Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Contact
ค้นหานิยาย
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Contact
Sign in Sign up

พลิกชะตา หมอเทวดาอันดับหนึ่ง - บทที่ 630 จากลาในสารทฤดู

  1. Home
  2. พลิกชะตา หมอเทวดาอันดับหนึ่ง
  3. บทที่ 630 จากลาในสารทฤดู
Prev
Next

ไม่เห็นนิยายอัปเดตใช่ไหม?
>>จิ้มที่นี่ได้เลย<<

บรรยากาศ​หน้า​เรือน​ตระกูล​เกา​เต็มไปด้วย​ความคึกคัก​ ทั้งคน​ทั้ง​รถม้า​เข้าออก​อย่าง​ไม่ขาดสาย​

“เกิด​อะไร​ขึ้น​รึ​” ผู้คน​ที่​ผ่าน​ไปมาเมื่อ​ได้​เห็น​ก็​อด​สงสัย​มิได้​ “อย่าง​กับ​จะย้าย​เรือน​เลย​นะ​นั่น​”

“ก็​ย้าย​เรือน​นะ​สิ” พ่อค้า​ที่​ขายของ​ตรง​ริมถนน​เอ่ย​ตอบ​ “พวก​เจ้าไม่รู้​หรอก​หรือ​ ว่า​นายใหญ่​เกา​ออกจาก​ราชสำนัก​ กำลังจะ​กลับ​บ้านเกิด​”

ข่าว​นี้​ทำให้​คน​ที่​ได้​ฟังต่าง​พา​กัน​ตะลึง​งึงงัน​

“ออกจาก​ราชสำนัก​งั้น​หรือ​ พูด​พล่อยๆ​ น่า​ คน​ตำแหน่ง​ใหญ่​อย่าง​เขา​จะออก​ได้​อย่างไร​”

“เขา​ถูก​อำมาตย์​เฉิน​เชิญออก​นะ​สิ” พ่อค้า​คน​นั้น​กระซิบ​เล่า​ ราวกับ​ตน​รู้​เหตุการณ์​ทุกอย่าง​ที่​เกิดขึ้น​ใน​วัง​ “เพราะ​เขา​เป็น​ตระกูล​เชื้อพระวงศ์​ชั้นนอก​น่ะ​”

“อย่า​พูดจา​เหลวไหล​น่า​ อำมาตย์​เฉิน​เอง​ก็​เป็น​เหมือนกัน​มิใช่รึ​”

พ่อค้า​คน​นั้น​เริ่ม​สะอึก​ พลาง​คิดในใจ​ เออ​ จริง​ด้วย​

“เสือ​สอง​ตัว​อยู่​ถ้ำเดียวกัน​ไม่ได้​ อำมาตย์​เฉิน​เลย​หา​วิธี​กำจัด​ตระกูล​เกา​ออก​ไป” เขา​เอ่ย​ พลาง​ทำ​ตาโต​ใส่

“ก็​เชื้อพระวงศ์​ด้วยกัน​ทั้งนั้น​ ยัง​จะมาแบ่งแยก​อะไร​กัน​อีก​” เสียง​หนึ่ง​เอ่ย​ขึ้น​

“อำมาตย์​เฉิน​เป็น​คนดี​” พ่อค้า​เอ่ย​ “เขา​มีสิทธิ์​”

แต่กลับ​ถูก​คนอื่น​เบะ​ปาก​ใส่

“ยัง​จะมาแบ่งแยก​ใคร​เป็น​คนดี​คนเลว​อีก​รึ​ ทั้ง​หวัง​หม่า​งทั้ง​หยาง​เจียน​ใครๆ​ ต่าง​ก็​ว่า​กัน​ว่า​พวกเขา​เป็น​คนดี​” เอ่ย​จบ​ก็​สะบัด​ชาย​เสื้อ​เดิน​หนี​ออก​ไป

พ่อค้า​เมื่อ​ได้ยิน​ดังนั้น​ก็​ตะลึง​จน​พูดไม่ออก​

นี่​ นี่​ นี่​ เจ้านั้น​มัน​…

“เจ้านั่น​มัน​ใส่ร้าย​ว่า​อำมาตย์​เฉิน​จะก่อ​กบฏ​อย่างนั้น​เรอะ​” เขา​เอ่ย​พลาง​ชี้นิ้ว​ไปที่​คน​ผู้​นั้น​ที่​เพิ่ง​เดิน​ออก​ไป

สักพัก​เขา​ค่อยๆ​ ใจเย็น​ลง​

กบฏ​งั้น​รึ​ เขา​มีสิทธิ์​พูด​คำ​พรรค์​นั้น​ออกมา​ได้​ด้วย​รึ​

พ่อค้า​หันไป​ทาง​เรือน​ตระกูล​เกา​ จากนั้น​ก็​รีบ​หดตัว​เดิน​เข้าไป​

ขณะเดียวกัน​ที่​หน้า​เรือน​ตระกูล​เฉิน​ก็​ดู​คึกคัก​ไม่แพ้​กัน​ แต่​เป็น​ความคึกคัก​คนละ​แบบ​ หน้า​เรือน​ตระกูล​เฉิน​ตอนนี้​มีกลุ่ม​ข้า​ราชสำนัก​มาต่อ​แถว​ขอ​พบกัน​ยาวเหยียด​

