ระบบสังหาร จักรพรรดิไร้พ่ายแห่งสมรภูมิ - บทที่ 620 สงครามเริ่มรอบรับ
หลังจากกองทัพหมาป่าผู่ถูออกเดินทาง ค่ายใหญ่ภายในเมืองก็เหลือเพียงแค่เหล่าขุนนางของเมืองซานไห รองเจ้าเมืองเข้ามาใกล้แล้วกล่าวว่า “ท่านเจ้าเมือง พวกเราควรทำอย่างไรต่อไปขอรับ?”
เหยียนซื่อไหพลันหันกลับมามองก่อนจะตอบว่า “แน่นอนว่าต้องตามไปสิ”
พอพูดจบเขาก็ก้าวเดินตามทิศทางที่กองทัพหมาป่าผู่ถูมุ่งหน้าไป เมื่อเหล่าขุนนางที่เหลือเห็นดังนั้น พวกเขาก็รีบตามไปในทันที
ที่ประตูตะวันออกเมืองซานไห ในเวลานี้ภาพการเผาเมืองฆ่าฟันปล้นสะดมได้ปรากฏขึ้น ณ ที่แห่งนี้โจรสลัดร่างเตี้ยจำนวนมากกำลังวิ่งพล่านไปตามถนนและตรอกซอกซอย พบสตรีโฉมงามก็ลงมือฉุดคร่าทันที พบจวนหลังใหญ่ก็บุกเข้าไปปล้นสะดม โดยสรุปแล้วเป็นความวุ่นวายอย่างที่สุด
“ทหารรักษาการณ์เมืองไปไหนกันหมด ทำไมปล่อยให้โจรสลัดบุกเข้ามาได้!”
“ช่วยด้วย! ช่วยลูกสาวข้าด้วย!”
“อย่าเอาไป อย่าเอาไปเลย นั่นคือทรัพย์สินที่ข้าเก็บหอมรอมริบมาทั้งชีวิต”
เมื่อหลี่เต้านำกองทัพหมาป่าผู่ถูมาถึง ภาพที่ปรากฏต่อสายตาก็เป็นเช่นนี้ สิ่งที่เขาเห็นคือราษฎรที่กำลังวิ่งหนีตายกันอย่างชุลมุน และโจรสลัดที่กำลังอาละวาดอย่างบ้าคลั่ง
เมื่อกองทัพหมาป่าผู่ถูเห็นโจรสลัด พวกเขาก็อดนึกถึงชนเผ่าเป่ยหม่านที่เคยเผชิญหน้าด้วยไม่ได้ คงเป็นเพราะพวกต่างเผ่าก็ล้วนมีนิสัยเช่นนี้
“หัวหน้า!”
เสวี่ยปิงและคนอื่นๆ หันไปมองหลี่เต้า หลี่เต้าไม่พูดพร่ำทำเพลง เขากวาดตามองโจรสลัดที่อยู่บนถนนแล้วชี้าง้าวมังกรทมิฬไป
ทุกคนในกองทัพหมาป่าผู่ถูรอคำสั่งนี้อยู่แล้ว
จากนั้นทหารกองทัพหมาป่าผู่ถูก็พร้อมใจกันกระโดดลงจากหลังหมาป่า ภายในเมืองเช่นนี้การถือดาบด้วยตนเองย่อมสะดวกกว่า
ในตอนนั้นเอง โจรสลัดกลุ่มหนึ่งกำลังแย่งเด็กหญิงอายุเพียงสิบขวบจากมือของชายชรา
“ได้โปรดเถิด นางเป็นเพียงลูกสาวอายุสิบขวบของข้า ได้โปรดปล่อยนางไปเถิด”
“ไม่ยอมปล่อย? งั้นก็ตายซะ!” หัวหน้าโจรสลัดชักดาบขึ้นมาจะฟันมือของชายชราที่กำลังกอดลูกสาวไว้ แต่แล้วในชั่วพริบตาถัดมา ดาบเหล็กที่ถูกตีขึ้นอย่างประณีตเล่มหนึ่งก็กั้นขวางดาบของมันไว้
“ใครกัน!”
เมื่อเห็นว่าการกระทำของตนถูกขัดขวาง โจรสลัดก็พลันเงยหน้าขึ้นมองโดยสัญชาตญาณ ผลคือมันถึงกับต้องตะลึงงันไป เพราะไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อใด พวกมันได้ถูกกลุ่มทหารกองทัพหมาป่าผู่ถูที่สวมเกราะหนักล้อมเอาไว้แล้ว เมื่อเทียบกับกองทัพหมาป่าผู่ถูที่รูปร่างสูงใหญ่กำยำและยังสวมเกราะหนัก พวกโจรสลัดสวมเพียงเสื้อผ้าป่านธรรมดา รูปร่างก็เตี้ยเล็กเป็นพิเศษ
เมื่อยืนเคียงข้างกองทัพหมาป่าผู่ถู พวกโจรสลัดก็ดูราวกับตัวตลกไร้ค่า ช่างดูน่าขบขันเป็นพิเศษ
“พวกเจ้า…”
หัวหน้าโจรสลัดถึงกับหมดความมั่นใจในทันที ขณะที่เขากำลังจะพูดอะไรบางอย่าง กองทัพหมาป่าผู่ถูก็ยกดาบขึ้นโดยไม่ลังเล เพียงชั่วพริบตาพวกโจรสลัดก็ถูกสังหารจนศีรษะขาดออกจากร่าง รอบข้างกองทัพหมาป่าผู่ถูเหลือเพียงชายชราที่ยังคงตะลึงงัน และบุตรสาวตัวน้อยที่ใบหน้าเต็มไปด้วยความหวาดกลัวอยู่
“กลับไปเถิด”
เว่ยอวิ๋นยื่นมือลูบศีรษะเด็กหญิงตัวน้อย ก่อนจะนำกองทัพหมาป่าผู่ถูออกตามหาเป้าหมายกลุ่มต่อไป เนื่องจากโจรสลัดกระจายตัวอยู่หลายที่ พวกเขาสามพันนายจึงต้องแยกย้ายกันออกไป หลังจากเว่ยอวิ๋นและกองทัพหมาป่าผู่ถูจากไปแล้ว ชายชราจึงค่อยๆ ได้สติกลับคืนมา ตลอดชีวิตที่อาศัยอยู่ในเมืองซานไห เขาไม่เคยพบเห็นทหารเช่นนี้มาก่อน
โจรสลัดต่างพากันปล้นสะดมด้วยความยินดี พวกมันรู้สึกตื่นเต้นเป็นพิเศษเพราะครั้งนี้แตกต่างออกไปจากครั้งก่อนๆ แต่ก่อนพวกมันทำได้แค่ปล้นชาวประมงธรรมดานอกเมืองเท่านั้น ได้ทรัพย์สินมาอย่างน้อยนิดน่าสงสาร แต่พอได้เข้ามาในเมือง ทรัพย์สินที่ปล้นได้ในช่วงเวลาสั้นๆ เพียงหนึ่งก้านธูปนี้ก็มีค่าเท่ากับการปล้นนอกเมืองถึงร้อยครั้ง ทว่าความสุขของพวกโจรสลัดก็อยู่ได้ไม่นาน เพราะไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไหร่ ได้มีกองทัพลึกลับในชุดเกราะหนักปรากฏตัวขึ้นบนถนนสายยาว
ทหารสามพันนายเกือบจะเต็มถนนทุกสายโดยรอบ แต่พวกโจรสลัดมีเพียงแค่ไม่กี่คน ยังไม่ถึงพันคนด้วยซ้ำ เพียงชั่วพริบตาคนส่วนใหญ่ก็ล้มตายกันไปแล้ว จางเมิ่งยกมือสังหารโจรสลัดคนหนึ่งแล้วบ่นพึมพำว่า
“แค่คนพวกนี้ยังไม่พอให้ข้าแคะฟันเลย”
เขานำกำลังพลเดินผ่านมาตามเส้นทาง แต่จำนวนศัตรูที่มีอยู่นั้นแทบไม่พอแบ่งให้ทุกคนได้สังหารเลย ก่อนหน้านี้เมื่อได้ยินว่าโจรสลัดมา เขาคิดว่าจะได้สังหารพวกมันอย่างสะใจเสียที
แต่ตอนนี้ต้องรู้สึกผิดหวังแล้ว ในขณะเดียวกันนั้นในใจของเขาก็มีความสงสัยอยู่บ้าง โจรสลัดแค่นี้ทำไมถึงได้สามารถก่อความวุ่นวายในเมืองได้มากมายถึงเพียงนี้ หากเป็นเมืองเล็กๆ ทั่วไปก็คงไม่แปลก แต่นี่เป็นนครใหญ่ แม้ไม่ได้ใหญ่โตเท่าเมืองเถียนหนานที่เป็นเมืองหลัก แต่นับว่าเป็นเมืองระดับสามได้ ด้วยโจรสลัดแค่นี้ เขาไม่เชื่อว่าทหารรักษาการณ์จะจัดการไม่ได้
แต่เขาก็ไม่มีเวลามาคิดอะไรมากมายแล้ว เพราะถ้ารออีกต่อไป ศีรษะของพวกมันคงถูกแย่งไปจนหมด อีกด้านหนึ่ง ในขณะที่กองทัพหมาป่าผู่ถูกำลังสังหารโจรสลัดอย่างบ้าคลั่งอยู่นั้น เหยียนซื่อไหได้รีบนำขุนนางใต้บังคับบัญชาไล่ตามมาอย่างรวดเร็ว ไม่นานนักพวกเขาก็เห็นภาพเหตุการณ์เดียวกับที่หลี่เต้าเคยเห็นก่อนหน้านี้
“นี่… นี่มันเกิดอะไรขึ้น! ทำไมโจรสลัดถึงบุกเข้ามาในเมืองได้!”
รองเจ้าเมืองและเหล่าขุนนางต่างตะลึงงันเมื่อเห็นภาพตรงหน้า ก่อนหน้านี้ที่พวกเขาปล่อยให้คนใต้บังคับบัญชาจัดการตามใจ เพราะตามความเข้าใจของพวกเขาแล้ว โจรสลัดมักจะอาละวาดอยู่นอกเมืองเท่านั้น ไม่มีทางบุกเข้ามาในเมืองได้ แต่ตอนนี้…
รองเจ้าเมืองมีเหงื่อเย็นผุดซึมขึ้นมาทันที การที่เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นต่อหน้าต่อตาผู้ตรวจการที่ราชสำนักส่งมา นี่ย่อมเป็นเรื่องใหญ่เสียแล้ว
“ท่านเจ้าเมือง…”
รองเจ้าเมืองเหลือบมองไปทางเหยียนซื่อไห
ขณะนี้สีหน้าของเหยียนซื่อไหดูย่ำแย่ยิ่งกว่ารองเจ้าเมืองเสียอีก ทั้งยังดูเกรงกลัวและกระวนกระวายใจมากกว่าด้วย เพราะว่า…
ทำไมถึงได้บังเอิญเช่นนี้!
เหยียนซื่อไหากำหมัดแน่น พยายามข่มความรู้สึกในใจเอาไว้ กองทัพหมาป่าผู่ถูสามพันนายลงมือพร้อมกัน ไม่นานโจรสลัดทั้งหมดก็ถูกจัดการเรียบร้อย
หลี่เต้าหันกลับมามองเหยียนซื่อไหและคนอื่นๆ
“พวกเจ้าไม่คิดจะให้คำอธิบายกับข้าสักหน่อยหรือ?”
เมื่อได้ยินคำพูดนั้น เหล่าขุนนางก็ต่างก้มหน้าลงพร้อมกัน รองเจ้าเมืองกวาดตามองรอบๆ อย่างหวาดหวั่นแล้วตะโกนว่า “ทหารรักษาการณ์อยู่ที่ใด!”
“ขอรับใต้เท้า ข้า… ข้าอยู่ตรงนี้…”
ไม่นานนักก็มีขุนนางใบหน้าซีดเผือดผู้หนึ่งเดินออกมาจากฝูงชน รองเจ้าเมืองพูดด้วยสีหน้าเคร่งขรึมว่า “บอกข้ามา โจรสลัดบุกเข้ามา ทหารรักษาการณ์ของเจ้าหายไปไหนหมด?”
“ทหารรักษาการณ์… ทหารรักษาการณ์…”
ทหารรักษาการณ์สีหน้าซีดเผือด พูดจาติดขัดเอ่ยต่อไม่ออก เขาแอบเหลือบมองเหยียนซื่อไหที่อยู่ด้านข้าง เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายไม่มีปฏิกิริยาใดๆ สีหน้าก็ยิ่งซีดขาวลงกว่าเดิม สุดท้ายทหารรักษาการณ์ก็ก้มหน้าลง พูดอย่างหมดอาลัยตายอยากว่า “ขอท่านใต้เท้าลงโทษข้าด้วย”
“งั้นหรือ?”
รองเจ้าเมืองตวาดว่า “เรื่องใหญ่ขนาดนี้ เจ้าจะรับผิดชอบไหวหรือ?”
ทหารรักษาการณ์ก้มหน้าทำท่าทางยอมรับผิด หลี่เต้ามองดูเหตุการณ์วุ่นวายตรงหน้า สายตาของเขากวาดมองใบหน้าขุนนางหลายคนก่อนจะหยุดอยู่ที่เจ้าเมืองเหยียนซื่อไห จากนั้นก็หันไปมองทหารรักษาการณ์พลางกล่าวว่า
“เจ้ารู้หรือไม่ว่าการละเลยหน้าที่ก่อนสงครามในกองทัพจะถูกจัดการอย่างไร?”
เมื่อนายทหารรักษาการณ์ได้ยินดังนั้นก็ตัวสั่น กัดริมฝีปาก หน้าซีดเผือด นิ่งเงียบไม่พูดจา หลี่เต้าพูดต่อไปว่า “การละเลยหน้าที่ก่อนสงคราม หากพูดถึงโทษเบาที่สุดก็ต้องประหารชีวิต”
“ถ้าพูดถึงโทษหนัก…”
“ไม่รู้ว่าครอบครัวของเจ้าจะรับดาบแทนเจ้าได้กี่คราวกัน”
ตลบ!
ทันใดนั้น ทหารรักษาการณ์พลันคุกเข่าลงกับพื้นแล้วร้องวิงวอนว่า “ท่านใต้เท้า ขอท่านลงโทษแต่ข้าก็พอแล้ว”