Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Contact
ค้นหานิยาย
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Contact
Sign in Sign up

จิ้งจอกจอมซ่าส์ กับหม่ามี้หมอเทวดาพลิกสวรรค์ - บทที่ 951-955

  1. Home
  2. จิ้งจอกจอมซ่าส์ กับหม่ามี้หมอเทวดาพลิกสวรรค์
  3. บทที่ 951-955
Prev
Next

ไม่เห็นนิยายอัปเดตใช่ไหม?
>>จิ้มที่นี่ได้เลย<<

บทที่ 951 : ภูเขาอสูร (8)
  ไป๋หยานยกยิ้มรอยยิ้มนี้ทรงอำนาจและสง่าผ่าเผย
  แววตาที่สดใสของนางราวกับแสงแดดส่องประกายทำเอานัยน์ตาโม่หลี่ชางสั่นไหว
  “มีอะไรหรือ?” ไป๋หยานขมวดคิ้ว เมื่อเห็นโม่หลี่ชางอยู่ในอาการงุนงง
  โม่หลี่ชางสงบใจลงพลางเกาศีรษะอย่างเขินอาย “หยานหยาน เจ้าดูดีมาก ดูดีกว่าสตรีทุกคนที่ข้าเคยเห็น”
  ไป๋หยานเลิกคิ้ว”เจ้าความจำเสื่อมไม่ใช่หรือ ?”
  ในเมื่อเขาสูญเสียความทรงจำเขาจะจำสตรีที่เขาเคยพบเห็นมาก่อนได้อย่างไร ?
  โม่หลี่ชางยิ้ม”แม้ว่าข้าจะความจำเสื่อม หากแต่ข้าก็คิดว่า หยานหยานดีที่สุด ทั้งไม่มีผู้ใดสามารถเทียบเจ้าได้”
  เจ้าหมูน้อยมองเจ้านายของมันอย่างดูถูกก่อนจะกระโดดออกจากอ้อมแขนของเขา พลางทำจมูกสูดดมกลิ่นฟุดฟิด สีหน้าของมันแลดูตื่นเต้นขึ้นมาทันที
  ”เกิดอะไรขึ้นกับมันเนี่ย?” ไป๋หยานหันไปมองเจ้าหมูพลางเอ่ยถาม
  เจ้าหมูน้อยส่งเสียงครืดคราดสองครั้งก่อนจะชี้อุ้งเท้าไปด้านหน้า พร้อมกับกระโดดดึ๋ง ๆ ไม่หยุด
  โม่หลี่ชางตั้งใจฟังหลังจากนั้นไม่นานเขาก็ตอบว่า “หยานหยาน เจ้าหมูน้อยบอกว่า ในสถานที่แห่งนี้มีกลิ่นอายของเผ่าเดียวกันกับมัน น่าจะมีคนเผ่าเดียวกันกับมันในบริเวณนี้”
  ไป๋หยานตกตะลึงนางคิดอยู่เพียงครู่”เช่นนั้นก็ไปที่นั่นกัน บางทีเราอาจจะได้พบครอบครัวของเจ้าหมูน้อยจริง ๆ ก็เป็นได้”
  โม่หลี่ชางอุ้มเจ้าลูกหมูขึ้นมากอดไว้ในอ้อมแขนใบหน้าหล่อเหลาขาวผ่องใสของเขาเผยรอยยิ้ม
  แววตาของเขาใสวาวราวกับหยดน้ำประหนึ่งมีกระแสคลื่นไหลซ่านออกมา
  “หยานหยานขอบใจ”
  ไป๋หยานหยุดนางไม่ได้หันกลับมานางเพียงจับจูงมือของเสี่ยวหลงเอ๋อ พลางเดินนำไปข้างหน้า
  ครั้นเห็นว่าไป๋หยานและเสี่ยวหลงเอ๋อกำลังจะหายลับตาไป โม่หลี่ชางก็รีบอุ้มเจ้าลูกหมูสีชมพู ออกก้าวไปตามทิศทางที่นางกำลังจะจากไป …
  แดนอสูร
  ในท้องพระโรงของวังหลวงอันเงียบสงบและหรูหราตี้คังนั่งอยู่บนบัลลังก์ มือของเขาข้างหนึ่งเท้าใบหน้าที่หล่อเหลาของเขาไว้ เรือนผมสีเงินกระจัดกระจายความหล่อเหลาล้นหลาม กระทั่งสามารถทำให้สิ่งมีชีวิตล้มคว่ำทันทีที่ได้เห็น
  ในขณะนี้นัยน์ตาที่โดดเด่น และเปี่ยมเสน่ห์ของเขากำลังมองลงไปยังผู้คนที่อยู่ด้านล่าง น้ำเสียงของเขาเย็นชาเล็กน้อย “เกิดอะไรขึ้น ? แล้วจดหมายที่ข้าสั่งให้เจ้าส่งไปให้หูไป่เว่ยล่ะ ?”
  ฮัวหยูเช็ดเหงื่อเย็นนี่เป็นโอกาสดีที่เขาได้รับ นับตั้งแต่เขาทำผิดพลาดในวันนั้น หวังว่าครั้งนี้จะไม่มีข้อผิดพลาดใด ๆ อีก
  ”องค์ราชากระหม่อมได้มอบหมายให้ผู้ใต้บังคับบัญชาที่ไว้ใจได้ที่สุด ส่งจดหมายถึงหูไป่เว่ยเป็นการส่วนตัว ทรงมั่นพระทัยได้เลยว่า หากราชินีไปที่เมืองชายแดนจริง ๆ พระนางจะต้องทรงปลอดภัยอย่างแน่นอน”
  “เจ้าได้มอบรูปพระราชินีแก่หูไป่เว่ยหรือไม่?”
  ใบหน้าของฮัวหยูแข็งค้างภาพเหมือน ? ภาพเหมือนของราชินีกระนั้นหรือ ?
  ”เอ่อ…” เขาปาดเหงื่อบนหน้าผากอีกครั้ง ก่อนจะพูดเอาตัวรอดว่า “องค์ราชา มีทักษะการปลอมตัวของมนุษย์แบบหนึ่งซึ่งสามารถเปลี่ยนรูปลักษณ์ของพวกเขาได้ เช่นนั้นภาพเหมือนจึงไม่มีประโยชน์ใด ในกรณีที่มีมนุษย์ใช้ทักษะปลอมตัวสวมรอยเป็นราชินี ด้วยปัญญาของหูไป่เว่ยไม่น่าที่จะถูกหลอกอย่างแน่นอน … ”
  สายตาที่มืดมนของตี้คังจับจ้องไปที่ฮัวหยูราวกับจะถามว่า เขากำลังพูดเรื่องใด ?
  ”เพราะฉะนั้น… ” ฮัวหยูเหงื่อออกพลางยิ้มแหย “แค่รูปเหมือนของจี้หยกราชินีนั่นก็น่าจะเพียงพอแล้ว และจี้หยกนั่นก็ผนึกพลังของพระองค์ไว้ ย่อมไม่สามารถเลียนแบบได้ รูปเหมือนของจี้หยก กระหม่อมก็ได้จัดทำขึ้น และส่งต่อไปยังหัวหน้าเผ่าทุกเผ่าก่อนหน้านี้แล้ว และหูไป่เว่ยเองก็มีสำเนานั้นอยู่ในมือด้วยเช่นกัน”
  ครั้งนี้จะต้องไม่มีสิ่งใดผิดพลาดเพราะหากเกิดความผิดพลาดขึ้นอีก องค์ราชาจะเป็นคนแรกที่จัดการเขา ทั้งจะไม่ให้โอกาสเขาได้ทำคุณไถ่โทษอีก
  ตี้คังไม่ได้ถามต่อเขากล่าวอย่างเคร่งขรึมว่า “ไปได้ ให้หัวหน้าเผ่าทั้งหมดมาพบข้า แดนอสูรใกล้จะพร้อมแล้ว รอให้บรรดาคนที่เข้าไปฝึกฝนตนในดินแดนลับกลับมายังแดนอสูรเสียก่อน เมื่อนั้นก็จะถึงเวลาที่แดนอสูรและแดนสวรรค์จะทำสงครามกัน !”

บทที่ 952 : อาวุโสสูงสุดแห่งเผ่าปักษา (1)
  ”พะยะค่ะ”
  ฮัวหยูถอนหายใจด้วยความโล่งอกก่อนจะหันหลังเดินไปที่ประตู ทว่าในขณะที่เขากำลังจะเดินไปถึงประตูนั้น เสียงอันเยือกเย็นของตี้คังก็ดังมาจากด้านหลัง
  ”ช้าก่อน!”
  ฮัวหยูหันหลังกลับไปมองตี้คัง”พระองค์ ต้องการบัญชาสิ่งใดอีกหรือพ่ะย่ะค่ะ ?”
  ”ข้ายังไม่อาจวางใจเรื่องราชินีเจ้าจงสั่งให้สัตว์อสูรอื่น ๆ ในเมืองชายแดนไปช่วยปกป้องราชินี ทุกอย่างให้ยึดจากจี้หยกที่ราชาองค์นี้มอบให้ราชินี !”
  ”พะยะค่ะ”
  ฮัวหยูป้องหมัดก่อนจะหันหลังก้าวจากไป ในขณะที่เขาถอยกลับ เขาก็พบว่าทั่วหน้าผากของเขาปกคลุมไปด้วยเหงื่อเย็น ๆ
  โชคดีที่ราชาทำจี้หยกประจำตัวให้ราชินีและจี้หยกนี้เป็นเสมือนหลักฐานยืนยันฐานะของนาง หากมีจี้หยกนี้ในมือ สัตว์อสูรจะไม่กล้าขัดคำสั่งของนาง
  ในเวลาเดียวกัน
  เหนือภูเขาอสูรลูกหมูสีชมพูขยับตัวอ้วน ๆ ก่อนจะวิ่งเข้าไปในป่า
  ด้านหลังเจ้าลูกหมูสีชมพูชายหนุ่มรีบเร่งฝีเท้าของเขาไล่กวดตามไป เขาคิดไม่ออกจริง ๆ ว่า เหตุใดเจ้าหมูอ้วนขนาดนี้ ทว่ากลับวิ่งได้เร็วมาก ?
  ด้านหลังชายหนุ่มมีอีกสองคนคนหนึ่งเป็นผู้ใหญ่และอีกคนเป็นเด็ก
  สตรีที่เป็นผู้ใหญ่นั้นสวยสง่าในอาภรณ์สีแดงเพลิงนางกำลังจับจูงมือเด็กหญิงตัวเล็ก ๆ น่ารักน่าเอ็นดู ทั้งสองก้าวเรื่อย ๆ ไม่เร่งรีบทว่าก็ไม่ได้เฉื่อยชา
  “เจ้าหมูน้อยเจ้าพบครอบครัวของเจ้าแล้วหรือยัง ?” ชายหนุ่มขมวดคิ้วนัยน์ตาใสเป็นประกายราวกับน้ำใสสะอาด
  น้ำเสียงของเขาไพเราะมากไม่ต่างกับน้ำพุใสที่ไหลวนอยู่บนภูเขา
  ลูกหมูสีชมพูหันหน้ากลับมามองชายหนุ่มก่อนจะส่งเสียงกรีดร้องสองสามครั้ง จากนั้นมันก็ยังคงเร่งรุดไปข้างหน้า โดยการบิดร่างอ้วนของมันเดินไปตามทางโดยไม่หันกลับมามองอีก
  ทันใดนั้นชนเผ่าหนึ่งก็ปรากฏกายขึ้นเบื้องหน้า ดวงตาของเจ้าหมูแทบจะถลน มันกระโดดตัวลอยด้วยความตื่นเต้น มันรีบวิ่งเข้าไปหาชนเผ่านั้นพร้อมกับส่งเสียงกรีดร้อง
  อารมณ์ของหมูน้อยพลุ่งพล่านมากในช่วงหลายปีที่ผ่านมา มันเดินเตร็ดเตร่กับโม่หลี่ชางโดยไม่เคยรู้ว่าวงศาคณาญาติของมันเป็นใคร ตอนนี้ในที่สุดมันก็มีโอกาสได้พบกับญาติพี่น้องของตนเอง จะให้มันอยู่เฉยได้อย่างไร ?
  ในขณะที่เจ้าลูกหมูกำลังจะพุ่งเข้าไปหาชนเผ่านั้นจู่ ๆ แสงสว่างวาบสองดวงก็พุ่งลงมาจากท้องฟ้า ดาบเย็นเยียบสองเล่มพาดลงบนตัวเจ้าลูกหมู
  “ผู้ใดกันที่กล้าบุกเข้ามาในเผ่าปักษาของข้าโดยไม่ได้รับอนุญาต”
  หมูน้อยตื่นเต้นมากทั้งมันก็หวาดกลัวด้วย ความตกใจทำให้มันร้องครวญคราง เสียงของมันเต็มไปด้วยความโศกเศร้าดังก้องไปทั่วทั้งราวป่า
  ไม่ไกลออกไปครั้นโม่หลี่ชางที่กำลังเดินช้า ๆ ได้ยินเสียงร้องของเจ้าลูกหมูก็ตื่นตกใจ เขารีบวิ่งไปยังทิศทางที่เจ้าลูกหมูกำลังมุ่งหน้าไปด้วยความเร็วสุดพลัง
  แววตาของไป๋หยานเคร่งเครียดนางกอดเสี่ยวหลงเอ๋อไว้ในอ้อมแขน ร่างของนางสว่างวาบ พุ่งแซงโม่หลี่ชางออกไปราวกับสายฟ้า
  ”อู๊ด”
  เจ้าลูกหมูถูกผู้คุ้มกันสองคนที่ร่อนลงมาจากท้องฟ้าตรงเข้าขนาบกีบเท้าทั้งสี่ของมันถูกมัดแน่น มันร้องสะอึกสะอื้นรันทดเสียดแทงหัวใจ
  ในขณะนี้ผู้คุ้มกันทั้งสองไม่ทันสังเกตเห็นว่า ทันทีที่เจ้าลูกหมูร้องไห้ เมฆสีเลือดบนท้องฟ้าก็เกิดการเปลี่ยนแปลง ท้องฟ้ามืดลงอย่างเห็นได้ชัด
  ”ปล่อยมันเดี๋ยวนี้!”
  เพียงไม่กี่ก้าวไป๋หยานก็มาหยุดยืนเบื้องหน้าเจ้าลูกหมู แววตาของนางเย็นชา ขณะที่ตะคอกด้วยน้ำเสียงลุ่มลึก
  ครั้นเจ้าลูกหมูเห็นว่าผู้ช่วยมาถึงแล้วน้ำตาของมันก็ไหลพราก มันไม่กลัวผู้คุ้มกันทั้งสองอีกต่อไป กลับกันมันจ้องมองพวกเขาอย่างดุร้ายแทน
  ”ช่างกล้านัก!” ผู้คุ้มกันเผ่าปักษาไม่แสดงสีหน้าใด ๆ “เผ่าปักษาของเราหาใช่สถานที่ที่เจ้าจะสามารถล่วงล้ำเข้ามาได้ไม่ หากเจ้ายอมจากไปแต่โดยดี ข้าจะไว้ชีวิตของเจ้า !”

บทที่ 953 : อาวุโสสูงสุดแห่งเผ่าปักษา (2)
  เผ่าปักษา?
  นัยน์ตาของไป๋หยานฉายแววยิ้มเยาะ”นี่คือเขตปกครองของเผ่าปักษากระนั้นหรือ ?”
  เผ่าปักษา…ฐานะของเผ่าปักษาในอาณาจักรอสูรสูงส่งทัดเทียมกับเผ่ามังกรเช่นนั้นผู้คุ้มกันของเผ่าปักษาจึงมีความหยิ่งผยอง และมองไม่เห็นสัตว์อสูรชนิดอื่นอยู่ในสายตา ยิ่งไปกว่านั้น สัตว์อสูรนั่นยังเป็นเพียงหมู ?
  เจ้าลูกหมูสีชมพูตัวนี้มองแค่แวบเดียวก็เห็นแล้วว่าไม่มีพลังโจมตีใด ๆ เลย เผ่าหมูเป็นเผ่าที่อ่อนแอที่สุด เช่นนั้นเขาจึงกล้ามัดหมูตัวนี้ไว้
  “ท่านแม่ข้าบอกให้ปล่อย ไม่ได้ยินหรือไง ?”
  ความโกรธเปล่งประกายริบหรี่ในดวงตากลมโตของเสี่ยวหลงเอ๋อนางปล่อยมือของไป๋หยาน จากนั้นก็ก้าวไปข้างหน้าสองก้าว ใบหน้าเล็ก ๆ ของนางเต็มไปด้วยโทสะ
  สำหรับเสี่ยวหลงเอ๋อแล้วคำพูดของไป๋หยานถือเป็นคำสั่งของราชินี ไม่ใช่แค่นางเท่านั้น ทุกคนไม่ได้รับอนุญาตให้ฝ่าฝืนคำสั่ง !
  ”ข้าคือผู้เฝ้าประตูเผ่าปักษาไม่มีผู้ใดได้รับอนุญาตให้เข้าไปในดินแดนของเผ่าปักษา ผู้กระทำผิดจะต้องถูกสังหารอย่างไร้ปรานี !”
  ผู้คุ้มกันเผ่าปักษากล่าวด้วยสีหน้าเย็นชา
  หน้าอกของเสี่ยวหลงเอ๋อยืดขึ้นด้วยความโกรธความโกรธทั้งหมดหลั่งไหลเข้ามาในลำคอของนาง พลันเสียงคำรามของมังกรอันสั่นสะท้านโลกก็พ่นออกมาจากปากของนาง ลมพัดแรงขึ้นในทันที กระแสลมเหล่านั้นร้อนระอุ
  แน่นอนว่าเสียงคำรามของมังกรตัวนี้ทำให้ผู้คุ้มกันเผ่าปักษานิ่งงัน
  “เจ้า…มาจากเผ่ามังกรกระนั้นหรือ?” ใบหน้าของผู้คุ้มกันเผ่าแลดูน่าเกลียด
  เด็กน้อยคนนี้คือคนเผ่ามังกร?
  สถานะของเผ่ามังกรและเผ่าปักษาค่อนข้างทัดเทียมกัน หากเขามีเรื่องกับเผ่ามังกรจริง ๆ ผู้อาวุโสคงจะไม่ให้อภัยพวกเขาเป็นแน่
  ณเผ่าปักษา ที่อยู่ลึกเข้าไปในภูเขา ชายชราที่มีเรือนผมสีดอกเลา ทว่าใบหน้ายังแลดูอ่อนเยาว์ เหมือนจะรับรู้ได้ถึงเสียงคำรามของมังกร เขาลืมตาขึ้นช้า ๆ รอยยิ้มจาง ๆ พลันปรากฏบนริมฝีปากของเขา
  ”แม้ว่าเผ่าปักษาของข้าจะมีสถานะทัดเทียมเผ่ามังกรทว่าข้าก็ไม่ได้พบพวกเขามานานหลายปีแล้ว ไม่รู้ว่าลูกหลานของเผ่ามังกรคนไหนมาเยือนถึงที่นี่ ?”
  หลังจากกล่าวจบชายชราก็ค่อยๆ ลุกขึ้นจากเสื่อ
  เขาสวมเสื้อคลุมสีขาวราวกับหิมะร่างของเขาไม่ต่างกับต้นสนยืนสู้สายลม แลดูคล้ายเทพเซียนที่เป็นอมตะและน่าเกรงขาม
  ”ไปตามข้าไปพบกับทายาทมังกร”
  “ขอรับ…ท่านผู้อาวุโส!”
  ครั้นผู้คนที่รออยู่นอกประตูได้ยินคำสั่งของผู้อาวุโสใหญ่ต่างก็ตอบรับและก้าวตามหลังเขาไป
  ผู้อาวุโสใหญ่เหลือบมองท้องฟ้าที่มืดมนนัยน์ตาของเขาเคร่งขรึมลงเล็กน้อย เขารู้สึกราวกับว่าแดนอสูรในปัจจุบันดูเหมือนจะมีบางสิ่งเปลี่ยนแปลงไป ?
  ที่ประตูเผ่าปักษาไป๋หยานห้ามเสี่ยวหลงเอ๋อที่กำลังหุนหันพลันแล่น นางมองผู้คุ้มกันทั้งสองที่เฝ้าประตูพร้อมกับยิ้มเยาะ
  ”ข้ามีความสัมพันธ์กับผู้อาวุโสของเผ่าปักษาของเจ้าข้าเพียงสงสัยว่า เจ้าสามารถเชิญผู้อาวุโสของเผ่าปักษามาที่นี่ได้หรือไม่ ?”
  ย้อนกลับไปในพิธีสถาปนาของนางผู้อาวุโสหลายคนในเผ่าปักษาต่างก็ไปร่วมงานด้วย แม้ว่านางจะจำคนเหล่านั้นได้เพียงเลือนลาง ทว่าภาพของพวกเขาก็พอจะหลงเหลืออยู่ในความทรงจำของนาง
  หากแต่สิ่งที่นางไม่เข้าใจก็คือเผ่าปักษาเป็นเผ่านกและหมูน้อยก็เป็นแค่หมู แม้ว่าหมูตัวนี้จะมีปีกหนึ่งคู่ ทว่าปีกของมันก็เป็นเพียงเครื่องประดับเท่านั้น
  ไม่มีทางเชื่อมต่อกับเผ่าปักษาได้เลย
  ครั้นคำกล่าวของไป๋หยานจบลงเสียงฝีเท้าก็ดังมาข้างหน้า
  ยามนี้ผู้อาวุโสใหญ่ของเผ่าปักษากำลังนำคนในเผ่าเดินมาอย่างช้า ๆ จากระยะไกล เขาเห็นไป๋หยาน และพวกของนางกำลังมีปัญหาขัดแย้งกับผู้คุ้มกันสองคนที่เฝ้าประตูอยู่ หัวใจของเขาพลันเต้นระรัวทันที
  โดยเฉพาะหญิงผู้นี้แลดูคุ้นเคยมากราวกับว่าเขาเคยเห็นนางที่ไหนสักแห่ง หากแต่เขายังจำไม่ได้ …
  ทันใดนั้นร่างที่สวมมงกุฎนกฟีนิกซ์ในชุดแต่งงานพลันปรากฏขึ้นในความคิดของเขาขาของเขาแข็งเย็นเยียบ และสั่นเทา กระทั่งแทบจะล้มลงกับพื้น