และ​ดูเหมือน​จะมีจำนวน​มากกว่า​ครั้งไหน​ๆ เนื่องจาก​ใกล้​ถึงวัน​อภิเษก​ใหญ่​แล้ว​

แต่​ทุกอย่าง​ก็​ไม่ได้​เปลี่ยนแปลง​มาก​นัก​ พวกเขา​ยังคง​มิอาจ​ได้​พบ​เฉินเซ่า​ตามเคย​ แต่​เหล่า​ข้า​ราชสำนัก​ดูเหมือน​จะไม่ได้​ใส่ใจใน​จุด​นี้​แต่อย่างใด​ พวกเขา​เข้ามา​นั่ง​พูดคุย​หัวเราะ​กัน​สักพัก​ก็​จากไป​ แล้วก็​มีคน​กลุ่ม​ใหม่​เข้ามา​เช่นนี้​อีก​ และ​เป็น​เช่นนี้​ไปเรื่อยๆ​ ตั้งแต่​ฟ้าสว่าง​ยัน​ฟ้ามืด​

“พวก​คน​ด้านนอก​ยัง​พูดถึง​ท่าน​ว่า​…”

ณ ห้อง​หนังสือ​ของ​เรือน​ตระกูล​เฉิน​ ผู้ติดตาม​ใกล้ชิด​ของ​เฉินเซ่า​กำลัง​รายงาน​ข่าว​ให้​เฉินเซ่า​ฟัง

เฉินเซ่า​เมื่อ​ได้ยิน​ก็​รีบ​โบก​ปัด​

“พอ​ก่อน​” เขา​เอ่ย​ “คน​พวก​นั้น​คิดเห็น​อย่างไร​กับ​ข้า​ ข้า​รู้​อยู่แล้ว​”

ผู้ติดตาม​ขานรับ​ เสนาธิการ​ที่อยู่​ด้าน​ข้าง​ทำท่า​โบกมือ​ให้สัญญาณ​ ผู้ติดตาม​จึงรีบ​ขอตัว​ลา​

“นาย​ท่าน​ขอรับ​ ที่​เรือน​ตระกูล​เกา​กำลัง​เก็บ​ข้าวของ​เตรียม​ย้าย​เรือน​กัน​แล้ว​พ่ะย่ะค่ะ​” เสนาธิการ​เอ่ย​

เฉินเซ่า​เมื่อ​ได้ยิน​เช่นนั้น​ก็​หลุด​หัวเราะ​ออกมา​

“ข้า​รู้​” เขา​เอ่ย​ “แถมข้า​ยัง​รู้​ด้วยว่า​เหตุใด​เขา​ถึงออกเดินทาง​ไว​เช่นนี้​ ใน​เมื่อ​เขา​ประสงค์​จะหลบหลีก​ศัตรู​ ข้า​เอง​ก็​คง​ต้อง​ใช้โอกาส​นี้​ให้​เป็นประโยชน์​เสีย​”

เสนาธิการ​พยักหน้า​

“พวกเรา​ต้อง​ถอนรากถอนโคน​เหล่า​บริวาร​ของ​พวกเขา​ให้​มาก​ที่สุด​เท่าที่​ทำได้​ ในขณะที่​เขา​ไม่อยู่​ ต่อให้​ปีหน้า​เขา​จะหวนกลับ​มายัง​วัง​อีกครั้ง​ อย่าง​น้อย​คง​พอ​ทำให้​เขา​อ่อน​ฤทธิ์​ลง​ไปบ้าง​” เขา​เอ่ย​ “จะเหลือ​ก็​แต่​จิ้น​อัน​จวิ้น​อ๋อง​ที่​ยัง​ไม่ยอม​ออก​ไปเสียที​ มัวแต่​กังวล​เรื่อง​ที่​ซิ่ว​อ๋อง​เฟย​เดินทาง​มายัง​เมืองหลวง​ บอ​กว่า​จะพร้อมหน้าพร้อมตา​กัน​ก่อน​แล้ว​ค่อย​ออกเดินทาง​”

“ไม่ต้อง​กังวล​ไป” เฉินเซ่า​เอ่ย​ “ไทเฮา​ปฏิเสธเขา​อยู่แล้ว​”

