรักใครสักคนมักจะทิ้งร่องรอยไว้ให้เห็น หากหมดรักแล้วก็เหลือร่องรอยให้เห็นเช่นกัน
ตั้งแต่ที่ย้ายออกมาจากคฤหาสน์เฉินถิงเซียวจนนานขนาดนี้ เป็นครั้งแรกที่มู่น่อนน่อนตระหนักได้ว่าเธอกับเฉินถิงเซียวนั้นจบกันแล้วจริง ๆ
เพียงแต่เธอ……
ไม่สามารถยอมรับได้จริง ๆ ผู้ชายที่ครั้งหนึ่งเคยบอกว่า อย่าคิดที่จะหนีออกไปจากฝ่ามือของเขา จะปล่อยมือง่าย ๆ แบบนี้
หัวใจราวกับถูกเจาะเป็นรูขนาดใหญ่ และก็เหมือนกับถูกน้ำทะเลกรอกลงสู่ก้นบึ้งของหัวใจ ทั้งเย็นและเจ็บปวด จนชาไปทั้งตัว
ชาจนน้ำตาไม่สามารถไหลรินออกมา
ต่อให้จะเป็นความรักที่ลึกซึ้งมากมายเพียงใด สุดท้ายแล้วก็จางหายไปหมดใช่ไหม?
เซียวชู่เหอไม่รักเธอ มู่ลี่เหยียนไม่รักเธอ เฉินถิงเซียวก็ไม่รักเธอ
มู่น่อนน่อนยิ้มเบา ๆ ขึ้น หางตาแห้งผาก น้ำตาไม่ไหลออกมาสักหยด
—— ครืด ๆ
เสียงโทรศัพท์ในกระเป๋าสั่นขึ้น
มู่น่อนน่อนหรี่ตาลง หยิบโทรศัพท์ออกจากกระเป๋า และทำการรับสายโดยไม่ได้มองว่าใครเป็นคนโทรมา
“น่อนน่อน เธออยู่ไหน”
เป็นโทรศัพท์จากฉินสุ่ยซาน
มีเสียงรถดับเพลิงดังขึ้นจากด้านนอก ขณะเดียวกันในโทรศัพท์ก็มีเสียงรถดับเพลิงดังขึ้น และก็ใกล้มาก
ฉินสุ่ยซานก็ได้สังเกตทางมู่น่อนน่อนว่าไม่ค่อยได้เสียงรถดับเพลิง เธอถามขึ้นด้วยความไม่อยากจะเชื่อ “มู่น่อนน่อน เธอคงไม่ได้อยู่ในตึกบริษัทเฉินซื่อ และยังไม่ได้ออกมาหรอกนะ”
มู่น่อนน่อนมองไปรอบ ๆ ครู่หนึ่ง แล้วกล่าวถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “สถานการณ์เป็นอย่างไรบ้าง ฉันจะลงมาในไปเดี๋ยวนี้”
ฉินสุ่ยซานตกตะลึงกับน้ำเสียงที่ราบเรียบของมู่น่อนน่อน
“ไฟไหม้ไม่ค่อยรุนแรง แค่ตื่นตูมกันไปเอง แต่ว่ามู่น่อนน่อน อย่าหาว่าฉันว่าเธอเลยนะ เมื่อสักครู่ตอนที่ทุกคนหนีเอาชีวิตรอดกันนั้น เธอไม่หนีไปพร้อมกับทุกคน หนำซ้ำยังวิ่งขึ้นไปข้างบน นี่เธอไม่อยากมีชีวิตอยู่ต่อไปแล้วใช่ไหม”
“ฉันรู้แล้ว เดี๋ยวจะลงไป” มู่น่อนน่อนเมินคำพูดส่วนหลังของเธอ แล้วก็วางสายโทรศัพท์ไป จากนั้นลุกขึ้นเดินลงจากตึก
ฉินสุ่ยซานบอกว่าไฟไหม้ไม่รุนแรง มู่น่อนน่อนก็ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น จึงเดินลงทางบันไดลงไปด้านล่าง
เธอเจอกับนักดับเพลิงระหว่างทาง
นักดับเพลิงเห็นเธอก็รู้สึกตกใจขึ้น “คุณผู้หญิง ทำไมคุณเดินลงมาจากด้านบน”
“ฉันเดินช้าไปหน่อย” มู่น่อนน่อนกล่าวอธิบาย
อย่างนั้นช่างเดินช้ามาก คนทั้งตึกได้อพยพกันหมดแล้ว มู่น่อนน่อนถึงได้ลงมาอย่างช้า ๆ
อย่างไรก็ตาม นักดับเพลิงยังคงกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง “ครั้งนี้แม้เหตุการณ์จะไม่ค่อยรุนแรง แค่ตื่นตูมกันไปเองก็จริง แต่การรับรู้ถึงความปลอดภัยของคุณใช้ไม่ได้เลย! ครั้งต่อไปหากเจอสถานการณ์แบบนี้อีก จะต้องเดินตามทุกคนนะ รู้ไหม?”
มู่น่อนน่อนรับการสั่งสอนอย่างนอบน้อม “ฉันรู้แล้วค่ะ หากเจอสถานการณ์แบบนี้อีก จะไม่เป็นอย่างนี้อีกแน่นอน”
นักดับเพลิงพูดจบ เห็นสีหน้าที่ดูแย่ของมู่น่อนน่อน จึงถามขึ้นด้วยความเป็นห่วง “ร่างกายคุณโอเคไหม”
มู่น่อนน่อนส่ายหน้า “ฉันไม่เป็นไรค่ะ”
มู่น่อนน่อนพูดขนาดนี้แล้ว นักดับเพลิงจึงไม่ได้ถามอะไรมากอีก
……
มู่น่อนน่อนออกมาจากตึกบริษัทเฉินซื่อนั้น ก็มองหาร่างของสือเย่ ซึ่งเธอต้องการหาเฉินมู่
เพียงแต่ เธอยังไม่ทันมองหาเจอสือเย่ ก็มองเห็นฉินสุ่ยซาน
ฉินสุ่ยซานเมื่อเห็นมู่น่อนน่อน จึงเดินปรี่เข้ามาดึงมู่น่อนน่อนไปข้าง ๆ แล้วกล่าวด้วยความโมโห “เธอเป็นอะไรไป ตอนที่เซ็นสัญญานั้น ก็จิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว หรือว่า……”
“เกี่ยวข้องกับเฉินถิงเซียว” ฉินสุ่ยซานแอบถามลองเชิงมู่น่อนน่อน
มู่น่อนน่อนไม่แม้แต่กะพริบตา ฉินสุ่ยซานก็ไม่สามารถแยกแยะออกถึงอารมณ์ที่แท้จริงของมู่น่อนน่อนได้ ทำได้เพียงกล่าวพึมพำ “หากเป็นเพราะเฉินถิงเซียวเซียงจริง ๆ เริ่มถ่ายทำ เมืองพัง2 นั้น เธอยังจะสามารถร่วมทีมได้หรือเปล่า จะให้ฉันหาข้ออ้างช่วยเธอปัดออกไปไหม”
“ไม่ต้อง เรื่องงานฉันแยกแยะออกได้ ฉันยังมีธุระ ฉันขอตัวก่อน” มู่น่อนน่อนตบเข้าที่ไหล่ฉินสุ่ยซาน แสดงการขอบคุณ
สามปีให้หลังเธอสามารถร่วมมือกับฉินสุ่ยซานอีกครั้ง ถือว่าเป็นทั้งพรหมลิขิตและมิตรภาพ
เธอรู้สึกซาบซึ้งขอบคุณฉินสุ่ยซาน
ฉินสุ่ยซานก็ไม่สามารถพูดอะไรมากได้อีก ถามอย่างเป็นกังวล “เธอมายังไง ขับรถมาหรือเปล่า ให้ฉันไปส่งเธอไหม”
มู่น่อนน่อนหันกลับมาแล้วโบกมือให้กับเธอ สื่อความหมายว่าไม่ต้อง
ฉินสุ่ยซานจึงได้แต่ถอนหายใจ ส่งมู่น่อนน่อนจากไปด้วยสายตา
เมื่อลับสายตาไปจากฉินสุ่ยซาน มู่น่อนน่อนก็โทรศัพท์ไปหาสือเย่
สือเย่รับโทรศัพท์อย่างรวดเร็ว
“คุณมู่” น้ำเสียงของสือเย่ที่ราวกับสุขุมเคร่งขรึมอยู่เสมอ
“มู่มู่อยู่กับคุณเหรอ คุณอยู่ที่ไหน ฉันจะไปหาพวกคุณ”
มู่น่อนน่อนพลางคุยโทรศัพท์ พลางมองไปรอบ ๆ หาร่างของสือเย่
ฝั่งนั้นเงียบไปครู่หนึ่ง จากนั้นน้ำเสียงของสือเย่ถึงได้ดังขึ้น “ผมได้พามู่มู่ออกมาก่อนแล้วครับ”
มู่น่อนน่อนชะงักไปครู่หนึ่ง จากนั้นถึงได้ถามขึ้น “พาไปที่ไหน”
ยังไม่ทันที่เสียงทางฝั่งสือเย่จะดังขึ้น มู่น่อนน่อนก้รู้สึกมีคนมาตบที่ไหล่ของเธอ ตามมาด้วยเสียงที่คุ้นเคย
“น่อนน่อน”
มู่น่อนน่อนปิดลำโพงโทรศัพท์ขึ้น แล้วหันกลับไปมองตามที่มาของเสียง
“ลี่จิ่วเชียน?” มู่น่อนน่อนวางโทรศัพท์ลง น้ำเสียงเย็นชาลงในบัดดล “คุณมาอยู่ตรงนี้ได้อย่างไร”
“คุณก็อยู่ตรงนี้ไม่ใช่เหรอ” ลี่จิ่วเชียน ยิ้มเบา ๆ “พรหมลิขิตมั้ง”
มู่น่อนน่อนจึงวางสายโทรศัพท์ทิ้ง
เฉินมู่มีสือเย่ดูแล มู่น่อนน่อนวางใจมาก ลี่จิ่วเชียนปรากฏตัวกะทันหัน เธอไม่สะดวกที่จะคุยโทรศัพท์
“คุณกำลังรับสายโทรศัพท์อยู่ไม่ใช่เหรอ คุยต่อเลย ผมรอคุณได้”
ลี่จิ่วเชียนจับมือเข้าด้วยกันวางไว้ด้านหน้าตัวด้วยท่าทางสุภาพนอบน้อม
“สายไม่สำคัญ ไม่มีอะไรที่ต้องคุยกันเยอะ”
มู่น่อนน่อนจึงใส่โทรศัพท์เข้าไปในกระเป๋า
ครั้งก่อน หลังจากที่ลี่จิ่วเชียนช่วยเหลือเธอแล้วส่งเธอกลับ ก็ไม่ได้มาหาเธออีกเลย
จนกระทั่งบาดแผลของเธอหายดี ลี่จิ่วเชียนก็ส่งข้อความทางวีแชทมาถามไถ่อาการเป็นครั้งคราว
ส่วนใหญ่มู่น่อนน่อนนั้นไม่ได้ตอบข้อความกลับ
ไม่อยากจะสนใจเขาจริง ๆ
แต่ว่า ลี่จิ่วเชียนนั้นดันกลับช่วยเธอหลายต่อหลายครั้ง
เมื่อเจอกันซึ่ง ๆ หน้า ทำเป็นไม่สนใจเขานั้นไม่ได้จริง ๆ
“เมื่อสักครู่ผมเห็นคุณเดินออกมาจากตึกบริษัทเฉินซื่อ ได้ยินมาว่าด้านในไฟไหม้ คุณไม่เป็นใช่ไหม” สายตาของลี่จิ่วเชียนมองสำรวจตัวของมู่น่อนน่อนครู่หนึ่ง แต่เพียงเวลาสั้น ๆ
“มหาวิทยาลัยที่คุณทำงานอยู่ค่อนข้างไกลจากบริษัทเฉินซื่อ บริษัทเฉินซื่อเกิดไฟไหม้ คุณก็ปรากฏตัว ก็ช่างบังเอิญจริง ๆ” มู่น่อนน่อนก็เพิ่งนึกจุดนี้ขึ้นได้พอด จึงได้กล่าวออกมาอย่างเรียบ ๆ
ตอนนี้เธอไม่สนใจแล้วว่าจะทำให้ลี่จิ่วเชียนไม่พอใจหรือไม่ เพราะถึงอย่างไรเธอกับเฉินถิงเซียวก็แยกทางกันแล้ว เป้าหมายของเขาได้บรรลุแล้ว มู่น่อนน่อนก็ไม่มีอะไรต้องกลัวเขาอีก
สีหน้าของลี่จิ่วเชียนไม่มีความเปลี่ยนแปลง ดูไม่มีความผิดปกติแม้แต่นิดเดียว
“มหาวิทยาลัยปิดเทอมแล้ว ผมไม่มีอะไรทำก็เลยเดินเที่ยวรอบ ๆ ไม่ได้หรือไง”
คำพูดของลี่จิ่วเชียนฟังดูแล้วมีเหตุผล แต่ในใจของมู่น่อนน่อน ลี่จิ่วเชียนไม่ใช่คนน่าเบื่อชอบออกไปเดินเที่ยว
มู่น่อนน่อนเดินทีกะว่าจะพูดเล่น ๆ ไปอย่างนั้น ลี่จิ่วเชียนยิ่งนิ่งเฉย เธอกลับยิ่งรู้สึกว่าเรื่องนี้จะต้องเกี่ยวข้องกับลี่จิ่วเชียน
มู่น่อนน่อนยิ้มอย่างดูแคลน น้ำเสียงทุ้มต่ำ “โกหกบ่อยเกินไป จนตัวคุณเองคิดว่าเป็นเรื่องจริงไปแล้ว สิ่งชั่วร้ายทำบ่อยเกินไป ก็จะเคยชินจนคิดว่าเป็นเรื่องปกติ แต่ว่าไม่ช้าก็เร็ว สักวันหนึ่งคุณจะได้รับโทษในสิ่งที่กระทำลงไป!”