สามีเก่า...มาขอแต่งงานอีกแล้ว / พิศวาสรัก...สามีเก่า - บทที่ 791 เธอแต่งงานไปแล้ว
ณ หลินซื่อ
หลินหนานเคาะประตูเล็กน้อย แล้วเอาเอกสารที่อยู่ในมือทั้งหมดวางลงตรงหน้าโจวฉือเซิน
เขาพูดขึ้น “ประธานโจวครับ นี่คือแผนการดำเนินงานทั้งหมดที่เกี่ยวกับโครงการNew Coastของโจวซื่อกรุ๊ปครับ ระหว่างนี้ได้มีบริษัทน้อยใหญ่ร้อยกว่าบริษัทได้เข้าไปร่วมลงทุนด้วยแล้วครับ”
โจวฉือเซินเอาเอกสารที่อยู่ตรงหน้าขึ้นมา แล้วเปิดดูไปไม่กี่หน้า
หลินหนานพูดต่อไปอีกว่า “วันศุกร์หน้า การประมูลรอบใหม่จะเริ่มต้นขึ้นแล้ว แต่ว่าโครงการที่เหลืออยู่ก็มีไม่เยอะเท่าไหร่แล้ว พอถึงตอนนั้นบริษัทต่าง ๆ คงจะต้องคิดหาทุกวิถีทางมาทำให้ได้ร่วมงานด้วยในครั้งนี้แน่ครับ”
โจวฉือเซินวางเอกสารลงแล้วพูดขึ้นว่า “โครงการทั้งหมดที่เหลือ ใช้ชื่อsouthwestเข้าร่วมประมูลซะ”
“แต่ประธานโจวครับ ถ้าเป็นอย่างนี้ ทางคุณชายใหญ่จะเห็นด้วยเหรอครับ?”
โจวฉือเซินหยุดนิ่งไปสองวินาทีแล้วถึงพูดขึ้นอีกว่า “เขาต้องเห็นด้วยแน่”
โครงการที่New Coast ตอนแรกก็เป็นโครงการที่ใหญ่ที่สุดในช่วงหลายปีมานี้ของโจวซื่อกรุ๊ปอยู่แล้ว
ในนั้นก็รวมไปถึง ร้านอาหาร สถานบันเทิง อสังหาริมทรัพย์ ห้างสรรพสินค้า โรงแรม……
โครงการต่าง ๆ นานาเต็มไปหมด
ถ้าเกิดว่าเดินหน้าโครงการนี้ตามแผนตอนที่โจวฉือเซินยังอยู่ละก็ จะต้องทำให้คุณภาพเศรษฐกิจของเอเชียดีขึ้นเป็นอย่างมากแน่
แต่ในทางกลับกัน ถ้าเกิดมีข้อผิดพลาดขึ้นกลางคัน ไม่เพียงแต่จะทำให้โจวซื่อกรุ๊ปต้องสูญเงินหลายแสนล้าน บริษัทน้อยใหญ่อื่น ๆ ที่ร่วมลงทุนด้วยก็เสี่ยงล้มละลายได้เลย
ตอนนี้โจวฉือเซินเป็นฝ่ายเข้าไปร่วมหุ้นด้วยตัวเอง ก็จะฉีกบาดแผลนี้ให้ใหญ่มากขึ้นไปอีก โจวจู้นเหนียนไม่มีเหตุผลที่จะไม่เห็นด้วยแน่
หลินหนานพยักหน้าเล็กน้อย “ผมจะไปจัดการเดี๋ยวนี้เลยครับ”
ช่วงบ่าย หลี่ตั๋วรับโทรศัพท์จากแผนกต้อนรับข้างหน้า แล้วก็มาที่ห้องทำงาน “ประธานโจวครับ ข้างล่างมีคนต้องการมาพบคุณครับ”
โจวฉือเซินพูดขึ้นเรียบ ๆ ว่า “ใคร”
“เป็น……ประธานเฉิงจากบริษัทเทคโนโลยีดาวสว่างครับ”
พอได้ยิน หัวคิ้วของโจวฉือเซินก็เลิกขึ้นเล็กน้อย “เฉิงเว่ยเหรอ?”
หลี่ตั๋วพยักหน้าขึ้น “ใช่ครับ”
โจวฉือเซินเงียบขรึมไปสองวินาที “ให้เขาขึ้นมา”
ห้านาทีต่อมา เฉิงเว่ยก็มาปรากฏตัวขึ้นในห้องทำงาน
โจวฉือเซินกำลังนั่งอยู่บนโซฟา ขาที่เรียวยาวไขว้อยู่ด้วยกัน นิ้วมือเคาะเบา ๆ อยู่ที่หัวเข่า ท่าทีดูผ่อนคลายสบาย ๆ “นี่ประธานเฉิงรู้สึกว่าคราวที่แล้วยังพูดไม่ซะใจพอ ก็เลยตั้งใจมาหาผมเพื่อจะพูดต่ออีกเหรอครับ?”
สีหน้าของเฉิงเว่ยดูเปลี่ยนไป “เรื่องเมื่อคราวที่แล้ว เป็นเพราะผมไม่ศึกษาเรื่องราวมาให้ชัดเจนก่อนเอง การพูดจาก็มีจุดที่ขาดการไตร่ตรองไป ที่ผมมาคือ……จะมาขอโทษประธานโจวครับ”
มุมปากของโจวฉือเซินคลี่ยิ้มออกมาทีหนึ่ง แล้วพูดขึ้นอย่างรู้สึกสนุกว่า “ขอโทษงั้นเหรอ?”
“ผมเคยพูดไว้แล้ว ถ้ายืนยันได้ว่าผมผิด ผมก็จะมาขอโทษประธานโจวด้วยตัวเอง”
โจวฉือเซินไม่ได้พูดอะไร ดูท่า พวกเขาจะรู้เรื่องของอแมนด้ากันแล้ว
เฉิงเว่ยรู้ว่าเขาเป็นคนยังไง ก็เลยไม่ได้เอาท่าทีเฉยเมยของเขามาใส่ใจ “ถ้าหากประธานโจวยังมีปัญหาอะไรอีก ก็มาหาผมได้ทุกเมื่อ ถือซะว่าผมติดค้างคุณไว้ก็แล้วกัน”
“เดี๋ยวก่อน”
เฉิงเว่ยเพิ่งจะก้าวเดินไปได้สองก้าว ที่ด้านหลังก็มีเสียงของโจวฉือเซินดังลอยมา
เขาหันหน้ากลับไป “ประธานโจวยังมีเรื่องอะไรอีกเหรอครับ?”
โจวฉือเซินพูดขึ้นว่า “ในเมื่อประธานเฉิงวิ่งมาเที่ยวหนึ่งด้วยตัวเอง งั้นผมก็จะไม่เกรงใจแล้วนะครับ ผมมีอยู่ปัญหาหนึ่ง อยากจะถามประธานเฉิงสักหน่อย”
บนใบหน้าของเฉิงเว่ยไม่มีปฏิกิริยาอะไร ในใจกลับคิดว่าเขาเคยเกรงใจเมื่อไหร่กัน
“เชิญประธานโจวพูดมาได้เลย”
โจวฉือเซินค่อย ๆ เปิดปากพูดขึ้น “ผลตรวจดีเอ็นเอในตอนแรกของหร่วนเฉิน ใครเป็นคนทำครับ”
พอได้ยินเขาถามมาแบบนี้ เฉิงเว่ยก็อดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้วขึ้นมา “ประธานโจวถามเรื่องนี้ทำไมครับ หรือว่า……”
“แค่ถามเพราะว่าความสงสัยเท่านั้น ประธานเฉิงเองก็ไม่ต้องคิดอะไรมากหรอกครับ”
“ผมเป็นคนไปทำการตรวจดีเอ็นเอเอง แล้วผมก็รอรับผลตรวจดีเอ็นเอมาจากหน้าห้องตรวจเลยด้วย ผมไม่รู้ว่าประธานโจวหมายความว่ายังไง แต่ว่าจากที่ผมดูมา ผลตรวจไม่มีทางผิดพลาดแน่นอน” พอหยุดนิ่งไปครู่หนึ่ง เฉิงเว่ยก็พูดขึ้นอีกว่า “ผมก็แค่จะยืนยันความจริงของผลตรวจนี้เท่านั้น แต่ไม่ได้จะ…….”
โจวฉือเซินพูดเรียบ ๆ ขึ้นว่า “ผมไม่ใช่หร่วนซิงหว่าน ประธานเฉิงไม่ต้องมาอธิบายอะไรเยอะแยะกับผมหรอกครับ”
พอโดนเขาอ่านความในใจออก สีหน้าของเฉิงเว่ยก็ดูแย่ไปเล็กน้อย
พอผ่านไปครู่หนึ่ง เขาก็พูดขึ้นอีกว่า “ถ้าประธานโจวไม่มีธุระอะไรแล้ว ผมก็ขอตัวก่อนนะครับ”
โจวฉือเซินเปิดปากพูดขึ้นอย่างเชื่องช้า “ผมจำได้ว่าแม่ของประธานเฉิงเหมือนจะหมอใช่ไหมครับ ผลตรวจดีเอ็นเอชุดนั้นของประธานเฉิง เธอก็เป็นคนช่วยเป็นธุระจัดการให้ใช่ไหมล่ะครับ?”
เฉิงเว่ยเข้าใจความหมายของเขาขึ้นมาทันที แล้วพูดอย่างโมโหขึ้นมาทันทีว่า “โจวฉือเซิน! นี่คุณหมายความว่ายังไงกันแน่!”
“ไม่ได้หมายความว่ายังไง ก็แค่ลองถามขึ้นมาเฉย ๆ”
“ถ้าคุณยังไม่พอใจเพราะว่าคำพูดในวันนั้นของผม คุณก็มาหาเรื่องผมได้เต็มที่เลย แต่ลากพ่อแม่ผมเข้ามาเกี่ยวด้วย มันถือว่าเก่งยังไง?”
เฉิงเว่ยเป็นคนที่กตัญญูมาก เมื่อปีที่แล้วตอนที่เขาพาหร่วนซิงหว่านกลับไปกินข้าวที่บ้าน แต่กลับโดนโจวฉือเซินมาทำลายแผนไปกลางคันก็สามารถดูออกไปแล้ว
เขาไม่อยากลากพ่อแม่ของเขา เข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องราววุ่นวายเหล่านี้
แล้วคำพูดเมื่อกี้ของโจวฉือเซินก็ชัดเจนมากแล้วว่า ได้สงสัยในความเป็นจริงของผลตรวจดีเอ็นเอชุดนั้น แต่ถ้าโจวฉือเซินจะสงสัยเขาคนเดียวก็ช่างเถอะ แต่ตอนนี้กลับมาสงสัยไปถึงตัวพ่อแม่เขาด้วย อย่างนี้จะให้เขาทนได้ยังไงกัน?
โจวฉือเซินมองไปทางเขา ท่าทางยังคงเย็นชาอยู่เช่นเดิม “ดูจากปฏิกิริยาของประธานเฉิงแล้ว แม่ของคุณเป็นคนตรวจดีเอ็นเอในครั้งนี้จริง ๆ ซินะ”
“คุณ……”
“ประธานเฉิงมัวมาเสียเวลาอยู่กับผมที่นี่ ไม่สู้ไปทำการตรวจดีเอ็นเอซ้ำอีกครั้งจะดีกว่านะครับ” ระหว่างที่พูด เขาก็ลุกขึ้นมา “แน่นอนว่า ถ้าผมคาดเดาไปเรื่อยโดยไม่มีหลักฐานที่น่าเชื่อถือ ผมก็สามารถขอโทษประธานเฉิงได้เหมือนกัน หวังว่าผมจะมีโอกาสได้ไปนั่งเล่นที่ห้องทำงานประธานเฉิงบ้างนะครับ”
พอคำพูดนี้พูดออกไป เฉิงเว่ยก็ไม่รู้ว่าจะโต้แย้งกลับไปยังไงทันที
โจวฉือเซินพูดคำพูดไล่แขกขึ้นมา “โอเคแล้วครับ ประธานเฉิง ไม่ส่งนะครับ”
เฉิงเว่ยกัดริมฝีปากเล็กน้อย แล้วก็จากไปอย่างโกรธเคือง
ออกมาจากหลินซื่อ ทีแรกเฉิงเว่ยก็จะกลับบริษัท แต่พอนึกถึงคำพูดพวกนั้นในเมื่อสักครู่ของโจวฉือเซินแล้ว เขาก็ขมวดคิ้วขึ้นมาอย่างแรง แล้วหักพวงมาลัยไป เปลี่ยนเป็นกลับบ้านเลย
พอเฉิงเว่ยเข้าประตูมา ก็เห็นว่าแม่กำลังเตรียมตัวจะออกจากบ้านไป
เฉิงเว่ยพูดขึ้นว่า “แม่ วันนี้แม่หยุดเหรอครับ?”
แม่เฉิงเว่ยพูดขึ้น “เพื่อนร่วมงานมีธุระกะทันหัน ก็เลยขอเปลี่ยนเวรกับฉัน ทำไมอยู่ ๆ แกถึงกลับมาล่ะ?”
เฉิงเว่ยหลบสายตาไป แล้วมองซ้ายมองขวา แล้วสายตาก็ไปตกอยู่บนโต๊ะรับแขก แล้วเดินเข้าไป “มีเอกสารลืมไว้น่ะครับ ผมก็เลยกลับมาเอา”
แม่เฉิงเว่ยเห็นเข้าก็พูดขึ้นว่า “แกไม่บอกแต่แรกล่ะ ฉันจะได้เอาไปส่งให้แก นี่แกยังต้องวิ่งไปมาเอาอีกรอบอีก”
“ไม่เป็นไรครับ ยังไงช่วงนี้บริษัทก็ไม่ได้ยุ่งอะไร” เฉิงเว่ยพูดขึ้น “แม่ครับ เดี๋ยวผมไปส่งแม่ที่โรงพยาบาลนะครับ”
“จะทำให้แกเสียเวลาหรือเปล่า?”
“ไม่เสียเวลาหรอกครับ พอดีเลยเป็นทางผ่านผมจะได้เจอเพื่อนคนหนึ่งอยู่พอดี”
“งั้นก็ได้ พวกเราไปกันเถอะ”
ระหว่างทาง เฉิงเว่ยจ้องมองไปข้างหน้า และไม่พูดอะไร
แม่เฉิงเว่ยลองเปิดปากพูดขึ้นว่า “ที่โรงพยาบาลของแม่มีเด็กผู้หญิงที่มาฝึกงานใหม่คนหนึ่ง เป็นคนไม่เลวเลย หน้าตาก็สวยด้วย หรือไม่แกลองถือโอกาสนี้เจอหน้าสักหน่อยไหม?”
เฉิงเว่ยเก็บความคิดกลับมา ยิ้มแล้วก็พูดขึ้นว่า “แม่ครับ ตอนนี้ผมยังไม่มีความสนใจอะไรเกี่ยวกับเรื่องพวกนี้เลยครับ”
แม่เฉิงเว่ยรู้สึกร้อนใจขึ้นมา “นี่แกยังคิดถึงเด็กผู้หญิงคนก่อนหน้านี้อยู่อีกเหรอ? เธอน่าจะมีแฟนไปแล้วไม่ใช่เหรอ?”
เฉิงเว่ยพูดขึ้น “เธอแต่งงานแล้วครับ”
“งั้นแกก็……”
“ไม่เกี่ยวกับเธอครับ ผมก็แค่ตอนนี้ยังไม่สนใจในด้านนี้เท่านั้นครับ”
แม่เฉิงเว่ยถอนหายใจทีหนึ่ง “ฉันก็ไม่ได้จะเร่งรัดแกหรอก แต่ว่าช่วงนี้ร่างกายของพ่อแกยิ่งอยู่ก็จะยิ่งย่ำแย่ลงแล้ว เขาก็เอาแต่คิดว่าเมื่อไหร่จะได้อุ้มหลานสักที”
เฉิงเว่ยพูดขึ้น “ผลตรวจร่างกายของพ่อเมื่อคราวก่อนออกมาหรือยังครับ?”
“ออกมาแล้ว ไม่ได้มีโรคร้ายแรงอะไร แต่ว่า……เฮ้อ คนอายุมากแล้วก็เป็นแบบนี้กันทั้งนั้น”