Your Talent Is Mine ระบบคัดลอกพรสวรรค์ - บทที่ 882 เป้าหมาย ยกระดับเคล็ดวิชาอมตะอันยิ่งใหญ่!
- Home
- Your Talent Is Mine ระบบคัดลอกพรสวรรค์
- บทที่ 882 เป้าหมาย ยกระดับเคล็ดวิชาอมตะอันยิ่งใหญ่!
บทที่ 882 เป้าหมาย ยกระดับเคล็ดวิชาอมตะอันยิ่งใหญ่!
“ปรมาจารย์เต๋าหมื่นสวรรค์กลายเป็นแม่ทัพศักดิ์สิทธิ์ 8 ดาราขั้นสูงสุดแล้ว!!!!”
ในมหาจักรวาล แม่ทัพศักดิ์สิทธิ์และเจ้าสวรรค์จำนวนมากต่างตกตะลึง
ก่อนหน้านี้ แม้ว่าเย่เทียนจะพัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่ก็ไม่ได้ท้าทายสวรรค์เกินไป ในความโกลาหล ตราบใดที่มีทรัพยากรเพียงพอ ไม่ว่าใครก็สามารถเพิ่มความแข็งแรงขึ้นได้อย่างรวดเร็ว
เช่นเดียวกับมรรคาจารย์ เพียงแค่พวกเขาต้องการ พวกเขาก็สามารถทำให้แม่ทัพศักดิ์สิทธิ์ 1 ดารากลายเป็นแม่ทัพศักดิ์สิทธิ์ 8 ดาราได้ภายใน 1,000 ปี นี่คือความน่ากลัวของทรัพยากรและมรดกทักษะของเหล่ามรรคาจารย์
แน่นอนว่า เหล่ามรรคาจารย์ย่อมไม่ฝืนบังคับเพิ่มความแข็งแกร่งของเหล่าศิษย์อย่างรวดเร็ว มิฉะนั้นรากฐานของพวกเขาอาจจะได้รับความเสียหาย
อย่างไรก็ตาม แม้แต่มรรคาจารย์ก็ไม่สามารถทำให้แม่ทัพศักดิ์สิทธิ์ 8 ดารา กลายเป็นแม่ทัพศักดิ์สิทธิ์ 8 ดาราขั้นสูงสุดได้ในระยะเวลาอันสั้น
ในความโกลาหล เหล่าอัจฉริยะไร้เทียมทานย่อมสามารถกลายเป็นแม่ทัพศักดิ์สิทธิ์ 8 ดาราได้ตลอดเวลา อย่างไรก็ตามระหว่างแม่ทัพศักดิ์สิทธิ์ 8 ดาราช่วงต้นกับแม่ทัพศักดิ์สิทธิ์ 8 ดาราขั้นสูงสุดนั้นมีช่องว่างที่แสนจะกว้างใหญ่ ช่องว่างดังกล่าวยิ่งใหญ่กว่าการเติมเต็มขอบเขตก่อนหน้านี้เสียอีก
แม้แต่เหล่าศิษย์สายตรงที่ได้รับการสั่งสอนเป็นการส่วนตัวจากมรรคาจารย์เหล่านั้น หรืออัจฉริยะที่ต่อต้านสวรรค์ในความโกลาหล ก็ต้องใช้เวลานานพอสมควรเพื่อที่พวกเขาจะตัดผ่านไปยังระดับแม่ทัพศักดิ์สิทธิ์ 8 ดาราขั้นสูงสุด
ไม่ต้องพูดถึงหลายแสนปี แม้แต่หลายล้านปีก็ไม่ถือว่านาน
เช่นเดียวกับเทพธิดาหยุนซี เธออยู่ในกลุ่มอันดับต้นๆ แม้แต่ในหมู่ศิษย์สายตรงของมรรคาจารย์ด้วยกันอยู่ในกลุ่มสูงสุดในหมู่บรรพบุรุษของลัทธิเต๋า แต่ในเวลานี้เธอยังคงอยู่ในช่วงต้นของระดับแม่ทัพศักดิ์สิทธิ์ 8 ดารา และไม่รู้ว่าต้องใช้เวลาอีกนานแค่ไหนเธอถึงจะสามารถพัฒนาไปสู่ช่วงกลางของแม่ทัพศักดิ์สิทธิ์ 8 ดารา
ชั่วขณะหนึ่ง เย่เทียนก็กลายเป็นหัวข้อการสนทนาของเหล่าแม่ทัพศักดิ์สิทธิ์และเจ้าสวรรค์
“ศักยภาพของปรมาจารย์เต๋าหมื่นสวรรค์นั้นช่างน่ากลัว เขาสามารถกลายเป็นแม่ทัพศักดิ์สิทธิ์ 8 ดาราขั้นสูงสุดได้ในระยะเวลาอันสั้น นี่ไม่ได้หมายความว่าอีกไม่นานเขาก็จะกลายเป็นแม่ทัพศักดิ์สิทธิ์ 9 ดาราหรอกหรือ?”
