คฤหาสน์สยองขวัญของผม My House of Horrors - ตอนที่ 708
Chapter 708 สอบถามซึ่งหน้า
“ผู้กำกับถูกขังเอาไว้ในหนัง ฮึ? นี่ต้องเป็นเรื่องผี” เฉินเกอรู้สึกเหมือน
ว่านี่อยู่ในสายงานของเขา ดังนั้นเขาจะไม่ปล่อยมันไปเฉย ๆ เขาเงย
หน้าขึ้นมองนาฬิกาที่บนผนัง ตีสองครึ่งแล้ว “ต่อให้เรียกแท็กซี่ ไป
เขาหยงหลิงก็ใช้เวลาครึ่งชั่วโมง ตอนนี้ไม่ทันแล้ว ดังนั้นฉันควรจะ
ไปดูวันพรุ่งนี้
“มีเวลาไม่พอ เวลาอันจำกัดของโรงเรียนแห่งปรโลกนั้นกำลังจะ
หมดแล้วแต่ว่าฉันยังไม่มีวิญญาณสีเลือดที่ไปกับฉันได้ตอนนี้ จะ
ปล่อยให้เป็นอย่างนี้ต่อไปไม่ได้ ฉันควรจะไปที่กองถ่าย ถ้าเป็นไป
ได้ ช่วยนักเขียนคนนั้นเติมเต็มความปรารถนาของเขาโดยเร็วที่สุด
เท่าที่จะเป็นไปได้ หวังว่านั่นจะช่วยโน้มน้าวให้โอเปอร์เรเตอร์สาย
ด่วนเข้าร่วมกับบ้านผีสิงของฉันได้”
หลังจากเตรียมทุกอย่างแล้ว เฉินเกอก็ปิดโทรศัพท์ และเป็นครั้งแรก
ในช่วงหลังมานี้ที่เขาได้เข้านอนเร็ว แปดโมงครึ่งเช้าวันรุ่งขึ้น เฉิน
เกอก็ตื่นขึ้นเพราะมีคนเคาะกระจก เขาลืมตาพร่ามัวขึ้นและได้ยิน
เสียงเสี่ยวกู่ดังมาจากนอกหน้าต่าง
“บอสน่าจะออกไปข้างนอกอีกแล้วเมื่อคืนนี้ รอที่ประตูแหละ”
“ทำไมบอสถึงออกไปข้างนอกกลางคืนบ่อยขนาดนั้น?” เป็นจางจิง
จิ่วถาม เขาสงสัยเกี่ยวกับเฉินเกอมากทีเดียว
“ฉันอธิบายแบบนี้แล้วกัน แอพแชทที่พวกเราใช้ประจำน่ะมีการนับ
ก้าวในชีวิตประจำวัน และเมื่อไหร่ก็ตามที่ฉันมาถึงที่นี่ในตอนเช้า
บอสก็เดินไปแล้วประมาณหมื่นก้าวอ่ะ” น้ำเสียงเสี่ยวกู่สงบ “แต่ว่า
วันนี้ค่อนข้างแปลก ตั้งแต่เมื่อคืนจนถึงตอนนี้ บอสเพิ่งเดินไปแค่
สามพันก้าวเท่านั้น ฉันสงสัยว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับเขาหรือเปล่า”
“ถ้าบอสได้ยินนายพูดอย่างนั้น เขาจะถลกหนังนายทั้งเป็น” เสียง
ของซูว่านดังตามมา พนักงานทั้งหมดดูเหมือนจะมาถึงแล้ว
“ฉันไม่เคยทำร้ายร่างกายพนักงานของตัวเอง ฉันรู้สึกเจ็บปวด
เหมือนกันนะพอได้ยินเธอคิดอย่างนั้น” เฉินเกอลุกขึ้นจากเตียง ดึง
ม่านหนาเปิดออก แล้วเปิดหน้าต่าง “อย่างมากที่สุดฉันก็แค่ตัดเงิน
เท่านั้น”
“บอส!” ทั้งสี่คนยืนอยู่ข้างหน้าต่าง– พวกเขาดูเหมือนจะรออยู่นาน
แล้วทีเดียว
“รอเดี๋ยวนะ ฉันจะไปเปิดประตูให้พวกนาย” เฉินเกอมองโทรศัพท์
ของตัวเอง แปดโมงสี่สิบแล้ว เขาหลับไปเร็วมากจนลืมตั้งนาฬิกา
ปลุก เปิดประตูบ้านผีสิงแล้วเฉินเกอก็ไล่พนักงานทั้งสี่คนเข้าไปใน
ห้องแต่งตัวแล้วช่วยพวกเขาแต่งหน้าทีละคน
“ในเมื่อพวกนายอยู่ที่นี่กันครบ ฉันก็อยากจะประชุมเช้าเสียหน่อย
ตอนที่พวกเราแต่งหน้ากันเนี่ย” เฉินเกอแต่งหน้าให้พนักงานอย่าง
เชี่ยวชาญ บางคนอาจจะถึงกับสงสัยว่าเขาไม่ใช่ชายแท้เมื่อเห็นลีลา
สะบัดแปรงแต่งหน้าของเขา “ซูว่าน เสี่ยวกู่ พวกนายสองคนเป็น
พนักงานอาวุโส คอยดูแลสองฉากด้านบน บ้านผีสิงของเราตอนนี้
แบ่งระดับความยากออกเป็นหลายดาว และผู้เข้าชมหลายคนก็ไม่
ต้องการทดลองฉากที่ยากขึ้นไป ดังนั้น พวกนายจึงมีหน้าที่สำคัญ
ที่สุดเพราะเป็นหน้าเป็นตาของบ้านผีสิงและยังมีอิทธิพลต่อความ
ประทับใจแรกของผู้เข้าชมของพวกเราด้วย”
“บอสไม่ต้องห่วง ให้เป็นหน้าที่ผมกับพี่ซูว่านเอง” เสี่ยวกู่ตบหน้าอก
สัญญา บุคลิกสดใสเหมือนพระอาทิตย์ของเขานั้นบ่งบอกว่าเขานั้น
ผูกมิตรกับทุกคนได้โดยง่าย
“มือกรรไกรกับจางจิงจิ่ว พวกนายสองคนดูแลฉากใต้ดิน ฉันต้องการ
ให้พวกนายทำตามที่ได้รับมอบหมาย ถ้าเกิดอุบัติเหตุอะไรขึ้นกับผู้
เข้าชมให้ติดต่อฉันทันที” เฉินเกอสบตากับมือกรรไกรและจางจิงจิ่ว
“ฉากใต้ดินใหญ่มาก ดังนั้นพวกนายสองคนต้องพัฒนาการแสดง
ของพวกนายนะ”
“เข้าใจแล้วครับ” มือกรรไกรกับจางจิงจิ่วนั้นเคยผ่านเมืองหลี่ว่านมา
พร้อมเฉินเกอ ดังนั้นจึงรู้ได้ถึงสิ่งที่เขาไม่ได้พูดออกมา
“อย่างสุดท้าย ฉันจะให้ซูว่านถือกุญแจสำรองของบ้านผีสิงอย่างเป็น
ทางการ ถ้าเกิดว่าฉันไม่อยู่ขึ้นมา ก็ให้ดำเนินงานไปตามหน้าที่ที่ฉัน
มอบหมายให้พวกนาย” เฉินเกอส่งกุญแจสำรองให้กับซูว่านและมอง
ไปยังเด็กสาวที่ในกระจก “ถ้าเกิดอะไรขึ้นกับฉากบนดิน ให้ถามซูว่าน
ถ้าซูว่านจัดการไม่ได้ ให้ไปหาผู้อำนายการสวนสนุก ผู้อำนวยการ
ลั่ว อย่าไปหาคนอื่น และห้ามเชื่อใจใครอื่น”
ก่อนที่ซูว่านจะตอบรับ เฉินเกอก็ลุกขึ้นยืน “ฉันจะไปจัดการกับฉาก
ใต้ดิน ตอนนี้ มือกรรไกรกับจางจิงจิ่วมากับฉัน ฉันยังมีหลายอย่าง
ต้องสอนพวกนาย”
หลังจากเฉินเกอกับอีกสองคนเดินไปแล้ว เสี่ยวกูก็พบว่าซูว่านยัง
เหม่อมองเข้าไปในกระจก “พี่ ไปกันได้แล้ว ผู้เข้าชมกำลังจะมากัน
แล้ว”
“หืม อืม” ซูว่านกำกุญแจในมือตัวเองแน่นเหมือนเธอกลัวว่าจะเธอ
จะบังเอิญทำของสำคัญมากชิ้นนี้หายไป
เฉินเกอนำจางจิงจิ่วและมือกรรไกรเข้าไปใต้ดินและไปหยุดอยู่ที่
หน้าห้องหนึ่งที่ห้องเก็บศพใต้ดิน เขาเคาะประตูแล้วก็มีชายชราใน
ชุดกาวน์สีขาวเดินออกมา ศีรษะของเขาเต็มไปด้วยเส้นผมสีขาว แต่
เขากลับมีแผ่นหลังเหยียบตรงราวกับต้นสนที่หยัดยืนหันหน้าสู่หน้า
ผา
“สุภาพบุรุษชราผู้นี้คือเว่ยจิ่วฉิน เขาเป็นหมอที่ดีที่สุดของบ้านผีสิง
ของพวกเรา ถ้าฉันไม่อยู่ในบ้านผีสิงและพวกนายเจอปัญหาอะไรที่
แก้ไขไม่ได้ มาหาเขา เขาจะช่วยพวกนาย” หมอเว่ยนั้นชราที่สุดและ
มีประสบการณ์ที่สุด นิสัยของเขาไม่มีตรงไหนให้ตำหนิได้ และเขา
ยังเป็นหนึ่งในไม่กี่คนในบ้านผีสิงที่สามารถรับมือกับวิกฤติได้อย่าง
ยอดเยี่ยม
“ทำไมจู่ ๆ เธอก็พูดเรื่องนี้ขึ้นมาล่ะ?” หมอเว่ยรู้สึกเหมือนมีบางอย่าง
ผิดปกติไป
“ไม่มีอะไรครับ แค่เผื่อเอาไว้”
“ถ้าเธอมีอะไรที่ทำให้กังวลต้องบอกฉันนะ! ฉันอยู่ที่นี่อย่างสุขสบาย
และยังมีโอกาสได้พบเจอเพื่อนเก่า ๆ และสั่งสอนพวกเขาอย่างที่เคย
ทำด้วย” หมอเว่ยนั้นไม่ใช่คนชอบพูดเล่น แต่เขาก็ทำเพื่อให้เฉินเกอ
อารมณ์ดีขึ้น
“ไม่มีอะไรหรอกครับ” เฉินเกอตีสีหน้าปกติ หลังจากผู้เข้าชมเริ่มเข้า
ฉาก เขาก็นำมือกรรไกรกับจางจิงจิ่วเดินไปทั่วชั้นใต้ดินและแนะนำ
ตัวพวกเขาให้กับพวกผีส่วนใหญ่
ริมฝีปากของมือกรรไกรกับจางจิงจิ่วอ้าค้างหลังจากได้ ‘เดินชม’ จน
ทั่ว มีนักเรียน ครู หมอ ผู้ป่ วย และ ‘ผู้คน’ แบบอื่น ๆ อยู่ที่นี่ มันเป็น
เมืองใต้ดินจริง ๆ
“สิ่งที่พวกนายเห็นเป็นแค่ส่วนหนึ่งของฉากใต้ดินเท่านั้น ที่นี่นั้น
กว้างขวางมาก พ่อกับแม่ของฉันใช้เวลาเป็นสิบปีสร้างที่นี่ขึ้นมา”
เฉินเกอแบ่งปันความลับกับมือกรรไกรและจางจิงจิ่วมากขึ้นก่อนที่
จะส่งพวกเขากลับไปที่ฉากเมืองหลี่ว่าน
“มีแค่คนที่ฉันผ่านประสบการณ์เป็นตายมาด้วยฉันถึงจะอนุญาตให้
เป็นพนักงานของฉันได้ คัดเลือกได้ยากมากทีเดียว” เฉินเกอพยายาม
อย่างที่สุดที่จะฝึกมือกรรไกรกับจางจิงจิ่ว เมื่อพวกเขาสามารถดูแล
ที่นี่ได้ด้วยตัวพวกเขาเองแล้ว เขาก็จะมีเวลาไปจัดการเรื่องอื่น ๆ
มากขึ้น
ออกจากฉากมาแล้วเฉินเกอก็ถูกลุงซูเรียกไปหาตอนที่เดินออกมาที่
ปากทางเข้าบ้านผีสิง “เฉินเกอ ผู้อำนวยการลั่วตามหาแกอยู่”
“ตามหาผม?”
“ใช่ ระวังด้วย มีคนนอกหลายคนอยู่ในห้องทำงานของเขา” ลุงซู
กระซิบเตือนเขาก่อนจะไปทำงานต่อ เฉินเกอวิ่งไปที่ตึกสำนักงาน
และตอนที่เขาผลักประตูเปิดเขาก็ได้ยินเสียงหัวเราะลั่นทันที
ผู้อำนวยการลั่งที่ตรงกลางกำลังพูดคุยสนุกสนานกับชายวัยกลางคน
ผู้หนึ่งอยู่ คนที่เห็นอาจจะคิดว่าพวกเขาเป็นเพื่อนเก่าเพื่อนแก่กันมา
นานถึงได้ดูสนิทสนมกัน
“เสี่ยวเฉิน มานั่งสิ” ผู้อำนายการลั่วมีท่าทีเป็นมิตรกับเฉินเกอ เขาลุก
ขึ้นยืนแล้วเดินไปหา ตอนที่เขาหันหลังให้กับชายวัยกลางคน เขาก็
ทำไม้ทำมือแต่ว่าเพิ่มเสียงขึ้น “นี่คือซีอีโอไป๋ ฉันแนะนำเธอกับเขา
ก่อนแล้ว เขามีบางอย่างอยากคุยกับเธอแน่ะ”
“ซีอีโอไป๋?” เฉินเกอเข้าใจได้ในทันทีว่านี่ไม่ใช่การมาเยือนอย่าง
เป็นมิตร
“ไม่จำเป็นต้องมีพิธีรีตองหรอก– พวกเราเคยเจอกันหลายครั้งแล้ว
ครั้งนี้ ฉันมาเป็นตัวแทนคนบางคน ดังนั้นก็จะไม่พูดอ้อมค้อม” ซีอี
โอไป๋ พูดพร้อมยิ้ม “ก่อนหน้านี้มีคนจากบ้านผีสิงในซินไห่มาที่นี่
และพนักงานของพวกเขาทั้งหมดก็ถูกทำให้ตกใจกลัวจนต้องเข้า
โรงพยาบาล เจ้านายของพวกเขาเป็นเพื่อนของฉัน ดังนั้นเขาก็เลยให้
ฉันมาถามเธอหน่อย
“ว่าเธอทำอย่างนั้นได้ยังไงบอสเฉิน?
“คนพวกนั้นเป็นนักแสดงมืออาชีพของบ้านผีสิงที่อยู่ในงานนี้มา
อย่างน้อยก็ห้าปี พวกเขายังเก่งกาจที่สุดเท่าที่หาได้แล้วด้วย”
“ซีอีโอไป๋ คุณมาที่นี่เพราะเรื่องนี้เหรอครับ?” เฉินเกอคิดก่อนจะหัน
ไปหาซีอีโอไป๋ “บางทีพวกเขาอาจจะไม่ได้ดีเท่าที่พวกเขาพูดก็ได้
ผมเองไม่คิดว่าบ้านผีสิงของผมจะน่ากลัวขนาดนั้นนะครับ ความทน
ต่อความสยองขวัญของแต่ละคนก็ต่างกันไป คุณลองเข้าไปดูบ้านผี
สิงของผมด้วยตัวคุณเองดูไหมครับ ซีอีโอไป๋?”