จู่ๆ เสียง​ตะโกน​เรียน​ดัง​ขึ้น​จาก​ด้านนอก​

“ฮูหยิน​…” เป็น​เสียง​ของ​บ่าว​ที่​ดูเหมือน​กำลัง​รั้ง​ใคร​ไว้​อยู่​

ไม่นาน​ฮูหยิน​เฉิน​ก็​ปรากฏ​อยู่​ตรงหน้า​ประตู​

เหล่า​เสนาธิการ​ต่าง​รีบ​ถอนตัว​ก้าว​ถอยหลัง​

“พวก​เจ้าออก​ไปก่อน​” เฉินเซ่า​เอ่ย​

เหล่า​เสนาธิการ​ถวายบังคม​ให้​เขา​แล้ว​เดิน​ออก​ไป

เฉินเซ่า​มอง​ไปที่​ฮูหยิน​เฉิน​

“มีเรื่อง​อะไร​มาละ​ นั่ง​ก่อน​สิ” เขา​เอ่ย​

ตั้งแต่​เกิดเรื่อง​ ฮูหยิน​เฉิน​ก็​ไม่พูดไม่จา​กับ​เขา​ ยิ่งไปกว่านั้น​ นาง​พยายาม​หลบหน้า​เขา​ แต่​ครั้งนี้​นาง​ยอม​มาพบ​เขา​แต่​โดยดี​ นั่น​ทำให้​เฉินเซ่า​รู้สึก​ประหลาดใจ​เป็น​อย่างยิ่ง​

“ท่าน​จะขับไล่​เจียว​เหนียง​ออก​ไปรึ​” ฮูหยิน​เฉิน​มิได้​นั่งลง​ตามที่​เฉินเซ่า​เชิญ แต่​ยืน​อยู่​ที่​เดิม​แล้ว​เอ่ย​ถาม

เฉินเซ่า​ลุกขึ้น​ยืน​

“เรื่อง​นี้​…” เขา​เอ่ย​

ยัง​ไม่ทัน​เอ่ย​จบ​ ฮูหยิน​เฉิน​ก็​ชิงพูด​ต่อ​

“ท่าน​ไม่ต้อง​อธิบาย​เหตุผล​ร้อยแปดพันเก้า​ให้​ข้า​ฟังหรอก​” นาง​เอ่ย​ “ข้า​รู้​เพียงแค่​ จะไม่ทำ​เรื่อง​น่า​ละอายใจ​ฟ้าดิน​และ​ผีสางเทวดา​อย่าง​แน่นอน​”

พูด​จบ​ก็​เดิน​ออก​ไป

“แม่นาง​เจ็ด​” เฉินเซ่า​ตะโกนเรียก​นาง​ แล้ว​คว้า​มือ​นาง​ไว้​ “ข้า​ทำ​เพื่อ​นาง​ เมืองหลวง​แห่ง​นี้​ไม่มีอะไร​ดี​อยู่แล้ว​ ต่อให้​นาง​จะอยู่​ที่นี่​อีก​นาน​แค่​ไหน​ สุดท้าย​จะมีแต่​เสีย​กับ​เสีย​เท่านั้น​”

ฮูหยิน​เฉิน​หันมา​ทาง​เขา​

“ท่าน​พูด​เช่นนี้​ก็​ไม่ถูก​” นาง​เอ่ย​ “นาง​อยู่​ของ​นาง​ดี​ๆ แต่​ก็​มักจะ​มีคน​เข้ามา​หาเรื่อง​นาง​เสมอ​”

เอ่ย​จบ​ก็​สะบัด​แขน​แล้ว​รีบ​เดิน​ออก​ไป

เฉินเซ่า​มองดู​ฮูหยิน​เฉิน​ที่​เดิน​จากไป​อย่าง​รู้สึก​เสียดาย​

พอ​ฮูเห​ยิน​เฉิน​เดิน​ถึงห้อง​ ก็​รีบ​เอา​มือ​มาป้อง​หน้า​ตัวเอง​แล้ว​ปล่อยโฮ​

“ท่าน​แม่ ท่าน​แม่”

เสียง​เรียก​ของ​เฉิน​ตัน​เหนียง​ดัง​ขึ้น​จาก​นอก​ห้อง​

ฮูหยิน​เฉิน​รีบ​เช็ด​คราบ​น้ำตา​บน​หน้า​ พยายาม​ฉีก​ยิ้ม​แล้ว​หัน​ไปหา​ต้นเสียง​

“ท่าน​แม่” เฉิน​ตัน​เดิน​เข้า​ไปหา​มารดา​ของ​ตน​ด้วย​สีหน้า​ยิ้มแย้ม​ ใน​มือถือ​ธนู​คัน​นึง​ไว้​

“เหตุใด​เจ้าถึงถือ​ของ​สิ่งนี้​อยู่​อีก​” ฮูหยิน​เฉิน​รีบ​ยื่นมือ​ออก​ไป “อย่า​ให้​มัน​ทิ่ม​เท้า​เจ้าเอาละ​ มัน​หนัก​นัก​”

เฉิน​ตัน​เหนียง​ค่อยๆ​ วาง​คันธนู​ลง​บน​พื้น​อย่าง​ระวัง​ จากนั้น​คุกเข่า​ลง​

“ท่าน​แม่ เช่นนั้น​ข้า​วาง​ไว้​ที่​ห้อง​ท่าน​แม่ก่อน​นะ​เจ้าคะ​” เด็กสาว​เอ่ย​ “พวก​แม่นม​จาก​ใน​วัง​น่ารำคาญ​ชะมัด​ เตือน​ว่า​ไม่ให้​ข้า​เล่น​กับ​มัน​”

ฮูหยิน​เฉิน​ฉีก​ยิ้ม​ให้​บุตรสาว​

“ไม่เป็นไร​นะ​” ฮูหยิน​เอ่ย​ “ถ้าเจ้าอยาก​เล่น​ ก็​มาเล่น​ที่​ห้อง​ของ​ข้า​นี่​”

เด็กสาว​เมื่อ​ได้ยิน​ดังนั้น​ก็​รีบ​พยักหน้า​ด้วย​ความดีใจ​

แต่ทว่า​นาง​เหลือ​เวลา​ให้​เล่น​อีก​ไม่มาก​แล้ว​

ฮูหยิน​เฉิน​ดวงตา​ร้อนผ่าว​ ทำ​ท่าจะ​ร้องไห้​อีกครั้ง​

“ท่าน​พี่​เฉิงให้​ข้า​เป็น​ของขวัญ​” เด็กสาว​ก้มหน้า​มอง​คันธนู​ ไม่ได้​สังเกตเห็น​อารมณ์​เศร้า​ของ​คน​ตรงหน้า​ “ท่าน​ปู่บอ​กว่า​ ฝีมือ​ธนู​ของ​ท่าน​พี่​เฉิงเก่งกาจ​ยิ่งนัก​ บอก​ให้​ข้า​ค่อยๆ​ เรียนรู้​ไปเรื่อยๆ​”

พอ​เอ่ยถึง​ตรงนี้​ เฉิน​ตัน​ก็​เงยหน้า​ขึ้น​

“ท่าน​แม่ว่า​ข้า​จะเก่ง​เหมือน​อย่าง​นาง​ได้​หรือไม่​”

ฮูหยิน​เฉิน​พยักหน้า​

“ได้​สิ”

เฉิน​ตัน​เหนียง​เมื่อ​ได้ยิน​ดังนั้น​ก็​ดีใจ​จน​เนื้อ​เต้น​ พลาง​หยิบ​คันธนู​ขึ้น​มาถือ​เล่น​ต่อ​

ฮูหยิน​เฉิน​ลูบ​หัว​เด็กหญิง​ด้วย​ความ​เอ็นดู​แล้ว​ฝืนยิ้ม​ให้​

…

ที่​ตำหนัก​จิ้น​อัน​จวิ้น​อ๋อง​เอง​ก็​เริ่ม​เตรียม​รถม้า​แล้ว​

ส่วน​จิ้น​อัน​จวิ้น​อ๋อง​กำลัง​นั่ง​มอง​เฉิงเจียว​เหนียง​ที่​กำลัง​อ่านหนังสือ​อยู่​

“ข้า​เคย​พบ​เจอ​สตรี​ที่​เตรียมตัว​เดินทาง​ พวก​นาง​แลดู​วุ่นวาย​กับ​การ​เตรียมตัว​มาก​” เขา​เอ่ย​ “แต่​เจ้ากลับ​ดู​ไม่เป็น​เช่นนั้น​”

แม้แต่​สาวใช้​ของ​นาง​เอง​ก็​เช่นกัน​

“ของ​นอกกาย​ทั้งนั้น​ ไม่เห็น​จำเป็น​ตรงไหน​” เฉิงเจียว​เหนียง​เอ่ย​ จากนั้น​เงยหน้า​มอง​เขา​ “ท่าน​เอง​ก็​เหมือนกัน​นี่​ ไม่ใช่หรอก​รึ​”

จิ้น​อัน​จวิ้น​อ๋อง​หัวเราะ​

“ตอน​ข้า​มาที่นี่​ ก็​มาด้วย​มือเปล่า​นั่นแหละ​ ของ​พวก​นี้​ไม่ใช่ของ​ของ​ข้า​” เขา​หัวเราะ​ พลาง​หรี่ตา​ให้​หญิงสาว​เบื้องหน้า​ “สมกับ​เป็น​ภรรยา​ข้า​ พวกเรา​นี่​ช่างเหมาะ​สมกัน​เสีย​จริง​”

ซู่ซิน​และ​ปั้น​ฉิน​ที่​กำลัง​จัด​ของ​อยู่​ด้านนอก​ เมื่อ​ได้ยิน​ประโยค​เมื่อ​ครู่​ ก็​หันมา​สบตา​กัน​แล้ว​หัวเราะ​คิกคัก​

เฉิงเจียว​เหนียง​เอง​ก็​หัวเราะ​ไปกับ​คำพูด​ของ​ชายหนุ่ม​ และ​ดูเหมือนว่า​จิ้น​อัน​จวิ้น​อ๋อง​เอง​ก็​เขิน​ไม่น้อย​ที่​ได้​พูด​ออก​ไป ใบ​หู​ของ​เขา​เริ่ม​เปลี่ยนเป็น​สีแดงก่ำ​

“นาย​หญิง​” ปั้น​ฉิน​อุ้ม​กล่อง​ใบ​นึง​เข้ามา​ “ท่าน​จะนำ​ติดตัว​ไปด้วย​ หรือว่า​ให้​ไว้​ใน​รถ​ดี​เจ้าคะ​”

เฉิงเจียว​เหนียง​ปรายตา​มอง​ ครุ่นคิด​

“นำ​ติดตัว​ไปแล้วกัน​”

จิ้น​อัน​จวิ้น​อ๋อง​มอง​ด้วย​ความสงสัย​

“ข้า​ขอ​ดู​หน่อย​ว่า​ใน​นั้น​คือ​อะไร​”

ปั้น​ฉิน​รีบ​ยื่น​กล่อง​ให้​ พอ​เปิด​ปุ๊บ​ ก็​ทำท่า​ตกใจ​

“กระเบื้อง​หรอก​รึ​” เขา​เอ่ย​ถาม พยายาม​ใช้สายตา​พินิจพิเคราะห์​

เป็น​กระเบื้อง​ธรรมดา​จริงๆ​ แถมงาน​ไม่ค่อย​จะปราณี​ต​เท่าใด​นัก​

ของ​พรรค์​นี้​นาง​ต้อง​พก​ติดตัว​ด้วย​รึ​

“เป็น​ของ​ที่​ข้า​ได้​มาจาก​เจียง​โจว​น่ะ​” เฉิงเจียว​เหนียง​อธิบาย​

จิ้น​อัน​จวิ้น​อ๋อง​ร้อง​อ๋อ​ พยายาม​นึกย้อน​ ของ​แบบนี้​ต้อง​ไม่ใช่ของ​พวก​นายใหญ่​เฉิงแน่นอน​ สักพัก​ใน​หัว​ก็​มีภาพ​ห้อง​เก่าๆ​ ลอย​ขึ้น​มา…

หรือ​จะเป็น​จางฝั่งเฉิงใต้​

เฉิงใต้​ที่​นาง​สร้าง​เอง​กับ​มือ​

จะเรียก​ว่า​สร้าง​ก็​ไม่ถูก​ ใช้คำ​ว่า​ยกระดับ​ขึ้น​มาดีกว่า​

ความพยายาม​ของ​นาง​นั้น​ได้รับ​เสียง​ตอบรับ​จาก​ผู้คน​ และ​นั่น​เป็น​สิ่งที่​มีค่า​มาก​

ใบหน้า​ของ​เขา​ค่อยๆ​ เผย​รอยยิ้ม​ออกมา​

ช่างเป็น​หญิงสาว​ที่​มีเมตตา​และ​จิตใจ​อ่อนโยน​เสีย​จริง​

“น่าอิจฉา​นัก​” เขา​เอ่ย​ “ไม่เคย​มีใคร​มอบ​ของดี​ๆ ให้​ข้า​มาก่อน​”

ปั้น​ฉิน​หันไป​มอง​จิ้น​อัน​จวิ้อน​อ๋อง​ด้วย​ความประหลาดใจ​

ของดี​ๆ …เนี่ย​นะ​

“เจ้าก็​พูด​เกินไป​” เฉิงเจียว​เหนียง​มอง​ค้อน​เขา​หนึ่ง​ที​ “ข้า​ก็​เป็น​คน​นะ​”

จู่ๆ ชายหนุ่ม​ก็​รู้สึก​ละสายตา​จากร่าง​เล็ก​ตรงหน้า​มิได้​เลย​ คิ้ว​ที่​ได้รูป​ ดวง​ตากลม​โต​ ช่างน่ามอง​ยิ่งนัก​

เขา​รู้​ว่า​นาง​เป็น​สตรี​รูปงาม​ แต่ก่อน​เขา​ไม่เคย​ได้​สังเกต​ แต่​พอ​มาตอนนี้​ เขา​ได้​รับรู้​แล้ว​ว่า​ นาง​รูปงาม​ขนาด​ไหน​

ปั้น​ฉิน​ที่​เริ่ม​จะหน้าแดง​รีบ​ถอนตัว​เดิน​ออกมา​

พอ​เฉิงเจียว​เหนียง​เอ่ย​จบ​ ก็​ก้มหน้าก้มตา​อ่านหนังสือ​ต่อ​ สักพัก​ร่าง​ใหญ่​ก็​เข้ามา​นั่ง​และ​พยายาม​เบียด​ตัว​เข้ามา​ใกล้​ๆ

เฉิงเจียว​เหนียง​ปรายตา​มอง​เขา​หนึ่ง​ที​

ชายหนุ่ม​เมื่อ​ได้​เห็น​กัง​นั้น​ก็​ทำ​หน้าทะเล้น​ใส่นาง​

“ข้า​ผิด​ไปแล้ว​” เขา​เอ่ย​ “ของ​ที่​เจ้ามอบให้​ข้า​ดี​ที่สุด​แล้ว​ ไม่มีชิ้น​ไหน​เทียบเท่า​ได้​เลย​”

และ​สิ่งที่​ล้ำค่า​ที่สุด​ที่ว่า​นั้น​ก็​คือ​ ชีวิตคู่​นั่นเอง​

เฉิงเจียว​เหนียง​ตั้งใจ​อ่านหนังสือ​ต่อ​ รู้สึก​ถึงลำตัว​ของ​เขา​ที่​ค่อยๆ​ เบียด​เข้ามา​เรื่อยๆ​ จากนั้น​เขา​ก็​เอา​นิ้ว​หยิก​เข้าที่​แขน​ของ​นาง​

เฉิงเจียว​เหนียง​หันไป​มอง​เขา​อีกครั้ง​

แต่​ดูเหมือน​ชายหนุ่ม​ไม่ได้​มีท่าที​จะหลบสายตา​แต่อย่างใด​ กลับ​จ้องหน้า​นาง​แล้ว​ฉีก​ยิ้ม​ให้​

“เฉิงฝั่ง เจ้าช่างงามนัก​” เขา​เอ่ย​

เฉิงเจียว​เหนียง​พยักหน้า​

“ข้า​รู้​” นาง​ตอบ​

ชายหนุ่ม​ชะงัก​กับ​คำตอบ​ของ​นาง​ จึงพ่น​หัวเราะ​ออกมา​ไม่หยุด​ พลาง​เอา​มือ​เข้าไป​ล็อก​ตัวนาง​แล้ว​เอา​ศีรษะ​ซุก​เข้าไป​ที่​หัวไหล่​ของ​หญิงสาว​

“เจ้าไม่รู้​หรอก​” เขา​หยอกล้อ​นาง​ “เจ้าไม่รู้​หรอก​”

เฉิงเจียว​เหนียง​ไม่สนใจ​คำพูด​ของ​เขา​ ยังคง​พยายาม​จดจ่อ​อยู่​กับ​หนังสือ​ใน​มือ​

ภายใน​หัวใจ​ของ​เขา​รู้สึก​เหมือน​ได้​ปลด​ล็อค​อะไร​บางอย่าง​ มือ​เท้า​เริ่ม​ผ่อนคลาย​

ท่ามกลาง​แสงอาทิตย์​ยาม​บ่าย​ของ​วัน​ใน​ช่วง​ฤดูใบไม้ร่วง​ที่​ส่อง​ลอดผ่าน​หน้าตา​เข้า​มายัง​ใน​ห้อง​ หญิงสาว​ใน​อ้อม​อก​ของ​ชายหนุ่ม​กำลัง​อ่านหนังสือ​ด้วย​ท่าที​ไร้กังวล​

ราวกับว่า​ทุกวัน​เป็น​วัน​สบาย​สบาย​ของ​พวกเขา​ ไม่มีอะไร​มาเร่งรัด​

“หนังสือ​พวก​นี้​เจ้าจะพก​ติดตัว​ไปทั้งหมด​ไหม​”

“ต้อง​เดินทาง​ตั้ง​ไกล​ พก​ติดตัว​ไว้​ก็ดี​”

“แต่​ไม่ควร​อ่านหนังสือ​ตอน​นั่ง​อยู่​บน​รถ​นะ​ จะปวด​ตา​เอา​”

“ออกเดินทาง​มะรืน​นี้​จะเร็ว​เกินไป​ไหม​”

“ทว่า​ไหน​ๆ จะเดินทาง​แล้วก็​รีบ​เดินทาง​กัน​เลย​ดีกว่า​ เช่นนั้น​ก็​เป็น​พรุ่งนี้​เลย​แล้วกัน​”

จิ้น​อัน​จวิ้น​อ๋อง​เจื้อยแจ้ว​ถามเอง​ตอบ​เอง​อยู่​คนเดียว​

ส่วน​เฉิงเจียว​เหนียง​นานๆ​ ที​จะขานรับ​เขา​

“ข้า​เอง​ก็​หน้าตา​ดี​เหมือนกัน​นะ​ เจ้าดู​สิ” จิ้น​อัน​จวิ้น​อ๋อง​หัวเราะ​ จากนั้น​หยิก​เบา​ๆ เข้าไป​ที่​มือ​ของ​นาง​

ขณะที่​เขา​เพิ่ง​พูด​จบ​ เสียง​ตะโกน​ของ​ปั้น​ฉิน​ก็​ดัง​ขึ้น​จาก​ด้านนอก​

“ฮูหยิน​ นาย​ท่าน​เอา​ของ​มาส่งให้​แล้ว​เจ้าค่ะ​”

จิ้น​อัน​จวิ้น​อ๋อง​เมื่อ​ได้ยิน​ดังนั้น​จึงผละ​มือ​ออก​ เฉิงเจียว​เหนียง​ลุกขึ้น​ยืน​

“เดี๋ยว​ข้า​ออก​ไปดูก่อน​”

เฉิงเจียว​เหนียง​ไปเยี่ยม​ฟ่าน​เจียง​หลิน​และ​พี่สะใภ้​แล้ว​ ดูเหมือนว่า​โจว​ฝูเอง​วันนั้น​ก็​ไปหา​พวกเขา​ด้วย​เช่นกัน​ พวกเขา​รับทราบ​ข่าว​เรื่อง​ที่​ทั้งสอง​จะเดินทาง​ออกจาก​เมืองหลวง​แล้ว​

“ให้​พวกเขา​เตรียม​เดินทาง​ออกจาก​เมืองหลวง​ด้วย​ก็ดี​” จิ้น​อัน​จวิ้น​อ๋อง​เอ่ย​

เฉิงเจียว​เหนียง​หันขวับ​ พลาง​หัวเราะ​

“ไม่ต้อง​หรอก​” นาง​เอ่ย​ “ให้​พวกเขา​อยู่​ที่​นี่แหละ​ดีแล้ว​”

ใน​เมื่อ​นาง​พูด​มาแล้ว​งั้น​แปล​ว่า​ก็​ให้​เป็นไป​ตามนั้น​ จิ้น​อัน​จวิ้น​อ๋อง​พยักหน้า​แล้ว​ไม่เอ่ย​อะไร​ต่อ​ พลาง​มอง​หญิงสาว​เดิน​ออก​ไปนอก​ห้อง​ ส่วน​ตน​ก็​ลุก​เดิน​ไปที่​ห้อง​หนังสือ​

เป็นการ​เดินทาง​ที่​กะทันหัน​ เรื่อง​ที่​ต้อง​จัดการ​นั้น​มีตั้ง​ร้อยแปดพันเก้า​

หลังจากที่​เขา​ทำ​อะไร​ต่อ​มิอะไร​เสร็จ​แล้ว​ กลับ​มายัง​ห้อง​ พบ​ว่า​เฉิงเจียว​เหนียง​ไม่อยู่​ที่​ตำหนัก​

“ฮูหยิน​ออก​ไปข้างนอก​เพคะ​” ซู่ซิน​เอ่ย​

ใน​เวลา​แบบนี้​เนี่ย​นะ​

จิ้น​อัน​จวิ้น​อ๋อง​มองออก​ไปด้านนอก​ พบ​ว่า​เป็นช่วง​โพล้เพล้​แล้ว​

“ไปที่​เรือน​ฟ่าน​เจียง​หลิน​รึ​” เขา​ถาม

ซู่ซิน​ส่ายหน้า​

ไม่ใช่หรอก​รึ​

“ฮูหยิน​ไม่ได้​บอก​ไว้​เพคะ​”

แล้ว​นาง​ไปที่ใด​กัน​ล่ะ​

ช่วง​พลบค่ำ​ ณ พื้น​ที่โล่ง​ มีคน​นั่ง​อยู่​บน​พื้น​หน้า​หลุมศพ​ แสงยาม​พลบค่ำ​ทำให้​ร่าง​ของ​หญิงสาว​พร่ามัว​

บน​ถนน​มีคน​เดิน​อยู่​บางตา​ บางครั้ง​ ผู้คน​ที่​ผ่าน​ไปมาและ​มอง​เข้ามา​ก็​รีบ​หลบตา​อย่าง​รวดเร็ว​แล้ว​เร่งฝีเท้า​ออก​ไป ดูเหมือนว่า​มีเสียงก้อง​ดังระงม​เล็กน้อย​ ผสาน​กับ​แสงยาม​เย็น​ที่​ค่อยๆ​ มอด​ลงมา​จน​เหลือ​แต่​ความ​มืดมิด​บน​แผ่น​ฟ้า

…

สามวัน​ถัดมา​ รถม้า​ของ​จิ้น​อัน​จวิ้น​อ๋อง​ที่​รายล้อม​ไปด้วย​เหล่า​ทหาร​รักษา​พระองค์​ได้​เคลื่อนตัว​ผ่าน​ประตูเมือง​ ผู้คน​บน​ถนน​เริ่ม​บางตา​ลง​

โจว​ฝูที่​ยืน​เฝ้าอยู่​บน​ประตูเมือง​คอย​เฝ้าสังเกตการณ์​อย่าง​ไม่ละสายตา​

วัน​ถัดมา​ ณ จุด​เดิม​ตรง​ประตูเมือง​ใน​ยามเช้าตรู่​ มีกลุ่มคน​ควบม้า​ผ่าน​ประตูเมือง​ไปด้วย​ความเร็ว​ แต่​สักพัก​ คน​ที่​นำ​อยู่​หัว​ขบวน​กลับ​หยุด​ม้าลง​

พรรคพวก​ที่​ตามมา​ทาง​ด้านหลัง​ต่าง​รีบ​หยุด​ม้าตาม​กัน​ยกใหญ่​ ถึงแม้จะล้ำหน้า​ไปบ้าง​

“พวก​เจ้าไปก่อน​” คน​นำ​ขบวน​เอ่ย​ จากนั้น​ก็​เบี่ยง​ไปยังอีก​ทิศ​

ทุกคน​มองหน้า​กัน​ด้วย​ความสงสัย​ แต่​ก็​เดินหน้า​ต่อ​ตามคำสั่ง​ พอ​หัน​กลับมา​ก็​พบ​ว่า​เขา​กำลัง​ยืน​อยู่​ตรงหน้า​หลุมศพ​แห่ง​หนึ่ง​

“บรรพบุรุษ​ของ​ท่าน​รึ​” ใครคนหนึ่ง​เอ่ย​ถามขึ้น​

คนอื่นๆ​ เริ่ม​มองตาม​ จากนั้น​ส่าย​หัว​

“ไม่ยัก​กะ​เคย​ได้ยิน​มาก่อน​นะ​”

แต่​จู่ๆ ก็​มีหนึ่ง​ใน​นั้น​ร้อง​อ๋อ​ขึ้น​เสียงดัง​

“ข้า​นึกออก​แล้ว​ นั่น​เป็น​หลุมศพ​ของ​พี่น้อง​เขา​เม่าหยวน​ซาน​”

ทุกคน​ต่าง​พา​กัน​ร้อง​อ๋อ​ ใช่แล้ว​ ที่นี่​คือ​หลุมศพ​ของ​พี่น้อง​เขา​เม่าหยวน​ซาน​ที่​เฉิงเจียว​เหนียง​สร้าง​ไว้​ให้​ สถานที่​ชื่อดัง​แห่ง​เมืองหลวง​

“ว่าแต่​เหตุใด​ท่าน​จึงมายืน​อยู่​หน้า​หลุมศพ​ใน​เวลา​เช่นนี้​ด้วย​ล่ะ​”

ทุกคน​ต่าง​พา​กัน​ตกใจ​

“จะเป็น​อะไร​ได้​อีก​” ใครคนหนึ่ง​เอ่ย​ขึ้น​ พลาง​ส่าย​หัว​ “อาลัยอาวรณ์​อย่างไรเล่า​”

ใน​ตอนนั้น​เอง​ เขา​ที่​กำลัง​ยืน​อยู่​หน้า​หลุมศพ​พลัน​ถอด​หมวก​ออก​ ทอดสายตา​ไปยัง​แผ่น​หลุมศพ​ ก่อน​จะเผย​ความตกใจ​ออกมา​

เขา​คุกเข่า​ลง​แล้ว​ยื่นมือ​ไปบน​แผ่น​หลุมศพ​ ไม่รู้​ว่า​เป็น​เพราะ​ดีใจ​หรือ​เสียใจ​ แต่​ดูเหมือน​ร่าง​ของ​เขา​กำลัง​สั่งเทา​อยู่​

“อักษร​!”

เขา​ตะโกน​ พลาง​มอง​ไปยัง​แผ่น​ป้าย​หลุมศพ​

แผ่น​หลุมศพ​ที่​เคย​วาง​เปล่า​ บัดนี้​กลับ​มีตัวอักษร​ปรากฏ​ขึ้น​มาหนึ่ง​ตัว​

“มีตัวอักษร​โผล่​ขึ้น​มาแล้ว​”

ความรู้สึก​ชาวาบ​ค่อยๆ​ แผ่ซ่าน​ไปทั่ว​ร่าง​จาก​เท้า​จรด​ศีรษะ​

มีตัวอักษร​แล้ว​!

มีตัวอักษร​ปรากฏ​ขึ้น​มาหนึ่ง​ตัว​แล้ว​!

>กลับหน้าหลักHOMEจิ้ม<

Prev
Next

Comments for chapter "บทที่ 630 จากลาในสารทฤดู"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Aileen Novel
  • หน้าหลัก HOME
  • COOKIE POLICY

© 2020 - 2023 ไอรีนโนเวล นิยายอ่านฟรีทุกวัน เว็บอ่านนิยาย pdf ไอรีนโนเวล “aileen-novel.online” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน นิยายชื่อดัง ตอนล่าสุด "ฮณ๊ฯดฯฌซ, อ่านฟรี อ่านเพลินอ่านทั้งวันกับไอรีนโนเวลออนไลน์

Sign in

Lost your password?

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย

Sign Up

Register For This Site.

Log in | Lost your password?

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย

Lost your password?

Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย