Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Contact
ค้นหานิยาย
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Contact
Sign in Sign up

ระบบสังหาร: จักรพรรดิไร้พ่ายแห่งสมรภูมิ - บทที่ 492 เขาเป่ยหมาง

  1. Home
  2. ระบบสังหาร: จักรพรรดิไร้พ่ายแห่งสมรภูมิ
  3. บทที่ 492 เขาเป่ยหมาง
Prev
Novel Info

ไม่เห็นนิยายอัปเดตใช่ไหม?
>>จิ้มที่นี่ได้เลย<<

สุดท้ายแล้วก็ไม่ได้ให้ผู้ช่วยลงมือเอง แต่ให้สตรีสองนางบนรถม้าช่วยถังซินบรรเทาความโกรธ หลังจากนั้นผู้ช่วยก็มองดูถังซินด้วยสีหน้าระมัดระวัง แล้วถามเสียงเบาว่า “ท่านราชัน พวกเราจะทำอย่างไรต่อไปขอรับ”

ถังซินเงยหน้ามองซากปรักหักพังตรงหน้าแล้วถาม “เจ้าว่าข้างล่างนี้ อาจจะมีของฝังอยู่เยอะหรือไม่ เจ้าหลิวฮุยทุ่มเทให้กับเขตตงเจียงไม่น้อยเลยนะ”

ผู้ช่วยพลันตกตะลึงแล้วพูดว่า “ท่านราชัน พวกเราไม่ควรหาทางสืบสวนสาเหตุการตายของราชันบูรพาก่อนหรือขอรับ”

“สืบสวน?” ถังซินเตะไปทีหนึ่งอย่างหงุดหงิด “หากเจ้าถือสาหนัก ก็ไปสืบเองสิ!”

เขามองซากปรักหักพังพลางพึมพำ “ข้าไม่ใช่คนโง่ เจ้าหมอนี่หลิวฮุยถึงจะเป็นนักพนัน แต่ก็มีฝีมือไม่เบา อย่างน้อยก็เก่งกว่าข้าอีก หากแม้แต่มันยังถูกคนฆ่า จะหวังให้ข้าช่วยแก้แค้นให้น่ะหรือ? พวกเราต่างก็เป็นคนในยุทธภพ ถ้าจริงจังเกินไปก็แพ้พอดียังไงล่ะ”

เมื่อคิดได้ดังนั้น ถังซินจึงเงยหน้าขึ้นพูด “ไปหาทางแจ้งเรื่องของเจ้าหลิวฮุยให้ทางรองประมุขทราบ คนที่จะลงมือกับหลิวฮุยได้โดยตรงตอนนี้ มีแต่คนที่ทางราชสำนักส่งมาเท่านั้น”

“สรุปแล้วก็มอบทุกอย่างให้คนอื่นในสำนักจัดการไปเถอะ”

“พวกเราเพียงแค่ดูแลแนวหลังก็พอแล้ว”

ในเวลาเดียวกัน ทั่งโจว ภูเขาเป่ยหมาง

สถานที่แห่งนี้แตกต่างจากโลกภายนอกอยู่บางส่วน นอกเขตภูเขาเป่ยหมางท้องฟ้าแจ่มใสปราศจากเมฆหมอก แต่ภายในเขตภูเขาเป่ยหมางนั้น มีหุบเขาแห่งหนึ่งเป็นศูนย์กลาง พื้นที่โดยรอบในรัศมีร้อยลี้ถูกปกคลุมด้วยเมฆดำทะมึน ให้บรรยากาศรู้สึกกดดันอย่างยิ่ง

ภายในหุบเขาขณะนี้ มีแท่นบูชาขนาดมหึมาที่สร้างขึ้นโดยสมาชิกของสำนักปราบสวรรค์ตั้งอยู่ แท่นบูชานั้นมีรูปทรงสี่เหลี่ยม แต่ละมุมมีเสาหินขนาดใหญ่ตั้งตระหง่าน บนเสาหินแต่ละต้นมีโซ่ตรวนสีดำขนาดใหญ่ ทะลุผ่านเชื่อมต่อกับแท่นสูงสี่เหลี่ยมที่อยู่ตรงกลางแท่นบูชา

และในตำแหน่งที่ใกล้กับแท่นบูชาที่สุด มีชายวัยกลางคนอายุราวสี่สิบกว่าปี ผมข้างขมับขาว นั่งขัดสมาธิอยู่ หากหลีชิงเอ๋อร์อยู่ที่นี่ในยามนี้ นางคงจะจดจำชายวัยกลางคนผู้นี้ได้อย่างแน่นอน เพราะชายวัยกลางคนผู้นี้ก็คือ ประมุขสำนักปราบสวรรค์ที่ปรากฏขึ้นในความทรงจำของเทพีศักดิ์สิทธิ์ ‘ไกเซียนจง’ ในยามนี้

ที่เบื้องหลังของไกเซียนจง มีคนนั่งขัดสมาธิอยู่หลายคน พวกเขาคือรองประมุขสำนักปราบสวรรค์ และบรรดาผู้นำระดับสูงทั้งหมดของสำนักปราบสวรรค์

ทันใดนั้น ไกเซียนจงพลันลืมตาขึ้น เขามองเมฆครึ้มบนท้องฟ้าก่อนเอ่ยปากว่า “ทุกคนมากันครบแล้วหรือไม่?”

ชายผู้หนึ่งที่อยู่เบื้องหลังเขาเอ่ยขึ้น “ท่านประมุข ตามคุณสมบัติแล้ว ยังมีอีกสองคนที่สามารถเข้าร่วมพิธีบนแท่นบูชาได้”

“ใครบ้าง?”

“ศิษย์ในสำนักของผู้อาวุโสฉินที่เป็นผู้หลอมวิญญาณ เพิ่งบรรลุระดับมหาราชาปรมาจารย์ไป จึงมีคุณสมบัติในการเข้าร่วมพิธีบนแท่นบูชาได้”

เมื่อได้ยินดังนั้น ไกเซียนจงจึงกล่าวอย่างช้าๆ ว่า “ดูเหมือนผู้อาวุโสฉินกับคนผู้นั้นจะเข้ากันได้ดี ในเมื่อเขาบรรลุถึงขั้นมหาราชาปรมาจารย์แล้ว ก็ให้เขามาที่นี่สักครั้งเถิด”

“ขอรับ”

“แล้วอีกคนเป็นใคร?”

“ยังมีอีกคนหนึ่ง ก็คือเทพีศักดิ์สิทธิ์”

ไกเซียนจงพลันลืมตาขึ้นทันทีพลางถามว่า “นางยังไม่ฟื้นขึ้นมาหรือ?”

บุรุษผู้นั้นอธิบายว่า “เทพีศักดิ์สิทธิ์ไม่โปรดการหลอมรวมจิตวิญญาณแบบเร่งรีบ นางชอบการหลอมรวมที่เป็นไปตามธรรมชาติ ดังนั้นจึงช้ากว่าพวกเราเล็กน้อย”

ไกเซียนจงส่ายหน้าพลางกล่าว “หากนางยังไม่ฟื้นก็ช่างเถอะ รอภายหลังค่อยชดเชยให้นาง ตอนนี้พาคนพวกนั้นขึ้นมาเถอะ”

“ทุกอย่างเตรียมพร้อมแล้ว”

ไม่นานหลังจากนั้น เสียงโซ่ตรวนก็ดังขึ้นเป็นทอดๆ ที่บันไดแท่นบูชามีผู้คนที่ถูกล่ามโซ่ทั้งมือและเท้า ถูกพาขึ้นมาบนแท่นบูชาจากอีกด้านหนึ่ง โดยผู้นำระดับกลางของสำนักปราบสวรรค์หลายคน

คนเหล่านี้ไม่ใช่ใครอื่น พวกเขาคือขุนนางน้อยใหญ่แห่งทั่งโจว ที่ถูกสำนักปราบสวรรค์จับตัวมาหลังก่อเหตุจลาจล

ในขณะที่ขุนนางเหล่านี้ถูกนำตัวขึ้นมาบนแท่นบูชาทีละคน ยังมีคนพิเศษอีกสองคน พวกเขาถูกขังแยกอยู่ในกรงแล้วถูกหามขึ้นมาบนแท่นบูชา

“เจ้าพวกชั่วช้า รีบปล่อยข้าเดี๋ยวนี้! พวกเจ้ารู้หรือไม่ว่าข้าเป็นใคร?”

“พวกเราเป็นถึงองค์ชายแห่งต้าเฉียน หากเกิดเรื่องขึ้นมา แม้พวกเจ้าจะมีสิบหัวก็ไม่พอให้สับ!”

ในกรงขังคือเป้าหมายที่ทำให้หลีเต้าต้องเดินทางมายังทั่งโจว องค์ชายสาม ‘จ้าวคัง’ และองค์ชายสี่ ‘จ้าวหยง’ นั่นเอง แต่ตอนนี้องค์ชายทั้งสองที่ควรจะดูสง่างาม กลับอยู่ในสภาพทุลักทุเลอย่างยิ่ง เสื้อคลุมพญาสี่เล็บที่สวมใส่กลายเป็นสีดำสนิท จนมองไม่เห็นถึงความสูงศักดิ์ที่เคยมี เส้นผมก็พันกันยุ่งเหยิง ทั้งร่างกายสกปรกมอมแมมและส่งกลิ่นประหลาดออกมา

เมื่อเผชิญกับเสียงตะโกนขององค์ชายทั้งสอง ไกเซียนจงจึงเงยหน้าขึ้นกล่าวว่า “พวกเขาพิเศษ เก็บไว้จัดการทีหลัง”

“ขอรับ”

ด้วยเหตุนี้ กรงเหล็กที่ขังจ้าวคังและจ้าวหยง จึงถูกนำไปวางไว้ข้างแท่นบูชา จากนั้นไกเซียนจงก็เงยหน้าขึ้นมองขุนนางทั้งหลายที่ถูกนำตัวมาจากอีกด้านหนึ่ง

“นำขึ้นไปทีละคน”

เมื่อคำสั่งของไกเซียนจงถูกประกาศออกไป หัวหน้าผู้คุมก็ชี้ไปยังขุนนางที่ยืนอยู่ในตำแหน่งแรกและกล่าวว่า “เจ้า ขึ้นไปบนแท่นบูชา”

ขุนนางที่ถูกเรียกชี้มองไปยังแท่นบูชาอันน่าพิศวงที่อยู่ไม่ไกล แม้จะไม่เข้าใจว่าผลลัพธ์จะเป็นอย่างไร แต่คิดดูง่ายๆ ก็รู้ว่าหากขึ้นไปแล้ว เขาคงไม่มีจุดจบที่ดี แล้วจะโง่ปีนขึ้นไปเองได้อย่างไร ดังนั้นเขาจึงรีบส่ายหน้าพลางกล่าว “ข้าไม่ไป!”

จากนั้นเขาก็หันไปมองไกเซียนจง เพราะรู้ว่าอีกฝ่ายเป็นผู้นำของคนเหล่านี้แล้ว จึงเอ่ยปากอีกครั้ง “ท่านผู้นี้ ข้าขอร้องท่าน โปรดไว้ชีวิตข้าด้วย ข้ามีเงินทองมากมาย สามารถใช้แลกชีวิตข้าได้”

ไกเซียนจงไม่ได้พูดอะไร ส่วนผู้คุมก็ชักดาบออกมาทันที เมื่อเห็นภาพนี้ ขุนนางผู้นั้นก็ยิ่งตื่นตระหนก รีบตะโกนเสียงดังว่า “เงินห้าหมื่นตำลึง พอหรือไม่?”

เมื่อเห็นผู้คุมเข้ามาใกล้มากขึ้นเรื่อยๆ ขุนนางผู้นั้นก็ตะโกนเสียงดังกว่าเดิม “ข้าให้สองแสนตำลึง แลกชีวิตข้า!”

ผู้คุมจ่อดาบที่ลำคอขุนนาง ก่อนจะเอ่ยเสียงเย็นชา “ตอนนี้เจ้าเลือกเอา จะตาย หรือจะขึ้นไป”

เมื่อรู้สึกได้ว่าลำคอของตนเองเริ่มมีเลือดซึมออกมา ขุนนางก็รู้ว่าพูดอะไรไปก็ไร้ประโยชน์แล้ว “ข้า… ขึ้นแล้ว ข้าจะขึ้นไปก็ได้”

ดังนั้น ภายใต้สายตาของทุกคน ขุนนางผู้นั้นจึงปีนขึ้นแท่นบูชาด้วยความหวาดกลัว เมื่อขึ้นไปบนแท่นบูชาแล้ว ขุนนางยังคิดว่าจะมีเรื่องน่ากลัวบางอย่างเกิดขึ้น แต่หลังผ่านไปครู่หนึ่ง เมื่อเห็นว่าตนเองไม่มีอะไรผิดปกติ เขาจึงแสดงสีหน่ายินดีพลางกล่าวว่า “ข้าไม่เป็นไร? ฮ่าๆ ข้าไม่เป็นไร!”

ในชั่วขณะถัดมา พร้อมกับที่ไกเซียนจงที่อยู่หน้าแท่นบูชาวาดนิ้ว ทั้งแท่นบูชาก็พลันสั่นสะเทือนเบาๆ จากนั้นขุนนางที่เมื่อครู่ยังดีใจจนตัวลอย ก็พลันกลายเป็นแข็งทื่อไปทั้งร่างในพริบตา เห็นเพียงร่างของเขาเหยียดตรง รอบกายเปล่งแสงสีจางออกมา

จากนั้นโซ่ตรวนที่พันอยู่บนแท่นบูชาก็เริ่มปรากฏแสงสลัว สุดท้ายแสงเหล่านี้ก็ไหลยาวไปตามโซ่ตรวนจนถึงเสาหิน และจากเสาหินก็ทอดยาวลงไปถึงแท่นบูชาที่ใหญ่กว่าด้านล่าง

ในยามนี้ จ้าวคัง จ้าวหยง และขุนนางที่เหลือ ต่างไม่ได้สนใจปรากฏการณ์ประหลาดเหล่านี้เลย พวกเขาสนใจขุนนางบนแท่นบูชามากกว่า เพราะว่าจุดจบของคนผู้นี้ อาจเป็นจุดจบของพวกเขาในภายหลังก็เป็นได้

>กลับหน้าหลักHOMEจิ้ม<

Prev
Novel Info

Comments for chapter "บทที่ 492 เขาเป่ยหมาง"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Aileen Novel
  • หน้าหลัก HOME
  • COOKIE POLICY

© 2020 - 2023 ไอรีนโนเวล นิยายอ่านฟรีทุกวัน เว็บอ่านนิยาย pdf ไอรีนโนเวล “aileen-novel.online” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน นิยายชื่อดัง ตอนล่าสุด "ฮณ๊ฯดฯฌซ, อ่านฟรี อ่านเพลินอ่านทั้งวันกับไอรีนโนเวลออนไลน์

Sign in

Lost your password?

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย

Sign Up

Register For This Site.

Log in | Lost your password?

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย

Lost your password?

Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย