Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Contact
ค้นหานิยาย
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Contact
Sign in Sign up

จิ้งจอกจอมซ่าส์ กับหม่ามี้หมอเทวดาพลิกสวรรค์ - บทที่ 991 -995

  1. Home
  2. จิ้งจอกจอมซ่าส์ กับหม่ามี้หมอเทวดาพลิกสวรรค์
  3. บทที่ 991 -995
Prev
Next

ไม่เห็นนิยายอัปเดตใช่ไหม?
>>จิ้มที่นี่ได้เลย<<

บทที่ 991 : พิชิตเมืองชายแดน (5)
  หวู่เสียงร้องไห้คร่ำครวญอย่างหนักคนที่ไม่รู้ก็อาจคิดว่าภรรยาและบุตรสาวของเขาถูกข่มขืน
  ”นายหญิงข้ามีประโยชน์ ข้ามีประโยชน์จริง ๆ ข้ามีประโยชน์มากกว่าตระกูลหูมากนัก ท่านไม่ได้ต้องการที่จะโจมตีอาณาจักรสวรรค์หรอกหรือ ? ข้าสามารถนำพวกท่านไปที่นั่นได้ หากท่านต้องการไปแดนสวรรค์ ท่านจำเป็นที่จะต้องผ่านป่าสวรรค์ ข้าคุ้นเคยกับป่านั่นดี ถึงวันนั้นข้าจะช่วยพาท่านไปทางลัด”
  ตี้คังมองหวู่เสียงก่อนจะเอ่ยกล่าวด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำข้างหูของไป๋หยาน “ทั้งท่านราชครูทั้งผู้อาวุโสสูงสุดต่างก็เคยไปเยือนแดนสวรรค์มาแล้ว”
  ความหมายก็คือทั้งคู่คุ้นเคยกับป่าสวรรค์เป็นอย่างดีไม่จำเป็นต้องให้ผู้อื่นนำทาง
  ใบหน้าของหวู่เสียงซีดลงร่างของเขาสั่นสะท้านด้วยความสยดสยอง
  แม้ว่าคนอื่นๆ จะเห็นอกเห็นใจเขา ทว่าก็ไม่มีผู้ใดออกปากแทนเขาได้ ท้ายที่สุดเรื่องนี้ก็เป็นเรื่องที่เขาสร้างขึ้นด้วยตนเองทั้งหมด
  ”นายหญิงข้ายังมีประโยชน์อย่างอื่นอีก ข้า … ข้ารู้จักคนใหญ่คนโตในแดนสวรรค์ ทั้งข้าก็สามารถลอบเข้าแดนสวรรค์ได้ ในวันหน้าย่อมจะช่วยท่านสืบเรื่องราวภายในนั้นได้”
  มือของไป๋หยานเท้าแก้มพลางยิ้ม “หากเจ้ารู้จักคนใหญ่คนโตจริง เหตุใดเจ้าถึงถูกขับมายังเมืองชายแดนนี้ได้ ? ยิ่งไปกว่านั้นหากเจ้าสามารถกลับไปแดนสวรรค์ได้จริง เหตุใดเจ้าถึงยังอยู่ในเมืองชายแดนนี้อีก ?”
  ปากของหวู่เสียงกระตุกดูเหมือนเขาจะหมดกำลังใจ เขาไม่สามารถหาคำแก้ตัวได้อีกแล้ว ในที่สุดเขาก็กล่าวออกมาว่า “ที่ข้าถูกขับมาที่นี่ ก็เพราะข้าไปมีสัมพันธ์กับหญิงผู้หนึ่งในตระกูลใหญ่ หากแต่ข้ายังมีลูกพี่ลูกน้องที่ทำงานในตระกูลนั้น และเขาสัญญากับข้าว่าเขาจะหาทางช่วยให้ข้าได้กลับไป … ”
  มุมปากของไป๋หยานยกขึ้น”ดูเหมือนว่าตัวตนของเจ้าจะไม่เป็นประโยชน์กับเราเลย”
