ระบบสังหาร: จักรพรรดิไร้พ่ายแห่งสมรภูมิ - บทที่ 490 ผู้สังหารพันศพ
ในเวลาเดียวกัน บนพื้นที่โล่งไม่ไกลจากนอกเขตตงเจียง หลี่ชิงเอ๋อร์และหยางเหยียนยืนอยู่ด้วยกันกับคนอื่นๆ พวกเขากำลังมองดูหลี่เต้าทำลายเขตตงเจียงอยู่แต่ไกล
“พี่ชายเก่งจังเลย” ก่อนหน้านี้ในพื้นที่จิตวิญญาณหลี่ชิงเอ๋อร์ไม่ได้เห็นพลังของหลี่เต้าชัดเจนมากนัก แต่ตอนนี้เมื่อนางได้เห็นหลี่เต้าคนเดียวต่อกรกับทั้งเมืองแล้ว ถึงได้เข้าใจอย่างแจ่มแจ้งว่าพลังของพี่ชายนั้นแข็งแกร่งเพียงใด
หยางเหยียนพูดขึ้นจากด้านข้างว่า “แค่นี้ยังไม่เท่าไหร่ ตอนที่หัวหน้าจัดการอวิ๋นอ๋อง เขายืนดูทัณฑ์สวรรค์สังหารอีกฝ่ายนั่นต่างหากถึงจะเรียกว่าอลังการ”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น หลี่ชิงเอ๋อร์จึงหันไปพินิจดูหยางเหยียนอย่างละเอียด ทันใดนั้นดวงตาก็เป็นประกายพูดว่า “ข้าจำท่านได้แล้ว ท่านคือหลานชายของท่านปู่หยางใช่หรือไม่”
หยางเหยียนพลันอึ้งไปแล้วยิ้มพูดว่า “เจ้าจำข้าได้ด้วยหรือ”
หลี่ชิงเอ๋อร์ยิ้มพูด “ตระกูลหยางกับตระกูลหลี่เป็นสหายเก่ากัน อีกอย่างตอนเด็กๆ ข้าก็เคยเจอท่าน”
หยางเหยียนพูดอย่างร่าเริง “ใช่ สองตระกูลของพวกเราเป็นสหายเก่ากัน”
แต่ทันใดนั้นหลี่ชิงเอ๋อร์ก็ถามอย่างสงสัยว่า “แต่ว่าถ้านับตามอายุแล้ว ข้ากับพี่ชายต้องเรียกท่านว่าพี่หยางสิ แล้วทำไมตอนนี้กลับกลายเป็นท่านเรียกพี่ชายว่าหัวหน้าเล่า”
หยางเหยียน “……” เมื่อเห็นสายตาอันเต็มไปด้วยความสงสัยของหลี่ชิงเอ๋อร์ หยางเหยียนจึงกระแอมเบาๆ แล้วกล่าวว่า “เอ่อ แต่ละคนก็มีความคิดของตัวเอง ข้าไม่สนใจเรื่องพวกนี้หรอก” อันที่จริงแล้วการที่ได้เปลี่ยนคำเรียกจาก ‘อาหลี่’ มาเป็นหัวหน้านั้นก็นับว่าโชคดีมากแล้ว จะกล้ามีความคิดอื่นได้อย่างไร
ภายใต้พลังการมองเห็นหลังแปรสภาพของหลี่เต้า ทั่วทั้งเขตตงเจียงได้ตกอยู่ในสายตาของเขา ไม่มีผู้ใดสามารถหลบพ้นสายตาของเขาได้เลย ภายใต้การควบคุมของเขา ที่ใดมีผู้คนหนาแน่น อาวุธปราณโลหิตที่รวมตัวอยู่เบื้องหลังก็จะตกลงที่นั่น ทุกครั้งที่อาวุธปราณโลหิตลงสู่โจม เสียงแจ้งเตือนจากระบบก็จะดังขึ้นที่ข้างหูเขา ทันใดนั้นก็มีเสียงแจ้งเตือนพิเศษจากระบบดังขึ้นข้างหูหลี่เต้า
[สำเร็จการสังหารต่อเนื่องหมื่นคน รางวัลคุณสมบัติ : 5,000]
บรรลุความสำเร็จในการสังหารหมื่นคนแล้วหรือ? หากไม่ใช่เพราะการแจ้งเตือนของระบบ หลี่เต้าคงลืมไปแล้วว่า นอกจากการฆ่าคนจะได้คุณสมบัติแล้ว ระบบยังมีการให้รางวัลอีกด้วย หลี่เต้ามองดูรางวัลที่ได้รับมาเป็นคะแนนคุณสมบัติห้าพันแต้มแล้วรู้สึกว่า การที่จะได้ประโยชน์จากระบบสักครั้งนั้นช่างยากเย็นนัก แต่ตามสถานการณ์เช่นนี้ ครั้งต่อไปคงต้องสังหารให้ได้ถึงหนึ่งแสนคนเสียก่อน
เขาก้มมองลงไปยังเขตตงเจียง เนื่องจากที่นี่มีเพียงสมาชิกสำนักปราบสวรรค์และพวกโจรเท่านั้น พอรวมกันแล้วก็มีไม่ถึงห้าหมื่นคน ดังนั้นการจะบรรลุเป้าหมายนี้ในที่แห่งนี้คงเป็นไปไม่ได้
หลี่เต้ายังคงโจมตีเขตตงเจียงอย่างต่อเนื่อง เขาพยายามอย่างเต็มที่เพื่อไม่ให้พลาดแม้แต่ซอกมุมเล็กๆ และผู้คนทุกคนในเขตตงเจียง ใช้พลังปราณโลหิตอย่างไม่ยั้งมือ แล้วเสียงแจ้งเตือนจากระบบที่ดังอยู่ข้างหูก็เริ่มน้อยลงเรื่อยๆ นั่นหมายความว่าประชากรที่เหลืออยู่ในเขตตงเจียงก็น้อยลงเรื่อยๆ เช่นกัน หลี่เต้าไม่ได้ไม่พอใจกับสิ่งนี้ มันเพียงพอสำหรับเขาแล้ว
ผ่านไปอีกครึ่งชั่วโมง หลี่เต้ายกมือขึ้นสลายอาวุธปราณโลหิตที่รวมตัวกันอยู่เบื้องหลัง “พอสมควรแล้ว” เขามองลงมายังเขตตงเจียงจากมุมสูง เขตตงเจียงที่เคยคึกคักรุ่งเรืองได้หายไปอย่างสิ้นเชิง เหลือเพียงซากปรักหักพังอันย่อยยับ ยิ่งกว่าเขตหลงเหมินที่เคยพบตอนเข้าสู่ถังโจวเสียอีก อย่างน้อยเขตหลงเหมินก็ยังคงรูปร่างของเมืองอยู่บ้าง แต่เขตตงเจียงในตอนนี้ทั้นแทบจะถูกถล่มราบเป็นหน้ากลอง ทุกที่เต็มไปด้วยหลุมบ่อจากการถูกอาวุธปราณโลหิตโจมตี
เนื่องจากพลังทำลายล้างของอาวุธปราณโลหิตรุนแรงเกินไป ถึงขั้นที่ผู้ถูกโจมตียากจะเหลือแม้แต่ร่าง จึงไม่เหลือความนองเลือดให้เห็นมากนัก หลังจากชื่นชม ‘ผลงาน’ ของตนเองแล้ว หลี่เต้าก็เหาะลงมาจากท้องฟ้าและหยุดอยู่ที่นอกประตูเมืองแห่งหนึ่งของเขตตงเจียงอย่างรวดเร็ว
เมื่อหลี่ชิงเอ๋อร์และคนอื่นๆ เห็นเช่นนั้นก็รีบเข้ามาตามไปทันที ไม่นานหลังจากหลี่เต้าลงมายืนเรียบร้อย พวกหยางเหยียนก็มาถึงเบื้องหน้าหลี่เต้า
“หยางเหยียน”
“ครับ”
“พาพวกเขาเข้าเมืองไป กำจัดพวกที่เหลืออยู่ให้หมด”
“ครับ” แม้จะเป็นเพียงเศษเนื้อชิ้นเล็ก แต่ในช่วงที่กำลังฟื้นฟูพลังลมปราณอยู่นี้ หลี่เต้าก็ไม่คิดจะปล่อยคนที่เหลือไป
“พี่ชาย ท่านเก่งจริงๆ” หลี่ชิงเอ๋อร์ขยับเข้ามาใกล้พลางเอ่ยด้วยสีหน้าเปี่ยมความชื่นชม
เมื่อเห็นท่าทางของน้องสาวตน หลี่เต้าก็รู้สึกถึงความแตกต่างเป็นครั้งแรก ในใจเกิดความรู้สึกภาคภูมิใจขึ้นมา ต้องบอกว่าสมกับเป็นน้องสาวแท้ๆ ไม่ตระหนี่ที่จะชื่นชมเขาเลยแม้แต่น้อย ในขณะที่หลี่เต้านำคนเข้าเขตตงเจียงเพื่อกวาดล้างสมาชิกที่เหลือของสำนักปราบสวรรค์และพวกก่อจลาจล เขาก็เปิดระบบเพื่อตรวจดูผลลัพธ์ที่ได้ในครั้งนี้
[นายท่าน : หลี่เต้า]
[พลังกาย : 410,360.16]
[คุณสมบัติที่ใช้ได้ : 14,683.53]
คุณสมบัติกว่าหมื่นแต้ม? หลี่เต้าพยักหน้าในใจ รู้สึกว่าเท่านี้ก็ดีมากแล้ว เขตตงเจียงนี้มีประชากรรวมเพียงสี่หมื่นกว่าคนเท่านั้น ไม่ถึงห้าหมื่นคนด้วยซ้ำ การที่สามารถให้คุณสมบัติได้เกือบหนึ่งหมื่นห้าพันแต้มในคราวเดียวเช่นนี้ แสดงว่าคนกลุ่มนี้มีพลังกายเฉลี่ยประมาณสามแตม คนทั่วไปมีพลังกายเฉลี่ยอยู่ที่หนึ่งแต้ม สามแต้มนั้นมากกว่าคนทั่วไปถึงสามเท่า
เพียงแค่วิธีคิดแวบเดียว คุณสมบัติกว่าหมื่นแต้มก็ถูกเขาเพิ่มเข้าไปในพลังกาย ด้วยความแข็งแกร่งของพลังกายของเขาในตอนนี้ ใช้เวลาไม่นานก็สามารถดูดซับคุณสมบัติเหล่านั้นได้จนหมด ขณะเดียวกันก็เติมเต็มพลังปราณโลหิตที่สูญเสียไปบางส่วนด้วย
[นายท่าน : หลี่เต้า]
[พลังกาย : 425,043.69]
[คุณสมบัติที่ใช้ได้ : 0]
หลังจากนั้น หลี่เต้าก็พานองสาวและไฉอี่กับคนอื่นๆ พักผ่อนอยู่กับที่ ไม่นานนักหยางเหยียนก็เดินออกมาจากในเขตตงเจียงเพียงลำพัง ในมือของเขาแบกร่างของคนผู้หนึ่งมา
ตุบ!
หยางเหยียนโยนร่างนั้นลงตรงหน้าหลี่เต้าและคนอื่นๆ ร่างนั้นจึงนอนคว่ำอยู่ตรงหน้าทุกคน หยางเหยียนอธิบายว่า “หัวหน้า คนผู้นี้ไม่ธรรมดา แม้จะถูกโจมตีด้วยพลังปราณโลหิตแต่ก็ยังเหลือลมหายใจอยู่ ข้าจึงนำตัวมาให้ท่าน”
หลี่ชิงเอ๋อร์มองดูคนที่นอนอยู่บนพื้น สีหน้านางพลันกระตุกก่อนเอ่ยว่า “นี่คือหลี่ฮุ่ย ราชันบูรพาแห่งสำนักปราบสวรรค์ เป็นคนที่ข้าพบตอนเข้าเมืองวันนี้”
ราวกับได้ยินเสียงอันคุ้นเคย หูของหลี่ฮุ่ยที่บาดเจ็บสาหัสมีการขยับขึ้นมา เขาพยายามเงยหน้าขึ้นมองอย่างยากลำบาก ในชั่วขณะถัดมาเขาก็พลันตื่นเต้นทันใด “ท่านเทพีศักดิ์สิทธิ์!”
หลี่ฮุ่ยหันไปมองหยางเหยียนและคนอื่นๆ ก่อนจะอดทนต่อความเจ็บปวดทั่วร่างแล้วรีบพูดว่า “ท่านเทพีผู้ศักดิ์สิทธิ์ พวกเขาล้วนเป็นศัตรู ท่านรีบ…”
แต่ทว่าเขายังพูดไม่ทันจบก็ต้องตาค้าง เมื่อเห็นเทพีศักดิ์สิทธิ์ของตนโอบแขนชายผูหนึ่งเอาไว้ เกิดอะไรขึ้น?
หลี่ชิงเอ๋อร์หัวเราะเบาๆ “พวกเขาไม่ใช่ศัตรูหรอก แต่เป็นพวกเดียวกับพวกเราต่างหาก”
หลี่ฮุ่ยเบิกตากว้างด้วยสีหน้าไม่อยากเชื่อ “เช่นนั้นท่าน…”
หลี่ชิงเอ๋อร์กล่าวด้วยรอยยิ้มน้อยๆ “เทพีศักดิ์สิทธิ์ของพวกเจ้าสิ้นชีพแล้ว และข้าก็ได้รับสืบทอดทุกสิ่งทุกอย่างของนางมา”
“เป็นไปไม่ได้!” หลี่ฮุ่ยไม่อาจเชื่อผลลัพธ์เช่นนี้ได้
หลี่ชิงเอ๋อร์กล่าวเสียงเรียบ “เจ้าไม่เชื่อ แต่นี่คือความจริง” ว่าแล้วนางก็จับมือหลี่เต้าพลางเอ่ยเสียงหวาน “ใช่หรือไม่พี่ชาย”
ภาพนี้ทำให้หลี่ฮุ่ยต้องเบิกตากว้างอีกครั้ง เขากัดฟันกล่าว “ชายหญิงสารเลว!”
เมื่อเห็นสีหน้าของหลี่ฮุ่ยที่ดูเหมือน ‘ผู้เสียหาย’ หลี่เต้าจึงรู้ว่าอีกฝ่ายเข้าใจบางอย่างผิดไป ส่วนหลี่ชิงเอ๋อร์นั้นนางกลับไม่สนใจเลยแม้แต่น้อย ซ้ำยังดูร่าเริงยินดี ดูเหมือนนางจะสนุกกับการได้เห็นภาพเช่นนี้
หมายเหตุท้ายบท
[1] ไม้แบน (板子) : หรือ ‘ปั่นจื่อ’ อุปกรณ์ลงทัณฑ์โบราณของจีน มีลักษณะเป็นไม้กระดานแบนยาว มักใช้ตีโบยที่สะโพกหรือต้นขา