บทที่ 954 : อาวุโสสูงสุดแห่งเผ่าปักษา (3)
  ในที่สุดเขาก็จำได้ว่าเคยเห็นหญิงผู้นี้ที่ใด!
  เมื่อนึกถึงตัวตนของไป๋หยานออกแล้วหน้าผากของผู้อาวุโสใหญ่พลันมีเหงื่อพรั่งพรูออกมา เขารีบเข้าไปทักทายนาง “ราชินี…เหตุใดถึงเสด็จมาโดยไม่มีผู้ใดแจ้งข่าวคราวเลย กระหม่อมจะได้ออกมาต้อนรับพระองค์ก่อน”
  ราชินี?
  ผู้คุ้มกันสองคนของเผ่าปักษาตัวแข็งค้างเขาหันศีรษะไปมองผู้อาวุโสใหญ่ที่กำลังยิ้มประจบ
  “ท่านอาวุโสท่านจะบอกว่านาง … เป็นราชินีงั้นหรือ ?”
  ผู้อาวุโสขมวดคิ้วนัยน์ตาเย็นชาของเขากวาดไปมองผู้คุ้มกันทั้งสอง พลางกล่าวอย่างเย็นเยียบ “เจ้าพบองค์ราชินีแล้ว เหตุใดยังไม่รีบคารวะ ?”
  แม้ว่าเดิมทีในใจของพวกเขาจะยังคงมีความหวังริบหรี่ทว่าคำกล่าวของผู้อาวุโสใหญ่ทำให้พวกเขาเหมือนตกนรกทั้งเป็น พวกเขาสิ้นหวังทันที
  ”พวกเจ้ามัวรีรออะไรอยู่?”
  ครั้นเห็นว่าทั้งสองยังไม่ขยับตัวคิ้วของผู้อาวุโสใหญ่พลันขมวดหนักขึ้น เขาตะโกนเสียงเข้ม
  และด้วยประโยคนี้ผู้คุ้มกันทั้งสองก็คุกเข่าลงกับพื้นทันที ร่างของพวกเขาสั่นเทา ขณะโขกศีรษะกระแทกพื้นอย่างแรง
  ”ราชินีพวกกระหม่อมมีตาหามีแววไม่ มิอาจจดจำราชินีได้ โปรดยกโทษให้พวกกระหม่อมด้วย ราชินีโปรดไว้ชีวิตพวกกระหม่อมด้วย”
  ไป๋หยานยิ้มนางมองผู้คุ้มกันทั้งสองที่คุกเข่าอยู่กับพื้น พลางยิ้มเยาะมุมปาก “ผู้คุ้มกันของเผ่าปักษาหยิ่งผยองยิ่งนัก พวกเขาคิดว่าด้วยอำนาจของเผ่าปักษาแล้ว พวกเขาสามารถทำได้ทุกสิ่งตามแต่ใจต้องการ ! ไม่เพียงทำร้ายคนของข้า ยังคิดจะจับข้าด้วย ไม่รู้ว่าเผ่าปักษาไปเอาความกล้าหาญเช่นนี้มาจากที่ใด !”
  ถ้อยคำของนางทรงอำนาจส่งผลให้หัวใจของผู้อาวุโสสั่นสะท้าน
  ในยามนี้ผู้อาวุโสใหญ่ไม่วางท่าสงบนิ่งเช่นเคยอีกเขาเตะผู้คุ้มกันทั้งสองอย่างดุเดือด
  “พวกเจ้าช่างกล้าหาญชาญชัยนักนะกล้าทำตัวยโสโอหังต่อหน้าราชินี ข้าจะกราบทูลรายงานเรื่องนี้ต่อองค์ราชาตามจริง แล้วคอยดูสิว่าองค์ราชาจะลงโทษพวกเจ้าเช่นไร เผ่าปักษาของข้าจะไม่ช่วยอ้อนวอนเพื่อเจ้าเป็นแน่ !”
  ผู้คุ้มกันเผ่าปักษาเข่าอ่อนทั้งคู่ทรุดตัวลงกับพื้นด้วยความสิ้นหวัง
  ใครๆ ก็รู้ว่าองค์ราชาทั้งรักทั้งเอาอกเอาใจ และตามใจราชินีเพียงใด ต่อให้ไม่ฆ่าพวกเขา ก็เกรงว่านับแต่นี้ไปพวกเขาจะต้องมีชีวิติอยู่อย่างยากลำบาก
  ไป๋หยานยกมือขึ้นพลันแสงสว่างวาบก็ตัดเชือกที่กีบเท้าหมู นางโยนมันกลับไปให้โม่หลี่ชางที่อยู่ด้านหลังนาง
  ”ตรวจดูสิว่าสัตว์เลี้ยงของเจ้าได้รับบาดเจ็บหรือไม่? หากมีร่องรอยบาดเจ็บ เราจะคิดบัญชีนี้กับผู้คุ้มกันเผ่าปักษาทั้งสองคน”
  ”โอ้”
  โม่หลี่ชางตอบเขาเริ่มสำรวจตรวจสอบอาการบาดเจ็บของเจ้าลูกหมูสีชมพู เมื่อเขาเห็นร่างกายของลูกหมูยังคงสมบูรณ์ดี เขาก็โล่งใจ
  ”อู๊ด”
  หมูน้อยใช้กีบเท้าดึงเสื้อของโม่หลี่ชางแน่นมันร้องไห้ทั้งน้ำตาและน้ำมูกไหลเยิ้ม
  มันกลัวแทบตายเลยหัวใจของหมูน้อยเจ็บปวดมาก ยามนี้มันต้องการการเยี่ยวยา
  ครั้นโม่หลี่ชางเห็นการแสดงออกที่น่าสมเพชของเจ้าหมูน้อยแล้วใบหน้าของเขาพลันเปลี่ยนเป็นสีดำ เขาไม่อยากพูดอะไร ทำได้เพียงเม้มริมฝีปาก
  ”ต่อไปอย่าได้วิ่งพล่านเช่นนั้นอีก หากเกิดสิ่งใดขึ้น ข้าจะได้ตรวจสอบก่อน เจ้าควรอยู่ข้างหลังข้าเข้าใจหรือไม่ ?”
  หมูน้อยพยักหน้าอย่างหดหู่วันหน้าไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น มันก็ไม่กล้าที่จะวิ่งนำเขาแล้ว
  เกือบไปแล้วมันเกือบจะไม่ได้พบเจ้านายของมันอีกตลอดกาล …
  ”ราชินี”ผู้อาวุโสหัวเราะเบา ๆ “พระองค์รู้ได้อย่างไรว่าเผ่าปักษาของกระหม่อมอยู่บนภูเขาอสูรนี้ ทั้งยังมาเยือนเผ่าปักษาของกระหม่อมเป็นกรณีพิเศษอีกด้วย หรือว่าราชินีเจตนามาเยี่ยมคนแก่อย่างกระหม่อมด้วยเรื่องสำคัญอันใด ?”
  ใบหน้าของไป๋หยานดำคล้ำ”ท่านคิดมากเกินไป ข้าเพียงถูกตามไล่ล่าสังหารมา ถูกบังคับให้หนีเข้ามาในภูเขาอสูรนี้ ข้าไม่คาดคิดว่าเผ่าปักษาจะอยู่ที่นี่ด้วยซ้ำ”
  ”ตามล่า?” ผู้อาวุโสตกตะลึง “ผู้ใดกันที่กล้าตามล่าราชินี ภูเขาอสูรของกระหม่อมอยู่ไม่ไกลจากชายแดนอาจเป็นคนจากแดนสวรรค์ที่ชายแดนนั่น”

บทที่ 955 : ผู้อาวุโสสูงสุดเผ่าปักษา (4)
  นัยน์ตาของไป๋หยานมีรอยยิ้มเยาะ”ก่อนที่ข้าจะเล่าเรื่องนี้ ข้ามีคำถามที่จะถามท่าน ตี้คังเคยบอกว่า เพื่อข้าแล้ว เขาต้องการที่จะทำลายแดนสวรรค์ หากแต่ข้าไม่รู้ว่าด้วยเหตุใดสัตว์อสูรถึงมีความสัมพันธ์อันดีกับแดนสวรรค์ ทั้งยังร่วมมือกันได้ ?”
  ครั้นได้ยินคำกล่าวของไป๋หยานที่ว่าตี้คังกำลังจะทำลายแดนสวรรค์เพื่อนางปากของผู้อาวุโสใหญ่ของเผ่าปักษาพลันบิดเบี้ยวไปมาสองสามครั้ง และทันทีที่ได้ยินถ้อยคำถัดไปของนาง ใบหน้าชราของเขาก็นิ่งงัน
  ”เป็นไปไม่ได้! ราชาได้มีประกาศิตว่าแดนอสูร และแดนสวรรค์ไม่อาจอยู่ร่วมกันได้ หากสัตว์อสูรตนใดกล้าที่จะยอมจำนนต่อเทพสวรรค์ ให้จัดการกับพวกเขาประหนึ่งผู้ทรยศ !”
  สัตว์อสูรกับเทพสวรรค์ร่วมมือกันกระนั้นรึ? ตลกสิ้นดี ! นี่เป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้เลย !
  ”อ้อ”ไป๋หยานกล่าวพร้อมรอยยิ้ม พลางลูบคางของนาง “เช่นนั้นเหตุใดที่ชายแดนหูไป่เว่ยแห่งเผ่าจิ้งจอกจึงร่วมมือกับคนในแดนสวรรค์ไล่ล่าข้า ทั้งบีบต้อนให้ข้าเข้ามาในภูเขาอสูร”
  ”หูไป่เว่ย?” ผู้อาวุโสใหญ่แห่งเผ่าปักษาโกรธจนกัดฟัน “ไอ้สารเลวคนนี้ กล้าทำเช่นนั้นเชียว !”
  ไอ้สารเลวหูไป่เว่ยราชินีต้องหนีออกจากพระราชวังด้วยความเข้าพระทัยผิดบางประการ ทำให้องค์ราชาทรงเสียพระทัย และท้อแท้ ยากนักกว่าที่พระองค์จะตามตื๊อราชินีให้กลับมาได้อีกครั้ง
  ทว่าไอ้สารเลวคนนี้กลับทำเช่นนี้กระนั้นหรือ? หากว่าราชินีจะเข้าพระทัยผิดอีก ครั้งนี้ผู้ใดจะรับผิดชอบกันล่ะ ?
  ครั้นผู้อาวุโสใหญ่ของเผ่าปักษาหวนนึกถึงความเศร้าโศกของตี้คังในวันนั้นแล้วเขาก็ตื่นตระหนก ก่อนจะรีบอธิบายละล่ำละลักว่า “ราชินีอย่าเข้าพระทัยผิดนะพ่ะย่ะค่ะ หูไป่เว่ยถูกขับออกจากวังนานแล้ว ทั้งแดนอสูรก็ไม่นับเขาเป็นคนของเรา ! การกระทำของเขาไม่เกี่ยวอะไรกับแดนอสูรของเรา พระองค์ต้องทรงไว้พระทัยองค์ราชา ความรักขององค์ราชาที่มีต่อพระองค์นั้นมากมายยิ่งนัก ต่อให้แดนอสูรของเราสั่นสะเทือน องค์ราชาก็ไม่อาจทำร้ายพระองค์ได้หรอก”
  ไป๋หยานหัวเราะ”ผู้อาวุโสข้ารู้ดีว่าเรื่องนี้ไม่เกี่ยวข้องกับตี้คัง หากแต่บุตรสาวของหูไป่เว่ยอ้างว่าข้าต้องการตีสนิทกับตี้คังผ่านตระกูลหู ทั้งหูไป่เว่ย ก็เชื่อถ้อยคำของบุตรสาว”
  ใบหน้าที่กังวลของผู้อาวุโสใหญ่นิ่งอึ้งหลังจากได้ยินเรื่องนี้
  ราชินีจำเป็นต้องพึ่งพาหูไป่เว่ยเพื่อตีสนิทกับองค์ราชากระนั้นหรือ ? ไอ้คนโง่พวกนั้นพูดเรื่องบ้าอะไรนี่ … !
  นางเป็นราชินีเป็นสตรีที่สูงศักดิ์ที่สุดในแดนอสูร หูไป่เว่ยคือใคร ? ก็แค่บุคคลที่ไม่สามารถอยู่ในแดนอสูรได้เท่านั้น
  ”ราชินี…พระองค์…” ใบหน้าของผู้อาวุโสเต็มไปด้วยความตกใจ “พระองค์ไม่ได้แสดงจี้หยกที่องค์ราชาประทานให้กับหูไป่เว่ยหรือ ?”
  ”จี้หยก?”
  ทันทีที่เขากล่าวเช่นนี้ไป๋หยานก็รู้สึกหดหู่มาก นางหยิบจี้หยกออกมา จากนั้นก็โยนให้ผู้อาวุโส
  ”ตอนที่ตี้คังมอบจี้หยกนี้ให้แก่ข้าเขาบอกว่า ทันทีที่ทุกคนในแดนอสูรได้เห็นจี้หยกนี้ พวกเขาก็จะล่วงรู้ฐานะของข้า ขอเพียงข้าแสดงจี้หยกนี้ จะไม่มีสัตว์อสูรผู้ใดกล้าที่จะเพิกเฉยต่อข้า ทว่าจี้หยกนี้ดูเหมือนจะไร้ประโยชน์”
  ”จะเป็นไปได้อย่างไร?”
  ผู้อาวุโสรับจี้หยกพลางเอ่ยถามด้วยความประหลาดใจ
  ไป๋หยานยักไหล่”บุตรสาวของหูไป่เว่ยอ้างว่าไม่เคยเห็นจี้หยกนี้ ทั้งนางยังกล่าวต่อหน้าหูไป่เว่ยว่าจี้หยกของข้านี่ เป็นของที่ขโมยไปจากนาง เช่นนั้น … หูไป่เว่ยจึงตามล่าข้า”
  ผู้อาวุโสใหญ่ส่ายศีรษะ”ไม่น่า…หูไป่เว่ยควรที่จะเคยเห็นจี้หยกนี่แล้ว เพราะแม่ทัพฮัวหยูก็ได้ส่งภาพจี้หยกนี้ไปยังทุกบ้าน”
  เขาหลับตากำจี้หยกไว้ในฝ่ามือแน่นพลางป้อนพลังเข้าไปในจี้หยก ทันใดนั้นจี้หยกก็มีแรงกดดันอย่างรุนแรง กระทั่งผู้อาวุโสใหญ่ต้องคุกเข่าลงกับพื้น
  หลังจากนั้นไม่นานสีหน้าของเขาก็เริ่มดีขึ้นเล็กน้อย
  ”จี้หยกนี่เป็นของแท้เพื่อป้องกันไม่ให้สัตว์อสูรเลียนแบบจี้หยกนี่ได้ องค์ราชาได้ผนึกพลังของพระองค์ไว้ในนั้นเป็นพิเศษ ขอเพียงสัตว์อสูรส่งพลังฉีแท้ของตนเข้าไป ก็จะสัมผัสได้ถึงพลังนี้ และพิสูจน์ได้ว่าเป็นจี้หยกแท้”

>กลับหน้าหลักHOMEจิ้ม<

Prev
Next

Comments for chapter "บทที่ 951-955"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Aileen Novel
  • หน้าหลัก HOME
  • COOKIE POLICY

© 2020 - 2023 ไอรีนโนเวล นิยายอ่านฟรีทุกวัน เว็บอ่านนิยาย pdf ไอรีนโนเวล “aileen-novel.online” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน นิยายชื่อดัง ตอนล่าสุด "ฮณ๊ฯดฯฌซ, อ่านฟรี อ่านเพลินอ่านทั้งวันกับไอรีนโนเวลออนไลน์

Sign in

Lost your password?

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย

Sign Up

Register For This Site.

Log in | Lost your password?

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย

Lost your password?

Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย