Monster Factory - บทที่ 164
164: แตงโมริมถนน
ในยุคปัจจุบันฉากที่ต้องใช้การตัดต่อเสมือนจริงและเอฟเฟกต์ไซไฟล้วนแข่งขันกันในทักษะทางเทคนิคและความสามารถในการแสดงทั้งบนจอแสดงผลทางอุตสาหกรรมและทางอิเล็กทรอนิกส์
เมื่อฮอลลีวูดต้องการถ่ายทำฉากแรงโน้มถ่วงเป็นศูนย์พวกเขาสามารถเชิญครูฝึกนักบินอวกาศและอุปกรณ์จากนาซ่ามาถ่ายทำฉากแรงโน้มถ่วงที่สมจริงโดยเฉพาะ
ในประเทศจีนแม้ว่าจะมีคนที่ยอมลงทุนมาก แต่พวกเขาก็ยังไม่มีห้องแรงโน้มถ่วงเป็นศูนย์ที่จะถ่ายทำเนื่องจากนักบินอวกาศของประเทศทั้งหมดต้องไปที่รัสเซียเพื่อนบ้านเพื่อเช่าห้องไร้แรงโน้มถ่วงเพื่อฝึกฝน
นอกจากนี้สาเหตุที่ภาพยนตร์ไซไฟในประเทศแย่มากนั่นเป็นเพราะด้านอิเล็กทรอนิกส์และอุตสาหกรรมตามไม่ทัน
นี่ไม่ใช่ปัญหาที่แก้ไขได้ด้วยเงิน มันเหมือนกับว่าไม่ว่าคุณจะร่ำรวยแค่ไหนคุณก็ยังไม่สามารถซื้อ F-22 ได้ ฮอลลีวูดซึ่งมีเทคโนโลยีการถ่ายทำที่ทันสมัยที่สุดในโลกเองก็จะไม่มีทางขายหรือแม้แต่ให้คนอื่นเช่าชามข้าวของตัวเองไป
ภายใต้สถานการณ์ที่เลวร้ายเหล่านี้ภาพยนตร์แฟนตาซีและไซไฟที่สร้างขึ้นในประเทศจึงไม่สามารถติดตามต่างประเทศได้ทัน ทำให้ตอนนี้สถานการณ์ภาพยนตร์ในประเทศมาถึงจุดที่แทนที่จะแสดงความสามารถทางเทคนิคของพวกเขา พวกเขากลับเลือกที่จะอวดความสามารถในการต่อสู้เช่นฉากเอฟเฟกต์ 5 เปอร์เซ็นต์แทน ซึ่งวิธีนี้ไม่เพียงแต่จะสร้างเอกลักษณ์ให้กับหนังของตัวเองแต่ยังมีค่าใช้จ่ายที่น้อยลงอีกด้วย
แน่นอนหนิงหยินไม่ใช่หนึ่งในนั้น
เขาเป็นคนเดียวในวงการภาพยนตร์ทั้งหมดที่เดินสวนทาง
แน่นอนอย่าคิดว่าเอฟเฟกต์เหล่านี้ดีเพียงใดเพราะพวกมันแทบไม่สามารถตอบสนองมาตรฐานของผู้ชมที่จ่ายเงินได้
การหลีกเลี่ยงการแสดงความอ่อนแอเป็นวิธีที่ดีในการดูว่าผู้กำกับเก่งแค่ไหน
ตอนนี้หนิงหยินได้ใช้ระบบการเคลื่อนไหวของกล้องสองตัวที่ล้ำหน้ากว่าฮอลลีวูดเขาจะใช้โอกาสนี้ในการระดมความคิดฉากทั้งหมดและพยายามนำเทคโนโลยีกล้องนี้ไปใช้
เนื่องจากไม่มีวิธีใดที่จะสร้างฉากเอฟเฟกต์ภาพที่ยอดเยี่ยมได้ เขาจึงต้องแทนที่ด้วยภาพที่มีคุณภาพสูงและความแปลกใหม่
ด้วยความคิดนี้ หนิงหยินไม่สามารถรอได้อีกต่อไปเพื่อหารือเกี่ยวกับราคากับเย่ชิง
เย่ชิงให้ราคาที่เป็นมิตรกับเขามาก แขนฟิล์มพวกนี้ตกสิ้นละเพียง 10 ล้านหยวนเท่านั้น
แน่นอนว่าราคานี้แพงกว่าแขนฟิล์มแบบดั้งเดิมหลายเท่า แต่หนิงหยินก็ยังเต็มใจที่จะจ่ายมัน
ในเวลาเดียวกันเขาอดไม่ได้ที่จะชื่นชมความสามารถในการทำเงินของเย่ชิง เพียงแค่เจ้าชิ้นส่วนอุปกรณ์ตรงหน้าของเขา มันก็ทำเงินให้อีกฝ่ายได้มากแล้ว
ความสามารถในการทำเงินนี่อย่าพูดถึงผู้กำกับที่มีชื่อเสียงระดับประเทศ แม้ว่าจะรวบรวมผู้กำกับชื่อดังระดับประเทศ 10 อันดับแรกมารวมกันก็ยังไม่สามารถแข่งขันกับเย่ชิงได้
ก่อนจากไปเย่ชิงได้โทรไปหาสวี่หนิงกงเพื่อบอกว่าเขามีของขวัญสำหรับเธอ
“ของที่ระลึก?” สวี่หนิงกงในชุดเกราะพลาสติกทั้งตัวมองไปที่เย่ชิงด้วยสายตาที่แปลกใจ
“ไม่! มันเป็นชุดเกราะ” เย่ชิงหยิบกล้อง 3 มิติของเขาออกมาจากรถเบนซ์และโบกมือให้เธอ: “เอาล่ะ! ยืนนิ่งๆ ฉันรู้สึกไม่สบายที่เห็นชุดอวกาศของเธอดังนั้นฉันจะสร้างชุดใหม่ให้เธอเอง”
“เดี๋ยวก่อน! นายสามารถสร้างได้จริงๆเหรอ? ไม่ใช้ว่านายแค่ต้องการถ่ายรูปฉันหรอกนะ?”
หลังจากโพสท่าเสร็จแล้ว สวี่หนิงกงก็พูดติดตลกว่า: “แค่รูปก็พอแล้วหรือ? นายแน่ใจว่าไม่ต้องการความสูง ขนาดเอว และส่วนอื่นๆของฉัน?”
“ฮิฮิ ~” เย่ชิงได้แสดงรอยยิ้มขึ้น: “แน่นอนว่าฉันต้องการมัน ดังนั้นเธอเองก็ส่งข้อความมาหาฉันทีหลังโอ้และอย่าลืมส่วนอื่นๆที่เธอพูดถึงด้วยนะ “
“ เลิกหวังไปเลยยะ!” สวี่หนิงกงที่ได้ยินแบบนั้นก็กรีดร้องขึ้นมา
“ฮาฮาฮา!” เย่ชิงโบกมือและก้าวเข้าไปนั่งคนขับด้วยรอยยิ้ม: “ฉันล้อเล่นนะ! พรุ่งนี้จะมีคนเอาชุดโลหะทั้งตัวมาให้เธอแน่นอนว่าฉันสามารถทำได้เพียงชุดเกราะเท่านั้น ส่วนเสื้อผ้าด้านในเธอคงต้องจัดการเอง”
“ฮึ! ฉันจะบอกแฟนของนายเกี่ยวกับเรื่องนี้” สวี่หนิงกงที่ได้ยินแบบนั้นก็แสดงความคิดเห็นอย่างขมขื่น: “ฉันจะพูดทุกเรื่องของนายให้เธอฟัง และเราจะมาดูกันว่าเธอจะจัดการนายยังไง”
แม้ว่าเย่ชิงจะบอกไปแล้วว่าโตวโตวไม่ใช่แฟนของเขา แต่สวี่หนิงกงก็เชื่อว่านี่เป็นเพียงเรื่องของเวลาเท่านั้น ไม่ว่าใครจะเห็นอย่างไรพวกเขาก็ดูไม่เหมือนเพื่อนทั่วๆไป
เมื่อเลี้ยวรถไปแล้วเย่ชิงก็หัวเราะออกมา
ส่วนคนขับรถพ่วงทั้งสองเองก็ได้ติดตามเขามาเช่นกัน แต่ด้วยขนาดของรถทำให้พวกนั้นไม่อาจจะตามเขามาได้ทัน
เมื่อออกจากทะเลสาบเก่านี้แล้ว เย่ชิงก็ขับรถไปพร้อมกับข้อมูลที่โชว่ในแว่นกันแดดของเขา
พื้นที่นี่ทั้งหมดได้อยู่ภายใต้การปกครองของเมือง ด้วยเหตุนี้จึงมีทุ่งนาเท่าที่สายตาจะมองเห็น ถ้าไม่ใช่เพราะข้างนอกเป็นอากาศร้อน เย่ชิงคงเปิดหน้าต่างลงมาและเพลิดเพลินไปกับวิวที่เงียบสงบนี้
เมื่อออกจากกองถ่ายไปขณะที่เย่ชิงกำลังจะขึ้นทางด่วนและมุ่งหน้าไปยังจังหวัดจงหยุน แผงขายของริมถนนทำให้เขาหยุดกะทันหัน
แผงขายของริมถนนแห่งนี้ตั้งอยู่ใต้ต้นไม้ที่บานสะพรั่งพร้อมเตียงหญ้าแห้งและแผ่นโปสเตอร์ที่แสดงสินค้า
แตงโมฟาร์มครอบครัว 1.50 / กิโลกรัม
แตงโมในจงหยุนตอนนี้ขายได้ที่ 2-3 หยวนต่อกิโลกรัม แต่นี่ไม่ใช่สาเหตุที่เย่ชิงหยุด
เพราะข้างกองแตงโมหน้าตาน่าทานนั้นมีหญิงสาวในชุดยูนิฟอร์มมหาวิทยาลัยจงหยุนนั่งจับมือแฟนอยู่
เมื่อเห็นรุ่นน้องของมหาลัยเก่ากำลังนั่งขายแตงโมอยู่ที่นั่น เย่ชิงก็ไม่สามารถช่วยสนับสนุนเธอได้
นั่นคือสาเหตุที่เย่ชิงได้เปิดไฟฉุกเฉินและจอดอยู่ริมถนนและออกไปพร้อมกับกระเป๋าสตางค์ที่โตวโตวซื้อให้เขา
“สวัสดีคะ! คุณกำลังหาซื้อแตงโมอยู่ใช่ไหม?” หญิงสาวในเครื่องแบบสีซีดได้รีบพูดขึ้นเมื่อเธอเห็นชายหนุ่มลงมาจากเบนซ์
เย่ชิงได้แสดงรอยยิ้มกลับ ผู้หญิงคนนี้ดูเหมือนจะอยู่ในช่วงอายุ 20 ต้นๆและดูอ่อนโยนมาก
“ทั้งหมดนี้มาจากฟาร์มของครอบครัวเธอใช้ไหม?” เย่ชิงพูดขึ้นพร้อมกับตบแตงโมและฟังเสียงสะท้อนของมัน
“ค่ะ! ตอนนี้เป็นเวลาที่เหมาะสมที่สุดสำหรับแตงโมและฉันรับประกันว่าพวกมันทั้งหมดนั้นหวานทั้งหมด”
เย่ชิงได้สุ่มหยิบขึ้นมาหนึ่งอันแล้วส่งให้เธอ: “ผ่าเปิดแล้วฉันจะลองชิมดู”
“ อืม……คุณจะพิสูจน์แบบนี้ทั้งหมดจริงเหรอ?” หญิงสาวถามขึ้นมาอย่างลังเล
“แน่นอนว่าไม่ใช้แบบนั้น และลูกนี้ฉันซื้อแล้วดังนั้นเธอคิดราคามาได้เลย ถ้ามันเป็นอย่างที่เธอพูดจริงฉันจะซื้อมันเพิ่มอีก”
เมื่อผู้หญิงได้ยินแบบนั้นเธอก็นำลูกแต่งโมในมือไปชั่ง ก่อนที่มันจะแสดงตัวเลขที่ 3 กิโลกรัมขึ้น
บังเอิญว่าในระหว่างนั้นรถพ่วงที่ขับตามมาไม่ทันทั้งสองก็มาทันแล้ว เย่ชิงจึงได้โบกมือให้พวกเขาหยุดและเชิญชวนให้คนขับรถมาเพลิดเพลินกับแตงโมที่สดใหม่กับเขา
เย่ชิงได้นั่งลงอยู่ข้างถนนในขณะที่เขากินแตงโมในมือและพูดคุยกับผู้หญิงที่เป็นเจ้าของแผงนี้ต่อไป อย่างไรก็ตามผู้หญิงคนนี้คอยจับตาดูอยู่เสมอเมื่อเย่ชิงพูดว่าเขาจบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยจงหยุนในที่สุดเธอก็รู้เหตุผลที่แท้จริงของเรื่องทั้งหมด
และด้วยประโยคนี้เองทำให้เธอได้เปิดใจขึ้นมาก่อนที่คำพูดของเธอจะไหลออกมาเหมือนแม่น้ำที่ไหลท่วม
จากการพูดคุยเล็กๆน้อยๆ เธอคนนี้มีชื่อว่าหยูซีซี ซึ่งเพิ่งจบชั้นปีที่ 1 แตงโมเหล่านี้ล้วนมาจากฟาร์มของเธอเนื่องจากตอนนี้มหาวิทยาลัยต่างๆกำลังส่งเสริมสตาร์ทอัพดังนั้นเธอจึงมีแผ่นที่จะส่งเสริมธุรกิจของครอบครัวของตัวเอง
หยูซีซีไม่เคยพูดอะไรเกี่ยวกับสถานการณ์ครอบครัวของเธอ แต่ดูจากชุดที่เธอสวมเพียงอย่างเดียวเย่ชิงสามารถเดาได้อย่างง่ายดายว่ามันไม่ดีเท่าไหร่
จากนั้นเย่ชิงก็ถามเธอว่าครอบครัวของเธอปลูกแตงโมกี่ลูกและได้รับคำตอบว่าแตงโมที่เพาะเมล็ดเหล่านี้มีขนาดเพียง 2 เฮกตาร์เท่านั้น แต่พวกนายหน้าขายแตงโมมองว่ามันไม่ได้ประโยชน์ที่จะขับรถไปที่ฟาร์มของเธอและเก็บมันทั้งหมดซึ่งเป็นเหตุผลว่าทำไมเธอถึงเลือกบางส่วนและขายที่นี่
เพียง 2 เฮกตาร์……
เย่ชิงไม่รู้ว่ามีแตงโมกี่ลูกต่อพื้นที่หนึ่งเฮกตาร์ แต่มันอาจจะไม่มาก
“เอาละ! นี้เป็นเรื่องบังเอิญที่ตอนนี้ฉันมีรถบรรทุกสองคันที่นี่ ดังนั้นฉันจึงต้องการแตงโมของครอบครัวเธอทั้งหมด ฉันได้ชิมแตงโมของเธอแล้วและคิดว่ามันมีรสชาติที่ดีมาก ดังนั้นฉันจะขอซื้อแตงโมของเธอทั้งหมด”
“ เอ่อ……นั่นมันจะมีราคามากกว่าหนึ่งหมื่นหยวน” หยูซีซีมองไปที่รุ่นพี่ตรงหน้าของเธอคนนี้อย่างตกใจ: “ไม่มีความจำเป็นที่คุณจะต้องทำแบบนี้ แค่คุณช่วยอุดหนุนฉันครั้งนี้ฉันก็รู้สึกดีใจมากพอแล้ว”
“ ฮาฮาฮา! เธอไม่ต้องกังวลเกินไป ถ้าฉันกล้าพูดว่าจะซื้อนั้นหมายความว่าฉันมีเงินที่จะจ่ายมัน นอกจากนี้ฉันไม่ได้คิดจะกินมันเองทั้งหมด ฉันจะนำมันไปมอบให้กับพนักงานของฉันด้วย” เย่ชิงพูดมาถึงตรงนี้ก็ได้ดึงเงินสด 5000 หยวนออกมาจากกระเป๋าสตางค์ของเขาและส่งให้เธอ: “นี่คือเงินมัดจำ! ตอนนี้เธอควรจะเก็บแผงนี้และนำคนขับรถของฉันไปพื้นที่ปลูกของครอบครัวเธอ นอกจากนี้เธอยังใช้โอกาสนี้ในการเป็นตัวแทนจำหน่ายได้ด้วย เพราะฉันมีคำขอเดียวนั้นคือฉันต้องการเห็นลูกแตงโมเต็มคันรถทั้งสองคันนี้ “
“สำหรับราคานั้นคงไว้ที่ 1.50 หยวนต่อกิโลกรัมฉันมีพนักงานหลายคนดังนั้นฉันจึงมีหลายวิธีที่จะแจกจ่ายมันออกไป”
เย่ชิงทำการคำนวณอย่างรวดเร็ว เขามีคนงานหลายร้อยคนในสำนักงานและโรงงานเก่าก็มีจำนวนมากขึ้น มอนสเตอร์ที่โรงงานแม้ว่าเขาจะไม่เคยเห็นพวกมันกินหรือพักผ่อน แต่มันก็ยังสามารถกินอะไรได้เช่นกัน และเขาคิดว่าการให้รางวัลพวกมันเป็นแตงโมก็ดูไม่เลวเช่นกัน
“ แต่ถ้าคุณไปซื้อโดนตรงกับคนปลูกมันจะมีราคาถูกกว่านี้นะคะ?” หยูซีซีพบว่าเรื่องทั้งหมดนี้เป็นอะไรที่ค่อนข้างยากที่จะเชื่อ
เช่นเดียวกับที่เย่ชิงคิดสถานการณ์ของครอบครัวหยูซีซีก็ไม่ดีเท่าไหร่ แต่ไม่ว่าเธอจะคิดอย่างไรเธอก็ยังไม่เข้าใจว่าทำไมผู้อาวุโสที่ไม่คุ้นเคยคนนี้ถึงเต็มใจช่วยเหลือเธอ
“ไม่หรอก! ราคานี้ถ้าฉันซื้อในจังหวัดจงหยุนมันจะต้องสูงกว่านี้แน่”
เมื่อจัดการเรื่องที่นี้เสร็จแล้วเย่ชิงก็เรียกคนขับรถทั้งสองคนและให้พวกเขาไปเก็บแตงโมกับเธอ เมื่อคำนวณราคาสุดท้ายแล้วพวกเขาจะโทรหาเขาและเขาจะทำการโอนเงินทั้งหมดให้
คนขับรถทั้งสองคนให้คำมั่นว่าพวกเขาจะออกเดินทางต่อเมื่อรถบรรทุกเต็มคันเท่านั้น
“รุ่นพี่ขอบคุณจริงๆ! ขอบคุณมาก!” หยูซีซีที่เห็นแบบนั้นก็ไม่อาจจะห้ามน้ำตาของตัวเองได้อีกต่อไป เธอได้ปล่อยมันไหลลงมาก่อนที่เธอจะพยายามเช็ดมันออกด้วยแขนเสื้อของเธอ