ระบบสังหาร: จักรพรรดิไร้พ่ายแห่งสมรภูมิ - บทที่ 496 บดขยี้ระดับมหาราชาปรมาจารย์
หลังจากพาตัวจ้าวคังและจ้าวหยงที่สลบไสลมาด้วย หลีชิงเอ๋อร์ก็รีบเร่งฝีเท้าสุดกำลัง แตนนางก็เป็นเพียงผู้ฝึกบำเพ็ญธรรมดาที่อยู่ในระดับปรมาจารย์ขั้นสูงสุดเท่านั้น แล้วจะวิ่งหนีผู้แข็งแกร่งระดับมหาราชาปรมาจารย์สองคนที่ไล่ตามหลังมาได้อย่างไร
หากไม่ใช่เพราะฐานะของนาง สองคนที่ไล่ตามมาก็ไม่จำเป็นต้องไล่ล่าแล้ว เพียงแค่วางมือครั้งเดียวก็สามารถสังหารนางได้
“สตรีศักดิ์สิทธิ์ ยอมแพ้เถิด หากเจ้าปล่อยพวกเขาสองคนตอนนี้ บางทีประมุขอาจจะยกโทษให้เจ้าก็ได้” หลังจากรู้ว่าหลีชิงเอ๋อร์ไม่ใช่เทพีศักดิ์สิทธิ์ สองคนนั้นก็เรียกนางว่าสตรีศักดิ์สิทธิ์อีกครั้ง
หลีชิงเอ๋อร์ไม่สนใจคนทั้งสองที่อยู่ด้านหลัง นางยังคงทำในสิ่งที่ตนเองต้องการต่อไป
เมื่อเห็นเช่นนั้น สองคนนั้นก็สบตากัน ในชั่วขณะถัดมาร่างของทั้งคู่ก็หายวับไปจากที่เดิม และเมื่อปรากฏตัวอีกครั้ง พวกเขาก็ล้อมขวางเส้นทางของหลีชิงเอ๋อร์ทั้งด้านหน้าและด้านหลังเอาไว้
เมื่อเห็นสถานการณ์ดังนั้น หลีชิงเอ๋อร์ก็หยุดลงทันที คนหนึ่งหยุดมือ อีกคนก็เดินตรงไปที่หลีชิงเอ๋อร์
“มอบตัว…”
ขณะที่คนผู้นั้นกำลังจะลงมือจับตัว หลีชิงเอ๋อร์ก็พลันร้องเสียงดังว่า “พี่ชาย!”
“หืม?” เมื่อได้ยินเสียงร้องของหลีชิงเอ๋อร์ ทั้งสองคนก็ต่างชะงักงันไป พวกเขาที่รู้ว่าหลีชิงเอ๋อร์มีสถานะเป็นเทพีศักดิ์สิทธิ์ จึงคิดว่านางกำลังเรียกหาไกเซียนจง แต่ไม่นานพวกเขาก็รู้ว่าตนเองคิดผิด
ฟุบ! ทันใดนั้นก็มีเสียงแหวกอากาศดังขึ้นจากทางด้านหลังของคนที่กำลังจะลงมือ
“ระวัง!” อีกคนที่สังเกตเห็นความผิดปกติได้ร้องเตือนโดยสัญชาตญาณ
คนที่กำลังจะลงมือเองก็ตอบสนองอย่างรวดเร็ว ในชั่วพริบตาเขาระดมพลังปราณแท้และพลังสวรรค์พิภพมาป้องกันในทิศทางที่ถูกโจมติ แต่สิ่งที่แหวกอากาศมานั้น มันกลับทะลุผ่านพลังสวรรค์พิภพและพลังปราณแท้ของเขามาได้ ราวกับไม่มีพลังนั้นขวางอยู่ มันพุ่งตรงมาตรงหน้าอย่างรวดเร็ว
ฉึก! มีเสียงดังขึ้น เลือดสดพุ่งกระฉูดออกมา ง้าวยาวปรากฏที่ลำคอของผู้ที่ลงมือ ทำให้ศีรษะกับร่างแยกจากกัน
[สังหารศัตรูหนึ่งคน ได้รับแต้มคุณสมบัติ : 6,138.28]
ภายใต้เสียงแจ้งเตือนของระบบ หลีเต้าได้ปรากฏกายขึ้นต่อหน้าหลีชิงเอ๋อร์และผู้ที่เหลืออยู่
เมื่อเห็นหลีเต้า หลีชิงเอ๋อร์ก็ร้องเรียกด้วยความดีใจ “พี่ชาย!”
หลีเต้าเก็บง้าวมังกรทมิฬกลับเข้าสะบัดคราบเลือดบนนั้นทิ้ง หลังจากมองศพไร้ศีรษะแล้วก็ขมวดคิ้ว พลางเอ่ยว่า “หันไปทางอื่น อย่ามองมัน”
“อื้อ!” แม้ว่าหลีชิงเอ๋อร์จะคุ้นชินกับภาพเช่นนี้แล้ว จากประสบการณ์ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา แต่ในเมื่อพี่ชายของนางกล่าวเช่นนั้น นางก็จะเชื่อฟังอย่างว่าง่าย ถึงขั้นตบอกตัวเองทำท่าทางตกใจกลัว
“พวกเจ้า…” ผู้อาวุโสที่เหลืออีกคนของสำนักปราบสวรรค์ได้เห็นภาพตรงหน้าแล้วก็ตกตะลึงจนพูดไม่ออก แม้ว่าพวกเขาเหล่าผู้อาวุโสของสำนักปราบสวรรค์จะเพิ่งฟื้นคืนชีพมาได้ไม่นาน แต่ก็พอจะรู้เรื่องราวภายนอกอยู่บ้าง
ด้วยพลังระดับมหาราชาปรมาจารย์ของพวกเขา ไม่เพียงแค่ในทั่งโจวเท่านั้น แม้แต่ในแคว้นต้าเฉียนก็ยังสามารถเหยียบย่างได้ไปทั่วและสร้างสำนักของตนเองได้ แต่ตอนนี้จู่ๆ ก็มีคนผู้หนึ่งโผล่ออกมาจากที่ใดไม่รู้ เพียงการโจมตีครั้งเดียวก็สามารถสังหารผู้มีพลังระดับมหาราชาปรมาจารย์ของสำนักปราบสวรรค์ไปหนึ่งคนได้
หรือว่าข่าวที่ได้รับมาก่อนหน้านี้จะเป็นเรื่องเท็จ? หรือว่าภายนอกตอนนี้ปรมาจารย์จะกลายเป็นของธรรมดา และระดับมหาราชาปรมาจารย์ก็มีอยู่เกลื่อนกลาดไปหมด?
ไม่นานนักคนที่เหลือก็ได้สติกลับคืนมา เพราะหลังจากที่อีกฝ่ายพูดกับหลีชิงเอ๋อร์จบแล้ว ก็ทำการโจมตีเขาอีกครั้งโดยไม่ลังเลทันที
หากรู้ว่าสู้ไม่ได้ เขาก็ย่อมไม่โง่พอที่จะยืนนิ่งอยู่กับที่ ดังนั้นจึงหันหลังเตรียมวิ่งกลับไปยังภูเขาเป่ยหมาง
ทว่าน่าเสียดายที่แม้เขาจะเร็ว แต่หลีเต้ายังเร็วกว่า หรือพูดอีกอย่างว่าหลีเต้าระเบิดพลังได้เร็วกว่า ทันใดนั้น พลังปราณโลหิตก็ระเบิดออกที่ใต้ฝ่าเท้า พร้อมด้วยพลังกายที่มากกว่าคนทั่วไปหลายแสนเท่า เช่นเดียวกับที่พวกเขาขวางทางหลีชิงเอ๋อร์ก่อนหน้านี้ หลีเต้าเองก็พลันไล่ตามไป
แต่ต่างกันตรงที่พวกเขาไม่กล้าลงมือสังหารหลีชิงเอ๋อร์ แต่หลีเต้าไม่มีความกังวลเช่นนั้นอยู่
“จงหยุดอยู่ตรงนั้น!” เมื่อเห็นว่าตนเองหลบไม่พ้น ชายผู้นั้นจึงรีบระดมพลังปราณแท้และพลังสวรรค์พิภพจากภายนอกมาเพื่อปกป้องตนเอง
หากก่อนหน้านี้ ผู้อาวุโสสำนักปราบสวรรค์ถูกโจมตีอย่างไม่ทันตั้งตัว ยังไม่ทันเห็นอะไรได้ชัดเจนก็ตายไปแล้ว ตอนนี้เขาก็ได้เห็นกับตาแล้วว่า ง้าวมังกรทมิฬทลายการป้องกันของเขาทีละชั้น ก่อนจะมาหยุดอยู่ตรงหน้า
ฉึก! เสียงอาวุธแทงทะลุดังขึ้น และผู้อาวุโสสำนักปราบสวรรค์ผู้นี้ก็ต้องจบชีวิตลงตามรอยสหายของตน
[สังหารศัตรูหนึ่งคน ได้รับแต้มคุณสมบัติ : 5,983.82]
ยอดฝีมือระดับมหาราชาปรมาจารย์ ที่ในสายตาของสามัญชนนั้นไร้ผู้ใดต่อกรด้วยได้ กลับต้องมาพ่ายแพ้ต่อหลีเต้าอย่างง่ายดายเช่นนี้
สาเหตุที่เป็นเช่นนี้ นอกจากที่พละกำลังของหลีเต้าจะเหนือกว่าแล้ว อีกด้านหนึ่งก็เพราะเขาสามารถต่อกรกับผู้บำเพ็ญเหล่านี้ได้อย่างไรที่ติ สำหรับหลีเต้าหากผู้ใดมีพละกำลังห่างจากเขาถึงสองขั้น ก็ไม่อาจเทียบกันได้แล้ว ถึงขั้นที่เขาสามารถบดขยี้อีกฝ่ายได้อย่างง่ายดาย
การโจมตีของหลีเต้านั้น ฝ่ายตรงข้ามไม่มีที่ให้หลบและไม่มีทางป้องกันได้เลย หากไม่มีวิธีพิเศษใด ผู้ฝึกบำเพ็ญสายหลักเหล่านี้ก็เป็นเพียงตัวเลขในสายตาของเขาเท่านั้น แค่แทงเบาๆ ก็เหมือนกระดาษที่โดนแทงทะลุ ส่วนการโจมตีของฝ่ายตรงข้ามนั้น กลับไม่อาจสร้างบาดแผลให้ร่างกายของเขาได้ด้วยซ้ำ อย่าว่าแต่จะฆ่าเขาเลย
สำหรับผู้ที่มีวรยุทธต่ำกว่าเขาหนึ่งขั้น อย่างมากก็ได้แค่ดิ้นรนต่อสู้กับเขาอยู่สองสามกระบวนท่า อาจมีโอกาสทำให้เขาบาดเจ็บได้บ้างแต่ก็ไม่มากนัก ต้องเป็นผู้ที่มีพลังทัดเทียมกับเขาเท่านั้น จึงมีคุณสมบัติพอที่จะเป็นคู่ต่อสู้ของเขาได้
หากต้องการจะประมือกับเขาอย่างสะใจจริงๆ ก็ต้องมีวรยุทธสูงกว่าเขาเท่านั้น แต่วรยุทธสูงกว่าหนึ่งขั้นก็ยังไม่พอ เพราะการท้าทายผู้อยู่เหนือกว่านั้นเป็นเรื่องปกติสำหรับหลีเต้าแล้ว ต้องสูงกว่าสักสองขั้นหรือข้ามขั้นใหญ่ไป จึงจะมีคุณสมบัติพอที่จะคุกคามชีวิตเขาได้
ปัจจุบันนี้ หลีเต้าอยู่ในระดับมหาราชาปรมาจารย์ขั้นสูงสุด สำหรับผู้อยู่ในช่วงต้นถึงกลางของระดับมหาราชาปรมาจารย์นั้น เขาสามารถบดขยี้ได้ทั้งหมด หากต้องการจัดการกับเขาแล้ว ก็จำเป็นต้องอยู่ในระดับครึ่งเทพมนุษย์ หรือถึงระดับเทพมนุษย์อย่างสมบูรณ์เท่านั้น
“พี่ชาย ท่านเก่งเหลือเกิน!” แม้จะรู้ว่าพี่ชายของนางมีพลังความสามารถที่แข็งแกร่งมาก แต่เมื่อได้เห็นเขาสังหารยอดฝีมือที่นางเคยคิดว่าไม่อาจเอื้อมถึงได้อย่างง่ายดายแล้ว หลีชิงเอ๋อร์ก็ยังรู้สึกว่าช่างไม่น่าเป็นไปได้
พึงรู้ไว้ว่าเจ้าสำนักที่นางเคยสังกัดอยู่ด้วย ก็มีระดับเพียงแคปรมาจารย์ขั้นสูงสุดเท่านั้น แต่ยอดฝีมือที่แข็งแกร่งกว่าเจ้าสำนักถึงสองคน กลับมาตกตายต่อหน้านางอย่างง่ายดาย ซ้ำยังเป็นเพราะน้ำมือของพี่ชายนางเสียด้วย
ทว่าก่อนที่หลีชิงเอ๋อร์จะลิงโลดดีใจ หลีเต้าก็เคาะศีรษะนางเบาๆ “บอกเจ้าแล้วว่าอย่าทำอะไรวูวาม เด็กน้อยอย่างเจ้าช่างไม่เชื่อฟังเสียเลย”
หลีชิงเอ๋อร์แลบลิ้น นางยกมือลูบศีรษะพลางกล่าว “ข้าทำไปก็เพื่อช่วยพี่ชายเท่านั้น อีกอย่างข้าก็ช่วยพวกเขาออกมาได้แล้วนี่”
พอได้ยินดังนั้น หลีเต้าก็มองไปยังจ้าวคังและจ้าวหยงที่นอนสลบอยู่ไม่ไกล ก่อนจะกล่าวว่า “พวกเขาสองคนจะตายก็ปล่อยให้ตายไป ความปลอดภัยของเจ้าสำคัญกว่า”
เมื่อได้ยินคำพูดนั้น หลีชิงเอ๋อร์ก็กอดแขนหลีเต้าอย่างมีความสุข นางพูดเสียงเบา “พี่ชาย ชิงเอ๋อร์เข้าใจแล้ว ไม่มีครั้งหน้าอีก”
“หวังว่าเป็นเช่นนั้น” หลีเต้ามองไปยังส่วนลึกของภูเขาเป่ยหมางแล้วกล่าวต่อ “บอกข้ามา ตอนนี้สถานการณ์ข้างในเป็นอย่างไรบ้าง”
เมื่อได้ยินคำถามนั้น หลีชิงเอ๋อร์ก็เล่าสิ่งที่นางเห็นมาให้ฟังอย่างรวดเร็ว “หลิวฮุยคงไม่รู้สถานการณ์ที่แท้จริงของภูเขาเป่ยหมางเหล่านั้น มีเพียงรองประมุขสำนักปราบสวรรค์เท่านั้น ส่วนผู้นำระดับสูงทั้งหมดของสำนักปราบสวรรค์ รวมถึงประมุขไกเซียนจงล้วนก็รวมตัวกันอยู่ข้างใน แตก็สมควรแล้ว ผู้ที่สามารถก่อความวุ่นวายได้ใหญ่โตถึงเพียงนี้ คงมีเพียงประมุขไกเซียนจงเท่านั้น”