สามีเก่า...มาขอแต่งงานอีกแล้ว / พิศวาสรัก...สามีเก่า - บทที่ 755 ข่าวดีเรื่องหนึ่งกับข่าวร้ายเรื่องหนึ่ง
- Home
- สามีเก่า...มาขอแต่งงานอีกแล้ว / พิศวาสรัก...สามีเก่า
- บทที่ 755 ข่าวดีเรื่องหนึ่งกับข่าวร้ายเรื่องหนึ่ง
ในตอนที่นั่งเครื่องบินกลับหนานเฉิงนั้น หร่วนซิงหว่านเอาแต่มองออกไปนอกหน้าต่างตลอด จ้องมองสถานที่ที่ไม่คุ้นเคย แต่กลับทำให้เธอเป็นห่วงอย่างนับไม่ถ้วนนี้
ในตอนที่เธอกับโจวฉือเซินจากมานั้น เจ้าตัวเล็กเหมือนกับว่าจะรับรู้ถึงอะไรบางอย่าง ลืมตาคู่โต ๆ เอาไว้ เบ้ปากเล็ก ๆ อยู่ตลอดแล้วยื่นมือทั้งคู่มาที่เธอ “หม่าม๊า……”
ชั่ววินาทีนั้น หร่วนซิงหว่านเหมือนกับว่ามีก้างปลามาติดอยู่ที่ลำคออัดอั้นพูดไม่ออก อยากจะกลับไปอุ้มเขา แต่โจวฉือเซินกลับจับมือของเธอไว้ “อย่าหันหน้ากลับไป ยิ่งคุณไปมองแก แกก็จะยิ่งร้องไห้หนักขึ้น”
น้ำตาของหร่วนซิงหว่านหมุนวนอยู่ในดวงตา แล้วโดนโจวฉือเซินจูงให้เดินไปข้างหน้า ด้านหลังกลับค่อย ๆ มีเสียงร้องไห้ของเจ้าตัวเล็กดังลอยมา
จนถึงตอนนี้เสียงนั่น ยังเหมือนกับว่ายังวนเวียนอยู่ในสมองของเธอ
ไม่ว่ายังไงก็ไม่มีทางลบล้างไปได้
หร่วนซิงหว่านค่อย ๆ หลับตาลง ที่หางตาเปียกชื้นเล็กน้อย
โจวฉือเซินนั่งอยู่ข้าง ๆ เธอ รวบตัวเธอมากอดไว้ในอก “นอนเถอะ เดี๋ยวนอนตื่นมา ก็ถึงบ้านแล้ว”
ผ่านไปเนิ่นนาน หร่วนซิงหว่านถึงพูดขึ้นว่า “ที่จริงสามเดือน มันก็ไม่นานมากเท่าไหร่หรอก”
โจวฉือเซินตอบอืมเสียงต่ำไปคำหนึ่ง “ไม่นานหรอก”
“ในตอนที่ฤดูหนาวมาถึง แกก็จะสามารถกลับมาอยู่ข้างกายเราได้แล้ว”
โจวฉือเซินไม่ได้พูดอะไร เพียงแต่แค่ตบหลังเธอเบา ๆ สายตาจ้องมองไปที่นอกหน้าต่างอย่างเรียบเฉย
ในเวลานี้ เครื่องบินกำลังบินอย่างมั่นคงอยู่บนท้องฟ้า ก้อนเมฆบนท้องฟ้าเกาะตัวกันอย่างหนาแน่นเข้าด้วยกัน
หลายชั่วโมงผ่านไป ก็มาถึงหนานเฉิงแล้ว
หร่วนซิงหว่านเห็นว่าเพิ่งจะเป็นเวลาตอนเย็นสี่โมงครึ่ง ก็เลยจะไปที่สำนักงานสักหน่อย
โจวฉือเซินส่งเธอมาถึงหน้าประตู “เดี๋ยวผมจะไปที่หลินซื่อสักเที่ยว ค่ำ ๆ ค่อยมารับคุณนะ”
หร่วนซิงหว่านพยักหน้าให้ “คุณไม่ต้องสนใจฉันหรอกค่ะ เดี๋ยวฉันกลับกับซานซานก็ได้ค่ะ”
ไม่ว่าจะเป็นงานของบริษัทcomplexหรือว่าของบริษัทsouthwest ก็ล้วนต้องไปจัดการทั้งนั้น
ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ถึงจะเสร็จสิ้นลงได้
โจวฉือเซิน “เดี๋ยวผมจะโทรหาคุณนะ”
“ค่ะ”
จ้องมองรถยนต์สีดำขับออกไปอย่างช้า ๆ แล้ว หร่วนซิงหว่านถึงได้เก็บสายตากลับมา แล้วเดินไปทางสำนักงาน
ในตอนนี้ลูกค้าค่อนข้างที่จะเยอะ พอหร่วนซิงหว่านตามหาไปรอบหนึ่งแล้วก็ไม่เห็นเพ้ยซานซาน ก็เลยไปที่สตูดิโอห้องข้าง ๆ
แล้วก็เพ้ยซานซานอยู่ที่นี่จริง ๆ ด้วย
เพียงแต่ว่าไม่ได้ถ่ายรูปอยู่ แต่กลับนั่งขัดสมาธิอยู่บนพื้น ถือกล้องถ่ายรูปอยู่ตัวหนึ่ง แล้วก็เช็ดถูไปอย่างเหม่อลอย
หร่วนซิงหว่านเดินเข้าไป แล้วนั่งลงข้าง ๆ เธอ “ซานซาน”
เพ้ยซานซานตั้งสติกลับมาได้ทันที แล้วก็รีบวางกล้องถ่ายรูปที่อยู่ในมือลง และพูดอย่างดีใจขึ้นว่า “ซิงซิง เธอกลับมาแล้วเหรอ”
หร่วนซิงหว่านยิ้มขึ้นมาเล็กน้อย “มานั่งทำอะไรอยู่ที่นี่”
“ฉันคิดว่าในเมื่อก็ไม่มีอะไรทำอยู่แล้ว ก็เลยมาทำความสะอาดที่นี่สักหน่อย” พูดแล้ว เพ้ยซานซานก็มองซ้ายมองขวา “ลูกชายบุญธรรมของฉันล่ะ ไหนเธอบอกว่าเขาจะกลับมาพร้อมเธอไม่ใช่เหรอ? หรือว่าตรงกลับบ้านไปแล้วเหรอ?”
หร่วนซิงหว่านกอดขาทั้งสองข้างเอาไว้ และเอาคางวางไว้บนหัวเข่า แล้วถอนหายใจออกมาทีหนึ่ง “เปล่า เขายังต้องรออีกสักช่วงหนึ่ง”
“ห๋า……” ตอนแรกเพ้ยซานซานยังอยากจะถามว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น แต่พอเห็นปฏิกิริยาของหร่วนซิงหว่านแล้ว ก็ตบไหล่เธอเบา ๆ ขึ้นมา “ฉันก็ไม่ได้รีบร้อนอะไร งั้นก็รออีกหน่อยก็ได้ อาหารดี ๆ ไม่กลัวดึก เรื่องดี ๆ ไม่กลัวถูกขัดเกลาเยอะหรอก”
หร่วนซิงหว่านก้มหน้าลง รอยยิ้มดูจืดจาง
พอเพ้ยซานซานเห็นเข้า ก็รีบเปลี่ยนหัวข้อเรื่องไปทันที “เรื่องที่เธอพูดกับฉันเมื่อก่อนหน้านี้ ช่วงนี้ฉันได้ไตร่ตรองดูดี ๆ แล้ว ในเมื่อไม่ต้องไปเตรียมงานของแฟชั่นวีคแล้ว สำนักงานของเราก็เปิดมานานขนาดนี้แล้ว ตอนนี้ช่องทางออนไลน์ก็ได้เปิดไปหมดแล้ว หรือไม่พวกเราก็เอาความตั้งใจทั้งหมดไปไว้ที่เรื่องขยายแบรนด์ให้ใหญ่ขึ้นดีกว่า”
เพ้ยซานซานพูดต่อขึ้นอีกว่า “ฉันมีความคิดแบบนี้นะ พวกเราสามารถหาดารามาเป็นพรีเซนเตอร์ก่อน เพื่อทำให้แบรนด์เป็นที่รู้จักมากขึ้น จากนั้น ก่อนหน้านี้เคยมีเน็ตไอดอลมาติดต่อเราอยากจะทำการโฆษณาไม่ใช่เหรอ? พวกเราก็จะสามารถดำเนินการไปตามช่องทางต่าง ๆ ให้พร้อมกันได้เลย……”
เพ้ยซานซานพูดมาอย่างออกรสออกชาติ สมจริงสมจัง และได้วาดภาพอนาคตไว้อย่างยิ่งใหญ่อลังการไว้แล้ว
สุดท้าย เธอก็สรุปขึ้นมาว่า “วันนั้นฉันคิดใคร่ครวญปัญหาอย่างหนึ่งมาดี ๆ แล้ว สำนักงานของพวกเรา จะต้องไม่เอาแต่อุดอู้อยู่แต่ในที่เล็ก ๆ แบบนี้ตลอดไปซิ แบรนด์‘ดาวเต็มฟ้า’นี่จะไปสู่ตลาดสากล ก็เป็นแค่เรื่องปัญหาของเวลาเท่านั้น ดังนั้น จุดที่เคยมองข้ามไปเมื่อก่อนหน้านี้ ตอนนี้ก็จะต้องให้ความสำคัญขึ้นมาด้วย”
เพ้ยซานซานพูดไป ก็มองไปที่หร่วนซิงหว่านอีก “เธอวางใจเถอะ เรื่องนี้มอบให้เป็นหน้าที่ของฉันก็พอแล้ว ส่วนเธอก็รับผิดชอบออกแบบไปให้ดีก็พอแล้ว ฉัน……”
“ซานซาน”
อยู่ ๆ หร่วนซิงหว่านก็เปิดปากพูดขึ้น “ขอโทษด้วยนะ ในช่วงหลายเดือนต่อไปนี้ ฉันอาจจะไม่มีความจิตใจที่มุ่งมั่นมากขนาดนั้น”
เพ้ยซานซานนึกถึงเรื่องที่หร่วนซิงหว่านเคยพูดไว้เมื่อก่อนหน้านี้ว่าจะมีลูกอีกคน ซึ่งก็เป็นเพราะเรื่องนี้ เธอถึงได้ผลักเรื่องไปงานแฟชั่นวีคออกไป
เพ้ยซานซานตบหน้าผากเล็กน้อย “โอ๊ย ฉันเอง ฉันลืมไปเอง……”
แล้วเธอก็พูดขึ้นอีกว่า “ไม่เป็นไร พวกเราค่อยเป็นค่อยไปกันก็ได้ เอาเรื่องหาคนมาเป็นพรีเซนเตอร์ให้เรียบร้อยก่อน แล้วเรื่องอย่างอื่นค่อยว่ากันไปทีละขั้นละกัน”
ทั้งสองคนมองไปที่อีกฝ่าย หลังจากที่สายตาสบเข้าด้วยกันแล้ว ก็เปิดปากพูดพร้อมกันขึ้นว่า
“สวี่วาน?”
และแล้ว อีกหนึ่งชั่วโมงต่อมา สวี่วานก็มานั่งอยู่ในห้องรับรองแล้ว
เธอจ้องมองดูหร่วนซิงหว่าน แล้วก็มองไปที่เพ้ยซานซาน แล้วยกน้ำขึ้นมาดื่มไป “มีเรื่องอะไรพวกคุณก็ว่ามาตามตรงเลย อย่าเอาแต่จ้องมองฉันอยู่แบบนี้ ฉันกลัว……”
เพ้ยซานซานพูดขึ้นว่า “มีข่าวดีอยู่เรื่องหนึ่งกับข่าวร้ายอยู่เรื่องหนึ่ง คุณอยากฟังเรื่องไหนก่อนล่ะ?”
สวี่วานพูดขึ้นว่า “ข่าวร้ายก่อนก็ได้”
เพ้ยซานซานสีหน้าจริงจัง “งั้นฉันพูดข่าวดีก่อนดีกว่า”
สวี่วาน “……”
“ไม่งั้นฉันกลัวว่าถ้าพูดข่าวร้ายออกไปเลย คุณจะต้องตีฉันแน่ ๆ”
สวี่วานวางแก้วน้ำลง “คุณพูดมาได้เลย”
เพ้ยซานซานเกาหัวเล็กน้อย “คือเรื่องมันเป็นแบบนี้ ฉันกับซิงซิงปรึกษากันแล้ว และตัดสินใจอยากจะหาคนมาเป็นพรีเซนเตอร์ เพื่อจะขยายชื่อเสียงของแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น”
ก่อนหน้านี้ตอนที่สำนักงานเพิ่งก่อตั้งขึ้นมาใหม่ ๆ นั้น ตอนที่สวี่วานไปออกงาน ก็ได้ใส่สร้อยคอที่หร่วนซิงหว่านออกแบบ ตอนนั้นก็ถือได้ว่าช่วยพวกเธอโฆษณาไปเล็กน้อยครั้งหนึ่ง ลูกค้าส่วนใหญ่ที่มาในช่วงนั้น ก็มาจากทางสวี่วานทั้งนั้น
พอสวี่วานได้ยิน “งั้นก็เป็นเรื่องที่ดีซิ”
เพ้ยซานซานพูดขึ้นอย่างรู้สึกผิด “ก็คงใช่มั้ง? ฉันก็รู้สึกว่าเป็นเรื่องที่ดีเหมือนกัน……”
สวี่วานค่อย ๆ เข้าใจอะไรขึ้นมา “นี่พวกคุณอยากจะมาติดต่อฉันเหรอ?”
หร่วนซิงหว่านพูดขึ้นว่า “ใช่”
สวี่วานขมวดคิ้วขึ้นมาทีหนึ่ง แล้วถึงพูดขึ้นว่า “โดยส่วนตัวฉันเองนั้น ก็ไม่มีปัญหาอะไร แต่ว่าพวกคุณก็รู้นะ ตั้งแต่ที่ฉันยกเลิกสัญญากับโจวซื่อกรุ๊ปไปแล้ว ด้านหน้าที่การงานยังไงก็ต้องมีปัญหาเกิดขึ้นมาบ้าง ก็กลัวเรื่องพวกนี้จะทำให้พวกคุณเดือดร้อนไปด้วยนะซิ”
ไม่ว่าใครที่เป็นคนทำโฆษณาแบรนด์ ก็ต้องอยากจะนำเสนอชื่อแบรนด์ออกไป
แต่สถานะของเธอในปัจจุบันนี้ กลับเป็นตรงข้ามกันเลย
หร่วนซิงหว่านพูดขึ้นว่า “คุณพูดมาแบบนี้ก็ห่างเหินกันเกินไปแล้ว จะทำให้เดือดร้อนไม่เดือดร้อนอะไรกัน ขอแค่คุณสามารถมาช่วยเป็นพรีเซนเตอร์ให้พวกเราได้ ก็เป็นเรื่องที่ดีที่สุดแล้ว”
สวี่วานครุ่นคิดเล็กน้อย แล้วก็พยักหน้าขึ้นมา “งั้นข่าวร้ายล่ะ? ข่าวร้ายคือเรื่องอะไร?”
เพ้ยซานซานกระแอมไอขึ้นมาทีหนึ่ง รู้สึกเขินอายเล็กน้อย แล้วเปิดปากพูดขึ้นอย่างเก้อเขิน “ข่าวร้ายก็คือ ฉันไปสอบถามเรื่องค่าตัวที่คุณเป็นพรีเซนเตอร์มาแล้ว และพวกเราไม่มีจะจ่ายให้คุณแม้แต่เศษหนึ่งส่วนสิบเลยด้วยซ้ำ”
สวี่วาน “……”
เธออดไม่ได้ที่จะขำจนเกินเสียงขึ้นมา “นี่พวกคุณสองคนกลับกำลังกังวลเรื่องนี้อยู่เหรอ?”
หร่วนซิงหว่านลูบลำคอเล็กน้อย แล้วก็ลองเปิดปากพูดขึ้น “หรือว่าพวกเราอาจจะขอแบ่งจ่ายให้จะได้หรือเปล่า?”
เพ้ยซานซานรีบพูดขึ้นว่า “ใช่ ใช่ ใช่ แบ่งจ่าย แบ่งจ่าย คุณลองเอาไปคิดดูก่อนเป็นไง”