Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Contact
ค้นหานิยาย
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Contact
Sign in Sign up

จิ้งจอกจอมซ่าส์ กับหม่ามี้หมอเทวดาพลิกสวรรค์ - บทที่ 821-825

  1. Home
  2. จิ้งจอกจอมซ่าส์ กับหม่ามี้หมอเทวดาพลิกสวรรค์
  3. บทที่ 821-825
Prev
Next

ไม่เห็นนิยายอัปเดตใช่ไหม?
>>จิ้มที่นี่ได้เลย<<

บทที่ 821 : แดนอสูรวิกฤติ (6)
  ภายใต้ภูเขาศักดิ์สิทธิ์
  หัวใจของเหล่าผู้อาวุโสเต้นแรงขึ้นเมื่อพวกเขาเห็นว่า พวกเขากำลังจะเข้าสู่ภูเขาศักดิ์สิทธิ์ รอยยิ้มแห่งความสุขพลันปรากฏบนใบหน้าของพวกเขา
  ทว่าในเวลานี้อาวุโสเหว่ยก็รีบคว้าตัวเด็กสาว พลางจ้องมองผู้อาวุโสแห่งแดนอสูรด้วยสายตาเย็นชา
  ”เจ้าแน่ใจหรือว่าราชาแห่งแดนอสูรอยู่ในภูเขาแห่งนี้ ?”
  อาวุโสสี่ขมวดคิ้วต่างมองตากันด้วยประกายแสงที่ฉลาดเฉลียว “ใช่แล้ว องค์ราชาของพวกเราอยู่ที่นี่จริง ๆ เจ้าต้องการพบราชาของพวกเรามิใช่หรือ ? หากใช่ก็ตามข้ามา”
  อาวุโสเหว่ยหัวเราะเบาๆ เขาหันไปมองหญิงสาวที่แลดูใจร้อนข้าง ๆ พลางเชิดริมฝีปากขึ้นเล็กน้อย “คุณหนู ภูมิประเทศของสถานที่แห่งนี้ซับซ้อนมาก หากท่านขึ้นไปบนภูเขา ข้าเกรงว่าท่านจะเหนื่อยล้ามากเกินไป หากราชาถูกลิขิตให้มาเป็นสัตว์เลี้ยงของท่านจริง ๆ แล้ว ก็ให้เขาลงมาพบท่านเอง ไม่มีเหตุผลที่ท่านจะต้องไปพบเขาด้วยตนเองเช่นนี้”
  แววตาของหญิงสาวพลันสว่างไสวขึ้นใบหน้าที่ไร้ความสุขของนางพลันหายไปอย่างไร้ร่องรอย
  ”ก็สมเหตุสมผลดีราชาของเจ้าอยู่ที่ใด ? ให้เขาลงมาพบข้า !”
  นางสะบัดแขนเสื้อพลางนั่งลงบนตอไม้ จากนั้นก็มองไปที่ผู้อาวุโสทั้งหลาย
  ใบหน้าของผู้อาวุโสทุกคนเปลี่ยนไปชั่วพริบตาอีกไม่กี่ก้าวเท่านั้น หากเขาหลอกล่อคนเหล่านี้เข้าสู่เขตภูเขาศักดิ์สิทธิ์ได้ ด้วยความแข็งแกร่งของ วิหคอัคคี นางย่อมสามารถสังหารคนเหล่านี้ได้อย่างแน่นอน !
  ”ข้ารู้แล้ว… ราชาของเจ้าไม่ได้อยู่ในแดนอสูรนี้หรอก ใช่หรือไม่ ?” อาวุโสเหว่ยยิ้มเยาะพร้อมแสดงสีหน้าเย้ยหยัน
  หญิงสาวตัวแข็งไปชั่วครู่หนึ่งนางเห็นรอยยิ้มของอาวุโสเหว่ย ก่อนจะหันไปมองผู้อาวุโสสี่แห่งแดนอสูร ดวงตาของนางเต็มไปด้วยความโกรธเคือง “ตาแก่พวกนี้กล้าโกหกข้า พวกเจ้าจับตาเฒ่าพวกนั้นมาให้ข้าที ข้าจะดูสิว่าราชาอสูรของพวกเขาจะมาช่วยพวกเขาหรือไม่ !”
