สามีเก่า...มาขอแต่งงานอีกแล้ว / พิศวาสรัก...สามีเก่า - บทที่ 780 นี่ไม่ใช่ผลกรรมที่เขาก่อ
- Home
- สามีเก่า...มาขอแต่งงานอีกแล้ว / พิศวาสรัก...สามีเก่า
- บทที่ 780 นี่ไม่ใช่ผลกรรมที่เขาก่อ
ในขณะเดียวกัน หลินซื่อ
หลังจากที่หลินหนานนำข้อมูลมาให้โจวฉือเซินแล้ว ก็พูดว่า “ประธานโจวครับ เมื่อตะกี้เฉินเป่ยโทรมา บอกว่าทางฝั่งตระกูลโจวมาหาอีกแล้วครับ”
โจวฉือเซินไม่เงยหน้า “ไม่เจอ”
นี่เป็นครั้งที่สามแล้วหลังจากกลับมาจากเมืองเจียงโจว
หลินหนานรับคำ ลังเลก่อนที่จะพูดว่า “เขาบอกว่า ท่านใหญ่ใกล้จะไม่ไหวแล้วครับ เขาต้องการเจอหน้าคุณเป็นครั้งสุดท้ายครับ”
มือที่พลิกเอกสารของโจวฉือเซินหยุดชะงัก ก่อนจะมองไปที่หลินหนาน “แล้วยังไง เห็นฉันแล้วจะฟื้นคืนชีพได้อย่างงั้นเหรอ?”
หลินหนาน “……”
ก่อปัญหาเสียแล้ว
เมื่อหลินหนานกำลังจะออกไป โจวฉือเซินก็พูดว่า “พาเขาขึ้นมา”
หลินหนานชะงักไปชั่วครู่ ก่อนจะพยักหน้า “ครับผม”
สิบนาทีหลังจากนั้น ชายวัยกลางคนคนหนึ่งก็ถูกพาเข้ามา
เมื่อเขาเห็นโจวฉือเซิน ก็พูดขึ้นว่า “คุณชายรอง……”
โจวฉือเซินจำเขาได้ แต่ก่อนเขามักจะอยู่ข้างกายของท่านใหญ่โจว หลายปีแล้วที่ไม่ได้ปรากฏตัว
ดูท่า ตาเฒ่านี่จะหาคนรับช่วงต่อจากตัวเองสินะ
สีหน้าของโจวฉือเซินยังคงสงบราบเรียบ “อย่ามากความ มีอะไรก็ว่ามา”
ชายวัยกลางคนคุกเข่าลงดังตุบ พร้อมกับน้ำตาที่นองหน้า และพูดว่า “คุณชายรองครับ ช่วยคุณท่านด้วย ตอนนี้เขาถูกคุมขังอยู่ในตระกูลโจว ตายไปเสียยังจะดีกว่าเสียอีก!”
“งั้นนายก็ควรไปให้ความสุขแก่เขา ไม่ใช่มาหาฉัน”
ชายวัยกลางคนพูดว่า “คุณท่านเขา……ถึงแม้เขาจะทำเรื่องไม่ดีกับคุณมามากมาย แต่อย่างไรเขาก็เป็นพ่อของคุณนะครับ คุณใจแข็งพอที่จะเห็นภาพที่เขาเจ็บปวดทุกข์ทรมานได้ลงคอหรือครับ?”
โจวฉือเซินตอบอย่างไม่ทุกข์ร้อนว่า “ฉันใจแข็งพอ นี่เรียกว่ากรรมตามสนองไงล่ะ”
“แต่ว่า……แต่ว่า……”
“เอาล่ะ อย่าพูดเรื่องไร้สาระ พูดเรื่องที่ฉันอยากฟังดีกว่า”
ชายวัยกลางคนกลอกตาไปมา และไม่พูดอะไรอยู่นาน
แต่เขารู้ดี ว่าไม่ใช่เพราะท่านใหญ่โจวหรอก โจวฉือเซินก็เลยต้องการพบเขา
สิ่งที่เขาต้องการ มีเพียงแค่เรื่องที่เขาไม่รู้เท่านั้น
ชายวัยกลางคนพูด “ผม……ผมเคยเจอประธานหลินที่หลังบ้านของตระกูลโจวครับ……ไม่สิ พูดให้ถูก น่าจะเป็นหลินจื้ออาน เขาพูดกับคุณชายใหญ่ เรื่องเมื่อยี่สิบปีก่อน……”
โจวฉือเซินมองดูเขาอย่างสงบ ด้วยอารมณ์ที่ราบเรียบ
ชายวัยกลางคนพูดต่ออย่างกดดัน “ยี่สิบปีก่อน อุบัติเหตุครั้งใหญ่ของตระกูลหลิน ที่หลินจื้ออานทำสำเร็จได้ ก็……เป็นเพราะมีท่านใหญ่คอยช่วยเหลือหลินจื้ออานอยู่ข้างหลัง……”
หลินซื่อในตอนนั้น กำลังเจริญรุ่งเรือง หลินจื้อหย่วนและภรรยาของเขา ครั้งหนึ่งได้กลายเป็นเรื่องราวที่ดีงามในเมืองหนานเฉิง
ตัวท่านใหญ่โจวเองก็ไม่พอใจกับเมืองหนานเฉิง และต้องการที่จะขยายขอบเขตอิทธิพลของตัวเอง หลินซื่อเองก็กลายเป็นหนามยอกอกในใจของเขา
ครั้งหนึ่งในงานเลี้ยงค็อกเทล ในเวลาอันสั้นที่เขาได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับหลินจื้ออาน เขาก็ได้เห็นความชั่วร้ายและความอิจฉาริษยาที่ซุกซ่อนอยู่ในตัวของหลินจื้ออาน
พวกเขาทั้งสองไม่ได้ปรึกษากันมากนักว่าจะทำอย่างไรกับเรื่องนี้ แต่พวกเขารู้ดีว่าพวกเขาเป็นคนแบบไหน และได้ตกลงร่วมมือกันอย่างลับๆ
แต่เรื่องนี้ไม่ว่าจะพูดอย่างไร ผลกระทบก็มหาศาลนัก ดังนั้นท่านใหญ่โจวจึงไม่เคยออกหน้า แต่ใช้อิทธิพลอย่างอื่นของตัวเองมาช่วยเหลือให้หลินจื้ออานดำเนินแผนการให้สำเร็จจนได้
บางทีนั่นอาจเป็นตอนที่กรรมได้ทำการตามสนอง
เพราะความสนใจของเขาทั้งหมดไปรวมอยู่ข้างบน ดังนั้นแม้แต่คนทางฝั่งเมืองเจียงโจวมา เขาเองก็ไม่รู้
กองกำลังไหลมารวมตัวกันที่เมืองหนานเฉิง เหตุการณ์วุ่นวายขั้นสุด
ด้วยเหตุนี้เอง โจวจู้นเหนียนเลยประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์
เรื่องภายหลังนี้ ไม่ใช่ว่าท่านใหญ่โจวไปสืบแล้วไม่พบอะไร คือเขาไม่เคยกล้าไปสืบเลย เพราะเมื่อเขาไปสืบ จะเป็นเรื่องง่ายในการเปิดเผยสิ่งที่เขาทำในช่วงเวลานี้ ตระกูลโจงเมื่อยี่สิบปีก่อน ไม่ได้ตกต่ำเหมือนเช่นตอนนี้
ถ้าหากถูกพวกเขารู้เข้า ว่าเขาเคยช่วยหลินจื้ออานทำเรื่องลับๆ พวกนั้นละก็ ทั้งตระกูลโจวคงจะพังพินาศ
ดังนั้นเขาจึงทำว่าอุบัติเหตุในครั้งนี้คือเหตุสุดวิสัย เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจของตระกูลโจงเกี่ยวกับอุบัติเหตุทางรถยนต์ของโจวจู้นเหนียน ให้โจงเสียนนำความเกลียดชังทุกอย่างใส่ไว้ที่ตัวของโจวฉือเซิน
หลายปีต่อมาหลังจากนั้น หลินจื้ออานก็มาแทนที่หลินจื้อหย่วนได้สำเร็จ
ท่านใหญ่โจวเองก็ยิ่งอยู่ยิ่งควบคุมไม่ได้เพราะอุบัติเหตุทางรถยนต์รวมไปถึงโจวฉือเซิน ไม่มีกะจิตกะใจเอาเรื่องเก่ามาพูดเลยสักนิด
บวกกับ เมื่อหลินซื่ออยู่ในมือของหลินจื้ออานนั้นพัฒนาได้น้อยกว่าเมื่อตอนอยู่ในมือของหลินจื้อหย่วน และไม่สามารถขวางทางเขาได้อีกต่อไป
เมื่อโจวฉือเซินชายตาขึ้นมอง นัยน์ตาสีดำมีแววความเย็นชาพาดผ่าน “ดูท่าเขาจะทำเรื่องชั่วไว้มากเลยนะ”
“คุณชายรองครับ คุณท่านก็เพียงทำเพื่อโจวซื่อ……อีกอย่าง ถึงจะไม่มีเขา อิงตามนิสัยของพี่น้องตระกูลหลินแล้ว ไม่ช้าก็เร็วหลินจื้อหย่วนก็คงตายด้วยน้ำมือของหลินจื้ออาน จะไปโทษคุณท่านทั้งหมดได้ยังไง……”
เมื่อเห็นว่าโจวฉือเซินไม่ได้พูดอะไร ชายวัยกลางคนก็กัดฟัน ก่อนจะพูดต่อ “คุณชายใหญ่คงรู้เรื่องนี้นานแล้ว ความจริงของอุบัติเหตุทางรถยนต์ รวมไปถึงตระกูลเจียง……เร็วกว่าที่เราจินตนาการเอาไว้มาก ดังนั้นเขาเลยปฏิบัติกับคุณท่าน……”
“นี่ไม่ใช่ผลกรรมที่เขาก่อไว้ด้วยตัวเองหรอกเหรอ” โจวฉือเซินมองไปทางหลินหนาน “ส่งแขก”
“คุณชายรอง!” ชายวัยกลางคนตะโกนเสียงดัง “ถึงแม้คุณท่านจะทำผิดมากแค่ไหน แต่เขาก็ไม่เคยทำร้ายลูกตัวเองเลยนะครับ ตลอดมาเขาเพียงต้องการเลี้ยงดูเด็กคนนั้นให้เป็นทายาทของโจวซื่อในอนาคต! แต่พวกคนเหล่านั้นกลับเอาความเกลียดชังมาลงที่เด็กน้อย นั่นก็คือลูกชายของคุณเอง! คุณจะช่างมันจริงๆเหรอครับ!”
โจวฉือเซินปรายตามอง นัยน์ตาสีเข้มเต็มไปด้วยความหนาวเหน็บ
อุณหภูมิทั่วทั้งห้องทำงานลดลงหลายองศาในทันที
สีหน้าของหลินหนานเปลี่ยนไปเล็กน้อย พูดกับชายวัยกลางคนว่า “ไม่มีหลักฐาน อย่าพูดมั่วๆ”
“ผมมีหลักฐาน! มีหลักฐานครับ” ชายวัยกลางคนตะโกน “ตอนที่คุณชายใหญ่พาคุณท่านไปรักษาที่แคนาดา เขาไปพบแพทย์หญิงคนหนึ่งครับ คุณท่านได้ยินพวกเขาพูดกันว่า……ว่า……”
เสียงของโจวฉือเซินเย็นชา “ว่า”
“ผู้หญิงคนนั้นถามคุณชายใหญ่ว่า ‘สำเร็จหรือยัง? จากที่ฉันฉีดสารบำรุงเพิ่มขึ้น ผลต้องออกมาดีแน่นอน’ ” ชายวัยกลางคนร้องไห้พลางพูด “คำพูดนี้เป็นความจริงครับ คุณท่านได้ยินมากับหู แล้วเขายังได้ยินผู้หญิงคนนั้นพูดอีกว่า ยังมียาสารบำรุงนั่นเหลืออยู่ ถามคุณชายใหญ่ว่าเขาต้องการไหม หลังจากที่คุณชายใหญ่บอกว่าไม่ต้องการแล้ว เธอก็เอายานั่นทิ้งลงในถังขยะ คุณท่านเขา……เขาเสี่ยงหยิบยานั่นขึ้นมา และเก็บซ่อนไว้กับเขาครับ”
“คุณชายรอง ขวดยานี่อยู่กับคุณท่าน หากว่าคุณช่วยคุณท่านออกมาได้ คุณก็จะได้หลักฐานชิ้นนี้! พอถึงตอนนั้น คุณชายใหญ่ก็คงไร้คำแก้ตัว คุณยังฉวยโอกาสนี้บอกกับเขาว่าอยากได้โจวซื่อคืน คุณท่านจะต้องอยู่ข้างคุณแน่ๆครับ”
สีหน้าของโจวฉือเซินเย็นชา ขบกรามเล็กน้อย ไม่ได้พูดอะไร
ชายวัยกลางคนยังคงตะโกน หลินหนานเดินไปหาก่อนพาเขาออกไป
“คุณชายรองครับ คิดให้ดีนะครับ ถ้าขืนคุณยังเกลียดคุณท่าน ความแค้นนี้ก็ไม่สามารถไม่สนองได้ แล้วลูกชายของคุณล่ะ! คุณอยากเอาของที่สมควรเป็นของคุณกลับมา…