  ”ไม่..ไม่นะตระกูลลูกพี่ลูกน้องของข้าเป็นตระกูลใหญ่ ข้าสามารถสืบเรื่องราวที่ท่านอยากรู้ได้ และหญิงผู้นั้นก็รักข้ามาก นางต้องรอข้ากลับไปแน่ … ”
  ไป๋หยานมองหวู่เสียงที่กำลังร้องไห้คร่ำครวญแววตาของนางเปลี่ยนไปสองสามครั้ง “เช่นนั้นข้าจะมอบหมายงานให้เจ้าทำ หากเจ้าทำได้สำเร็จ ข้าก็จะให้เจ้าเป็นทาสอย่างสบายใจ”
  ”งานอะไรรึ?” แววตาของหวู่เสียงสว่างไสวขึ้น
  การแสดงออกของไป๋หยานแลดูเคร่งขรึมลง”ช่วยข้าตามหาใครบางคน”
  ”ผู้ใดกัน?”
  “ไป๋หนิง!”
  นางอยากรู้ว่าไป๋หนิงคนนี้เป็นมารดาของนางจริงหรือไม่? และไป๋หนิงอยู่ที่ใดในแดนสวรรค์ ?
  ครั้นได้ยินเช่นนี้แล้วหวู่เสียงก็สูดลมหายใจเข้าลึก แค่การตามหาคนผู้หนึ่งเท่านั้น งานนี้ไม่ใช่เรื่องยากเย็นอะไร
  ”นายหญิงไม่ต้องเป็นกังวล ข้าต้องหาข้อมูลเกี่ยวกับไป๋หนิงมาให้ท่านได้อย่างแน่นอน ท่านรอฟังข่าวดีจากข้าได้เลย”
  รอยยิ้มประจบปรากฏบนใบหน้าของหวู่เสียงไม่มีสิ่งใดที่จะสำคัญไปกว่าการรักษาความบริสุทธิ์ของชายชาตรีไว้
  โชคดีที่ครานี้ยังรักษาพรหมจรรย์ไว้ได้…
  สายตาของไป๋หยานกวาดมองผู้คนที่ยังอยู่ในบริเวณนั้นช้าๆ ก่อนจะสั่งการต่อ “เช่นนั้นพวกเจ้าก็กลับไปบ้านของพวกเจ้าได้แล้ว หากแต่เรื่องที่พวกเจ้าเป็นทาสของสัตว์อสูรห้ามบอกให้ผู้ใดรับรู้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากพวกเจ้าคุ้นเคยกับคนของแดนสวรรค์ ยกเว้นคนใกล้ชิดของเจ้า”
  ”หากผู้ใดกล้าเผยแพร่เรื่องนี้ออกไปข้าเกรงว่า … จุดจบของคนผู้นั้นจะไม่ใช่แค่จิตวิญญาณเท่านั้น”
  เสียงของหญิงสาวทรงอำนาจทำให้ทุกผู้คนกลัวจนตัวสั่น ต่างก็ก้มหน้าก้มตาไม่กล้ากล่าวคำใด
  ”นอกจากนี้… ” ไป๋หยานหยุดชั่วขณะ ก่อนจะกล่าวต่ออย่างเคร่งเครียด “หากในคฤหาสน์ของพวกเจ้ามีสัตว์อสูรถูกกักขัง ให้ปล่อยพวกมันเป็นอิสระทันที แต่หากพวกมันต้องการติดตามเจ้าเองก็ไม่เป็นไร ทว่าอย่าให้ข้ารู้นะว่ามีผู้ใดคิดกลั่นแกล้งสัตว์อสูร หาไม่จุดจบก็คงจะไม่ดีนักเช่นกัน !”
  หากสัตว์อสูรยอมติดตามเจ้านายด้วยตนเองโดยที่ทั้งคู่ต่างก็สมัครใจนางก็จะไม่บังคับ แต่หากสัตว์อสูรเหล่านั้นถูกบังคับ ก็อย่าโทษนาง หากนางเข้าข้างพวกสัตว์อสูร !
  ”เข้าใจหรือไม่?” ไป๋หยานเอ่ยถามคนเหล่านี้อย่างเบา ๆ อีกครั้ง

บทที่ 992 : พิชิตเมืองชายแดน (6)
  ”ข้าน้อยเข้าใจแล้ว”
  เสียงรับคำดังลั่นไปทั่วห้องโถง
  การแสดงออกของไป๋หยานผ่อนคลายลงอีกครั้ง”เอาล่ะ ตอนนี้ข้าจะมอบหมายงานอื่นให้พวกเจ้าทำ พวกเจ้าช่วยข้าตามหาใครบางคนหน่อย เขาชื่อไป๋เซียว”
  นางยกมือขึ้นพลันภาพเหมือนก็ปรากฏขึ้นในมือของนางจากนั้นนางก็ยื่นส่งให้ตี้เสี่ยวอวิ๋นทันที
  ”ตี้เสี่ยวอวิ๋นส่งภาพนี้ให้พวกเขา ให้พวกเขาดูและจดจำไว้”
  “ได้เลยพี่สะใภ้”
  ตี้เสี่ยวอวิ๋นรับภาพเหมือนไปจากมือไป๋หยานจากนั้นก็ส่งให้คนในเมืองชายแดนอย่างว่าง่าย พวกเขาส่งต่อให้แก่กัน
  คนด้านหน้าจดจำภาพคนผู้นี้ก่อนที่จะส่งต่อให้คนด้านหลัง
  นับแต่ต้นจนจบไป๋หยานพยายามสังเกตทีท่าของคนเหล่านี้
  ครั้นนางเห็นคนผู้หนึ่งในกลุ่มคนเหล่านั้นมองภาพแล้วแสดงความรู้สึกประหลาดใจออกมาทางสีหน้านางพลันเคร่งขรึมลง ประกายแสงวิบวับวาบผ่านดวงตาของนาง
  ”เว้นแต่เด็กหนุ่มชุดเหลืองคนนั้นแล้วคนอื่น ๆ กลับออกไปได้”
  ทุกคนตกตะลึงพวกเขาไม่เข้าใจว่าเหตุใดไป๋หยานถึงไม่ปล่อยเด็กหนุ่มคนนั้นเพียงคนเดียว ทว่าพวกเขาก็ไม่กล้าซักถามแม้สักคำ พวกเขาพร้อมใจกันป้องหมัด และรีบก้าวออกจากห้องไปพร้อมกัน
  ชายหนุ่มในชุดสีเหลืองมองไป๋หยานพร้อมกับเหงื่อเย็น ๆ ผุดบนหน้าผาก เขาเอ่ยกล่าวด้วยน้ำเสียงราวจะกระซิบ “ราชินี…ท่านไม่ปล่อยข้า … ท่านมีอะไรจะสั่งการข้าอีกกระนั้นหรือ ?”
  ไป๋หยานหรี่ตา”เจ้าเคยเห็นบุคคลในภาพนี้หรือไม่ ?”
  สีหน้าของเด็กหนุ่มเปลี่ยนไปเขามองไป๋หยานด้วยความหวาดกลัว พลางกล่าวติดอ่าง “ข้า … ข้า … ”
  ชั่วขณะนั้นประกายแสงเย็นยะเยือกพลันปรากฏขึ้นบนใบหน้าของไป๋หยาน”พูดมาสิว่า เขาอยู่ที่ใด ? หากเจ้ากล้าโกหก วันนี้จะเป็นวันสุดท้ายของชีวิตเจ้า !”
  ชายหนุ่มในชุดสีเหลืองกลืนน้ำลายอย่างยากลำบาก”ก่อนหน้านี้ข้าเคยเห็นเขาต่อสู้กับคนในป่านอกเขตเมืองชายแดน เขาได้รับบาดเจ็บจากคนผู้นั้น ทว่าเขาก็ได้หนีไปแล้ว และข้าก็ไม่รู้ว่าเป็นอย่างไรต่อไป”
  หลังจากกล่าวจบชายหนุ่มในชุดสีเหลืองก็คุกเข่าลงทันที เสียงของเขาสั่น “ราชินี…ที่ข้าไม่คิดจะช่วย เป็นเพราะข้าไม่รู้ว่าเขาเป็นน้องชายของท่าน หากข้ารู้เรื่องนี้มาก่อน ข้าต้องช่วยเขาแน่”
  ใบหน้าของไป๋หยานเย็นชานางกำหมัดแน่น
  ทันทีที่ได้ยินว่าไป๋เซียวได้รับบาดเจ็บหัวใจของนางก็เหมือนจะถูกแทงด้วยดาบอย่างรุนแรง นางรู้สึกเจ็บปวดเหลือเกิน
  เด็กหนุ่มที่สูญเสียความรักของบิดามารดาตั้งแต่ยังเด็กเขาพยายามใช้ร่างกายที่อ่อนแอของตนปกป้องนาง
  เด็กหนุ่มที่แสนอ่อนไหวและหัวใจร้าวราน ผู้ซึ่งต้องการพัฒนาความแข็งแกร่งของตนเองเพื่อนาง
  เกิดอะไรขึ้นกับเขาในช่วงเวลาที่เขาจากนางไป ?
  นางนึกไม่ออกทั้งไม่กล้านึกถึงภาพเหล่านั้นด้วย !
  “เจ้ารู้หรือไม่ว่าเขาไปที่ใด?”
  ชายหนุ่มในชุดสีเหลืองส่ายศีรษะ”ข้าเองก็ไม่รู้ หากแต่ข้ารู้ว่าเป็นคนจากแดนสวรรค์ที่ทำร้ายเขาจนบาดเจ็บ … ”
  ”แดนสวรรค์!” ไป๋หยานกัดฟันแน่น รังสีแห่งความโกรธแค้นแผ่กระจายออกมาทันที ยิ่งทำให้นางแลดูน่ากลัวมากกว่าเดิม “หากแดนสวรรค์กล้าทำร้ายน้องชายของข้า ข้าจะล้มล้างแดนสวรรค์ให้วิบัติไปชั่วกัปชั่วกัลป์ !”
  บัญชีระหว่างนางกับแดนสวรรค์เพิ่มขึ้นอีกแล้ว! แม้ว่าเวลานี้นางจะยังห่างจากอาณาจักรสวรรค์นัก ทว่าวันหนึ่งนางจะทำลายแดนสวรรค์ลงให้จงได้ !
  ไม่พินาศไม่เลิกรา!
  ชายหนุ่มในชุดสีเหลืองตัวสั่นเขาลดศีรษะลง ความกลัวปรากฏชัดในแววตาของเขา
  เขาเข้าใจแล้วว่าเวลานี้แดนสวรรค์ได้ทำการยั่วยุไป๋หยานอย่างสมบูรณ์แล้ว
  ”หยานเอ๋อ”
  ตี้คังยกมือขึ้นกอดร่างที่สั่นเทาของไป๋หยานไว้แน่นพลางเอ่ยปลอบโยน “ไม่ต้องกังวลข้าจะช่วยตามหาเซียวเอ๋อให้พบ และเขาต้องไม่เป็นไร”
  ”ตี้คังท่านรู้หรือไม่ แม้ว่าข้าจะไม่ใช่ไป๋หยานคนเดิม ทว่าความทรงจำในช่วงเวลานั้นก็แผดเผาในใจข้า ข้าจำได้ว่าตอนนั้นเซียวเอ๋อตัวเล็กและผอมบางมากเพียงใด หากแต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตามทุกครั้งที่ข้าถูกรังแก เขาก็จะพยายามใช้ร่างผอมบางของเขาปกป้องข้า…”

