คฤหาสน์สยองขวัญของผม My House of Horrors - ตอนที่ 690
Chapter 690 ระดับอันตรายเกินวัดได้ (1+2)
“นายหลับไประหว่างเข้าชมครั้งก่อน? เป็นไปได้ยังไง?” จางเฟิงยัง
ไตร่ตรองคำพูดของหวังตั้นอยู่ตอนที่ถูกดันให้เดินไปข้างหน้า แต่ว่า
หลังจากได้ยินว่าพวกหวังตั้นสร้างข่าวลือประหลาดพวกนั้นทั้งหมด
ขึ้นมาเอง มันก็ย่อมทำให้จางเฟิงไม่รู้สึกกลัวเท่าก่อนหน้า เขาชอบ
กีฬาเอ็กซ์ตรีมและยังสามารถรับความกดดันได้มากกว่าคนทั่วไป ที่
ยิ่งไปกว่านั้น เขาไม่เคยเชื่อในเรื่องเหนือธรรมชาติอยู่ตั้งแต่แรกแล้ว
ดังนั้นเขาจะมากลัวอะไรที่ไม่มีจริงได้อย่างไร?
สิ่งต่าง ๆ ในบ้านผีสิงนั้นไม่ใช่ของจริง เทียบกับการดำน้ำลึกหรือว่า
การเอาชีวิตรอดในป่ าแล้ว บ้านผีสิงนั้นมีอันตรายต่ำที่สุด เขารู้ดีว่า
การมาบ้านผีสิงนั้นไม่ได้เป็นอันตรายถึงชีวิต
ในเมื่อไม่มีอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้นได้ แล้วจะมีอะไรให้กลัวกัน?
หลังจากพิจารณาเรื่องนี้ในใจแล้ว จางเฟิงก็มั่นใจมากขึ้น และฝีเท้า
ของเขาก็ยังต่างไปจากก่อนหน้า เขาไม่ได้ระแวดระวังเท่านั้นอีกแล้ว
“ไม่มีอะไรให้ต้องกลัว พวกเราก็เดินให้เร็วหน่อยจะได้จบการสัมผัส
ประสบการณ์ครั้งนี้ให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ บ้านผีสิงนี่ อันที่จริง
แล้วก็ทั้งสวนสนุกนี่ น่าเบื่อจะตายอยู่แล้ว ถ้ามีโอกาส ฉันจะเชิญ
พวกนายไปสวนสนุกไฮเทคเจนเนอเรชั่นที่ห้าที่เพิ่งเปิดใหม่ในจิ่วเจียง
ตะวันออก”
ตอนที่จางเฟิงพูดอย่างนั้น เขาก็ไม่ลืมหันกลับมายิ้มให้แฟนสาวของ
หวังตั้น เหมือนเขาพยายามส่งสัญญาณบางอย่างให้เธอ จางเฟิงที่มี
บันทึกผู้ป่ วยแปะอยู่ที่กลางหลังเป็นคนแรกที่เข้าไปในชั้นใต้ดินชั้น
ที่สอง แสงสลัวยิ่งกว่าเดิม ไม่มีไฟฉาย พวกเขาก็แทบมองไม่เห็น
รอบ ๆ ตัว
“หลีจิ่วกับโฮสต์คนนั้นออกไปแล้วเหรอ? ทำไมพวกเราถึงไม่ได้ยิน
เสียงอะไรจากพวกเขาเลย?” จางเฟิงผลักประตูที่ใกล้ตัวที่สุดเปิด มัน
เปิดสู่ห้องพักผู้ป่ วยอีกห้องหนึ่ง ฟูกสกปรกกองอยู่บนเตียง และยังมี
รอยเลือดและเศษเฝือกตกอยู่บนพื้น
“ห้องผู้ป่ วยห้องนี้ดูต่างไปจากห้องอื่นอยู่นะ มันเหมือนมีคนอยู่ที่นี่
เมื่อเร็ว ๆ นี้” จางเฟิงอยากจะเริ่มวิเคราะห์ตามแบบหวังตั้น แต่ว่าเขา
มองไม่เห็นร่องรอยอะไรเลยจริง ๆ ดังนั้นจึงได้แต่อาศัยสัญชาตญาณ
ของตนเอง
“พวกเราจะเข้าไปดูไหม?” แฟนสาวของหวังตั้นยังดูค่อนข้างผวา
เธอยังคงคิดถึงขาสีเทา ๆ คู่นั้นที่เธอเห็นก่อนหน้านี้
“ในเมื่อนายเชื่อว่ามีคนอยู่ที่นี่มาก่อน งั้นมันก็อาจจะเป็นหลีจิ่วกับ
นักไลฟ์ สตรีมคนนั้น พวกเขาอาจจะเจออะไรที่นี่ พวกเราควรจะเข้า
ไปดูนะ” หวังตั้นพูดขณะกระตุ้นให้จางเฟิงเข้าไปในห้อง
กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อจาง ๆ ลอยอยู่ในอากาศ และกลิ่นสาบ จางเฟิงวางมือ
เอาไว้เหนือริมฝีปาก และคิ้วของเขาก็ขมวดลึก เขากดความรู้สึกคลื่นไส้
เอาไว้และดึงผ้าปูเตียงออก ใต้ผ้าปูเตียงนั้นเป็นรอยเลือดรูปร่างมนุษย์
และไม้เซลฟี่
“ทำไมของนี่ถึงมาอยู่ที่นี่ได้?” จางเฟิงหยิบไม้เซลฟี่ขึ้นมา “นี่ดูไม่
เหมือนของตกแต่งในบ้านผีสิง มันเป็นของนักไลฟ์ สตรีมคนนั้น
หรือเปล่า?”
ตอนที่เขาพูด ก็มีเสียงตุบเบา ๆ ดังมาจากตู้เสื้อผ้าที่ข้าง ๆ ตัวเขา มัน
เหมือนมีใครสักคนบังเอิญชนเข้ากับเครื่องเรือนตอนที่กำลังรีบ
“นั่นอะไรน่ะ?” ถึงแม้ว่าเขาจะคอยบอกตัวเองว่าไม่มีเหตุผลอะไรให้
ต้องกลัว ตอนที่อยู่ในสถานการณ์อันตรายจริง ๆ จางเฟิงก็อดใจเต้น
เร็วขึ้นไม่ได้ เขาเดินไปทางตู้ช้า ๆ และดึงประตูตู้เปิดออกให้ช้าที่สุด
เท่าที่จะทำได้ ด้านในตู้นั้นมีชุดผู้ป่ วยที่เก่าและขาดวิ่นกับสมุด
บันทึกขาด ๆ เล่มหนึ่ง
“นี่ง่ายเกินไปแล้ว! ฉันเจอคำใบ้แล้ว!” จางเฟิงตื่นเต้นสุด ๆ ในที่สุด
เขาก็ได้รู้ว่าการมาบ้านผีสิงนั้นสนุกอย่างไร มันก็คือการสำรวจลึก
ลงไปในความหวาดกลัวและสิ้นหวัง เมื่อคนหนึ่งพบขุมทรัพย์เข้า
ตอนที่เส้นประสาทตึงเครียดที่สุด มันก็จะก่อให้เกิดความยินดีอัน
อธิบายไม่ออกมาไม่ถูก
เขาพลิกสมุดบันทึก แต่ว่าจางเฟิงรู้ว่าความสามารถในการวิเคราะห์
ของตนเองนั้นไม่ดีเท่าหวังตั้น ดังนั้นจึงเรียกฝ่ายหลังมาอ่านบันทึก
ด้วยกัน บันทึกเป็นรายละเอียดของการค้นพบอย่างช้า ๆ ของผู้ป่ วย
คนหนึ่งถึงปรากฏการณ์ประหลาดที่เกิดขึ้นที่โรงพยาบาลนี้ ทุกคืน
จะมีเด็กชายเล็ก ๆ คนหนึ่งมาเล่นซ่อนหากับเขา ประโยคเหล่านี้นั้น
เข้าใจง่าย และเขียนขึ้นโดยคนธรรมดาไม่ใช่นักเขียน แต่ว่า ถ้อยคำ
เรียบง่ายเหล่านี้กลับก่อให้เกิดความหวาดกลัวขึ้นในหัวใจของคน
อ่าน
“เล่นซ่อนหา?” จางเฟิงนั้นไม่ใช่อัจฉริยะ แต่ก็ไม่ได้แปลว่าเขาโง่
ตอนที่เขาเห็นชื่อเกมที่บันทึกพูดถึง เขาก็นึกถึงบันทึกผู้ป่ วยที่เดิมติด
อยู่บนหลังของหวังตั้นได้ทันที ถ้าหากบันทึกผู้ป่ วยนั้นเป็นอย่างที่
หวังตั้นพูด เป็นแค่การเล่นตลกไร้อันตราย อย่างนั้นเขารู้ล่วงหน้าได้
อย่างไรว่าจะมีเกมอันตรายอย่างเล่นซ่อนหาดำเนินอยู่ในโรงพยาบาล
ประหลาดนี่?
เมืองไร้นามนั้นเปิดสู่สาธารณะเป็นครั้งแรก และพวกเขาก็เป็นผู้เข้า
ชมกลุ่มแรก หวังตั้นนั้นย่อมไม่สามารถตระเตรียมสิ่งนี้เอาไว้ล่วงหน้า
ได้ นอกเสียจาก… หวังตั้นจะรวมหัวกับบอสของบ้านผีสิงนี่!
ความกระวนกระวายที่จางเฟิงกดเอาไว้ก่อนหน้านี้นั้นตีกลับมาอย่าง
รุนแรงเพราะเขานึกได้ว่าบันทึกผู้ป่ วยแผ่นนั้นตอนนี้ติดอยู่บนหลัง
ของเขา เมื่อเข้าใจได้ว่าของสิ่งนี้จะนำมาซึ่งความเลวร้ายอย่างไร จาง
เฟิงก็กระแทกสมุดบันทึกปิด “รายละเอียดของบ้านผีสิงนี่ทำได้ดี
ทีเดียว พวกเราอยู่ในนี้สักพักแล้ว ดังนั้นพวกเราควรจะกลับออกไป
ได้แล้ว ตอนนี้ฉันก็เริ่มรู้สึกเหนื่อยแล้วเหมือนกัน”
“แต่ว่าพวกเรายังไม่ได้ทำอะไรเลย? ทำไมนักศึกษาครุศาสตร์การกีฬา
และสุขภาพอย่างนายถึงเหนื่อยเร็วขนาดนี้? เป็นเพราะว่านายรู้สึกไม่
สบายมาก ๆ ใช่ไหม? นายอยากนั่งพักก่อนไหม?” หวังตั้นถามอย่าง
เป็นห่วงสุดแสน และนั่นก็มีแต่ทำให้จางเฟิงอยากจะชกหน้าเขา
เท่านั้น
“ไม่ใช่อย่างนั้น อ้อ ใช่แล้ว!” จางเฟิงหยิบไม้เซลฟี่ที่ทิ้งเอาไว้บน
เตียงขึ้นมา “โฮสต์คนนั้นน่าจะกังวลที่ทำของสิ่งนี้หาย พวกเราควร
จะเอามันไปด้วยแล้วไปรอเขาที่ข้างนอก”
เขาถือไม้เซลฟี่เอาไว้ด้วยมือข้างหนึ่ง และมืออีกข้างเอื้อมไปด้านหลัง
ตัวเอง จางเฟิงคิดจะดึงกระดาษนั่นออกจากแผ่นหลังของเขา แต่แล้ว
ก็เกิดบางอย่างที่น่าประหลาดใจขึ้น มือของเขาเอื้อมออกไป แต่ว่า
บันทึกผู้ป่ วยที่น่าจะอยู่บนหลังของเขาหายไปแล้ว!
“เชี่ยไรเนี่ย?” มองข้ามไหล่ไป เขาก็เห็นแขนช้ำ ๆ คู่หนึ่งยื่นออกมา
จากในตู้ ผู้ชายคนหนึ่งที่ไม่มีขาสวมชุดผู้ป่ วยเก่ากะรุ่งกะริ่งอยู่นั้น
กำลังติดบันทึกผู้ป่ วยสีเหลืองจำนวนหนึ่งเอาไว้ที่บนเอวและขาของ
จางเฟิง!
บันทึกผู้ป่ วยแต่ละแผ่นนั้นมีข้อความเดียวกันเขียนเอาไว้ “ถึงตาฉัน
เป็นผีตามหานายแล้ว!”
มันไม่ชัดเจนนักว่ามีบันทึกผู้ป่ วยติดอยู่บนร่างของเขากี่แผ่น จิตใจ
ของจางเฟิงนั้นว่างเปล่า สมองของเขาที่ขาดการฝึกฝนก็เต็มไปด้วย
คำถามมากมายไม่จบสิ้น!
ผู้ชายคนนี้มาจากไหน? ทำไมเขาถึงสวมชุดผู้ป่ วยที่ฉันเห็นก่อนหน้า
นี้? ‘ถึงตาฉันเป็นผี’ หมายความว่ายังไง? ฉันไปสัญญาเล่นเกมนี้กับ
แกเมื่อไหร่?
สีหน้าของเขาบิดเบี้ยว และหัวใจของจางเฟิงก็แทบจะเต้นหลุดออก
จากปาก สมองของเขาปิดการทำงานไปสามวินาทีก่อนที่ร่างกายของ
เขาจะมีปฏิกิริยา เขากรีดร้องอย่างหวาดกลัวแล้วกระโจนขึ้นไปใน
อากาศ ในตอนนี้สมองของเขาก็ยังว่างเปล่าอย่างที่มันเป็น หลังจาก
ที่เขาตกลงพื้น เขาก็พยายามผลักหวังตั้นออกให้พ้นทางและวิ่งออก
จากประตูไป แต่ว่า หวังตั้นและแฟนสาวนั้นออกไปจากห้องก่อนแล้ว
ตอนที่จางเฟิงอ่านบันทึก หวังตั้นก็สังเกตเห็นแล้วว่ามีบางอย่างไม่
ถูกต้อง จากปลายสายตาของเขา เขาเห็นชุดผู้ป่ วยที่ด้านในตู้เสื้อผ้า
เริ่มขยับด้วยตัวมันเอง ต่างไปจากจางเฟิง หวังตั้นนั้นตื่นตัวอยู่ตลอด
เวลา เขาเข้าใจดีว่าฉากระดับ 3.5 ดาวอันตรายได้แค่ไหน
ตอนนั้น เขาก็เตรียมวิ่งหนีแล้ว ตอนที่จางเฟิงหันไปรอบ ๆ และพูด
อะไรบางอย่าง หวังตั้นก็เห็นแขนสองข้างยื่นออกมาจากข้างในตู้ แต่
ด้วยความนับถือในตัวจางเฟิง เขาไม่ได้ขัดชายหนุ่มผู้นั้นตอนที่เขา
กำลัง ‘วิเคราะห์’ อยู่ เขารู้ว่ามันจะเป็นการไม่เคารพกันอย่างมากที่
ไปขัดจังหวะ ดังนั้นจึงฟังการวิเคราะห์ของจางเฟิงอย่างอดทน
ตอนที่จางเฟิงรู้ตัว หวังตั้นก็คว้าข้อมือแฟนสาวไว้แล้ว พวกเขาออก
จากประตูและวิ่งไปหลายเมตร เขารู้สึกเหมือนได้เรียนรู้บทเรียนชีวิต
มากมายในบ้านผีสิงของเฉินเกอ
ฉันไม่ได้สมบูรณ์แบบเหมือนนาย ดังนั้นทางเลือกเดียวที่จะเอาชนะ
นายได้ก็คือวิ่งเร็วกว่านาย
นี่ไม่ใช่ว่าเขามีพลังชีวิตบ้าบออะไรหรอก หวังตั้นแค่เข้าใจว่าคนที่
วิ่งช้าสุดมักจะไปจบลงที่โรงพยาบาลเท่านั้น
ปัง!
ประตูห้องพักผู้ป่ วยกระแทกกับผนังอย่างแรง ตอนที่หวังตั้นและ
แฟนสาวออกจากห้อง พวกเขาก็พบว่ามีขาสีเทาคู่นึ่งยืนอยู่ที่ตรงมุม
บันได และที่เพิ่มความกลัวในหัวใจของเขาได้อย่างมากในพริบตา มี
ขาอีกคู่ปรากฏขึ้น และภายในแค่ 0.1 วินาที ก็มีขาคู่ที่สามปรากฏขึ้น
เมื่อทางไปบันไดถูกขวางเอาไว้ หวังตั้นและแฟนสาวก็ได้แต่วิ่งลึก
เข้าไปในโรงพยาบาล ตอนนั้น จางเฟิงก็พุ่งออกมาจากห้องพักผู้ป่ วย
ด้วยเหมือนกัน เขาวิ่งเร็วมากและยังวิ่งอย่างตามืดบอดจนเกือบจะ
ชนเข้ากับกำแพง ก่อนที่เขาจะทันมีสติขึ้นมาอย่างหวุดหวิด เขาก็
เห็นผู้ป่ วยที่มีผิวสีเทาหลายคนปรากฏตัวอยู่ใกล้ ๆ บันได
เพราะรูปร่างหน้าตาของเขาดีและยังมีพื้นหลังครอบครัวร่ำรวย จาง
เฟิงจึงไม่เคยประสบกับปัญหาในชีวิตจริง ๆ เลยสักครั้ง และเขาก็ยัง
เป็นจุดศูนย์กลางของความสนใจไม่ว่าเขาจะไปที่ไหน ในตอนนี้ ใน
บ้านผีสิงแห่งนี้ เขาก็เป็นดาวเด่นด้วยเหมือนกัน ผู้ป่ วยหลายคนที่มี
แขนขาบิดเบี้ยวล้วนมองมาที่เขาอย่างสนใจเป็นอย่างยิ่ง
แผ่นหลังของเขานั้นมีบันทึกผู้ป่ วยติดเอาไว้เต็ม น้ำตาเริ่มคลอตาจาง
เฟิง ในที่สุดเขาก็นึกถึงความเอื้อเฟื้อของหวังตั้นขึ้นมาได้ และเขาก็
วิ่งตรงไปหา พอได้ยินเสียงฝีเท้าดังมาจากด้านหลัง หวังตั้นก็วิ่งเร็ว
ขึ้นอีก พวกเขาวิ่งไปตามทางเดินและไปถึงที่ช่องบันไดทางด้านขวา
ของโรงพยาบาล
ถึงอย่างไรจางเฟิงก็เป็นนักศึกษาการกีฬา และก็ใช้เวลาแค่ไม่นานเขา
ก็ไล่ตามหวังตั้นทัน ผู้ป่ วยทั้งกลุ่มก็ตามหลังพวกเขามาด้วยเหมือนกัน
และพวกเขาก็ดูจะไม่ยอมแพ้ง่าย ๆ
“พวกเราวิ่งไปด้วยกันอย่างนี้ไม่ได้! พวกเราจะถูกจับตัวได้กันหมด!”
หวังตั้นร้องออกมาด้วยน้ำเสียงเร่งร้อน ในช่วงเวลาอันสำคัญนี้ เขาก็
กลายเป็นผู้นำ “เร็ว! ที่แยกถัดไป ตอนที่พวกเราไม่อยู่ในสายตาพวก
เขาแล้ว พวกนายสองคนไปซ่อนในห้องพักผู้ป่ วยที่สองด้านทางเดิน
แล้วฉันจะพยายามล่อพวกเขาไปเอง!”
“หวังตั้น…” แฟนสาวของเขามองเขาอย่างเป็นห่วง และเหมือนจะ
อยากพูดอะไรสักอย่าง
“ไม่มีเวลาให้เสียแล้ว เร็ว!” เสียสละ ไม่เห็นแก่ตัวเลยสักนิด หวังตั้น
กลายเป็นฮีโร่ที่ไม่มีใครเทียบได้ จางเฟิงเองก็ประหลาดใจกับความ
แมนของหวังตั้นเพราะเขาเองไม่คิดจะอาสาทำอะไรแบบนั้นเด็ดขาด
หลังจากเลี้ยวที่ตรงมุม จางเฟิงก็มุดเข้าไปในห้องพักผู้ป่ วยห้องหนึ่ง
โดยไม่เสียเวลาสักนิด ตอนที่เขากำลังจะปิดประตูนั่นเอง เขาก็เห็น
หวังตั้นจับมือแฟนสาวเอาไว้แล้ววิ่งต่อไป พวกเขาพุ่งไปยังทางออก
และไม่ได้มีทีท่าจะหยุดวิ่ง
และที่ทำให้เรื่องเลวร้ายขึ้นไปอีก ผู้ป่ วยที่มีร่างกายบิดเบี้ยวและมี
รอยประหลาดอยู่บนใบหน้านั้นไม่ได้สนใจจะตามหวังตั้นและแฟน
สาวไปเลย กลับกัน พวกเขาทั้งหมดแออัดกันอยู่หน้าห้องของเขา!
ดวงตามากมายจับจ้องอยู่ที่บันทึกผู้ป่ วยที่ติดอยู่ทั่วตัวเขา และจางเฟิง
ก็เข้าใจความจริงของสถานการณ์แล้ว ตอนที่ใบหน้าซีด ๆ เหล่านั้น
ทะลักเข้ามาในห้อง เสียงกรีดร้องที่ทำให้เลือดแข็งตัวก็ดังก้องไปทั่ว
โรงพยาบาลเอกชนเมืองหลี่ว่าน
“หวังตั้น! ไอ้เฮงซวย แกวางกับดักฉัน!”
…
ที่ชั้นใต้ดินชั้นที่สามของโรงพยาบาลเอกชนเมืองหลี่ว่าน นักไลฟ์
สตรีมถือกระเป๋ าที่ซิปรูดเปิดอยู่ของตนเอาไว้ในมือข้างหนึ่ง และมือ
อีกข้างกำโทรศัพท์เอาไว้ “นี่มันแปลก ไม้เซลฟี่ของฉันไปไหนกัน?
ถ้าไม่มีมัน มุมกล้องก็จะไม่กว้างพอจะเห็นทั่ว ๆ และมันยังรบกวน
ประสบการณ์การมองเห็นถ้าเริ่มไลฟ์”
“นายลืมเอามาหรือเปล่า?” หลีจิ่วเดินอยู่ข้าง ๆ เขา พวกเขาดูเหมือน
จะมีแรงจูงใจอื่นในการเข้ามาบ้านผีสิงครั้งนี้
“เป็นไปไม่ได้” เขาค้นกระเป๋าอีกรอบ
“เลิกหาเถอะ พวกเราต้องเริ่มแล้ว ฉันได้ยินเสียงกรีดร้องดังมาอีก
แล้ว ฉันเชื่อว่านักศึกษาพวกนั้นน่าจะถูกนักแสดงของบ้านผีสิงจับ
ตัวได้แล้ว” หลีจิ่วเอาแต่หันไปมองห้องพักผู้ป่ วยที่เรียงรายอยู่ริม
ผนัง “พวกเรากำลังจะไลฟ์สดอยู่ในบ้านผีสิงเพื่อเปิดเผยความลับ
ของที่นี่ ถ้าพนักงานมาเห็นเข้า พวกเขาต้องมาห้ามเราเอาไว้แน่ ๆ”
“ก็ให้พวกเขาทำสิ พวกเขาจะทำอะไรได้? พวกเขาแตะต้องพวกเรา
ต่อหน้ากล้องได้เหรอ?” สีหน้าของโฮสต์นั้นทะมึน และมันก็ต่างไป
จากตอนที่เขาอยู่ต่อหน้ากล้องอย่างสิ้นเชิง “นอกจากนี้ ฉันหวังให้
พวกเขาแตะต้องตัวพวกเรา อย่างนั้นพวกเราก็จะมีหลักฐานเอาไว้
จัดการกับบอสนั่น”
“สวนสนุกแห่งอนาคตต้องการรู้ความลับเบื้องหลังความนิยมของที่นี่
แต่ฉันรู้สึกว่าบอสนั่นมีจุดประสงค์แอบแฝงอยู่เบื้องหลัง” หลีจิ่ว
กระซิบกระซาบ
“ฉันกำลังจะเริ่มไลฟ์แล้ว นายต้องหยุดสันนิษฐานอย่างไม่มี
หลักฐาน” โฮสต์ดึงหยกคุณภาพย่ำแย่หลายชิ้นออกมาจากกระเป๋ า
หยกพวกนั้นดูเหมือนกันไปหมด แต่ว่าบางอันมีรอยแตกอยู่บนผิว
โฮสต์คิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วตัดสินใจดึงชิ้นที่มีรอยแตกเก้าสายเหมือน
มันกำลังจะแตกออกเป็นชิ้น ๆ ออกมาแล้วสวมมันเอาไว้รอบคอ
หลังจากเตรียมการเรียบร้อยแล้ว เขาก็ล็อกอินเข้าไปในแอคเคานท์
สำหรับไลฟ์ ของตนเอง “พวกเราจะเริ่มต้นตามที่วางแผนเอาไว้ พวก
เราจะเผยความลับของบ้านผีสิงแห่งนี้ และนายก็ต้องให้ความร่วมมือ
กับฉันอยู่เบื้องหลังเพื่อสร้างเอฟเฟ็กต์น่ากลัวสักหน่อย ด้วยความ
นิยมที่บ้านผีสิงนี้มีบนอินเตอร์เนต ฉันแน่ใจว่าไลฟ์ จะดึงดูดความ
สนใจของคนดูจำนวนมาก”
“ไม่ต้องห่วง ฉันจำบทได้ขึ้นใจแล้ว– ไม่มีปัญหาอะไรแน่นอน” หลี
จิ่วให้สัญญาณกับโอสต์และเดินเข้าไปในเงามืด เขารักษาระยะห่าง
ห้าเมตรเอาไว้ โฮสต์เปิดแอพขึ้นมาและเปลี่ยนกล้องให้จับภาพใบหน้า
ของตัวเอง ตอนที่ไลฟ์ เริ่มต้น เขาก็ราวกับเปลี่ยนไปเป็นอีกคนหนึ่ง
ความทะมึนบนใบหน้าของเขาหายไป และเขาก็ทำเหมือนตัวเองกำลัง
ตื่นตระหนกและกังวล หลังจากไลฟ์ เริ่มเชื่อมต่อได้นิ่งแล้ว เขาก็พึมพำ
ด้วยน้ำเสียงรีบร้อน “สวัสดีครับทุกคน ผมหวงหลาง ต้าหลางเกอของ
พวกคุณ คนที่รู้จักผมจะรู้ว่าผมน่ะมีสายเลือดนักทำนายที่เก่งกาจ
และน่าภาคภูมิใจ ผมใช้เวลาหลายปีในการเรียนรู้วิชาทำนายจากปู่
ของผม ดังนั้นผมจึงรู้เรื่องเฟิงฉุย ปากว้า และอื่น ๆ อยู่มากทีเดียว
“พวกเราเคยไปบ้านผีสิงกันมาหลายที่แล้ว และพวกเราก็เจอเข้ากับ
บางอย่างที่ไม่สามารถอธิบายได้ด้วยวิทยาศาสตร์ แต่ไม่มีอะไรเทียบ
ได้กับสิ่งที่เกิดขึ้นวันนี้”
โฮสต์หนุ่มที่เรียกตัวเองว่าหวงหลางนั้นตระเตรียมทุกอย่างเอาไว้แล้ว
หลังจากที่เขาเกริ่นนำจบ เขาก็ดึงกล้องออกไปห่าง ๆ แล้วพูดต่อ
“ตอนนี้ผมอยู่ที่บ้านผีสิงของสวนสนุกนิวเซนจูรี่จิ่วเจียงตะวันตก ใช่
บ้านผีสิงที่เป็นที่รู้จักกันบนอินเตอร์เนตว่าให้ประสบการณ์การเข้าชม
ที่น่ากลัวที่สุด ที่ซึ่งยังไม่มีใครสามารถพิชิตได้!”
เสียงของเขามีความภาคภูมิใจอยู่บาง ๆ “ฉากที่ผมอยู่ในตอนนี้น่าจะ
เป็นฉากที่พวกคุณส่วนใหญ่ไม่คุ้นเคย เพราะว่านี่คือฉากระดับ 3.5
ดาว ฉากที่มีความยากสูงที่สุดในบ้านผีสิงแห่งนี้! พวกคุณหลายคน
คงจะถาม ว่าทำไมผมถึงได้สิทธิพิเศษเข้าท้าทายฉากระดับ 3.5 ดาว
ได้เลย? นั่นเป็นสิ่งที่ผมรู้ แต่เป็นสิ่งที่พวกคุณต้องค้นหาเอานะครับ”
หวงหลางมีรอยยิ้มปริศนาบนริมฝีปาก เขาปรับน้ำเสียง และใบหน้า
ของเขาก็เปลี่ยนเป็นจริงจังอีกครั้ง “ถ้าพูดกันจริง ๆ แล้ว บ้านผีสิงนี้
ก็ต่างไปจากที่อื่นจริง ๆ ตอนที่ผมเข้ามาที่นี่ครั้งแรก ก็เกิดบางอย่าง
ขึ้นกับจี้หยกที่เป็นสมบัติของตระกูลของผม ทุกคนครับ ดูนี่สิ”
หวงหลางดึงจี้หยกออกมาจากใต้คอเสื้อ “ตอนที่พวกเราเข้าไปที่
สุสานหนานหลิงในซินไห่ครั้งก่อน หยกนี่มีรอยแตกเจ็ดเส้น แต่ดูนี่
สิ! ตอนที่ผมเข้ามาในบ้านผีสิงแห่งนี้ ผมก็นับได้ว่ามีรอยแตกอยู่บน
หยกถึงเก้าเส้น! นี่เป็นคำเตือนจากบรรพบุรุษของผม! บ้านผีสิงนี่
อันตรายมาก!”
จากนั้นเขาก็เก็บจี้หยกลงไปและแสดงต่อ “แต่ถึงมันจะอันตราย
อย่างระบุไม่ได้ ผมก็ยังรับความเสี่ยงนี้เพื่อเปิดเผยความลับของบ้าน
ผีสิงที่สมจริงที่สุดให้เพื่อน ๆ ที่รักของผมได้เห็น!”