“แม่ทัพศักดิ์สิทธิ์ 9 ดารามีความแข็งแกร่งพอที่จะเอาชนะเจ้าสวรรค์ธรรมดา แม้แต่ในความโกลาหลตัวตนเหล่านี้ก็พบได้ยากมาก ต่อให้เป็นผู้ที่ได้รับการสอนสั่งจากมรรคาจารย์เป็นการส่วนตัวก็ต้องใช้เวลาฝึกฝนอย่างยาวนานพร้อมกับโอกาสมากมายนับไม่ถ้วนเพื่อที่จะบรรลุถึงเป้าหมายนั้น ปรมาจารย์เต๋าหมื่นสวรรค์เป็นสิ่งมีชีวิตพื้นเมืองของมหาจักรวาล เขาไม่มีโอกาสมากมายให้เพลิดเพลิน คาดว่าการที่เขากลายมาเป็นแม่ทัพศักดิ์สิทธิ์ 8 ดาราขั้นสูงสุดได้นั้นคงจะพึ่งพาทรัพยากรมากมายนับไม่ถ้วน รากฐานของเขาอาจจะไม่ดีนัก เกรงว่าการพัฒนาของเขาในอนาคตอาจจะไม่รวดเร็วเช่นนี้อีกต่อไป!”
“การที่ปรมาจารย์เต๋าหมื่นสวรรค์สามารถตัดผ่านไปยังระดับแม่ทัพศักดิ์สิทธิ์ 8 ดาราขั้นสูงสุดได้อย่างรวดเร็วเช่นนี้ เขาย่อมไม่ใช่คนธรรมดา อย่าใช้สามัญสำนึกของคุณตัดสินศิษย์สายตรงของมรรคาจารย์ คุณคิดว่าหากเป็นเพียงอัจฉริยะธรรมดาที่เป็นสิ่งมีชีวิตพื้นเมืองของมหาจักรวาลจะสามารถกลายเป็นศิษย์สายตรงของมรรคาจารย์ได้อย่างนั้นหรือ? เขาย่อมต้องครอบครองศักยภาพพิเศษอย่างแน่นอน ยิ่งไปกว่านั้น คุณลืมไปแล้วหรือว่าเมื่อไหร่ก็ตามที่ปรมาจารย์เต๋าหมื่นสวรรค์ก้าวข้ามจักรวาล ศักยภาพของเขาก็จะเพิ่มขึ้นอีกระดับ ในฐานะผู้หลุดพ้น หากเขากลายเป็นแม่ทัพศักดิ์สิทธิ์ 9 ดารา เขาก็จะเหนือกว่าแม่ทัพศักดิ์สิทธิ์ 9 ดาราทั่วไป!”
“ใช่แล้ว ปรมาจารย์เต๋าหมื่นสวรรค์เป็นสิ่งมีชีวิตพื้นเมืองของมหาจักรวาล และตอนนี้เขาก็มีคุณสมบัติที่จะก้าวข้ามจักรวาลแล้ว เมื่อไหร่ก็ตามที่เขาสามารถก้าวข้ามจักรวาลได้สำเร็จ ศักยภาพของเขาก็จะเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งนี่ถือว่าได้เปรียบคนอื่นๆ เป็นอย่างมาก!”
“หากพวกเราเป็นสิ่งมีชีวิตพื้นเมืองของจักรวาล ลองคิดดูว่าเมื่อเราก้าวข้ามจักรวาล ศักยภาพของเราจะเพิ่มขึ้นถึงระดับไหนกัน!”
“ฮิฮิ ระบบการบ่มเพาะสำหรับสิ่งมีชีวิตในจักรวาลนั้นยากยิ่งกว่าการบ่มเพาะภายในความโกลาหลมาก อีกอย่างคุณไม่รู้หรือว่าการที่จะก้าวข้ามมาหาจักรวาลนั้นเป็นเรื่องยากเย็นเพียงใด? ต่อให้เป็นแม่ทัพศักดิ์สิทธิ์ 8 ดาราช่วงต้นหรือช่วงกลางก็ยากที่จะทำสำเร็จ หากเราเกิดในมหาจักรวาลจริง การจะกลายเป็นผู้หลุดพ้นได้นั้นย่อมเป็นเรื่องท้าทายอย่างยิ่ง!”
เย่เทียนไม่ได้ให้ความสนใจกับบทสนทนาของคนอื่นๆ เลยแม้แต่น้อย เขายังคงฝึกฝนต่อไปในโลกแสงสีม่วง อย่างไรก็ตามในเวลานี้เขาเปลี่ยนตำแหน่งในการฝึกฝน เลือกตำแหน่งที่ลึกเข้าไปในโลกแสงสีม่วงอีกเล็กน้อย
ท้ายที่สุดแล้ว ถึงตอนนี้แสงสีม่วงในบริเวณรอบนอกสุดเกือบจะไม่สามารถกัดกร่อนเนื้อหนังของเขาได้แล้ว ดังนั้นเย่เทียนจึงตัดสินใจเลือกตำแหน่งที่ลึกเข้าไปในโลกแสงสีม่วงเพื่อทำการฝึกฝนต่อไป
วันเวลาผ่านไปปีแล้วปีเล่า เย่เทียนยังคงฝึกฝนในโลกแสงสีม่วงอย่างต่อเนื่องโดยยังไม่ได้คิดที่จะสำรวจมัน
ปัจจุบันเขายังคงต้องระมัดระวัง ท้ายที่สุดแล้ว ภายในโลกแสงสีม่วงแห่งนี้เต็มไปด้วยอันตราย แม้ว่ามันจะมอบสมบัติและโอกาสมากมายให้ แต่มันก็อันตรายอย่างยิ่งเช่นกัน หากแม้แต่เจ้าสวรรค์ในรายการจัดอันดับก็ยังจบชีวิตลงได้ ตัวตนอย่างแม่ทัพศักดิ์สิทธิ์ 8 ดาราขั้นสูงสุดเช่นเขาก็ย่อมไม่ต้องพูดถึง
อย่างไรก็ตาม เย่เทียนก็ทราบรู้เช่นกันว่าการจะก้าวไปสู่แม่ทัพศักดิ์สิทธิ์ 9 ดาราได้นั้นยากเย็นเพียงใด ในเวลานี้ความเร็วในการฝึกฝนคัมภีร์ซวนซูของเขานั้นช้าลงมาก นอกเสียจากเขาจะตัดผ่านไปยังขอบเขตลิขิตสวรรค์ ถึงตอนนั้นเขาก็จะสามารถยกระดับคัมภีร์ซวนซูได้อย่างง่ายดาย
ดังนั้นในระดับแม่ทัพศักดิ์สิทธิ์ หากเย่เทียนต้องการที่จะพัฒนาความแข็งแกร่งของตนเองต่อไปด้วยความช่วยเหลือของคัมภีร์ซวนซู มันก็ไม่ต่างอะไรกับเรื่องเพ้อฝัน
ในเวลานี้การพัฒนาความแข็งแกร่งทางกายภาพนั้นทำได้ยาก ด้านจิตวิญญาณยิ่งไม่ต้องพูดถึง ปราณศักดิ์สิทธิ์ของเขาก็เกือบจะถึงขีดจำกัดแล้ว กายเต๋านภาลวงตาเองก็จำเป็นต้องจารึกตราประทับเต๋าเพื่อพัฒนาต่อไป ในขณะนี้เขาไม่มีหนทางที่จะรวบรวมมหาเวทศักดิ์สิทธิ์แห่งความโกลาหลมาฝึกฝนได้อีก ด้วยเหตุนี้การที่จะพัฒนากายเต๋านภาลวงตาต่อไปจึงแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย
ในเวลานี้ เย่เทียนพบว่าการจะพัฒนาความแข็งแกร่งของเขาให้เติบโตอย่างรวดเร็วเช่นก่อนหน้านี้ได้นั้นเป็นเรื่องยากอย่างยิ่ง
อันที่จริง ไม่ใช่แค่เย่เทียนเท่านั้น แม่ทัพศักดิ์สิทธิ์ 8 ดาราคนอื่นๆ ที่อยู่ในระดับเดียวกันกับเขาก็ต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่ยากลำบากเช่นกัน เพราะถึงอย่างไรความแข็งแกร่งในทุกๆ ด้านของพวกเขาก็เกือบจะมาถึงขีดจำกัดแล้ว ยากที่จะพัฒนาด้านใดด้านหนึ่งต่อไป มิฉะนั้น ตัวตนในระดับแม่ทัพศักดิ์สิทธิ์ 9 ดาราคงไม่ถูกกล่าวขานกันว่าพบได้ยากยิ่ง
สำหรับแม่ทัพศักดิ์สิทธิ์ 8 ดารา ที่ต้องการเพิ่มความแข็งแกร่งขึ้นอย่างรวดเร็วมีเพียง 2 ทิศทางเท่านั้น
ประการแรกคือการยกระดับความเชี่ยวชาญพลังศักดิ์สิทธิ์ชั้นยอด เคล็ดวิชาอมตะอันยิ่งใหญ่ และเคล็ดวิชาทำลายล้างอันยิ่งใหญ่ เขาได้ฝึกฝนทั้งสองพลังศักดิ์สิทธิ์ชั้นยอดนี้จนถึงขั้นสูงแล้ว หากสามารถพัฒนามันต่อไปความแข็งแกร่งของเขาก็จะเปลี่ยนไปอีกครั้ง
หากเย่เทียนสามารถฝึกฝนพลังศักดิ์สิทธิ์ชั้นยอดไปถึงขั้นสูงสุดได้สำเร็จ ความแข็งแกร่งของเขาก็จะได้รับการเปลี่ยนแปลงอย่างแท้จริง อาจกล่าวได้ว่าตราบใดที่คนผู้หนึ่งฝึกฝนพลังศักดิ์สิทธิ์ชั้นยอดจนถึงขั้นสูงสุดได้สำเร็จ พวกเขาก็สามารถตัดผ่านไปสู่ระดับแม่ทัพศักดิ์สิทธิ์ 9 ดาราได้ทันที แม้ว่าจะไม่มีความก้าวหน้าในด้านอื่นๆ ก็ตาม
ในความโกลาหล แม่ทัพศักดิ์สิทธิ์ 9 ดาราส่วนใหญ่ต่างฝึกฝนพลังศักดิ์สิทธิ์ชั้นยอดจนถึงขั้นสูงสุด เพราะหากปราศจากพลังศักดิ์สิทธิ์ชั้นยอดขั้นสูงสุด การจะก้าวไปสู่ระดับแม่ทัพศักดิ์สิทธิ์ 9 ดารานั้นจะกลายเป็นเรื่องท้าทายอย่างยิ่ง แทบจะเปรียบได้กับบ่วงคล้องคอ
ด้วยเหตุนี้ พลังศักดิ์สิทธิ์ชั้นยอดจึงมีความสำคัญอย่างไม่ต้องสงสัย
อย่างไรก็ตาม การจะฝึกฝนพลังศักดิ์สิทธิ์ชั้นยอดให้ไปถึงขั้นสูงสุดได้นั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย อีกทั้งพลังศักดิ์สิทธิ์ดังกล่าวจะต้องอยู่ในสามพันอันดับพลังศักดิ์สิทธิ์ชั้นยอดจากความโกลาหล เพราะหากเป็นพลังศักดิ์สิทธิ์ชั้นยอดที่อยู่ในระดับต่ำ ต่อให้ฝึกฝนมันไปจนถึงขั้นสูงสุดมันก็ย่อมไม่ทรงพลังมากนัก
ในปัจจุบัน เคล็ดวิชาอมตะอันยิ่งใหญ่ เคล็ดวิชาทำลายล้างอันยิ่งใหญ่ และพลังศักดิ์สิทธิ์แสงนิรันดร์ต่างก็เป็นทักษะที่ช่วยเพิ่มพลังต่อสู้ให้แก่เย่เทียนเป็นอย่างมาก แม้ว่าพลังศักดิ์สิทธิ์ศาสตร์ทำนายฟ้าจะน่าประทับใจ แต่มันก็ไม่สามารถเพิ่มพลังต่อสู้ให้แก่เขาได้ ดังนั้นเย่เทียนจึงไม่คิดที่จะใช้เวลากับมันมากเกินไป
“เคล็ดวิชาอมตะอันยิ่งใหญ่สามารถช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งให้เราได้มากที่สุด ดังนั้นตอนนี้เราควรฝึกฝนมันก่อน!”
เย่เทียนตัดสินใจ
สำหรับมหาเวทศักดิ์สิทธิ์แห่งความโกลาหลนั้น ตอนนี้ทั้งหมดยังคงเป็นเพียงรูปแบบพื้นฐาน ไม่สามารถที่จะยกระดับพลังของพวกมันได้ ดังนั้นในบางแง่มุมมันยังด้อยกว่าพลังศักดิ์สิทธิ์ชั้นยอดขั้นสูงเสียอีก
หากไม่ใช่เพราะเย่เทียนต้องใช้มหาเวทศักดิ์สิทธิ์แห่งความโกลาหลเพื่อยกระดับความแข็งแกร่งของกายเต๋านภาลวงตา เขาคงไม่คิดเสียเวลาฝึกฝนพวกมัน
ในวันต่อมา เย่เทียนพยายามขัดเกลาร่างกายด้วยความช่วยเหลือของแสงสีม่วง โดยที่ใช้เวลาทำความเข้าใจเคล็ดวิชาอมตะอันยิ่งใหญ่ไปพร้อมๆ กัน
ด้วยพรสวรรค์รู้แจ้งขั้นสูง และระดับความเข้าใจที่ไม่ธรรมดา บวกกับความช่วยเหลือของพลังศักดิ์สิทธิ์ศาสตร์ทำนายฟ้า ความเร็วในการฝึกฝนเคล็ดวิชาอมตะอันยิ่งใหญ่ของเย่เทียนนั้นรวดเร็วมาก แม้ว่าเขาจะไม่รู้ว่าเขาจะสามารถฝึกฝนมันไปสู่ระดับขีดจำกัดได้หรือไม่ แต่การบรรลุระดับสมบูรณ์แบบนั้นย่อมไม่ใช่เรื่องยาก
ในชั่วพริบตา เวลาผ่านไปนับพันปี
จนถึงตอนนี้ เย่เทียนยังไม่ได้ฝึกฝนเคล็ดวิชาอมตะอันยิ่งใหญ่จนถึงระดับสมบูรณ์แบบ แต่ทว่ากลับมีเหตุการณ์ที่สำคัญเกิดขึ้นในโลกแสงม่วง