ระบบสังหาร จักรพรรดิไร้พ่ายแห่งสมรภูมิ - บทที่ 611 ทำโดยไม่ขอขวัญพวกเขาหรือ?
ความเข้าใจผิด?
เมื่อได้ยินดังนั้น สายตาของทุกคนก็จ้องมองมาพร้อมกัน
เหล่าทูตจากแคว้นหมู่เกาะต่างแสดงสีหน้าไม่เข้าใจ หลี่เต้าค่อยๆ กล่าวว่า “ต้าเฉียนไม่ยอมปล่อยแคว้นหมู่เกาะ มิได้หมายความว่าจะยอมแบ่งดินแดนให้พวกเจ้า”
หัวหน้าคณะทูตขมวดคิ้วกล่าว “หากต้าเฉียนไม่แบ่งดินแดนให้พวกเรา เช่นนั้นแคว้นหมู่เกาะของพวกเราก็จะไม่เข้าร่วมกับต้าเฉียนของพวกท่านเช่นกัน”
หลี่เต้าพลันยิ้มบาง “เหตุใดจำเป็นต้องได้รับความยินยอมจากพวกเจ้าด้วยเล่า?”
สีหน้าของหัวหน้าคณะทูตเปลี่ยนไปในทันที “เจ้าหมายความว่าอย่างไร!”
“ความหมายก็ง่ายๆ” หลี่เต้ากล่าวอย่างชัดถ้อยชัดคำ “หากพวกเจ้าไม่ให้ พวกเราก็จะเอาเอง”
เมื่อคำพูดนี้ถูกเอ่ยออกมา สีหน้าของทุกคนในที่นั้นก็ต่างเปลี่ยนไป ส่วนหยางหลินและเหล่าขุนนางฝ่ายทหารต่างมีประกายวาบขึ้นในดวงตา สายตาที่พวกเขามองไปยังเหล่าทูตจากแคว้นหมู่เกาะนั้นเปลี่ยนไปแล้ว
ภายใต้สายตาประหลาดเหล่านี้ เหล่าทูตจากแคว้นหมู่เกาะต่างรู้สึกหวาดหวั่นขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก ในที่สุดผู้ที่เป็นหัวหน้าก็ก้าวออกมา เขากล่าวด้วยสีหน้าเคร่งขรึมว่า “เอาเอง? ท่านอู่อันกงไม่กลัวฟันจะหักหรือ”
“ฟันของข้าแข็งแรงดีอยู่แล้ว”
ทันใดนั้น หัวหน้าคณะทูตก็มองไปที่องค์หญิงหมิงเยว่ “ฝ่าบาท พระองค์จะปล่อยให้ขุนนางใต้บังคับบัญชาลบหลู่เช่นนี้หรือ?”
ในห้วงความคิด จีหมิงเยว่หัวเราะเบาๆ “หมิงเยว่ คนผู้นี้กำลังยุแยงตะแคงรั่วอยู่ จะถือโอกาสแหย่เขาสักหน่อยไหม?”
องค์หญิงหมิงเยว่กล่าวเสียงเบา “แม้ข้าจะรู้สึกไม่ชอบเขา แต่เมื่อเทียบกับเขาแล้ว ข้ากลับรังเกียจพวกคนแคระนี้มากกว่า พวกมันทุกคนล้วนมีแววตาโลภ สิ่งที่พวกมันต้องการคงไม่ได้ง่ายดายอย่างที่แสดงออกมาภายนอกแน่”
ที่ภายนอก องค์หญิงหมิงเยว่ยังคงมีสีหน้าเรียบเฉย นางกล่าวว่า “ชายฝั่งมีโจรสลัดชุกชุม หลายปีมานี้ชาวอี้โจวต้องทนทุกข์จากการกดขี่ของพวกเจ้ามามากเพียงใด บัดนี้ยังจะให้ข้าส่งมอบดินแดนที่พวกเขาใช้ดำรงชีพให้พวกเจ้า ต้าเฉียนไม่อาจทรยศต่อพวกเขาได้อีก”
“ดังนั้นข้าจึงไม่มีทางตกลงตามข้อเรียกร้องของพวกเจ้า”
เมื่อเห็นองค์หญิงหมิงเยว่ตรัสเช่นนั้น สีหน้าของเหล่าทูตจากแคว้นหมู่เกาะก็ยิ่งดูย่ำแย่ลง จิตสังหารในดวงตาของหัวหน้าคณะทูตพลันยิ่งเข้มข้นขึ้น เขาจ้องมองหลี่เต้าอย่างเดือดดาล ทั้งหมดนี้เป็นความผิดของคนผู้นี้ที่ทำให้แผนการของพวกเขาพังทลาย ในขณะเดียวกันเขาก็เริ่มแค้นเคืองต่อแคว้นต้าเฉียน
หลังจากเงียบไปครู่หนึ่ง หัวหน้าคณะทูตก็ก้มหน้าพูดว่า “ในเมื่อเป็นเช่นนี้ก็ไม่มีอะไรต้องพูดกันอีก เรื่องระหว่างแคว้นหมู่เกาะกับแคว้นต้าเฉียนก็คงต้องยุติลงเพียงเท่านี้”
เมื่อพูดจบแล้ว เหล่าทูตจากแคว้นหมู่เกาะก็พากันลุกขึ้น จากนั้นหัวหน้าคณะทูตก็ประสานมือคำนับกล่าวว่า “เช่นนั้นฝ่าบาท พวกกระหม่อมขอทูลลา”
พอพูดจบ กลุ่มคนเหล่านั้นก็หมุนตัวเดินออกไปทันที องค์หญิงหมิงเยว่เห็นเช่นนั้นก็ไม่ได้ห้ามปรามอะไร ปล่อยให้พวกเขาจากไป
หลังคณะทูตจากแคว้นหมู่เกาะออกจากพระที่นั่งไท่เหอไปแล้ว พวกเขาก็มุ่งหน้าตรงไปยังนอกเมืองหลวงทันที
ในระหว่างทางมีคนหนึ่งเอ่ยปากถามว่า “ท่านหัวหน้า พวกเราจะจากไปทั้งอย่างนี้เลยหรือ ภารกิจยังไม่สำเร็จ”
มีคนรีบตอบทันทีว่า “เจ้าโง่ เจ้าไม่เห็นหรือว่าพวกเขาดูถูกพวกเราเช่นไร เห็นได้ชัดว่าอีกฝ่ายไม่ตกลง”
“แล้วภารกิจจะทำอย่างไร?”
ทุกคนหันไปมองหัวหน้าคณะทูต “ยกเลิก!”
หัวหน้าคณะทูตหันกลับไปมองวังหลวงพลางกล่าวอย่างเย็นชาว่า “ในเมื่อต้าเฉียนไม่ยอมให้ พวกเราก็จะกลับไปเอาเอง”
“ท่านหัวหน้า กลับไปแล้วองค์ราชาจะทรงเห็นชอบด้วยหรือ?”
หัวหน้าคณะทูตกล่าวอย่างเคร่งขรึม “ต้องเห็นชอบด้วยแน่นอน เดิมทีหากไม่ใช่เพราะอัครเสนาบดีแห่งต้าเฉียนหลอกล่อ องค์ราชาคงจะลงมือไปแล้ว บางทีตอนนี้อาจจะได้ดินแดนที่เราต้องการมาแล้วก็ได้”
“แต่ว่ากำลังของต้าเฉียนไม่ธรรมดา หากลงมือผิดพลาดก็อาจจะถูกโต้กลับได้”
“ไม่ต้องกลัว” หัวหน้าคณะทูตแค่นเสียงเย็น “พวกเราครอบครองน่านน้ำ อาศัยกำลังทางทะเลโจมตีพวกเขาไม่หยุด ย่อมอยู่ในฐานะที่ไม่ไม่มีทางพ่ายแพ้ อย่างมากก็แค่เสียแรงมากหน่อยเท่านั้น”
“อีกอย่างราชครูเคยกล่าวไว้ว่า ดินแดนต้าเฉียนกำลังจะเข้าสู่ยุคแห่งความวุ่นวาย นี่ย่อมเป็นโอกาสของพวกเรา ถึงตอนนั้นต้าเฉียนจะมีแรงมาสู้กับพวกเราได้สักเท่าไรเชียว”
“แค่ถ่วงเวลาเอาไว้ ไม่ช้าก็เร็วเนื้อชิ้นนี้ก็จะต้องตกเป็นของพวกเรา”
เมื่อได้ฟังคำพูดของหัวหน้าคณะทูตแล้ว เหล่าทูตที่ติดตามมาก็ต่างรู้สึกตื่นเต้น แคว้นหมู่เกาะจะเรียกว่าเป็นแคว้นก็ไม่เชิง ที่จริงแล้วเป็นเพียงพันธมิตรที่ก่อตั้งขึ้นจากกลุ่มโจรสลัดหลายฝ่ายเท่านั้น สองปีก่อนในหมู่โจรสลัดเหล่านี้ได้มีผู้มีความสามารถคนหนึ่งปรากฏตัวขึ้น เขารวบรวมพันธมิตรทั้งหมดเข้าด้วยกันได้สำเร็จ พวกเขาแต่ละคนเป็นตัวแทนของพันธมิตร การมาครั้งนี้ก็เพื่อแบ่งผลประโยชน์หลังการเจรจา แต่ไม่คิดว่าจะพบกับอุปสรรค อย่างไรก็ตาม หลังจากที่หัวหน้าคณะทูตได้กล่าวเช่นนี้ พวกเขาก็ตัดสินใจเปลี่ยนวิธีการ
เมื่อเห็นว่าทุกคนเห็นด้วยกับคำพูดของตน หัวหน้าคณะทูตก็หันกลับไปมองพระราชวังอันหรูหรา เขาสาบานในใจว่า ‘รอดูเถิด การดูถูกในวันนี้ วันหน้าข้าจะตอบแทนร้อยเท่าพันเท่า’
หลังกลุ่มคนของแคว้นหมู่เกาะจากไป องค์หญิงหมิงเยว่ก็ได้พยักหน้ากล่าวว่า “ปล่อยเรื่องนี้ผ่านไปเถิด ต้าเฉียนของเราไม่ได้ขาดแคลนหมู่เกาะสักหน่อย”
เมื่อเหล่าขุนนางได้ยินดังนั้นก็พากันพยักหน้าและเตรียมคำนับลาออกจากท้องพระโรง ในตอนนั้นเองพลันมีเสียงหนึ่งดังขึ้น
เมื่อได้ยินเสียงนั้น สายตาของทุกคนก็มองไปยังผู้ที่เอ่ยปาก ซึ่งก็คือหลี่เต้านั่นเอง
องค์หญิงหมิงเยว่จึงได้ถามขึ้นว่า “ท่านอู่อันกงมีอะไรจะพูดหรือ?”
หลี่เต้ากล่าวเสียงเบา “องค์หญิง อันที่จริงแล้วต้าเฉียนก็ขาดหมู่เกาะพวกนั้นอยู่เหมือนกัน”
หยางหลินพลันชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะพูดว่า “เจ้าหนูหลี่เต้า ก่อนหน้านี้เจ้าแค่พูดขู่พวกเขาไม่ใช่หรือ?”
หลี่เต้าตอบตามตรง “ข้าเคยบอกหรือว่าข้าแค่ขู่พวกเขา?”
“เช่นนั้นเจ้าหมายความว่า…”
หลี่เต้าจึงได้เอ่ยปากว่า “ข้ารู้สึกว่าสิ่งที่พวกเขาพูดก่อนหน้านี้ก็มีเหตุผลอยู่ไม่น้อย”
“กำลังทางทะเลก็เป็นจุดอ่อนของต้าเฉียนจริงๆ”
“ในขณะเดียวกันการค้าทางทะเลก็เป็นทิศทางสำคัญที่จะทำให้ต้าเฉียนของพวกเรามั่งคั่ง”
“ยิ่งไปกว่านั้น อี้โจวยังถูกโจรสลัดรบกวนมานาน ก็ถึงเวลาที่ต้องจัดการเสียที”
“เหมือนที่พวกเขาว่า เราก็สามารถฟื้นฟูอี้โจวไปด้วยในคราวเดียวกันได้”
“แน่นอน ยังมีอีกประการหนึ่ง ไข่มุกนั้นก็ไม่เลว ต้าเฉียนของพวกเราควรจะมีส่วนแบ่งบ้าง”
ขณะที่พูด หลี่เต้าก็คิดในใจว่า ‘ได้ยินมาว่าเด็กหญิงล้วนชื่นชอบของแวววาวระยิบระยับ เสี่ยวอวี้เอ๋อร์ก็น่าจะชอบเช่นกัน’
เมื่อได้ยินคำพูดของหลี่เต้า ทั้งบรรดาขุนนางและองค์หญิงหมิงเยว่ต่างก็ตะลึงงัน ที่แท้คำพูดของทูตจากแคว้นหมู่เกาะเหล่านั้นกลับกลายเป็นเหตุผลให้หลี่เต้าลงมือ สุดท้ายสายตาของทุกคนก็จับจ้องไปที่องค์หญิงหมิงเยว่ หลี่เต้ามีความคิดเห็นเช่นนี้แล้ว ก็ต้องดูว่าองค์หญิงหมิงเยว่จะทรงเห็นด้วยหรือไม่ แต่การตัดสินใจอย่างรวดเร็วปุบปับเช่นนี้ คงไม่มีทางสรุปกันอย่างรีบร้อนกระมัง
ทว่า…
“มีความมั่นใจหรือไม่?”
“มี”
“เมื่อใดจะลงมือ?”
“อนุญาต”
“ขอบพระทัยองค์หญิง”
ทั้งสองคนพูดคุยกันไปมา ตัดสินใจเรื่องนี้อย่างรวดเร็วและเด็ดขาด
ทำเอาขุนนางทั้งหลายถึงกับตะลึงงัน การตัดสินใจทำสงครามอย่างง่ายดายเช่นนี้ไม่เคยมีมาก่อน ต้องรู้ไว้ว่าเมื่อครั้งอดีตฮ่องเต้ครองราชย์ การจัดการเรื่องราวกับต่างแดนล้วนต้องพิจารณาอย่างถี่ถ้วน ต้องใช้เวลาปรึกษาหารือกันนานนับสิบวันหรือครึ่งเดือน สุดท้ายบางครั้งก็ยังไม่ได้ข้อสรุป แต่ครั้งนี้กลับตัดสินใจกันเสร็จสิ้นในเวลาเพียงไม่กี่อึดใจ พวกทูตจากแคว้นหมู่เกาะคงคาดไม่ถึงแม้แต่ในความฝัน ในขณะที่พวกเขายังไม่ทันได้กลับไปเตรียมการโจมตีต้าเฉียน
ต้าเฉียนกลับได้แยกเขี้ยวคมกริบออกมาเสียแล้ว
===========================