  *****
  ช่วงเวลาเดียวกันนั้นเองณ บริเวณชายแดนรอยต่อระหว่างแดนอสูร และโลกมนุษย์ ชายในอาภรณ์สีม่วงเหาะมาอย่างว่องไวราวสายลมพัด เรือนผมสีเงินของเขาโบกสะบัดเปี่ยมเสน่ห์ครองใจของผู้คนเช่นเคย
  ส่วนสตรีข้างกายเขานางอยู่ในชุดสีแดงเพลิง เส้นผมยาวสลวยทิ้งสยายราวน้ำตก ใบหน้าที่งดงามของนางราวภาพวาดงดงามอัศจรรย์ใจแก่มนุษย์ทุกคน
  บนหลังของมังกรทองมีเด็กน้อยอ่อนเยาว์น่าเอ็นดูสองคนยืนอยู่ช่างงดงามราวเทพบุตรและเทพธิดาน้อย ๆ ทั้งสองต่างมีผิวสีชมพูเปล่งปลั่ง น่ารัก บริสุทธิ์ และไร้เดียงสา
  ”หยานเอ๋อเราจะถึงแล้ว” ตี้คังเห็นศพที่นอนระเกะระกะบนพื้นบริเวณชายแดนของแดนอสูร นัยน์ตาเรียวคมเครียดเคร่งขึ้นเล็กน้อย มีประกายแสงเย็นยะเยือกส่องผ่านดวงตาของเขาอย่างเงียบ ๆ “ข้าจากแดนอสูรไปเพียงไม่นาน ผู้ใดกล้าบุกรุกแดนอสูรของข้า !”
  ไป๋หยานขมวดคิ้ว”แล้วราชครูล่ะ ?”
  ปกติราชครูจะรู้ทุกเรื่องก่อนพวกเขาเสมอ
  ตามรายงานหญิงผู้นั้นต้องการมาที่อาณาจักรอสูรเพื่อจับสัตว์อสูร เช่นนั้นนางจึงสังหารสัตว์อสูรมากมายในอาณาจักรนี้ กระทั่งสัตว์อสูรที่มีความสามารถเหล่านั้นต้องลี้ภัยออกจากอาณาจักรสัตว์อสูรเพื่อไม่ให้ถูกจับ
  นัยน์ตาของตี้คังหรี่ลง”เพราะยอดฝีมือตัวจริงของแดนอสูรต่างก็ออกไปฝึกฝนกันหมด ไม่หลงเหลืออยู่ในสถานที่แห่งนี้เลย ที่นี่มีเพียงราชครูและผู้อาวุโสใหญ่เท่านั้นที่สามารถรับมือเรื่องเหล่านี้ได้”
  วิหคอัคคีไม่สามารถออกจากภูเขาศักดิ์สิทธิ์ได้เช่นนั้นเขาจึงไม่ได้นับรวม
  เนื่องจากแดนอสูรมีผนึกขวางกั้นจึงไม่สามารถสื่อสารกับโลกภายนอกได้ ที่นี่จึงไม่มีอันตรายใด ๆ มากล้ำกราย เนื่องจากแยกขาดจากโลก ก่อนหน้านี้เขาจึงอยากจะส่งมอบอาณาจักรนี้เป็นของหมั้นให้กับไป๋หยานแทนอย่างอื่น
  ส่วนพวกยอดฝีมือคนอื่นๆ เมื่อฝึกฝนถึงขีดจำกัด พวกเขาจะถูกส่งไปที่อาณาจักรลับเพื่อฝีกฝนต่อ เช่นนั้น ในแดนอสูรนี้ นอกจากผู้อาวุโสใหญ่แล้ว บรรดาผู้อาวุโสคนอื่น ๆ ต่างก็เป็นเพียงผู้ติดตามเท่านั้น โดยเฉพาะเมื่อราชครูไม่ได้อยู่ที่นี่ด้วย !
  ”ป๊ะป๋าวายร้าย”จู่ ๆ นัยน์ตาของไป๋เสี่ยวเฉินก็สว่างไสวขึ้น “เฉินเอ๋อก็จะไปยังอาณาจักรลับเพื่อฝึกฝน เฉินเอ๋อจะพัฒนาความแข็งแกร่งเพื่อปกป้องหม่ามี้”
  ***จบบทแดนอสูรวิกฤติ (6)***

บทที่ 822 : เขาคือราชาแห่งแดนอสูร (1)
  ”ดีมาก”
  ตี้คังยกมือขึ้นวางลงบนศีรษะของไป๋เสี่ยวเฉิน
  เดิมทีที่เขาไม่ส่งบุตรชายไปยังอาณาเขตลับก็เป็นเพราะเขากลัวพลังอสูรในตัวของไป๋เสี่ยวเฉิน ทว่าตอนนี้เขาควบคุมพลังในร่างของเด็กน้อยไว้ได้แล้ว คงจะไม่มีปัญหาอะไรนัก
  *****
  ภายใต้ภูเขาศักดิ์สิทธิ์
  กลุ่มองครักษ์โอบล้อมเหล่าผู้อาวุโสไว้ทันใดนั้นเองบรรยากาศก็พลันอึมครึม
  ”ฮ่าฮ่าฮ่า!” ผู้อาวุโสสี่หัวเราะร่า เสียงหัวเราะของนางช่างห้าวหาญ นัยน์ตาของนางเต็มไปด้วยรังสีโหดเหี้ยม “ใช่แล้ว องค์ราชาของเราไม่ได้อยู่ในแดนอสูรจริง ๆ แหละก็แล้วไงล่ะ ? ตอนนี้พวกเจ้าก็มาถึงตีนเขาศักดิ์สิทธิ์แล้ว ขอเพียงเราเข้าไปยังภูเขาศักดิ์สิทธิ์ได้ เจ้าก็ไม่สามารถทำอะไรเราได้ หากไม่เชื่อพวกเจ้าก็ลองดู”
  แม้ว่าพวกเขาจะไม่สามารถหลอกล่อคนเหล่านี้เข้าไปในภูเขาศักดิ์สิทธิ์ได้ทว่าตราบใดที่พวกเขาเดินเข้าไปในภูเขาศักดิ์สิทธิ์คนพวกนี้ก็ไม่สามารถทำอะไรพวกเขาได้อยู่ดี
  หากคนเหล่านี้บุกเข้าไปในภูเขาศักดิ์สิทธิ์ท่านวิหคอัคคีก็สามารถจัดการพวกมันได้ !
  ดวงตาของอาวุโสเหว่ยเคร่งขรึมลงเขามองภูเขาศักดิ์สิทธิ์ซึ่งตั้งตระหง่านอยู่ด้านหลังเหล่าผู้อาวุโสแดนอสูรอย่างอึดอัดใจเล็กน้อย
  ”ถอนกำลัง!”
  ครั้นเห็นว่าคนเหล่านั้นไม่ได้กล่าวคำใดผู้อาวุโสสี่ก็หรี่ตา นางอาศัยประโยชน์จากช่วงเวลานี้โบกมือให้พวกองครักษ์ที่อยู่ด้านหลังเดินเลี่ยงผ่านคนกลุ่มนั้น และวิ่งไปยังภูเขาศักดิ์สิทธิ์อย่างรวดเร็ว
  อยู่บนเขาไยต้องกลัวจะไม่มีฟืนสิ่งสำคัญที่สุดก็คือการรักษาชีวิตไว้
  ในขณะที่ผู้อาวุโสหลายคนกำลังรีบเร่งไปยังภูเขาศักดิ์สิทธิ์พวกเขาก็ไม่ลืมที่จะหันศีรษะไปมองข้างหลัง
  แล้วพวกเขาก็เห็นสิ่งที่ทำให้ใจตื่นตระหนกหวาดกลัว
  แม่เฒ่าหวง…ไม่รู้ว่านางโผล่มาจากที่ใดทว่านางถูกชายชราข้างกายหญิงสาวคนนั้นจับตัวไว้ได้ มือของชายชราบีบคอของนางแน่น ใบหน้าของเขาช่างโฉดชั่ว
  ”ข้าได้ยินมาว่าสัตว์อสูรรักใคร่กลมเกลียวกันมาก พวกเจ้ากล้าปล่อยยายเฒ่านี่แล้วหนีเอาตัวรอดกระนั้นหรือ ?”
  ”ท่านแม่!”
  หวงฉีรู้สึกหงุดหงิดทันทีที่เห็นหญิงชราถูกจับ ร่องรอยแห่งความเศร้าซ่อนอยู่ในน้ำเสียงของเขา
  หากรู้ว่าจะเป็นเช่นนี้เขาจะกักตัวหญิงชราไว้ที่บ้าน จะเป็นการดีกว่าที่จะปล่อยให้นางต้องเผชิญกับอันตรายเช่นนี้
  ฝีเท้าของเหล่าผู้อาวุโสแดนอสูรถูกบังคับให้หยุดชะงักพวกเขาจ้องมองชายชราผู้ซึ่งกุมคอแม่เฒ่าหวง แววตาของพวกเขาเต็มไปด้วยความเย็นชาสีหน้าของพวกเขาเต็มไปด้วยความเศร้าสลด
  ”เจ้าทำได้เพียงข่มขู่หญิงแก่ๆ คนหนึ่งกระนั้นรึ ? ปล่อยนางเดี๋ยวนี้นะ!”
  เหล่าผู้อาวุโสพูดใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความโกรธ พวกเขากัดฟัน ขณะจ้องมองอาวุโสเหว่ย
  อาวุโสเหว่ยกล่าวเยาะขึ้นว่า”เจ้าคิดว่าข้าโง่ให้พวกเจ้าล่อหลอกมายังภูเขาแห่งนี้ง่าย ๆ กระนั้นหรือ ? นับตั้งแต่วินาทีที่ข้าก้าวเข้ามาในสถานที่แห่งนี้ ข้าก็รู้ว่ามีบางอย่างผิดปกติ หากข้าเข้าไปในภูเขานี้ ข้าคงจะตกหลุมพรางของพวกเจ้า แต่เสียใจนะที่ทำให้พวกเจ้าต้องผิดหวัง !”
  สีหน้าของผู้อาวุโสสี่และคนอื่นๆ เปลี่ยนไปเล็กน้อย ไม่คาดคิดเลยว่าสัญชาตญานระแวงภัยของอาวุโสเหว่ยจะแข็งแกร่งมาก
  เพียงเข้ามาสัมผัสภูเขาศักดิ์สิทธิ์เขาก็สามารถรู้สึกได้ถึงอันตราย…
  ”เจ้า…ปล่อยท่านแม่ข้านะ!” หวงฉีรีบเข้าไปหาอาวุโสเหว่ยด้วยความกราดเกรี้ยว
  ก่อนที่เขาจะทันเข้าถึงอาวุโสเหว่ยเขาก็เห็นอาวุโสเหว่ยโบกแขนเสื้อของ ตนขึ้น จากนั้นพลังอันแข็งแกร่งก็พุ่งเข้าชนร่างของหวงฉี กระทั่งร่างของหวงฉีถอยกลับไปสองสามก้าว เลือดกระอักออกมาเต็มปากเขา ดวงตาของเขาแดงก่ำ เขาจ้องมองชายชราด้วยสายตาดุดัน
  ”ข้าบอกให้เจ้าปล่อยท่านแม่ของข้า!!!”
  เมื่อเทียบกับความหวาดกลัวและความแค้นของหวงฉีแล้ว หวงฮูหยินกลับรู้สึกสงบกว่าอย่างเห็นได้ชัด นางอาบน้ำร้อนมาก่อน นางจะมัวกลัวความตายกระนั้นหรือ ?
  เช่นนั้นการแสดงออกของนางจึงสงบและไม่เปลี่ยนแปลงใดๆ
  ”เห็นยายแก่อย่างข้าเป็นคนรักตัวกลัวตายกระนั้นรึ? คิดจะข่มขู่ข้า เจ้าคิดผิดแล้ว ! ลูกชายเจ้าไปก่อนเถอะ อย่าให้หลานของข้าต้องกลายเป็นคนไร้ญาติขาดมิตร
  ***จบบทเขาคือราชาแห่งแดนอสูร (1)***

บทที่ 823 : เขาคือราชาแห่งแดนอสูร (2)
  แม่เฒ่าหวงไม่เสียใจเลยที่ติดตามมาที่นี่! คนเหล่านี้สร้างปัญหาให้กับแดนอสูร นางไม่อาจวางเฉยอยู่ได้ นางอาศัยอยู่ในสถานที่แห่งนี้มาหลายปีย่อมจะจงรักภักดีกับแดนอสูร
  ”ท่านแม่!” หวงฉีน้ำตาพรั่งพรู น้ำตาแห่งความเจ็บปวดร่วงหล่นจากดวงตาของเขา
  เขาเชื่อฟังมารดาของเขามาตลอดชีวิตทว่าครานี้เขาจะไม่ยอมเชื่อฟังนาง
  ”ข้าบอกให้เจ้าไปไง!” แม่เฒ่าหวงโกรธ
  เส้นผมที่ขมับของนางเปลี่ยนเป็นสีขาวขึ้นแล้วนับตั้งแต่หวงเสี่ยวหยิงจากไปใบหน้าที่เคยได้รับการดูแลอย่างดีนั้นพลันแก่และเสื่อมโทรม ทว่าในเวลานี้ใบหน้าชราภาพกลับเต็มไปด้วยความโกรธเคือง ปรากฏแววโมโหในดวงตาของนาง
  หวงฉีกัดริมฝีปากของตนเขายืนนิ่งเงียบจ้องมองอาวุโสเหว่ย และคนอื่น ๆ ด้วยสายตาที่แสดงออกถึงความเกลียดชัง
  ”คิดจะหนีงั้นหรือ? ข้าเกรงว่าแม้เขาอยากจะไปก็อาจจะไปไม่ได้ ?” อาวุโสเหว่ยหัวเราะเยาะ พลางเงยหน้าขึ้นมองเหล่าผู้อาวุโสแห่งอาณาจักรอสูร “เจ้าลองตัดสินใจดู จะลงจากภูเขานี้ หรือดูข้าสังหารหญิงชราคนนี้แทน ?
  ผู้อาวุโสหยุดพวกเขายืนอยู่บนยอดเขา พลางมองหวงฉีผู้ซึ่งกำลังหวาดกลัว และแม่เฒ่าหวงที่ดื้อรั้น
  “อาวุโสเหว่ย”เด็กสาวขมวดคิ้วอย่างขัดใจ “เรามัวเสียเวลาทำเรื่องไร้สาระกับคนพวกนี้ทำไม ? แค่ขึ้นเขาไป ข้าไม่เชื่อว่าจะมีอันตรายใด ๆ บนภูเขาลูกเล็ก ๆ นี้หรอก”
  หลังจากกล่าวจบนางก็เริ่มเดินเข้าไปที่ภูเขาศักดิ์สิทธิ์ที่มีรัศมีสีขาว
  ทว่า…
  ทันทีที่หญิงสาวก้าวเท้าออกไปอาวุโสเหว่ยก็คว้าตัวนางไว้
  เขายิ้มอย่างขมขื่นพลางพยายามโน้มน้าวใจนางอย่างอดทนว่า “คุณหนู ความรู้สึกข้าไม่ผิดแน่ น่าจะมีกับดักบางอย่างบนภูเขาลูกนี้ เราเองก็ไม่ได้นำยอดฝีมือ หรือเตรียมการใด ๆ มา กรณีนี้ รออยู่ที่นี่น่าจะเป็นการดีกว่า”
  ผู้อาวุโสสี่ไม่อาจทำใจทนดูแม่เฒ่าหวงถูกคนกลุ่มนี้สังหารต่อหน้าต่อตานางไม่อาจทนเห็นเรื่องนี้ได้
  หาก… หากไม่ใช่เพราะวิหคอัคคีชอบความสงบเงียบ ทั้งไม่ต้องการถูกรบกวน นางคงจะพาทุกคนในแดนอสูรมาอาศัยบนภูเขาศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้นานแล้ว
  ก่อนหน้านี้นางยังกังวลว่า วิหคอัคคีจะหงุดหงิดที่กล้าปล่อยให้คนอื่น ๆ ขึ้นไปบนภูเขา …
  “ครานี้ดูเหมือนว่าพวกเราจะจนแต้มแล้วจริง ๆ ”
  ผู้อาวุโสสี่ยิ้มอย่างขมขื่นนางตัดสินใจอย่างเด็ดขาด ก่อนจะเดินลงจากภูเขา
  ”หัวหน้าเผ่าหวงข้าเคยติดค้างบุญคุณท่าน และในครั้งนี้ ข้าจะทดแทนให้ท่าน”
  ยามที่ดวงตามุ่งมั่นของนางมองไปที่หวงฉีอีกครั้งรอยยิ้มที่สิ้นหวังพลันปรากฏขึ้นที่มุมปากของนาง แม้แต่การแสดงออกของนางก็แลดูหดหู่ลง
  ถึงแม้ว่าผู้อาวุโสสี่จะถูกจัดอันดับว่าอยู่อันดับสี่ในกลุ่มผู้อาวุโสทั้งนางยังเป็นคนที่อายุน้อยที่สุด ทว่าด้วยความสามารถที่โดดเด่นของนาง ทำให้นางได้รับเลือกเข้าสู่กลุ่มผู้อาวุโส และได้อันดับที่สี่ตามความแข็งแกร่งของตน
  ก่อนหน้านี้ผู้อาวุโสสี่เคยได้รับบาดเจ็บสาหัสแล้วหวงฉีบังเอิญไปพบนางเข้า เขาจึงช่วยชีวิตนางไว้
  บุญคุณในครั้งนั้นนางยังจดจำใส่ใจอยู่เสมอ !
  ครั้นแม่เฒ่าหวงเห็นว่าผู้อาวุโสสี่กำลังจะเดินลงมาจากภูเขาศักดิ์สิทธิ์นางก็กล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงเป็นกังวล “ข้าไม่ต้องการใคร ! พวกเจ้าไปซะไว ๆ ! คนแก่อย่างข้าอยู่ไปก็ไร้ค่า ! พวกเจ้าไปซะ !”
  ผู้อาวุโสสี่ไม่ลังเลใดๆ นางลงมาจากภูเขาศักดิ์สิทธิ์ทันที
  ครานี้แม่เฒ่าหวงตื่นตระหนกหัวใจของนางเต็มไปด้วยความสำนึกผิด ที่ทำให้ทุกคนเป็นห่วงกังวลกันไปหมด
  นางไม่กลัวความตายทั้งไม่เสียใจกับการตัดสินใจใด ๆ ในครั้งนี้ หากแต่ … เมื่อนางคิดว่าพฤติกรรมที่เห็นแก่ตัวของนางได้ลากคนอื่นลงมาลำบากไปด้วย สีหน้าของนางก็ซีดขาว นางมองผู้อาวุโสสี่ด้วยความตื่นตระหนก
  ”ฮ่าๆ ๆ ๆ !”
  อาวุโสเหว่ยเองก็ไม่ใช่คนไร้จิตใจเช่นนั้นเขาจึงผลักแม่เฒ่าหวงออกไป จากนั้นร่างของเขาก็เปลี่ยนเป็นสายฟ้า พุ่งไปอยู่ข้างหลังอาวุโสสี่ในทันที
  ***จบบทเขาคือราชาแห่งแดนอสูร (2)***