บทที่ 993 : ความกังวลของเขา (1)
  ”เห็นได้ชัดว่าเขาเป็นคนที่ต้องการการปกป้องมากกว่า ทว่าเขาก็ปกป้องข้าทุกครั้ง ! ในครั้งนั้นที่ข้าจากเขามาโดยไม่บอกลา ทำให้เขาได้รับความเจ็บปวด เขาน่าที่จะตำหนิข้า หากแต่เขาก็ไม่เคยตำหนิข้าเลย …”
  ”ตี้คังด้วยพลังในเวลานี้ของข้า ข้าสามารถปกป้องเขาได้ ทว่าเขาก็ยังพยายามพัฒนาความแข็งแกร่งของตนเองเพื่อมาดูแลข้า”
  ”ไป๋เซียวเป็นน้องชายของข้าน้องชายเพียงคนเดียวในโลกของข้า ในเมื่อเขาได้รับบาดเจ็บ เหตุใดข้าจะไม่รู้สึกปวดร้าว และเป็นห่วงเป็นใยเขาเล่า ?”
  หัวใจของไป๋หยานปวดร้าวไปกับอาการบาดเจ็บของไป๋เซียวนางกัดริมฝีปากแน่น แต่กระนั้นน้ำเสียงของนางก็ยังสั่น
  ตี้คังกอดร่างของไป๋หยานที่เต็มไปด้วยความทุกข์โศกพลางยกมือขึ้นเช็ดหยาดน้ำตาจากใบหน้าของนาง “หยานเอ๋อ เชื่อข้าเถอะ เชื่อมั่นในตัวไป๋เซียว เขาจะไม่ตกอยู่ในอันตรายใด ๆ ไม่อย่างแน่นอน !”
  ทั้งเขาจะไม่มีวันปล่อยให้น้องเขยของเขาตกอยู่ในอันตรายด้วย
  ไป๋หยานลดสายตาลงนางสัมผัสได้ถึงความแน่วแน่ที่ฉายประกายในดวงตาของชายหนุ่ม หลังจากนั้นไม่นานนางก็เงยหน้าขึ้น แววตาของนางส่องประกายโหดร้าย
  ”ตี้คัง…ข้าต้องการไปเยือนแดนสวรรค์”
  ตี้คังขมวดคิ้ว”ตอนนี้นะ ?”
  ”ใช่…ข้าต้องการไปยังแดนสวรรค์เพื่อตามหามารดาของข้าและเซียวเอ๋อ บางทีพวกเขาทั้งคู่อาจอยู่ในแดนสวรรค์ ข้าต้องไปพาพวกเขากลับมา”
  ครั้นเห็นใบหน้าที่มุ่งมั่นของหญิงสาวตี้คังก็เงียบ นิ้วของเขาลูบไล้เรือนผมดำขลับราวผ้าไหมอยู่นาน ก่อนจะค่อย ๆ กล่าวออกมาว่า “ให้เวลาข้าอีกสักหน่อยนะ ?”
  ”ตี้คัง?” ไป๋หยานตกใจ ขณะเงยหน้าขึ้นมองตี้คัง
  “เจ้าให้เวลาข้าอีกสักระยะแม้ว่าในยามนี้ข้าจะยังไม่อาจเอาชนะอาณาจักรสวรรค์ได้ทั้งหมด ทว่าข้าต้องพัฒนาตนเองเพื่อให้ปกป้องเจ้าได้ เมื่อไปถึงที่นั่น”
  นัยน์ตาของตี้คังเปี่ยมไปด้วยความรักและความอ่อนโยน เขาจูบหน้าผากของนาง “สัญญากับข้า ให้เวลาข้าอีกสักหน่อย จากนั้นข้าจะพาเจ้าไปเหยียบดินแดนแห่งเทพสวรรค์ เพื่อตามหาแม่ยายและน้องเขยของข้า”
  ”ได้สิ”
  ไป๋หยานรู้ดีว่าตี้คังไม่ได้กังวลเกี่ยวกับการที่นางจะไปเยือนแดนสวรรค์ เขาเพียงต้องการให้นางอดทนรอจนกว่าจะถึงเวลานั้น นางสงบใจลง ยามนี้นัยน์ตาที่สดใสของนางเปล่งประกายแสงราวกับดวงดาวระยิบระยับ
  “ข้าจะรอท่านในช่วงเวลานี้ ข้าเองก็จะพัฒนาพลังของตนให้ก้าวไกลไปกว่านี้”
  หลังจากที่เขาก้าวผ่านระดับเฉินเจี่ยหรือระดับเทพไปได้ เขาก็ไม่ต้องกังวลใด ๆ อีกต่อไป เมื่อไปสู่แดนสวรรค์ เขาย่อมสามารถปกป้องนางได้ดีขึ้นกว่าเดิม
  อย่างน้อยในสถานที่แห่งนั้นเขาก็ต้องมีความแข็งแกร่งเพียงพอที่จะปกป้องญาติของนาง เพราะหากความแข็งแกร่งของเขาไม่เพียงพอ บางที … ก็อาจจะเป็นการลากคนของนางลงสู่อันตรายไปด้วย
  ตี้คังยิ้มอ่อนหากแต่ไป๋หยานไม่ทันสังเกตเห็นแสงมืดมนที่กระพริบในดวงตาเรียวคมของเขา
  ดูเหมือนว่าแผนการที่เตรียมไว้จะต้องเลื่อนให้เร็วขึ้นเนื่องจากคนของแดนสวรรค์กล้าลงมือกับน้องเขยของเขา เขาจึงต้องปล่อยให้คนเหล่านั้นได้ลิ้มรสความขมขื่นเสียบ้าง !
  ตี้เสี่ยวอวิ๋นมองเห็นความกังวลใจของไป๋หยานที่มีต่อไป๋เซียวความรู้สึกอิจฉาพลันปรากฏขึ้นในดวงตากลมโตที่งดงามของนาง
  การมีพี่สาวดีอย่างนี้นี่เองนางเริ่มอิจฉาไป๋เซียวแล้วสิ
  หากเป็นไปได้นางอยากแลกตี้คังให้ไปเป็นพี่ชายของไป๋เซียว แล้วให้ไป๋หยาน มาเป็นพี่สาวของนางจริง ๆ …
  เช่นนี้นางก็จะได้ไม่ต้องถูกตี้คังข่มขู่ และรังแกบ่อย ๆ มีพี่สาวที่รักนางจะดีแค่ไหนกันนะ ?
  ”หยานเอ๋อเจ้าเหนื่อยแล้วใช่หรือไม่ ?” ตี้คังไม่ทันสังเกตเห็นท่าทีของตี้เสี่ยวอวิ๋นเลยแม้แต่น้อย เขาเห็นแต่อาการเหนื่อยล้าของไป๋หยาน จึงขมวดคิ้วพลางเอ่ยถาม
  ไป๋หยานพยักหน้า”ข้าก็ไม่รู้ว่า เหตุใดช่วงนี้ข้าจึงรู้สึกเหนื่อยตลอดเวลา อาจเป็นเพราะข้าเหนื่อยเกินไป แค่พักผ่อนก็น่าจะพอ”
  ครั้นได้ยินเช่นนี้ตี้คังก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก “ไม่เป็นไร…ข้าจะช่วยพาเจ้าไปพักผ่อนก่อน แม้ว่าคฤหาสน์หลังนี้จะไม่สามารถเทียบได้กับวังในแดนอสูรของเรา ทว่าตอนนี้เจ้าก็ต้องการการพักผ่อน … ”
  หลังจากกล่าวจบตี้คังก็อุ้มไป๋หยานอย่างระมัดระวัง ก้าวออกจากห้องโถงไป
  เพียงไม่นานทั้งคู่ก็หายลับตาไปภายใต้แสงอาทิตย์อัสดง

บทที่ 994 : ความกังวลของเขา (2)
  ”เหตุใดเจ้ายังมัวมายืนงงอยู่อีกเล่า?” ตี้เสี่ยวอวิ๋นจ้องชายชุดเหลืองพลางตะคอก “เจ้ายังไม่ไปอีกหรือ ?”
  ชายชุดเหลืองตัวสั่นเขารีบป้องกำปั้น ก่อนจะวิ่งออกจากประตู เพราะกลัวว่าหากช้าเพียงนิด ตี้เสี่ยวอวิ๋นจะฆ่าเขาแทน
  ”องค์หญิง”เสี่ยวหลงเอ๋อดึงแขนเสื้อของตี้เสี่ยวอวิ๋น “เมื่อไหร่องค์ชายจะออกมาสักที ?”
  ครั้นตี้เสี่ยวอวิ๋นเห็นเด็กหญิงน้อยที่สวยงามและน่ารักคนนี้ อารมณ์ของนางก็เบิกบานขึ้นทันที นางอดไม่ได้ที่จะบีบใบหน้าเล็ก ๆ ของเด็กหญิงพลางยิ้ม “เจ้าเรียกพี่สะใภ้ของข้าว่าท่านแม่ เหตุใดถึงยังเรียกข้าว่าองค์หญิงล่ะ ?
  เสี่ยวหลงเอ๋อยิ้มหวานก่อนจะเรียกเสียงดังว่า “อาหญิง”
  ”เก่งมาก”ตี้เสี่ยวอวิ๋นยิ้ม “โชคดีที่ยังมีเจ้าคอยอยู่เคียงข้างข้า คนไร้ยางอายทั้งสองนั่นมักจะทิ้งข้าไว้ข้างหลังเสมอ ไป…อาหญิงจะพาเจ้าไปกินอาหารอร่อย ๆ ”
  ในตอนนี้ตี้เสี่ยวอวิ๋นรู้สึกว่าการมีหลานสาวก็ดีเหมือนกัน … นางหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเสด็จพี่ และพี่สะใภ้ของนางจะให้กำเนิดบุตรสาวที่น่ารักอีกสักคน
  ”ท่านอาหญิงท่านเป็นภรรยาของท่านราชครูใช่หรือไม่ ?” เสี่ยวหลงเอ๋อกระพริบตาอย่างสงสัย นางหันไปมองตี้เสี่ยวอวิ๋น พลางเอ่ยถามด้วยเสียงไร้เดียงสา
  มุมปากของตี้เสี่ยวอวิ๋นกระตุกใบหน้าของนางแข็งขึ้นเล็กน้อย นางสูดลมหายใจเข้าลึก เพื่อสงบอารมณ์ที่พุ่งพล่านในใจ
  ”เจ้าไปฟังข่าวลือนี้มาจากผู้ใดไม่ดีเลยนะ องค์หญิงผู้นี้ยังเป็นเด็กสาวที่ไม่เคยต้องมือชาย”
  “แต่… ทุกคนในแดนอสูรพูดกันอย่างนั้นนี่”
  แววตาของเสี่ยวหลงเอ๋อสว่างไสวราวกับดวงดาราปรากฏรอยยิ้มที่ไร้เดียงสาอยู่ในแววตาของนาง
  ใบหน้าที่สวยงามของตี้เสี่ยวอวิ๋นเปลี่ยนสีอีกครั้งนางเม้มปากแน่น “ต่อไปอย่าได้ฟังคำพูดของคนพวกนั้นนะ อาหญิงไม่ใช่ภรรยาของท่านราชครู อย่างที่พวกเขาเล่าลือ”
  อย่าให้นางรู้นะว่าผู้ใดเป็นต้นตอเริ่มแพร่ข่าวลือบ้าๆ นั่น นางจะไม่มีวันปล่อยคนผู้นั้นเป็นแน่ !
  น่าเสียดายที่ตี้เสี่ยวอวิ๋นไม่ทราบว่าที่แดนอสูรปรากฏข่าวลือเช่นนี้ในยามนี้นั้นต้นเหตุมาจากตี้คัง พี่ชายของนางเอง แม้ว่านางจะรู้ ทว่านางก็ไม่กล้าที่จะกล่าวคำใดออกมา นางทำได้เพียงแบกรับความคับแค้นไว้ในใจ
  ภายในห้องม่านบังเตียงส่ายพริ้วตามแรงลม ชายหนุ่มยกมือขึ้นโอบสตรีข้างกาย กดศีรษะของนางให้พิงซบอกของเขา
  ”หยานเอ๋อไม่ต้องกังวล ไม่ว่าจะต้องสูญเสียสักเท่าใด ข้าจะไม่มีวันทำร้ายเจ้า” แขนของเขาโอบกระชับแน่น ราวกับต้องการที่จะรัดร่างของนางให้ห้อเลือด
  ไป๋หยานอึ้งนางขมวดคิ้ว รู้สึกไม่สบายใจ นางจับมือตี้คังแน่นขึ้น
  ”เกิดอะไรขึ้นกระนั้นรึ?”
  ”ไม่มีอะไร”ตี้คังค่อย ๆ กดริมฝีปากจูบหน้าผากของนาง มุมปากของเขายกโค้งอย่างงดงาม “ข้าไม่มีวันยอมเสียเจ้าไป”
  ความฝันนั้นเป็นเรื่องจริงราวกับว่าภาพเหตุการณ์เช่นนั้นเคยเกิดขึ้นจริงมาก่อน เขาไม่ต้องการสูญเสียนางไป ทั้งไม่ต้องการสัมผัสกับความเจ็บปวดรวดร้าวเช่นนั้นอีก
  ก็แค่นั้น…
  หลังจากกล่าวเช่นนั้นแล้วตี้คังก็โน้มตัวลงจูบริมฝีปากของไป๋หยาน จุมพิตของเขาเต็มไปด้วยความรัก นัยน์ตาเรียวคมของเขาเต็มไปด้วยความเสน่หา
  สายลมยามเย็นพัดเข้ามาจากด้านนอกประตูพัดม่านบังเตียงพริ้วไสว ชายหญิงบนเตียงหลังใหญ่ผสมผสานกลมกลืนไปกับแสงจันทร์ คนทั้งสองรวมเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันอย่างอ่อนโยน
  นอนหลับฝันดีกระทั่งรุ่งเช้า
  รุ่งเช้าไป๋หยานรู้สึกได้ถึงมือที่กำลังไล้พวงแก้มของนาง นางลืมตาขึ้น ทันใดนั้นเองใบหน้าที่สวยงามพลันปรากฏขึ้นเบื้องหน้านาง

บทที่ 995 : ความกังวลของเขา (3)
  เรือนผมสีเงินของชายหนุ่มปลิวสยายลงมาราวม่านน้ำตกและตกระลงบนเตียงนอน ภายใต้แสงแดดยามเช้าที่สาดส่อง ยิ่งดูพร่างพราวน่าทึ่ง
  ”หยานเอ๋อคนจากแดนวิญญาณมาที่แผ่นดินใหญ่ ก็เพื่อชิงกุญแจปาฏิหาริย์ที่ฝังอยู่ในสำนักใหญ่ทั้งสาม ตอนนี้เจ้ามีความแข็งแกร่งเพียงพอแล้วเจ้าควรกลับไปที่นั่น”
  ไป๋หยานหรี่ตาลงชั่วขณะก่อนจะตอบกลับ “ตกลง”
  “ข้ามีบางเรื่องที่ต้องทำครานี้ข้าคงไม่อาจกลับไปพร้อมเจ้า ทว่าอีกไม่นานข้าจะตามเจ้าไป”
  เสียงทุ้มต่ำอีกทั้งแหบแห้งของตี้คัง ค่อย ๆ ดังขึ้นในหูของไป๋หยาน
  ”ภารกิจของท่านยังไม่เสร็จสิ้นงั้นหรือ?” ไป๋หยานเงยหน้าขึ้นมองใบหน้าที่งดงามของชายหนุ่มพลางเอ่ยถาม
  ตี้คังกอดกระชับร่างของนางแน่นพลางยกยิ้ม “จะเสร็จสิ้นในเร็ววันนี้แหละ แล้วข้าจะไปพบเจ้าในไม่ช้า… ”
  ”เช่นนั้นครานี้ท่าน… ” เสียงของไป๋หยานหยุดค้างชั่วขณะ สิ่งที่นางต้องการจะไถ่ถามกลับไม่สามารถกล่าวออกมาได้
  ชายหนุ่มก้มลงจุมพิตเปลือกตาของนางเบาๆ “ข้าได้ยินมาว่า เจ้าถูกรังแก ข้าจึงรีบมาช่วยเจ้า ทว่าตอนนี้เจ้าสามารถพิชิตเมืองนี้ได้แล้ว ข้าก็ต้องกลับไปพยายามอย่างหนัก เพื่ออนาคตของเรา”
  หัวใจของไป๋หยานสั่นสะท้านยามนี้กระแสความอบอุ่นแล่นผ่านหัวใจของนาง มุมปากของนางอดไม่ได้ที่จะยกยิ้ม
  ”หยานเอ๋อข้าจะไม่ปล่อยให้เจ้า เฉินเอ๋อ และบุตรสาวในครรภ์ของเจ้าต้องตกอยู่ในอันตราย ข้าจะพยายามอย่างเต็มที่ เพื่อให้เจ้ามีความสงบสุขตลอดไป”
  ”ท่านรู้ได้อย่างไรว่าข้าจะมีบุตรสาว?”
  แววตาของไป๋หยานเปล่งประกายแสงนางมองชายหนุ่มที่เปี่ยมด้วยเสน่ห์อย่างยากจะหาผู้ใดเทียบพร้อมรอยยิ้ม
  ”เพราะ…”นิ้วของตี้คังลูบไล้หน้าท้องของไป๋หยาน “มีคนที่ต้องการแย่งเจ้าไปจากข้า ข้าจึงจำเป็นต้องมีบุตรสาวเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจของเขา เพื่อที่ว่าเขาจะได้ไม่มารบกวนเจ้าทุกวัน”
  มุมปากของไป๋หยานกระตุกชายผู้นี้ไม่ชอบบุตรชายของตนมากถึงเพียงนี้เลยหรือ ?
  “เมื่อเรามีบุตรสาวเราก็สามารถส่งนางไปให้เฉินเอ๋อเลี้ยง จากนั้นเราสองคนก็สามารถออกท่องโลกกว้าง เห็นโลกที่งดงามด้วยกัน”
  เมื่อฝันถึงวันที่งดงามภายหน้ามุมปากของตี้คังก็ยกโค้งก่อเกิดรอยยิ้มเปี่ยมเสน่ห์งดงาม ประทับใจ ตราตรึงทุกสรรพชีวิต
  “แล้วท่านไม่ห่วงบุตรสาวหรือ?”
  ไป๋หยานขมวดคิ้วพลางเอ่ยถาม
  “เฉินเอ๋อจะเป็นคนดูแลนางเองยิ่งไปกว่านั้นมีเพียงเจ้าเท่านั้นที่สามารถอยู่เคียงข้างข้าได้ ไม่มีผู้ใดนอกจากเจ้าที่ทำเช่นนี้ได้”
  แม้แต่บุตรสาวแท้ๆ ของเขาก็เทียบไม่ได้แม้แต่ปลายผมของไป๋หยาน
  ”นอกจากนี้ข้ายังรู้สึกโล่งใจที่เฉินเอ๋อจะช่วยดูแลนาง หากมีเด็กคนไหนกล้าเข้าใกล้บุตรสาวของเขา เฉินเอ๋อจะหักขาของเด็กคนนั้นโดยที่เขาไม่ต้องลงมือเอง !”
  แววตาของตี้คังปรากฏร่องรอยแห่งความดุร้าย
  ที่เขาไม่ต้องการพาบุตรสาวไปด้วยไม่ได้หมายความว่าเขาไม่รักนาง หากแต่เป็นเพราะเขาไม่ต้องการให้ผู้ใดรบกวนโลกของเขา และไป๋หยาน
  แต่หากมีผู้ใดกล้ามาจีบบุตรสาวของเขาเขาก็ไม่มีวันปล่อยคนผู้นั้นไปอย่างแน่นอน !
  สีหน้าของไป๋หยานเปลี่ยนเป็นดำคล้ำนางรู้สึกเสมอว่า…หากนางมีบุตรสาว บุตรสาวของนางอาจไม่สามารถแต่งงานกับชายใดตลอดชีวิต
  มีบิดามีพี่ชายเช่นนี้ผู้ใดจะกล้าเข้าหาบุตรสาวของนางเล่า ?
  นางเกรงว่าสองพ่อลูกคู่นี้จะบดขยี้ชายผู้นั้นจนไม่เหลือซาก!
  ”นี่ก็สายมากแล้วข้าต้องไปแล้ว” ไป๋หยานเม้มริมฝีปากสีแดงของนางเล็กน้อย พลางยื่นแขนสองข้างของนางเกี่ยวกระหวัดรอบลำคอของตี้คังโน้มลงมาประกบริมฝีปากสีแดงของนาง
  ทันทีที่การจูบจบลงนางก็ปล่อยริมฝีปากของนางออก
  ”ข้าจะพัฒนาตนเองให้แข็งแกร่งขึ้นแดนสวรรค์ … ไม่เพียงแต่เจ้าที่ต้องการพิชิต ข้าเองก็ต้องการให้ผู้ที่ทำร้ายข้า ชดใช้หนี้เลือดนี้ด้วย !”
  ตี้คังหรี่ตาเขากดศีรษะของไป๋หยานอีกครั้ง พลางกดริมฝีปากของนางกับริมฝีปากของเขา จูบของเขารุนแรงมาก ราวกับจะพยายามระบายอารมณ์ที่ขุ่นเคืองออกมาด้วย

>กลับหน้าหลักHOMEจิ้ม<

Prev
Next

Comments for chapter "บทที่ 991 -995"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Aileen Novel
  • หน้าหลัก HOME
  • COOKIE POLICY

© 2020 - 2023 ไอรีนโนเวล นิยายอ่านฟรีทุกวัน เว็บอ่านนิยาย pdf ไอรีนโนเวล “aileen-novel.online” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน นิยายชื่อดัง ตอนล่าสุด "ฮณ๊ฯดฯฌซ, อ่านฟรี อ่านเพลินอ่านทั้งวันกับไอรีนโนเวลออนไลน์

Sign in

Lost your password?

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย

Sign Up

Register For This Site.

Log in | Lost your password?

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย

Lost your password?

Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย