สัญญาร้ายของประธานปีศาจ - ตอนที่ 23: ทำโอตั้งแต่วันแรก
บทที่ 23: ทำโอตั้งแต่วันแรก
ไป๋เสว่เอ๋อร์จัดเนคไทให้ตรง ก้าวถอยหลังก้าวหนึ่ง มองดูเนคไทที่สุดจะเพอร์เฟก มุมปากเสยขึ้นด้วยองศาที่ถูกใจ “เรียบร้อย”
เผยลี่เชินชำเลืองมองเธอด้วยความเย็นชาที่ยังไม่หายไป “อืม” จากนั้นเดินไปทางไม้แขวนผ้าหน้าประตู หยิบเสื้อแล้วเดินออกไปทางด้านนอก
ไป๋เสว่เอ๋อร์มองการจากไปของผู้ชาย ครุ่นคิดสักครู่ ดูเหมือนว่าเขาจะโกรธงั้นหรอ
ไป๋เสว่เอ๋อร์ยังไม่ทันได้คิดต่อ มือถือในกระเป๋าสั่นขึ้นอีกครั้ง เธอพึ่งจะนึกได้ว่าแม่ยังรอเธอยู่ข้างล่าง
เธอรีบเดินกลับไปที่ห้องทำงานตัวเอง ปิดประตูแล้วควักมือถือออกมารับสาย
“แม่หรอ หนูรู้ เมื่อกี้ติดงานพอดี เดี๋ยวเจ้านายหนูไปแล้วจะรีบลงไปให้นะคะแม่”
“เสว่เอ๋อร์ แม่รอลูกที่นี่ตั้ง 20 นาทีแล้วนะ” คุณแม่ไป๋เริ่มมีท่าทีหงุดหงิด
“แม่รอหนูแป๊ปเดียว หนูเอาไปให้แม่ตอนนี้แหละค่ะ”
ไป๋เสว่เอ๋อร์วางสายปุ๊บ เปิดประตูเดินไปกดปุ่มหน้าลิฟต์
หลังจากนั่งลิฟต์ออกมา ไป๋เสว่เอ๋อร์มองไปรอบ ๆ มั่นใจว่าไม่เห็นเผยลี่เชินถึงกล้าเดินมุ่งไปโซนรับแขกของล็อบบี้
คุณแม่ไป๋เห็นเธอมารีบลุกขึ้นต้อนรับ “เสว่เอ๋อร์ลูก มาสักที”
ไป๋เสว่เอ๋อร์มองมือแม่ที่ผายออกเพื่อต้อนรับ ถอนหายใจเบา ๆ “แม่ แม่เลิกเล่นไพ่ได้หรือยังคะ บ้านเราตอนนี้เป็นยังไงแม่ก็ไม่ใช่ไม่รู้”
“แม่รู้หน่า ถ้าแม่แพ้อีก ทีหลังก็ไม่เล่นแล้ว” คุณแม่ไป๋รับประกันอย่างความจริงจัง
ไป๋เสว่เอ๋อร์ไม่มีทางเลือก สุดท้ายล้วงเงินออกมาจากกระเป๋าแล้วยื่นให้คุณแม่ไป๋ “ถ้าแม่เล่นอีก หนูไม่มีเงินให้แม่แล้วนะ”
คุณแม่ไป๋ได้ยินรีบพยักหน้า “แม่รู้แล้วจ้า ลูกรีบกลับไปทำงานนะ แม่ไปก่อนหละ”
ไป๋เสว่เอ๋อร์มองไปทางที่แม่เดินไป ถอนหายใจเฮือกหนึ่ง หันหลังขึ้นอาคาร
พื้นที่ว่างหน้าประตูเผยซื่อจอดรถหรูไมบัคสีดำเงาอยู่หนึ่งคัน เผยลี่เชินมองไปด้านนอกกระจกรถ เห็นคุณแม่ไป๋นับเงินในมือเสร็จยัดเข้ากระเป๋าที่สะพายไว้ด้านข้าง สับเท้าเดินออกไปโดยเร็ว
คนขับรถมองผู้ชายที่นิ่งเงียบ เอ่ยปากถาม “คุณครับ เธอเหมือนจะเป็นคุณแม่ของคุณไป๋นะครับ เมื่อสักครู่ที่ผมกำลังรอคุณอยู่ เธอก็รออยู่ในล็อบบี้แล้วครับ”
เผยลี่เชินเบี่ยงสายตา ออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงเข้ม “หาคนติดตามเขา คอยรายงานสถานการณ์ให้ผมเรื่อย ๆ ด้วย”
“ได้ครับ”
……
ตลอดทั้งบ่าย เผยลี่เชินไม่ปรากฏตัวในบริษัทเลย
ไป๋เสว่เอ๋อร์ตั้งใจหาเวลาว่างไปขอตารางงานของเผยลี่เชิน เนื่องด้วยเป็นคำสั่งของเผยลี่เชิน ถึงแม้ในใตสวี่เยว่หรูจะไม่อยากให้แค่ไหนก็ตาม แต่ก็ต้องส่งให้ไป๋เสว่เอ๋อร์
หลังจากไป๋เสว่เอ๋อร์กลับมาห้องทำงานของตัวเอง ทำงานของตัวเองเสร็จ เรียบเรียงประเด็นในการประชุมเรียบร้อย ส่งไปให้ในคอมของเผยลี่เชิน รวมไปถึงทำไฟล์สำรองไว้ ทำหมดทุกอย่างแล้ว เธอเริ่มเปิดเอกสารโครงการหนานไห่ที่หอบกลับมาจากที่ประชุมเมื่อเช้า
เอกสารที่หนาเป็นกอง ไม่รู้จะอ่านจนถึงชาติไหน เนื้อหาน่าเบื่อภายในโครงการรวมไปถึงข้อตกลงทางผลประโยชน์ต่าง ๆ ทำให้ไป๋เสว่เอ๋อร์อ่านจนไมเกรนขึ้น แต่พอนึกถึงการที่เผยอี้หักหน้าในที่ประชุมต่อหน้าทุกคน เธอเหมือนมีพลังบางอย่างเปี่ยมล้นออกมา
พลิกไปพลิกมาคร่าว ๆ ไป๋เสว่เอ๋อร์พึ่งเข้าใจว่า โครงการพัฒนาของหนานไห่เป็นโครงการที่เผยซื่อตั้งใจวางแผนมาตั้งแต่ปีที่แล้ว การวางแผนดำเนินงานภายหลังได้ก็ถูกเตรียมไว้เรียบร้อย แต่ขาดที่ที่ดินนั้นไม่สามารถเอามาได้สักที
ตั้งแต่การเจรจาครั้งแรกเมื่อ 8 เดือนที่แล้ว จนถึงการเชิญชวนครั้งที่สองเมื่อครึ่งปีที่แล้ว รวมไปถึงรองประธานของเผยซื่ออีกคนที่ไปเยี่ยมเยือนด้วยตัวเองเมื่อสามเดือนที่ผ่านมาเร็ว ๆ นี้ ก็ไม่มีการตกลงสักที ไม่น่าถึงเรียกว่าเป็นโครงการที่ยากที่สุดเท่าที่เผยซื่อเคยเจอมาตอนนี้ และก็ไม่แปลกใจที่เผยอี้จะทิ้งงานกลางคันโยนให้เผยลี่เชินจัดการ
แทนที่จะเหน็ดเหนื่อยกับโครงการที่มีเปอร์เซ็นต์สำเร็จไม่สูง ทำไมไม่รับงานโครงการเล็ก ๆ สักสามสี่อันที่สบาย ๆ หละ งานที่กินแรงลำบากยากเย็นแบบนี้ไม่มีใครเขาอยากทำหรอก แต่ทำไมถึงแม้จะเป็นเช่นนี้ เถ้าแก่เผยก็ไม่ยอมทิ้งโครงการนี้ไป
หรือว่าผลกำไรของโครงการนี้มหาศาลจนเกินคาด?
ไป๋เสว่เอ๋อร์ไม่เข้าใจ ตั้งใจดูข้อมูลของผู้รับผิดชอบฝ่ายตรงข้าม แล้วลุยกับเอกสารน่าเบื่อกองนั้นต่อ
หลังจากนั้นสองชั่วโมง เผยลี่เชินกลับมาที่บริษัท เลยเวลาทำงานมาชั่วโมงกว่าแล้ว เขากลับมาเพื่อมาเอาเอกสาร แต่เดินไปสักพัก เหลือบไปเห็นกระจกห้องทำงานข้างห้องตัวเองยังมีแสงไฟริบหรี่อยู่
เผยลี่เชินเดินไปหน้ากระจก เห็นผู้หญิงหมอบตัวอ่านเอกสารอยู่บนโต๊ะ ด้วยท่าทางตั้งใจ
ทำโอตั้งแต่วันแรก?
เผยลี่เชินขมวดคิ้ว กลับไปเอาเอกสารที่ห้องทำงานตัวเอง ตอนกลับออกมาอีกครั้ง ก็เห็นผู้หญิงยืนอยู่หน้าประตูแล้ว
พอเห็นว่าเป็นเขา ไป๋เสว่เอ๋อร์ชะงักไป “ประธานเผย พอดีฉันได้ยินเสียงก็เลยออกมาดู”
เผยลี่เชินปิดประตูห้องทำงานแล้วถามว่า “กินข้าวหรือยัง”
“กินแล้วค่ะ”
เผยลี่เชินมองหน้าเธอ “ไปเก็บของแล้วไปกับผม”
ตอนแรกไป๋เสว่เอ๋อร์คิดว่าเผยลี่เชินจะพาเธอกลับบ้าน แต่ว่าจู่ ๆ รถก็จอดที่หน้าร้านอาหารโยวหลาน
ร้านอาหารโยวหลานเป็นสถานบันเทิงที่ขึ้นชื่อในเมืองไห่เฉิง ชั้น 1 ถึงชั้น 2 เป็นร้านอาหาร ชั้น 3 ถึง ชั้น 4 เป็นบาร์เหล้า และชั้น 5 ถึงชั้น 9 เป็นโรงแรม ส่วนเถ้าแก่ของโยวหลาน ไป๋เสว่เอ๋อร์พอรู้จัก เขาเป็นคุณชายคนที่สามของตระกูลกู้เมืองไห่เฉิน – กู้หลี่เหลียง เธอเคยเจอเขาในงานปาร์ตี้งานหนึ่ง
หลังจากพวกเขาเข้าไปในร้านก็มีบริกรมาพาพวกเขาตรงไปที่ชั้น 4 พอออกมาจากลิฟต์ หนุ่มหน้าคมหล่อเหลา คิ้วเข้มตาโตรีบมาต้อนรับ “ไอ้เผย เรียกแกมากี่ครั้งแล้ววันนี้พึ่งจะโผล่มา ไหนครั้งที่แล้วแกบอกว่าสนใจโครงการใหม่ของตระกูลเมิ่ง วันนี้ฉันตั้งใจหาคุณชายเมิ่งมาเชียวหละ”
ตระกูลเผยกับตระกูลกู้สนิทกันมานานนม กู้หลี่เหลียงกับเผยลี่เชินเป็นเพื่อนสนิทที่โตมาด้วยกัน ทั้งสองนิสัยต่างกันราวฟ้ากับดิน แต่อยู่กันมา 20 กว่าปีก็ไม่เคยจะทะเลาะกัน
แน่นอนว่าไป๋เสว่เอ๋อร์ไม่เข้าใจความสัมพันธ์ของทั้งสองคนนี้ เธอเห็นกู้หลี่เหลียงทักทายเผยลี่เชินแบบกันเอาขนาดนี้ ในใจแอบตกใจเบา ๆ
“เรียกหมอนั่นมามีประโยชน์อะไร เขามีกรรมสิทธิ์สักหน่อย ไอ้กู้ ตอนที่แกเรียกเขามาหนะก็ควรจะไปทำความรู้จักบริษัทเขาหน่อยนะ”
“แหม่ดูพูดซะ ฉันถามไปเรื่อย ๆ อาจจะได้อะไรจากเขาก็ได้นะ อุ๊ย น้องสาวคนนี้…”
กู้หลี่เหลียงเห็นไป๋เสว่เอ๋อร์ที่อยู่ข้างหลังเผยลี่เชิน ตาเป็นประกาย พุ่งตัวไปข้างหน้า
แต่เขายังไม่ทันได้เห็นหน้าชัด ๆ เผยลี่เชินเอื้อมมือไปโอบไหล่ของไป๋เสว่เอ๋อร์ทันที
กู้หลี่เหลียงมองหน้าไป๋เสว่เอ๋อร์ชัด ๆ แล้ว ขำออกมา “นี่คุณหนูไป๋นี่นา ไอ้เผยนี่แก…”
เขาเหลือบไปมองดูมือของเผยลี่เชินสลับกับมองหน้า แล้วยิ้มด้วยท่าทางที่มีเลศนัย
เผยลี่เชินพูดลอย ๆ “อย่าแกว่งเท้าหาเสี้ยน”
“โอเค ๆ ฉันไม่ยุ่งก็ได้ ฉันแค่สงสัยว่าปกติแกไม่ใช่ให้ผู้หญิงมาอยู่ใกล้ตัว แต่วันนี้ดันพามา…”
เขายังพูดไม่จบประโยคก็สังเกตสายตาของเผยลี่เชินอันแหลมคมพุ่งมาทางนี้ ก็เลยรีบรูดซิปปากทันที
“อ่า ๆ ถือว่าฉันไม่ได้พูดก็แล้วกัน”
กู้หลี่เหลียงผายมือออก เดินนำไปด้านหน้า พาพวกเขามาที่หน้าโซฟา
โซฟาที่เป็นรูปตัว U เต็มไปด้วยหญิงชายหกเจ็ดคน หนึ่งในนั้นมีผู้หญิงผิวใสเนียนในชุดเดรสสีแดงนั่งอยู่ตรงกลาง หน้าคมงดงาม จัดว่าเป็นสาวเด็ดตั้งแต่แว๊บแรกที่เห็น
แต่เมื่อเธอเห็นเผยลี่เชินปรากฏตัวพร้อมด้วยโอบไป๋เสว่เอ๋อร์ที่อยู่ด้านข้าง สีหน้าเปลี่ยนทันที
ไป๋เสว่เอ๋อร์ไม่ค่อยชินกับการที่เผยลี่เชินโอบตัวเองต่อหน้าผู้คน แถมคนบางคนในนั้นเธอยังรู้จักอีกด้วย เธอผลักเผยลี่เชินออกด้วยความเนียน สร้างระยะห่างระหว่างเธอสองคน
แสงไฟริบหรี่ เธอไม่ทันได้สังเกตเห็นว่าขณะที่เธอผลักผู้ชายข้างกายออก สีหน้าของเปลี่ยนไปทันตา