บทที่ 824 : เขาคือราชาแห่งแดนอสูร (3)
  สายลมอันดุดันพุ่งจากฝ่ามือของเขาเร็วแรงกว่าสายฟ้าผ่า รัศมีอันทรงพลังแผ่กระจายไปทั่วเขา ทำให้ร่างของผู้อาวุโสสี่แข็งทื่อ
  กล่าวได้ว่าเพราะร่างของนางยังคงแข็งค้าง ทำให้สายเกินกว่าที่ผู้อาวุโสสี่จะต่อต้านใด ๆ ครั้นนางยกแขนขึ้นต่อต้าน ฝ่ามือของอาวุโสเหว่ยก็ตกลงมาปะทะหน้าอกของนางแล้วพร้อมเสียงดังสนั่น
  ผู้อาวุโสสี่ถอยหลังกลับไปสองก้าวหยดเลือดหลั่งรินลงมาจากริมฝีปากของนาง
  รอยยิ้มเศร้าๆ ปรากฏบนริมฝีปากของนาง “ยอดฝีมือของแดนสวรรค์ทำได้แค่นี้เองหรือ ? ข้าคิดว่าฝ่ามือของเจ้าจะสังหารข้าไปแล้วเสียอีก !”
  ”บังอาจ!” อาวุโสเหว่ยโกรธ การโจมตีดุเดือดราวพายุเกิดขึ้นอีกครั้ง
  เนื่องจากผู้อาวุโสสี่เตรียมรับอยู่ก่อนแล้วในครั้งนี้นางจึงไม่โดนทำร้ายอีก แต่ครั้นเวลาผ่านไปนานพอควร นางก็ล้มลง
  ”บูม!”
  ผู้อาวุโสสี่รับมือไม่ทันหน้าอกของนางถูกกระแทกอย่างแรงอีกครั้ง ร่างของนางซวนเซ ใบหน้าซีดจางลงเมื่อเทียบกับท้องฟ้าสีเลือดก็ยิ่งขับเน้นให้ซีดขาว
  ”พี่สี่”
  ทันใดนั้นก็มีมือยื่นออกมาจากด้านข้างรับร่างของนาง
  อาวุโสสี่ตัวแข็งทื่อเล็กน้อยนางหันหน้าไปมองใบหน้าที่คุ้นเคยริมฝีปากของนางสั่นเทา “เจ้าห้า … เหตุใดเจ้าถึงได้กลับลงมา ?”
  ครั้นนางกล่าวจบลงผู้อาวุโสคนอื่น ๆ ก็มายืนเคียงข้างนาง ยืนมองพรรคพวกพลางน้ำตาร่วงริน
  ”พวกท่าน…”
  ”น้องสี่พวกเรารวมใจกันเป็นหนึ่ง ผู้อาวุโสใหญ่ไม่อยู่ที่นี่ ส่วนอาวุโสรองก็ยังต้องโทษ เช่นนั้นก็ต้องนับข้าเป็นหัวหน้ากลุ่มผู้อาวุโสนี้ !” ผู้อาวุโสสามขมวดคิ้ว พลางกล่าวอย่างเยือกเย็น “มาด้วยกันก็ต้องไปด้วยกันสิ หากไปไม่ได้ ก็ตายพร้อมกัน !”
  ผู้อาวุโสสี่ยิ้มรอยยิ้มของนางสว่างไสวงดงามยิ่งกว่าดวงอาทิตย์
  ”ดีมาด้วยกันก็ตายด้วยกัน !”
  *****
  ข้างหลังพวกเขาหญิงสาวในชุดสีชมพูมองผู้ชราเหล่านี้ด้วยความประหลาดใจ นางใช้นิ้วลูบคาง นัยน์ตาของนางเปล่งประกายแสงวาบวับ “จริง ๆ ด้วย พวกสัตว์อสูรนี่น่ารักกว่ามนุษย์เยอะเลย หากข้าสามารถสร้างพันธะสัญญากับราชาแห่งแดนอสูรได้ ต่อไปในภายหน้าแดนอสูรนี้ก็จะคอยช่วยเหลืองานข้า ! แต่หลังจากที่ข้ามาถึงแดนอสูร ข้าได้ยินมาเรื่องหนึ่งว่าราชินีแห่งแดนอสูรนี่ก็เป็นมนุษย์มิใช่หรือ ?”
  อาวุโสอีกคนหนึ่งพยักหน้าอย่างใจเย็น”ใช่ นางเป็นมนุษย์”
  “น่าเสียดายหากนางเป็นมนุษย์ นางก็ไม่อาจเป็นสัตว์เลี้ยงของข้าได้” หญิงสาวถอนหายใจเบา ๆ “อย่างไรก็ตาม ข้าไม่ชอบให้ผู้ใดมาทำให้ของ ๆ ข้ามีมลทิน แม้แต่สัตว์เลี้ยง ! รอให้ข้าปราบราชาแดนอสูรได้แล้ว ก็ค่อยให้เขาสังหารนางซะ”
  เป็นที่ทราบกันดีว่าสัตว์อสูรปกป้องเจ้านายเสมอหากนางกลายเป็นเจ้านายของราชาอสูร มีหรือที่เขาจะไม่เชื่อฟังคำสั่งของนาง
  เมื่อนั้นนางก็จะบอกให้เขาสังหารภรรยาของตนซะจากนั้นนางจะหาสัตว์อสูรมาเป็นภรรยาของเขาแทน
  ”คุณหนูราชาแห่งแดนอสูร และหญิงมนุษย์ผู้นั้นดูเหมือนจะมีลูกด้วย…” อาวุโสขมวดคิ้วพลางกล่าว
  ”ลูกงั้นรึ?” หญิงสาวหัวเราะเยาะ “หากเด็กนั่นมีพรสวรรค์ยอดเยี่ยมก็ไว้ชีวิตเขา แต่หากไม่ ก็ไม่จำเป็นต้องเก็บไว้ น่าเสียดายที่เลือดของราชาแห่งแดนอสูรต้องมาแปดเปื้อนกับมนุษย์ เด็กที่เกิดมาย่อมไม่ต่างจากขยะใช่หรือไม่ ?”
  แม้ว่าด้วยฐานะของนางจะทำให้นางดูถูกสัตว์อสูร แต่ก็เป็นที่เข้าใจกันว่า ในฐานะราชาแห่งแดนอสูร เขาจะต้องมีสายเลือดที่แข็งแกร่งมาก แต่สายเลือดที่แข็งแกร่งชนิดนี้กลับต้องเสียไปโดยเลือดมนุษย์ !
  เด็กลูกครึ่งอสูรครึ่งมนุษย์สายเลือดที่แตกต่างกันจนเกินจินตนาการได้เช่นนี้ ทำให้นางเสียใจมาก
  บทสนทนาที่เกิดขึ้นระหว่างคนทั้งสองนั้นผู้อาวุโสที่กำลังต่อสู้ไม่ได้ยินแม้แต่น้อย พวกเขากำลังรับมือกับอาวุโสเหว่ยอยู่
  ***จบบทเขาคือราชาแห่งแดนอสูร (3)***

บทที่ 825 : เขาคือราชาแห่งแดนอสูร (4)
  และเนื่องจากกำลังรับมือกับผู้อาวุโสเหล่านั้นอาวุโสเหว่ยเองก็ละความสนใจพวกของเขาไปชั่วขณะ
  ครั้นเห็นเช่นนี้เด็กสาวพลันขมวดคิ้วอย่างไม่รู้ตัวจากนั้นนางก็เหลือบไปมองผู้อาวุโสคนอื่นที่อยู่ข้างกาย
  เหล่าผู้อาวุโสต่างก็เข้าใจว่านางหมายถึงอะไรพวกเขาดึงอาวุธออกมาทันที และรีบพุ่งเข้าหาพวกผู้อาวุโสแห่งแดนอสูรอย่างรวดเร็ว
  ”เจ้าแปดระวังตัวด้วย !” ครั้นผู้อาวุโสสี่เห็นอาวุโสคนหนึ่งวิ่งเข้าหาผู้อาวุโสแปด นางก็มองด้วยความตื่นตกใจ ก่อนจะผลักผู้อาวุโสแปดออกไป
  เนื่องจากพลังของนางหมดไปแล้วนางจึงไม่สามารถหลีกเลี่ยงการโจมตีที่พุ่งเข้ามาหาได้ เช่นนั้นนางจึงทำได้เพียงมองคมกระบี่แทงทะลุหน้าอกเข้ามาเท่านั้น
  เลือดไหลพุ่งออกมาไม่ต่างกับน้ำพุสาดกระเซ็นลงบนพื้นดิน ย้อมให้ทุกสิ่งในดวงตาของทุกคนเป็นสีแดงฉาน …
  อาวุโสสามวิ่งเข้าหาอาวุโสสี่อย่างบ้าคลั่งแรงกดดันทั้งหมดของเขามารวมตัวกันในฝ่ามือ ก่อนจะพุ่งออกไปอย่างแรงราวกับคนเสียสติ พร้อมเสียงดังปัง เหล่าผู้อาวุโสอีกฝ่ายต่างก็ต้องถอยร่นไปสองสามก้าว ภายใต้การโจมตีของผู้อาวุโสสาม
  ”น้องสี่”
  ในขณะที่ผู้อาวุโสสี่กำลังจะล้มลงผู้อาวุโสสามก็กอดร่างของนางไว้ เสื้อคลุมของนางเปื้อนเลือดสีแดง ยามนี้นางเสียเลือดมากเกินไป กระทั่งสีหน้าซีดขาวราวหิมะ
  “แค่ก!” ผู้อาวุโสสี่ไอ รอยยิ้มปรากฏที่มุมปากของนาง “ข้าสบายดีไม่เป็นไร พวกท่าน … ท่านควรพาแม่เฒ่าหวงขึ้นไปยังภูเขาศักดิ์สิทธิ์”
  ผู้อาวุโสสามมองบรรดาเหล่าผู้อาวุโสอีกฝ่ายที่ยืนขวางทางขึ้นภูเขาศักดิ์สิทธิ์เขายิ้มให้กับพรรคพวกของตน “ข้าเกรงว่า ยามนี้คงจะสายเกินไปแล้วที่จะขึ้นเขาศักดิ์สิทธิ์ …
  ”นี่!”
  เด็กสาวเดินผ่านฝูงชนมาจากด้านหลังนางเท้าสะโพก พร้อมกับเชิดคางอย่างภาคภูมิใจ เผยให้เห็นลำคอขาวราวหิมะ
  “ข้าจะให้โอกาสเจ้าไปนำราชาแห่งแดนอสูรกลับมาข้าจะให้เจ้ามาเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาของข้า ข้าจะไม่ทำร้ายชีวิตของเจ้า”
  ”ถุย”
  ผู้อาวุโสแปดนัยน์ตาแดงก่ำขณะถ่มน้ำลายใส่เด็กสาว “เจ้าฝันไปเถอะ ราชาอสูรของเราจะไม่มีทางเป็นสัตว์เลี้ยงของเจ้า ! เจ้าเลิกคิดได้เลย !”
  ”เจ้าไม่ใช่เขาเจ้าไม่สามารถตัดสินใจแทนเขาได้ นอกจากนี้ เจ้าจะรู้ได้อย่างไรว่าเขาไม่ต้องการเป็นสัตว์เลี้ยงของข้า ?” หญิงสาวยิ้มเยาะ “ราชาแห่งแดนอสูรอาจจะฟังดูดีมีเกียรติแต่ก็เพียงได้ชื่อว่าเป็นราชาของเผ่า ๆ หนึ่งเท่านั้น ท้ายที่สุดก็เป็นเพียงแค่สัตว์อสูร ข้ามีฐานะสูงส่งกว่ามาก เขามาเป็นสัตว์เลี้ยงของข้าย่อมไม่เสียเกียรติ”
  ครั้นเหอฉูฉู่กล่าวจบในอากาศว่างเปล่าพลันปรากฏเสียงอึกทึกครึกโครม เสียงของนางพลันถูกกลบสิ้น ท้องฟ้าทั้งเวิ้งฟ้าแลดูมืดมน
  ”เจ้าต้องการให้ข้าเป็นสัตว์เลี้ยงของเจ้างั้นหรือ?”
  เสียงของชายหนุ่มนั้นทุ้มต่ำเย็นยะเยือกฟังดูแหบห้าว ทว่ากลับดึงดูดใจ
  เหอฉูฉู่หันศีรษะของนางไปมองด้วยความประหลาดใจครั้นเห็นร่างในอาภรณ์สีม่วงยืนอยู่ในอากาศว่างเปล่า นางถึงกับตื่นตะลึง
  นางรู้ว่าสัตว์อสูรนั้นล้วนมีรูปลักษณ์เป็นชายหญิงที่สวยงามหากแต่นางไม่คาดคิดว่าราชาแห่งแดนอสูรจะหล่อเหลาถึงเพียงนี้
  แค่ใบหน้าของเขาก็เพียงพอที่จะทำให้ทุกสิ่งในโลกหมดสีสันราวกับว่าทั้งโลกมีเพียงเขาเท่านั้นที่เปล่งประกายดึงดูดที่สุด
  ทว่าน่าเสียดายที่คนรูปงามเช่นนี้จะเป็นเพียงสัตว์อสูร!
  เหอฉูฉู่จ้องมองตี้คังด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความผิดหวังก่อนที่จะหันไปมองหญิงสาวงดงามข้างกายตี้คัง
  สตรีที่แต่งกายด้วยชุดสีแดงโดดเด่นที่ยืนเคียงข้างตี้คังรูปร่างหน้าตาของนางก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าเขาเลย
  ไม่จำเป็นต้องคิดมากหญิงผู้นี้ต้องเป็นราชินีแห่งแดนอสูรเป็นแน่…
  ”หม่ามี้”ไป๋เสี่ยวเฉินลุกขึ้นยืนบนหลังมังกรทอง เขายื่นมือเล็ก ๆ ของตนออกไปจับมือของไป๋หยาน นัยน์ตาของเขาช่างบริสุทธิ์ไร้เดียงสา “เหตุใดนางถึงอยากให้ป๊ะป๋าไปเป็นสัตว์เลี้ยงของนางล่ะ ? เฉินเอ๋อกังวลว่าเมื่อป๊ะป๋าเห็นหน้านาง แล้ว…จะป่วยจนกินอะไรไม่ลงมากกว่า”
  ***จบบทเขาคือราชาแห่งแดนอสูร (4)***

>กลับหน้าหลักHOMEจิ้ม<

Prev
Next

Comments for chapter "บทที่ 821-825"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Aileen Novel
  • หน้าหลัก HOME
  • COOKIE POLICY

© 2020 - 2023 ไอรีนโนเวล นิยายอ่านฟรีทุกวัน เว็บอ่านนิยาย pdf ไอรีนโนเวล “aileen-novel.online” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน นิยายชื่อดัง ตอนล่าสุด "ฮณ๊ฯดฯฌซ, อ่านฟรี อ่านเพลินอ่านทั้งวันกับไอรีนโนเวลออนไลน์

Sign in

Lost your password?

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย

Sign Up

Register For This Site.

Log in | Lost your password?

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย

Lost your password?

Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย