Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Contact
ค้นหานิยาย
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Contact
Sign in Sign up

จิ้งจอกจอมซ่าส์ กับหม่ามี้หมอเทวดาพลิกสวรรค์ - บทที่ 1031-1035

  1. Home
  2. จิ้งจอกจอมซ่าส์ กับหม่ามี้หมอเทวดาพลิกสวรรค์
  3. บทที่ 1031-1035
Prev
Next

ไม่เห็นนิยายอัปเดตใช่ไหม?
>>จิ้มที่นี่ได้เลย<<

บทที่ 1031 : หนึ่งยาเทพ หนึ่งคนระดับเทพ (5)
  ”ท่านย่า”ไป๋หยานคุกเข่าลง ก่อนจะป้อนยาเข้าไปในปากของจุนเทียนเยว่ “ท่านกินยานี้เสีย แล้วท่านจะสามารถทนรับความทรมานนี้ได้”
  จุนเทียนเยว่อ้าปากโดยไม่รู้ตัวนางกลืนยาของไป๋หยานลงคอ ร่างกายที่เจ็บปวดของนางก็ค่อย ๆ ฟื้นตัวขึ้น ภายใต้ฤทธิ์ของยานั้น
  แน่นอนว่าไป๋หยานไม่ได้ขี้เหนียว นางป้อนยาเม็ดนี้ให้ไป๋ฉางเฟิ่งและคนอื่น ๆ ด้วยเช่นกัน ฤทธิ์ยาส่งผลต่อร่างกายของพวกเขาเป็นอย่างดี พวกเขาฟื้นตัวได้ในช่วงวิกฤติเพราะยาของนาง
  และด้วยยาเม็ดนี้อาการเหนื่อยล้าของพวกเขาพลันฟื้นตัวด้วยเช่นกัน ทำให้พวกเขารับมือกับอัสนีบาตได้อีกครั้ง …
  ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปเนิ่นนานเพียงใดกว่าที่ฟ้าคะนองบนท้องฟ้าจะค่อย ๆ ลดลง ไม่นานดินแดนศักดิ์สิทธิ์ที่เต็มไปด้วยเสียงฟ้าร้องฟ้าแลบคำราม ก็กลับคืนสู่ความเงียบสงบเช่นในอดีต
  ”หยานเอ๋อ…ยาเม็ดที่เจ้าให้เราเมื่อครู่นี้คืออะไร…? ” ไป๋ฉางเฟิ่งลุกขึ้นยืนช้า ๆ น้ำเสียงของเขาสั่นขณะเอ่ยถาม
  ”ยาเม็ดเทพเจ้า”
  ถ้อยคำที่เรียบง่ายดังเข้าหูของพวกเขาราวกับเสียงฟ้าร้อง ทำให้หัวของพวกเขาว่างเปล่าในทันที
  ยาเม็ดเทพเจ้า! คุณภาพก็ตามชื่อยา…มันคือยาเม็ดผลิตคนระดับเทพ
  หัวใจของจุนเทียนเยว่ขมวดเกลียวนางเงยหน้าขึ้นมองด้วยความประหลาดใจ “เช่นนั้น…ข้าก็ไม่ได้รู้สึกไปเอง พวกเราทะลุทะลวงไปถึงระดับเทพแล้วใช่หรือไม่ ?”
  ระดับเทพคือสิ่งที่ทุกคนใฝ่ฝัน! นางไม่คาดคิดว่าวันหนึ่งนางจะทะลุไปถึงระดับเทพได้
  เมื่อเผชิญกับสายตาตื่นเต้นของทุกคนแล้วนัยน์ตาไป๋หยานก็ยิ่งสว่างไสวราวกับดวงดารา “แท้ที่จริง…เพื่อให้ผ่านเข้าสู่ระดับเทพนั้น พวกท่านไม่จำเป็นต้องไปที่อาณาจักรสวรรค์ บนแผ่นดินนี้ก็สามารถสร้างเทพสวรรค์ได้”
  ”การต่อกรกับแดนสวรรค์ไม่ใช่เรื่องใหญ่อีกต่อไปในเมื่อทุกคนต่างก็รู้แล้วว่ายอดฝีมือระดับเทพสามารถเพิ่มจำนวนขึ้นได้ นับแต่นี้แผ่นดินใหญ่ของเราก็ไม่มีความแตกต่างกันแล้ว เช่นนั้น … ไม่ช้าก็เร็ว ข้าจะสร้างอาณาจักรพระเจ้าขึ้นมาใหม่บนแผ่นดินนี้ และจะให้อาณาจักรสวรรค์ปฏิบัติกับเราด้วยการก้มหัวร้องขอความเมตตา !”
  เสียงของหญิงสาวดังสนั่นไม่ต่างกับฟ้าร้องก้องไปทั่วดินแดนศักดิ์สิทธิ์
  ไป๋ฉางเฟิ่งและคนอื่นๆ รู้สึกราวกับเพิ่งได้รู้จักไป๋หยานจริง ๆ เป็นครั้งแรก พวกเขาจับจ้องมองหญิงสาวผู้ซึ่งยากจะหาใครเทียบด้วยความตกใจ
  แดนสวรรค์… นั้นเป็นสถานที่ทรงพลัง
  การสร้างอาณาจักรสวรรค์ขึ้นมาใหม่นั้นต้องยากเพียงใด?
  ทว่า…ในโลกนี้คงมีนางเพียงผู้เดียวที่กล้ากล่าวถ้อยคำยโสโอหังเช่นนี้
  ”แม่นางไป๋”ฉู่หรานหัวเราะร่า พลางตบไหล่ไป๋หยาน “ช่วงเวลาหกปีที่ผ่านมา ข้าเฝ้าดูเจ้าพัฒนาขึ้นเรื่อย ๆ เจ้าพัฒนาขึ้นจากความแข็งแกร่งระดับต่ำสุด กระทั่งถึงจุดที่เจ้าเป็นอยู่ตอนนี้ ข้าเชื่อว่า สักวันหนึ่งแผ่นดินนี้จะกลายเป็นดินแดนเทพอีกแห่งหนึ่ง”
  ไป๋หยานยิ้มน้อยๆ นางหันไปหาทุกคน เอ่ยกล่าวว่า “ท่านตา หากข้าเดาไม่ผิด ที่ก่อนหน้านี้พวกท่านทะลุระดับเชิงเจี่ยมาได้นั้นเป็นเพราะ ข้ากำลังปรุงยาเทพเจ้า เพราะยาเม็ดนั้นมีพลังลมปราณที่แข็งแกร่งมาก กระทั่งทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่บนเกาะศักดิ์สิทธิ์”
  ”เช่นนั้น…” ไป๋หยานกระพริบตาสองสามครั้ง “ข้าคิดว่า…หากให้ยอดฝีมือชั้นสูงของสามสำนักใหญ่อยู่บนเกาะศักดิ์สิทธิ์ต่อไป นอกจากนี้ก็เรียกคนจากสำนักสัตว์อสูร และหอบุปผามาด้วย ส่วนข้าจะปรุงยาเม็ดเทพเจ้าต่อไป โดยให้พวกเขาอาศัยผลพลอยได้นี้ฝึกฝนอยู่ข้าง ๆ”
  อัสนีบาตในระหว่างการปรุงยาแตกต่างจากอัสนีบาตยามทะลุระดับความแข็งแกร่ง
  อัสนีบาตในการบรรลุระดับเทพนั้นรุนแรงเพียงพอที่จะทำลายเมืองทั้งเมืองได้ทว่าอัสนีบาตในการปรุงยาจะกระจายไปรอบ ๆ หมอปรุงยาเท่านั้น ทว่าจะไม่ส่งผลกระทบต่อคนอื่นมากจนเกินไป

บทที่ 1032 : หนึ่งยาเทพ หนึ่งคนระดับเทพ (6)
  เช่นนั้นอัสนีบาตระดับสิบของการปรุงยาจึงทรงพลังมากกว่าอัสนีบาตระดับสิบของการทะลุระดับขั้น นี่คือสาเหตุที่ไป๋หยานเกือบล้มเหลวในการต้านรับมันกระทั่งนาทีสุดท้าย …
  ”นอกจากนี้ก็ยังมีตระกูลหลานอีก…” นัยน์ตาของไป๋หยานหรี่ลงเล็กน้อย “ในวันหน้า…ข้าย่อมจะมีศัตรูเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ เช่นนั้นญาติ ๆ ของข้าต้องมีความสามารถในการป้องกันตนเอง”
  ตระกูลหลานเป็นญาติของนางสำนักสัตว์อสูร และหอบุปผาก็เป็นผู้ใต้บังคับบัญชาของนาง เช่นนั้นการเสริมสร้างความแข็งแกร่งจึงสำคัญที่สุด …
  ”หยานเอ๋อ…ให้ข้าดูแลเรื่องนี้เองดีหรือไม่?” ใบหน้าของเหวินหวู่เหว่ยแสดงรอยยิ้มที่น่าพอใจ ทั้งน้ำเสียงของเขาก็ราวกับเกรงใจ
  ไป๋หยานเหลือบมองเหวินหวู่เหว่ยก่อนจะพยักหน้าอย่างเงียบ ๆ
  เหวินหวู่เหว่ยดูมีความสุขมากเหมือนเขาจะคลายความตึงเครียดลง
  เขาเพียงอยากทำอะไรให้ไป๋หยานบ้างแม้เพียงเล็กน้อยก็ตามที …
  ”ท่านประมุข”ไป๋หยานดูเหมือนจะคิดอะไรบางอย่างออก นางหันไปมองฉู่หราน “ท่านช่วยกวาดล้างทำความสะอาดเกาะศักดิ์สิทธิ์นี้ก่อน หลังจากที่ฉู่อีอี้และตี้เสี่ยวอวิ๋นกลับมา ให้พวกนางมาพบข้าทันที”
  ”ได้”
  ฉู่หรานยิ้มพลางพยักหน้า “หากแม่สาวสองคนนั่นรู้ว่า เจ้าออกมาแล้ว พวกนางคงจะไม่ออกไปหาเรื่องผู้ใดอีกเป็นแน่”
  ไป๋หยานไม่ได้กล่าวคำใดอีกนางกำลังจะหันหลังกลับ เพื่อผละจากไป ทว่าทันใดนั้นเองก็มีร่างใหญ่ ๆ พุ่งมาจากด้านหลัง
  นางรู้สึกได้ถึงสายลมที่พัดแรงจึงหันขวับกลับไปมองอย่างรวดเร็ว สิ่งที่นางเห็นก็คือพยัคฆ์ขาวตัวใหญ่วิ่งตรงดิ่งเข้ามาหานาง มันกระโจนเข้าใส่อ้อมแขนของนางทันที
  อุ้งเท้าทั้งสองข้างของพยัคฆ์ขาวกดลงที่หน้าอกของนางลิ้นของมันเลียทั่วใบหน้าของนาง ดวงตาที่เอ่อคลอไปด้วยหยาดน้ำของมันเต็มไปด้วยรอยยิ้ม พร้อมกันนั้นหางของมันก็ส่ายไปมา
  “เสี่ยวมี่?” ไป๋หยานผงะ “นี่เจ้าเข้าถึงระดับเทพแล้วกระนั้นหรือ ?”
  เสี่ยวมี่พยักหน้าอย่างแรง“ข้ากับชิงอี้เคยไปแดนอสูร ครั้งนั้นไม่รู้ว่าวิหคอัคคีให้พวกเรากินอะไร จู่ ๆ พวกเราก็ทะลุไปถึงระดับเทพ”
  ”วิหคอัคคีกับชิงอี้ได้พบกันแล้วกระนั้นหรือ?” ไป๋หยานเลิกคิ้ว เอ่ยถามพร้อมรอยยิ้ม
  เสี่ยวมี่กระพริบดวงตากลมโตของมัน”ข้าไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ดูเหมือนว่าวิหคอัคคีจะไม่มีความสุขเลย หลังจากที่ได้เห็นชิงอี้ นางก็แลดูเศร้าสร้อย อีกทั้งสิ้นหวังมาก ๆ จากนั้นนางก็ไม่เคยมาพบพวกเราอีกเลย …”
  มุมปากของไป๋หยานกระตุกก่อนหน้านี้ชิงอี้เคยเป็นเด็กสาวที่ใสซื่อบริสุทธิ์ ทว่าตอนนี้กลับกลายเป็นหญิงสาว แน่นอนว่าวิหคอัคคีย่อมรับไม่ได้ไปสักพัก
  ”ไม่เป็นไรรออีกไม่นาน นางก็จะชินเอง”
  ไป๋หยานตบหัวของเสี่ยวมี่ราวกับปลอบประโลม
  ”แล้วชิงอี้ล่ะตอนนี้อยู่ที่ใด?” ไป๋หยานเอ่ยถามเมื่อไม่เห็นชิงอี้
  ”นางไปปกป้ององค์หญิงและคนอื่นๆ หลังจากที่ข้าจัดการนายน้อยแห่งอาณาจักรวิญญาณเรียบร้อยแล้ว ข้าก็รีบกลับมาที่นี่ นายหญิงคิดถึงข้าบ้างหรือไม่ ? ข้าอยากกินหมูตงโพที่ท่านทำจังเลย”
  เสี่ยวมี่กวัดแกว่งหางของมันอย่างมีความหวังนัยน์ตาสีน้ำตาลของมันจ้องมองไป๋หยาน การแสดงออกของมันไม่ต่างกับสุนัขตัวน้อยกระดิกหาง
  “เอาล่ะรอข้าจัดการทุกอย่างให้เรียบร้อย ให้เฉินเอ๋อกลับมาเสียก่อน แล้วข้าจะทำอาหารให้เจ้ากินเองดีหรือไม่ ?”
  เสี่ยวมี่เลียใบหน้าของไป๋หยานอย่างตื่นเต้นดวงตาของมันแลดูสดใสขึ้นทันที
  “แต่… เสี่ยวมี่ ไม่เป็นการสะดวกที่เจ้าจะอยู่ในรูปลักษณ์เช่นนี้ ตอนนี้เจ้าควรแปลงร่างเป็นมนุษย์ก่อนน่าจะดีกว่า”
  สำหรับสัตว์อสูร…จะกลายร่างได้ต้องมีผลกลายร่างจากแดนอสูรจึงจะแปลงร่างเป็นมนุษย์ได้สำเร็จ ตี้คังได้เตรียมผลกลายร่างไว้แล้ว ทว่าเสี่ยวมี่ไม่เต็มใจที่จะกินมัน
  ครั้นเสี่ยวมี่ได้ยินว่าให้มันแปลงร่างเป็นมนุษย์ มันก็ย่นจมูกที่น่ารักของมัน “ข้าไม่ต้องการ ข้าคิดว่า ข้ามีพลังและทรงอำนาจอยู่แล้ว ข้าไม่ต้องการกลายร่างเป็นมนุษย์”

บทที่ 1033 : กรุ่นไอยาเทพเจ้า (1)
  สิ่งสำคัญที่สุดก็คือ..จะเกิดอะไรขึ้นหากหลังจากแปลงร่างแล้ว เขาเกิดหล่อเหลามากเกินไป กระทั่งทำให้แม่สาวตระกูลหวงนั่นกลับมาเกาะติดเขาอีกครั้งล่ะ ?
  เป็นเพราะตอนนี้หัวหน้าตระกูลหวงไม่ยอมปล่อยนางออกมาภายนอกหาไม่บางทีนางอาจตามเขามาอีก ทำให้เขารำคาญเสียจริง ๆ
  “หากเจ้าไม่กลายร่างเป็นมนุษย์ก็จะเป็นการไม่สะดวกอย่างยิ่งที่จะพาเจ้าไปไหนต่อไหนด้วยอีกในภายหน้า อย่างไรก็ตามแม้เจ้าจะไม่ได้เป็นแมวตัวน้อยอย่างที่เจ้าเคยเป็นมาก่อนอีกต่อไปแล้ว ทว่าเจ้าก็สามารถกลายร่างเป็นแมวน้อยได้นี่”
  เสี่ยวมี่ส่ายหางอย่างสิ้นหวัง”แม้ว่า…ตอนนี้ข้าจะชอบรูปลักษณ์เช่นนี้มากกว่า ทว่าข้าก็สามารถกลายร่างได้ ข้ายังสามารถติดตามเจ้านายในร่างแมวขาวได้”
  ใบหน้าของไป๋หยานเปลี่ยนเป็นดำคล้ำดูเหมือนว่าชายคนนี้ไม่เต็มใจที่จะกลายร่างเป็นมนุษย์เอาเสียเลย
  ครั้นเห็นเช่นนี้ไป๋หยานก็ไม่ลังเลใจอีกต่อไป ยังไม่สายเกินไปที่จะมอบสิ่งนี้ให้กับเขา ยามเมื่อเขาต้องการกลายร่าง
  ”ท่านตาข้ารบกวนท่าน จัดการเรื่องที่เหลือด้วย” ไป๋หยานบิดเอวของนาง ก่อนจะกวักมือเรียกเสี่ยวมี่ “เสี่ยวมี่…มานี่ ให้ข้าเอนหลังหน่อย”
  ครั้นเสี่ยวมี่ได้ยินเช่นนั้นมันก็รีบวิ่งตุปัดตุเป๋มาหาไป๋หยานจากนั้นก็เอนตัวลง
  ไป๋หยานนอนลงบนร่างที่อ่อนนุ่มของมันกระทั่งเกือบจะฝังอยู่ในขนนุ่ม ๆ ของมัน
  ดวงอาทิตย์สาดส่องลงมาจากฟากฟ้าตกกระทบเรือนร่างของนาง ส่งให้ภาพนั้นแลดูอบอุ่นและสวยงาม
  ไป๋ฉางเฟิ่งและคนอื่นๆ ไม่อยู่รบกวนการพักผ่อนของไป๋หยาน พวกเขาเดินทางออกจากเกาะศักดิ์สิทธิ์ทีละคน ๆ เพื่อไปทำในสิ่งที่ไป๋หยานมอบความไว้วางใจให้กับพวกเขา …
  เพียงชั่วพริบตาเหตุการณ์เกี่ยวกับฟ้าร้องฟ้าผ่าอย่างบ้าคลั่งที่เกิดขึ้นในดินแดนศักดิ์สิทธิ์ก็ได้ล่ำลือขจรขจายไปทั่วท้องถนนบนแผ่นดินใหญ่
  ว่ากันว่าในช่วงเวลาที่ฟ้าร้องฟ้าผ่าสิ้นสุดลงนั้นผู้คนทั่วทั้งทวีปได้เห็นแสงสีทองสองสามดวงพุ่งตรงลงมาจากท้องฟ้าซึ่งนั่นทำให้ผู้คนต่างตื่นตกใจ
  ชั่วขณะนั้นทุกคนต่างก็อดไม่ได้ที่จะหันหน้าไปยังทิศทางที่ตั้งของดินแดนศักดิ์สิทธิ์เพื่อนมัสการพวกเขาทำราวกับว่ากำลังต้อนรับเทพขุนพลที่มาพร้อมกับประกายแสงสีทอง ซึ่งจะมาช่วยชุบชีพดินแดนที่หดหู่น่าเวทนาจากการถูกสังหารหมู่นั้น …
  ในเวลาเดียวกันภายในอาณาจักรวิญญาณ เหอเฟยเซียงก็ใช้มือกวาดเครื่องเคลือบดินเผาทั้งหมดในบ้านตกลงพื้น นัยน์ตาของเขาเต็มไปด้วยความดุร้าย ขณะเดียวกันขมับของเขาก็เต้นรุนแรง
  หลิวชิงหยูเดินผ่านประตูเข้ามาสิ่งที่นางเห็นก็คือบ้านที่รกระเกะระกะ ทำให้นางคิ้วขมวดโดยไม่เจตนา
  ฟิ้ว!
  ชั่วขณะนั้นเหอเฟยเซียงก็รีบวิ่งไปข้างหน้าหลิวชิงหยู เขาดึงสาบเสื้อของนางขึ้น พลางตะโกนด้วยความโกรธ “บอกมา เป็นเจ้าใช่หรือไม่ที่แพร่งพรายความลับ ? เจ้าแจ้งแดนอสูร ทำให้บุตรชายของข้าต้องตายบนแผ่นดินใหญ่ใช่หรือไม่ ?”
  ภายใต้อารมณ์โกรธเกรี้ยวของเขาใบหน้าของหลิวชิงหยูซีดเซียว รอยยิ้มบิดเบี้ยวพลันปรากฏขึ้นที่มุมปากของนาง
  “แม้ว่าท่านจะไม่อยากรับลูกสาวเช่นข้าทว่าข้าก็เป็นคนของอาณาจักรวิญญาณ หากอาณาจักรวิญญาณล่มสลายจะส่งผลดีอะไรกับข้าบ้าง ?”
  เหอเฟยเซียงเหลือบมองหลิวชิงหยูอย่างคลางแคลงมือของเขาค่อย ๆ คลายออก
  “เจ้าไม่ได้เป็นคนแจ้งข่าวจริงๆ กระนั้นหรือ ?”
  ”ข้าบอกว่าไม่ใช่ทำไปก็ไม่ได้ดีสำหรับข้าสักหน่อย เหตุใดข้าต้องทำ”
  ”ฮึ่ม!” เหอเฟยเซียงฮึ่มฮั่มอย่างเย็นชา “ลูกสองคนของข้า ยามนี้ก็ได้ตายไปหมดแล้ว เจ้าเป็นคนเดียวที่เหลืออยู่ หากไม่มีผู้ใดสืบทอดอาณาจักรวิญญาณนี้ เจ้าจะไม่กลายเป็นทายาทของอาณาจักรวิญญาณหรอกหรือ ?”
  ถ้อยคำดูถูกไม่ต่างจากหนามแทงลึกเข้าไปในหัวใจของหลิวชิงหยู
  นางกำหมัดแน่นหัวใจของนางเต็มไปด้วยความเจ็บปวด นางสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ช้า ๆ เพื่อบรรเทาความผันผวนทางอารมณ์ในหัวใจของตน
  ”ท่านพ่อในเมื่อท่านกล่าวเช่นนี้ ข้าก็ไม่มีสิ่งใดจะพูดอีก ต่อให้ข้าไม่ชอบพี่ใหญ่ แล้วอย่างไร ? ข้าก็เพียงถกเถียงกับเขาเป็นการส่วนตัวเท่านั้น อย่างที่เขาว่ากัน หนึ่งร่วงทุกคนล่ม หนึ่งโรจน์ทุกคนรุ่ง (หากคนหนึ่งพ่าย พรรคพวกก็ล่มสลายตาม แต่หากคนนั้นเจริญรุ่งเรือง พรรคพวกก็จะเจริญตาม) ข้าไม่จำเป็นต้องทำลายอาณาจักรวิญญาณนี้”
  จะเกิดอะไรขึ้นหากนางเป็นคนบอกความลับ? ตาแก่ชั่วคนนี้ไม่เคยคิดว่านางเป็นบุตรสาว แม้ว่าอาณาจักรวิญญาณจะถูกทำลาย นางก็จะปล่อยให้เขาได้ลิ้มรสความขมขื่นนี้บ้าง

บทที่ 1034 : กรุ่นไอยาเทพเจ้า (2)
  ทว่าตอนนี้ยังไม่ถึงเวลาที่นางจะเปิดเผยตัวตน…
  “ก็แล้วเหตุใดเจ้าถึงนำคนจำนวนมากไปสร้างปัญหาให้กับสามสำนักใหญ่ล่ะ…หือ?”
  ”ก่อนหน้านี้ข้าก็เคยอธิบายเรื่องนี้ให้ท่านฟังแล้วข้า … ” หลิวชิงหยู กัดริมฝีปากตน “ข้าเพียงอิจฉาราชินีอสูร ข้าต้องการทำให้นางเดือดร้อน ทว่าข้าก็เกือบจะนำหายนะมาสู่อาณาจักรวิญญาณ นี่เป็นความผิดของข้า ทั้งข้าก็เต็มใจที่จะแบกรับความผิดนี้”
  ถ้อยคำของนางฟังดูจริงใจมากราวกับนางรู้ว่า นางกระทำผิดพลาดครั้งใหญ่
  ครั้นเห็นการแสดงออกของหลิวชิงหยูความสงสัยในใจของเหอเฟยเสียงพลันมลายหายสิ้น เขาทุบกำปั้นลงบนโต๊ะอย่างแรง พร้อมกับกัดฟันด้วยความเกลียดชัง
  ”ไอ้พวกแดนอสูร! กล้าสังหารบุตรชายข้า พวกมันต้องชดใช้ !”
  หลิวชิงหยูหรี่ตาลงประกายแสงวาบผ่านแววตาของนาง “ท่านพ่อประสงค์จะทำการใด หากมีสิ่งใดที่ลูกสาวคนนี้สามารถช่วยได้ ลูกจะพยายามทำให้ดีที่สุด ทั้งจะไม่ลังเลเลย”
  ยามนี้เหอเฟยเสียงกำลังโกรธแค้นอาณาจักรอสูรเช่นนั้นเขาจึงไม่พบประกายแสงเย็นที่กระพริบในดวงตาของหลิวชิงหยู
  ”ชิงหยู…”แววตาของเหอเฟยเสียงอ่อนลง น้ำเสียงของเขาพลันอ่อนโยน “ตอนนี้ข้างกายพ่อเหลือเจ้าเพียงผู้เดียวแล้ว พ่อทำเจ้าลำบากมานานหลายปี จากนี้ไปพ่อจะแต่งตั้งเจ้าขึ้นเป็นผู้สืบทอด และจะเปลี่ยนแซ่ให้เจ้าด้วยจะดีหรือไม่ ?”
  ใบหน้าของหลิวชิงหยูแลดูตื่นเต้นขึ้นทันที”ขอบคุณท่านพ่อ”
  ดูเหมือนนางจะรอช่วงเวลาเช่นนี้มานานแสนนาน
  ทว่า…
  ชั่วขณะที่นางลดสายตาลงราวกับเหนียมอายนั้นแววตาของนางกลับเย็นชาขึ้นอีกครั้ง มุมปากของนางก็ยกขึ้นเยาะเย้ย
  นับตั้งแต่ไอ้เฒ่าผู้นี้สังหารมารดาของนางซ้ำยังประกาศไม่ให้นางใช้แซ่เหอ ชายผู้นี้ก็ตายจากใจนางไปนานแล้ว !
  ที่วันนั้น…นางออกตามหาปาฏิหาริย์ก็เพียงหวังจะกลายเป็นยอดฝีมือระดับเทพเพื่อจะได้ครองอาณาจักรวิญญาณนี่ต่างหาก !
  อาณาจักรวิญญาณนี่เกี่ยวข้องอะไรกับนาง? แม้ว่าพวกเขาทั้งหมดจะถูกทำลาย ทว่านางก็ไม่นึกสงสารเลยแม้แต่น้อย
  หัวใจของนางเปลี่ยนเป็นน้ำแข็งไปแล้วนับแต่หลายปีก่อน!
  ”ชิงหยู…ที่ผ่านมา…พ่อรู้ว่าพ่อปฏิบัติต่อเจ้าเกินไป พ่อหวังว่าเจ้าจะไม่เกลียดพ่อ พ่อยอมรับผิด” เหอเฟยเสียงถอนหายใจเบา ๆ “เอาล่ะ พ่อจะมอบกองกำลังให้เจ้าดูแล”
  หลิวชิงหยูเงยหน้าขึ้นมองเหอเฟยเสียงด้วยความประหลาดใจ
  ชายผู้นี้วางแผนจะมอบอำนาจให้นางงั้นหรือ?
  หากเป็นในอดีตบางทีนางอาจจะหวั่นไหว ทว่าตอนนี้หัวใจของนางมั่นคง และแน่วแน่
  “ค่ะท่านพ่อ”
  หลิวชิงหยูกลัวว่าชายผู้นี้จะสังเกตเห็นบางอย่างในแววตานางนางจึงรีบแสร้งยิ้มอย่างตื่นเต้น “หากไม่มีสิ่งใดแล้ว ลูกขอตัวก่อน”
  ”ไปเถอะ”
  เหอเฟยเสียงกล่าวอย่างเหนื่อยล้า
  หลิวชิงหยูไม่ได้กล่าวคำใดอีกนางป้องกำปั้น พลางถอยออกไปจากประตู จากนั้นก็ปิดประตูให้
  ทันทีที่นางเดินจากไปประกายแสงอ่อนโยนในแววตาของเหอเฟยเสียงพลันหายไปมันถูกแทนที่ด้วยความโกรธ
  ”เจ้าแดนวิญญาณท่านคิดจะมอบอำนาจให้กับคุณหนูชิงหยูงั้นหรือ ?”
  ด้านหลังเขามีชายชราในชุดคลุมสีเทายืนขมวดคิ้วเงียบ ๆ พร้อมกับเอ่ยถาม
  ”นอกจากทำเช่นนี้แล้วยังมีวิธีอื่นอีกหรือ ?” เหอเฟยเสียงกล่าวอย่างเย็นชา “ลูกของข้าทั้งคู่ต่างก็เสียชีวิตด้วยเงื้อมมือของอาณาจักรอสูร ตอนนี้ก็เหลือเพียงหลิวชิงหยู หาก … หากข้าสามารถมีลูกได้อีก มันย่อมไม่มีทางเป็นของหลิวชิงหยูแน่ !”
  ทว่าน่าเสียดายที่เขาไม่สามารถให้กำเนิดบุตรกับภรรยาและนางสนมของเขาได้อีกต่อไปยามนี้เขาเหลือบุตรสาวเพียงคนเดียวก็คือหลิวชิงหยู …
  แม้ว่าในใจของเขาจะไม่อยากยอมรับทว่าเขาก็ไม่มีทางเลือกอื่น
  ผู้อาวุโสในชุดคลุมสีเทานิ่งเงียบเขามักรู้สึกว่าการแสดงออกด้วยท่าทางตื่นเต้นเขินอายของหลิวชิงหยูนั้นไม่ใช่ตัวตนที่แท้จริงของนางเลย
  เจ้าแดนวิญญาณกำลังเลี้ยงลูกเสือลูกตะเข้อย่างแน่นอน

บทที่ 1035 : กรุ่นไอยาเทพเจ้า (3)
  ด้านนอกประตูหลิวชิงหยูหันศีรษะกลับไปมองบานประตูที่ปิดอยู่เบื้องหลังนาง สายตาของนางเต็มไปด้วยความเยาะเย้ย
  ”คุณหนู”
  จุนห่าวซึ่งกำลังรอหลิวชิงหยูอยู่นอกประตูทันทีที่เห็นนางปรากฏตัว เขาก็เอ่ยทักทาย และถามว่า “เป็นเช่นไรบ้าง ?”
  ”ตาเฒ่านั่นเชื่อมั่นในตัวข้าอย่างสมบูรณ์ครั้งนี้เรารอด … ทว่าอาณาจักรวิญญาณจะรอดพ้นจากหายนะครั้งนี้ได้หรือไม่นั้น มันก็ขึ้นอยู่กับข้าแล้ว”
  ใบหน้าของหลิวชิงหยูยังมีร่องรอยเยาะเย้ยนางดูเหมือนจะนึกถึงการตายที่น่าเศร้าของมารดาขึ้นมาอีกครั้ง พลันนัยน์ตาคู่สวยก็เปล่งประกายความโกรธแค้น
  นับแต่วันนั้นนางก็ได้ตัดสินใจแล้วว่า แม้นางจะต้องสูญเสียทุกอย่าง นางก็จะไม่มีวันยอมให้อาณาจักรวิญญาณอยู่ดีมีสุข !
  ”ลุงจุน…ไปกันเถิดแดนวิญญาณนี้คงจะอยู่ได้อีกไม่นานนักหรอก… ” หลิวชิงหยูสูดลมหายใจเข้าลึก ยับยั้งความเกลียดชังในใจ ก่อนจะก้าวไปข้างหน้าอย่างช้า ๆ
  จุนห่าวมองตามหลังของหลิวชิงหยูพลางถอนหายใจเบา ๆ
  คนในแดนวิญญาณไม่มีผู้ใดสามารถต่อต้านคุณหนูของเขาได้ครั้งนั้นคุณหนูของเขาได้วางยาพิษที่ไร้สีไร้กลิ่นให้กับเจ้าแดนวิญญาณ เพื่อไม่ให้เจ้าแดนวิญญาณสามารถมีทายาทคนใหม่ได้อีก
  และน่าขันที่กระทั่งถึงตอนนี้เจ้าแดนวิญญาณก็ยังไม่รู้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้เป็นฝีมือของบุตรสาว…
  สิ่งที่คุณหนูต้องการไม่ใช่การเป็นเจ้าอาณาจักรวิญญาณ นางเพียงต้องการล้มล้างอาณาจักรวิญญาณเท่านั้น
  ณเกาะศักดิ์สิทธิ์
  แม้ว่าจะไม่อาจฟื้นฟูให้กลับมางดงามเฉกแดนสวรรค์เช่นที่ผ่านมาทว่าด้วยความร่วมมือกันของทุกคน ที่นี่ก็ไม่ใช่ดินแดนที่มอดไหม้จากสายฟ้าอีกต่อไป
  เวลานั้นผู้คนจากพรรคสัตว์อสูร และหอบุปผาที่เข้าไปหลบซ่อนในป่าสัตว์อสูรก็มาถึง
  ทันทีที่เห็นไป๋หยานนั่งนิ่งอยู่ใต้ต้นไม้ฮัวหลัวก็ดีใจมาก นางเดินไปข้างหน้าไป๋หยานช้า ๆ ก่อนจะย่อเข่าลงเล็กน้อย “ฮัวหลัวคารวะนายหญิง”
  ไป๋หยานพยักหน้าเล็กน้อย”ระหว่างที่ข้าไม่อยู่ หอบุปผาเป็นอย่างไรบ้าง ?”
  ”นายหญิงสบายใจได้ยามนี้ หอบุปผาได้ขึ้นมาเป็นสำนักระดับสอง ทั้งยังอยู่ในระดับเดียวกับพรรคสัตว์อสูร”
  ในอดีตที่หอบุปผาสามารถเทียบเคียงสำนักอื่นๆ ได้ก็ด้วยอาศัยไป๋หยานคอยเกื้อหนุน
  ทว่าครานี้เมื่อไม่มีไป๋หยานฮัวหลัวก็ใช้ความสามารถของตนในการผลักดัน กระทั่งหอบุปผาขึ้นเป็นสำนักระดับสองได้สำเร็จ
  ความแข็งแกร่งที่ฮัวหลัวมีเกิดจากการได้ติดตามไป๋หยานมาแต่แรก ทั้งยังได้ใช้ประโยชน์อย่างมากในเวลาที่ผ่านมานี้
  “ในเมื่อทุกคนมาพร้อมหน้ากันที่นี่แล้วพวกเจ้าก็ควรฝึกฝนทักษะในสถานที่แห่งนี้ ส่วนข้าจะเริ่มปรุงยา … ”
  มุมปากของไป๋หยานยกขึ้นนางมองไปที่คนของฮัวหลัว จากนั้นก็หันไปจ้องมองฝูงชนของพรรคสัตว์อสูร เอ่ยกล่าวเบา ๆ
  ”ช่วงเวลานี้ไม่มีผู้ใดได้รับอนุญาตให้ออกจากเกาะศักดิ์สิทธิ์ นี่เป็นโอกาสเดียวของพวกเจ้าแล้ว !”
  ฮัวหลัวและคนอื่นๆ ต่างประหลาดใจ พวกเขาไม่เข้าใจว่าไป๋หยานต้องการจะทำอะไร
  อย่างไรก็ตามพวกเขาคุ้นเคยกับการรอรับคำสั่งมาโดยตลอด เช่นนั้นจึงไม่สงสัยนัก
  ”ขอรับนายหญิง”
  ไป๋หยานลุกขึ้นยืนด้านหลังนางมีบ้านหลังหนึ่ง นางหันหลังเดินกลับเข้าบ้าน จากนั้นก็กระแทกประตูบ้านดังปัง
  มีส่วนประกอบยาห้าอย่างสำหรับใช้ในการสร้างยาเม็ดเทพเจ้าและส่วนประกอบยาทั้งห้านี้ก็เพียงพอสำหรับนางที่จะสร้างกองทหารระดับเทพ !
  ครั้นนึกถึงสิ่งนี้ไป๋หยานก็วาดมือหยิบเตาหลอมยาออกมา จากนั้นนางก็นำวัตถุดิบส่วนหนึ่งออกมาเพื่อกลั่นยาเม็ดเทพเจ้าทันที นางใส่สมุนไพรลงไปทีละชิ้น ๆ
  นางสูดลมหายใจเข้าลึกสีหน้าของนางค่อย ๆ เคร่งขรึมขึ้น เรื่อย ๆ …
  โชคดีที่เคยมีประสบการณ์ในการกลั่นครั้งแรกมาแล้วทำให้ไป๋หยานไม่ได้คิดมากเกี่ยวกับการกลั่นยาในครั้งนี้ นางโยนส่วนประกอบยาที่อยู่ด้านข้างเข้าไปในเตาหลอมยาอย่างต่อเนื่อง

>กลับหน้าหลักHOMEจิ้ม<

Prev
Next

Comments for chapter "บทที่ 1031-1035"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Aileen Novel
  • หน้าหลัก HOME
  • COOKIE POLICY

© 2020 - 2023 ไอรีนโนเวล นิยายอ่านฟรีทุกวัน เว็บอ่านนิยาย pdf ไอรีนโนเวล “aileen-novel.online” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน นิยายชื่อดัง ตอนล่าสุด "ฮณ๊ฯดฯฌซ, อ่านฟรี อ่านเพลินอ่านทั้งวันกับไอรีนโนเวลออนไลน์

Sign in

Lost your password?

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย

Sign Up

Register For This Site.

Log in | Lost your password?

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย

Lost your password?

Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย