ระบบสังหาร จักรพรรดิไร้พ่ายแห่งสมรภูมิ - บทที่ 584 ลงมือ!
ตอนที่ 584 ลงมือ!
==========================================================
“ข้าเห็นว่าพระราชโองการของฝ่าบาทมีข้อบกพร่อง เทียบกับองค์หญิงหมิงเยว่แล้ว อัครเสนาบดี… องค์รัชทายาทเหมาะสมที่จะขึ้นครองราชย์มากกว่า”
ในฐานะขุนนางที่ใกล้ชิดกับจ้าวจื่อเต๋ามากที่สุด หลิวเซินเสนาบดีกรมอาญาได้ก้าวออกมาอย่างเด็ดเดี่ยวเพื่อเข้าข้างจ้าวจื่อเต๋า หลังจากหลิวเซินก้าวออกมา เหล่าขุนนางที่เหลือก็ต่างสบตากัน ไม่นานนักพวกเขาก็ทยอยก้าวออกมาทีละคน
“พวกข้าเองก็เห็นว่าองค์รัชทายาทเหมาะสมกว่าองค์หญิงหมิงเยว่”
“ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันไม่เคยมีสตรีขึ้นครองราชย์ ให้องค์รัชทายาทขึ้นครองบัลลังก์เถิด”
“การมีฮ่องเต้หญิงขัดต่อจารีตประเพณี ไม่ว่าอย่างไรก็ไม่เหมาะสม ข้าสนับสนุนให้องค์รัชทายาทขึ้นครองราชย์”
เมื่อเวลาผ่านไป ผู้ที่สนับสนุนให้จ้าวจื่อเต๋าขึ้นครองราชย์ก็มีมากขึ้นเรื่อยๆ ราวกับว่าเป็นคลื่นที่ไม่อาจต้านทานได้ อีกด้านหนึ่ง
“หมิงเยว่…” เถียซานเหนียงมองไปทางจีหมิงเยว่ด้วยสายตาเป็นห่วง
เมื่อเผชิญหน้ากับเสียงตะโกนของคนเหล่านี้ ‘องค์หญิงหมิงเยว่’ กลับไม่มีความกังวลใดๆ ปรากฏอยู่บนใบหน้าเลย แววตาของนางเรียบเฉยราวกับกำลังมองดูตัวตลกอยู่ จากนั้นนางก็หันไปมองหลี่เต้า พบว่าพี่หลี่ผู้นี้มีสีหน้าประหลาดราวกับกำลังดูเรื่องสนุก
สุดท้ายในหมู่ขุนนางฝ่ายปกครองและฝ่ายทหารก็มีถึงแปดส่วนที่เลือกออกเสียงสนับสนุนจ้าวจื่อเต๋า
สาเหตุที่มีคนมากมายเช่นนี้ก็เพราะ นอกจากคนใต้บังคับบัญชาของจ้าวจื่อเต๋าเองแล้ว กลุ่มคนที่เคยอยู่ใต้บังคับบัญชาของจ้าวเชียวก็เลือกที่จะสนับสนุนจ้าวจื่อเต๋าด้วยเช่นกัน
ดังนั้นคนที่สนับสนุนจ้าวจื่อเต๋าจึงหันไปมองพวกที่เลือกจะนิ่งเงียบ
จ้าวจงกวาดตามมองขุนนางทั้งหลายพลางเอ่ยเสียงเย็น “พวกเจ้าจะขัดพระราชโองการสุดท้ายของฝ่าบาทหรือ?”
หลิวเซินก้าวออกมากล่าว “ท่านขันทีจ้าว พวกเราไม่ได้มีเจตนาจะขัดพระราชโองการ เพียงแต่พระราชโองการนั้นไม่เหมาะสมจริงๆ เพื่อต้าเฉียน เพื่อทุกคน องค์รัชทายาทจึงเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด”
“อยากตายหรือ!”
ทันใดนั้นจ้าวจงก็ตัดสินใจลงมือทันที ต่อให้เขาไม่สามารถจัดการจ้าวจื่อเต๋าได้ แต่การจะจัดการขุนนางธรรมดาคนหนึ่งก็ย่อมทำได้
แต่แล้วในชั่วขณะถัดมา จ้าวจื่อเต๋าก็พลันยื่นมือออกมาขวางกั้นระหว่างทั้งสองคนเอาไว้ ใช้พลังมังกรสกัดการโจมตีของจ้าวจง
เมื่อเห็นภาพตรงหน้านี้จ้าวจงก็หรี่ตาลง แม้เขาจะไม่สามารถทำร้ายจ้าวจื่อเต๋าได้ แต่ด้วยความเร็วในการลงมือโจมตีของเขา คนทั่วไปย่อมไม่สามารถสกัดได้
จ้าวจื่อเต๋ามองพลังที่สลายไปตรงหน้าแล้วเงยหน้าขึ้นกล่าวว่า “ขันทีจ้าวไม่ต้องโกรธถึงเพียงนี้ นี่เป็นเพียงความคิดของพวกเขาเท่านั้น หรือว่าท่านขันทีจะสังหารพวกเขาทั้งหมด?”
จ้าวจงแค่นหัวเราะ “ขัดต่อพระราชโองการของฝ่าบาท หากสังหารให้หมดแล้วจะเป็นไรไป”
จิตสังหารอันเย็นเยียบทำให้บรรดาขุนนางที่เลือกสนับสนุนจ้าวจื่อเต๋าต่างสั่นสะท้านไปตามๆ กัน
เมื่อเห็นจ้าวจงไม่มีท่าทีที่จะลงมือโจมตีอีก จ้าวจื่อเต๋าจึงหันไปมองจีหมิงเยว่ ก่อนจะเอ่ยปากขึ้นว่า “องค์หญิงหมิงเยว่ ท่านคิดว่าท่านเหมาะสมที่จะขึ้นครองราชบัลลังก์หรือไม่”
ในตอนนั้นเองทุกคนจึงนึกขึ้นได้ว่าพวกเขาถกเถียงกันมาตั้งมากมาย แต่ยังไม่ได้ดูว่าตัวผู้เกี่ยวข้องมีปฏิกิริยาอย่างไร
เมื่อเห็นว่ามีคนเอ่ยถึงตน จีหมิงเยว่ก็ลูบเส้นผมของเสี่ยวอวี่เอ๋อร์ ทันใดนั้นใบหน้างดงามก็พลันผุดรอยยิ้มบางขึ้นมา “แล้วเหตุใดพวกเจ้าถึงคิดว่าเขาเหมาะสมกว่าข้าเล่า”
เผยหนึ่งยิ้มเสน่ห์ผลิบาน เมื่อจีหมิงเยว่เผยรอยยิ้ม ผู้คนที่ได้เห็นภาพนี้ก็พลันรู้สึกว่าภาพตรงหน้าถูกเคลือบด้วยสีสันที่แปลกตา ประหนึ่งมีม่านกรองแสงมาวางไว้ ในสถานการณ์เช่นนี้เสน่ห์ของจีหมิงเยว่ในสายตาผู้คนพุ่งสูงถึงขีดสุด
“องค์หญิง… องค์หญิงก็เหมาะสมเช่นกันพะยะค่ะ”
“ข้าไม่สนับสนุนรัชทายาทแล้ว ข้าจะสนับสนุนองค์หญิง”
“องค์หญิง ข้าจะสนับสนุนพระองค์!”
จากนั้นเหล่าขุนนางที่เคยตะโกนสนับสนุนจ้าวจื่อเต๋าก็พลันเปลี่ยนใจในบัดดล ภาพเหตุการณ์นี้ทำให้จ้าวจงและคนอื่นๆ ต่างตะลึงงัน
“ชู่” ทันใดนั้นก็มีเสียงแค่นหัวเราะเย็นชาดังขึ้น
ภายใต้เสียงนั้นเหล่าขุนนางฝ่ายปกครองและฝ่ายทหารที่กำลังเคลิบเคลิ้มต่างชะงักสีหน้า พอได้สติกลับคืนมาพวกเขาก็สะดุ้งโหยง เมื่อครู่นี้พวกเขาเป็นอะไรไป
จ้าวจื่อเต๋าหรี่ตามองจีหมิงเยว่ “องค์หญิงช่างเก่งกาจนก”
จีหมิงเยว่ทำเพียงแค่แย้มยิ้มเล็กน้อยไม่ได้โกรธแต่อย่างใด เรื่องเมื่อครู่เป็นเพียงการเล่นสนุกเท่านั้น เมื่อได้ยินดังนั้นทุกคนจึงเพิ่งตระหนักได้ว่าปัญหาอยู่ที่ใด ทุกคนจึงก้มหน้าลงไม่กล้าที่จะมองต่อไป
ในตอนนั้นเองจีหมิงเยว่พลันเอ่ยปากขึ้นว่า “เจ้าต้องการขึ้นครองราชย์เป็นฮ่องเต้ ข้าขอถามเจ้าสักอย่าง เมื่อเจ้าขึ้นครองราชย์แล้วจะจัดการกับข้าเช่นไร”
“จัดการ?” จ้าวจื่อเต๋าส่ายหน้า “คำพูดนี้ไม่ถูกต้อง ข้าจะทำเกินเลยต่อองค์หญิงได้อย่างไร”
“ถ้าเช่นนั้นเจ้าต้องการทำอะไร?”
“มีเรื่องหนึ่งที่องค์หญิงอาจไม่ทราบนั่นก็คือ บุตรชายของข้าได้หลงรักองค์หญิงมาหลายปีแล้ว”
จ้าวจื่อเต๋ากล่าวว่า “ในปีที่องค์หญิงมีพิธีเข้าสู่วัยผู้ใหญ่ ข้าเคยมีความตั้งใจที่จะทูลขอพระราชทานสมรสจากฝ่าบาท”
“เรื่องที่เกิดขึ้นหลังจากนั้นองค์หญิงก็ทรงทราบดี”
“เนื่องด้วยเหตุการณ์ในครั้งนั้น บุตรชายของข้าถึงกับคลุ้มคลั่งอยู่หลายครั้ง ไม่ยอมกินไม่ยอมนอน”
“ด้วยความจำใจสุดท้ายจึงต้องส่งเขาไปพักรักษาตัวที่สำนักใหญ่แห่งหนึ่ง”
“หากข้าได้ขึ้นครองราชย์ก็จะเรียกบุตรชายกลับมารับตำแหน่งรัชทายาท ด้วยความรู้สึกที่เขามีต่อองค์หญิงแล้วคงจะไม่ปฏิเสธการอภิเษกกับพระองค์”
“เมื่อถึงตอนนั้นบุตรชายของข้าจะได้เป็นรัชทายาท และบุตรที่เกิดมาในภายหน้าก็จะได้เป็นองค์ชายรัชทายาท อีกทั้งด้วยตัวองค์หญิงเองก็จะมีสายเลือดตระกูลจ้าวสืบทอดต่อไป”
“บุตรชายของกระหม่อมไม่มีสายเลือดตระกูลจ้าว ไม่อาจขึ้นครองราชย์ในต้าเฉียนได้ แต่องค์ชายรัชทายาทสามารถ”
“เมื่อถึงตอนนั้นแล้ว ต้าเฉียนก็จะกลับมาอยู่ในมือขององค์หญิง ข้าเป็นเพียงผู้เชื่อมต่อเท่านั้น”
คำพูดของจ้าวจื่อเต๋าทำให้ทุกคนต่างตะลึงงัน ไม่คิดว่าจะมีวิธีการเช่นนี้ด้วย แต่ต้องยอมรับว่าในสถานการณ์ปัจจุบันนี้ นี่ก็ไม่ใช่วิธีที่ไม่ดี แน่นอนว่าผู้ที่มองจากภายนอกอาจคิดว่านี่เป็นวิธีที่ดี แต่ผู้ที่เกี่ยวข้องโดยตรงอาจไม่คิดเช่นนั้น
จีหมิงเยว่ส่ายหน้าพลางกล่าวว่า “หากนี่คือวิธีจัดการของอัครเสนาบดี งั้นก็ช่างเถอะ ข้าไม่มีความสนใจในบุตรชายของเจ้าแม้แต่น้อย”
“แล้วองค์หญิงมีความคิดเห็นเช่นไร…”
“พระราชโองการของเสด็จพ่อเขียนไว้อย่างไรก็ให้เป็นไปตามนั้น” จีหมิงเยว่เงยหน้าขึ้นกล่าวตรงๆ ว่า “ใครบอกว่าฮ่องเต้ต้องเป็นบุรุษเท่านั้น สตรีก็สามารถเป็นได้”
เมื่อได้ยินดังนั้น จ้าวจื่อเต๋าก็ถอนหายใจเล็กน้อย “องค์หญิงคงต้องการประลองกับข้าสักตั้งสินะ?”
“หากเป็นเช่นนั้นก็ขออภัยที่ข้าอาจจะเสียมารยาท”
“ทรงพระทัยเถิด หลังจากที่จับพระองค์ได้แล้ว สัญญาก่อนหน้านี้ก็ยังคงอยู่”
ด้วยพลังมังกร จ้าวจื่อเต๋าจึงสามารถเพิกเฉยต่อพลังของราชวงศ์ที่ขัดขวางเขาได้อย่างง่ายดาย และตราบใดที่สามารถจับองค์หญิงหมิงเยว่ได้ ทุกอย่างก็จะเป็นไปตามที่เขาคิดไว้แต่แรก ดังนั้นหลังจากที่คำพูดนั้นจบลง จ้าวจื่อเต๋าก็ลงมือโจมตีทันที
เมื่อเห็นดังนั้นสีหน้าของจ้าวจงก็พลันเปลี่ยนไป “หยุดเขาไว้! อย่าให้เขาเข้าใกล้องค์หญิง”
เมื่อจ้าวจงเอ่ยจบ องครักษ์มังกรทองและองครักษ์มังกรเงินก็ปรากฏกายขึ้นทันที พวกเขายืนขวางอยู่เบื้องหน้าจีหมิงเยว่และคนอื่นๆ
ในฐานะราชองครักษ์ องครักษ์มังกรทองและองครักษ์มังกรเงินไม่ได้ถูกจำกัดด้วยพลังมังกร เพราะการดำรงอยู่ของพวกเขาในหลายสถานการณ์ล้วนเป็นไปเพื่อให้ฮ่องเต้แต่ละรัชสมัยใช้จัดการปัญหาภายในราชวงศ์โดยเฉพาะ ดังนั้นจึงไม่มีการจำกัดเช่นนี้กับพวกเขา ด้วยเหตุนี้การให้พวกเขาออกโรงจัดการกับจ้าวจื่อเต๋าในตอนนี้จึงเหมาะสมที่สุด