Monster Factory - บทที่ 161
161: แขนแบบอื่น
ในตอนเที่ยงของวันถัดไปนับตั้งแต่หมดช่วงเวลาอาหารกลาง หนิงหยินก็ไม่มีกะจิตกะใจทำอะไรมากนัก
นอกจากนี้วันนี้เขายังได้รับรายงานมาว่าลมนั้นมีความแรงระดับ 5 อีกด้วย
ความเร็วลมนี้อาจทำให้ต้นไม้บางต้นถึงกับสั่นไหวและเกิดคลื่นในน้ำ
โดยปกติลมในระดับ 5 ไม่ควรส่งผลกระทบต่อการถ่ายทำ แต่เพราะมีฉากที่จำเป็นต้องใช้แขนของฟิล์มเป็นตัวถ่ายทำ มันจึงทำให้ตอนนี้ทุกคนต่างก็กำลังรอลุ่นผลลัพธ์ว่าจะออกมาเป็นยังไง
เพื่อที่จะได้รู้ว่าทำไมลมถึงพัดมาที่นี่อย่างกะทันหัน หนิงหยินจึงขอให้วิศวกรสองคนจากสถานีตรวจอากาศของจังหวัดจงหยุนมาที่นี้เป็นพิเศษเพื่อให้พวกเขาทำการตรวจสอบ
แน่นอนว่าทั้งหมดนี้ยังไม่ใช่สิ่งที่หนิงหยินสนใจอย่างแท้จริง ในตอนนี้ความสนใจของเขานั้นอยู่กับเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อวานที่ผ่าน ในวันนั้นที่เขาได้พบว่ามีบริษัทแห่งหนึ่งในประเทศที่มีความสามารถล้ำหน้ากว่าบริษัทภาพยนตร์ทั่วไป
เขาได้โทรเข้าไปหาพวกเขาอย่างมีความสุข แต่ใครจะคิดว่าอีกฝ่ายกับปฏิเสธเขาอย่างตรงไปตรง ในตอนนั้นเขารู้สึกราวกับว่าตัวเองกำลังตกลงสู่นรก
โดยปกติแล้วข้อตกลงนี้ควรจะจบลงตรงนั้น แต่สิ่งที่บังเอิญก็คือประธานเย่คนนี้เป็นหนึ่งในเพื่อนเก่าของสวี่หนิงกง
จากนั้นประธานเย่คนนี้ก็ไม่ได้สนใจที่จะพูดถึงราคาก่อนที่เขาจะสัญญาว่าจะแขนฟิล์มสองชิ้นจะพร้อมสำหรับเขาในวันรุ่งขึ้น
ความแตกต่างอย่างมากนี้ทำให้หนิงหยินรู้สึกเจ็บปวดอย่างมาก
นอกจากนี้สิ่งนี้เองที่ทำให้หนิงหยินอยากเห็นว่าผลิตภัณฑ์ที่ผลิตจากโรงงาน มอนสเตอร์ เฮฟวี่ อินดัสทรี นั้นแตกต่างจากผลิตภัณฑ์ปกติที่มีอยู่ในตลาดสาธารณะอย่างไร
“ผู้อำนวยการ! คุณคิดว่ามันจะเป็นเหมือนแท่งอลูมิเนียมไหมครับ? แบบว่าให้เราถือเอาไว้อะไรแบบนี้?” ตากล้องคนนี้มีชื่อว่าฟู่เซี่ยนติงซึ่งเป็นผู้ได้รับรางวัลการถ่ายภาพยอดเยี่ยม
“นอกจากนี้ผมยังไม่เคยได้ยินมาก่อนว่าจะมีบริษัทไหนที่สามารถทำของแบบนี้ออมาได้ภายในวันเดียว”
“นายถามฉันแล้วฉันจะไปถามใครต่อละ? ยังไงเราก็ควรจะเชื่อมั่นเอาไว้ก่อนก็ไม่เสียหายอะไร ” หนิงหยินพูดออกมาพร้อมกับมองไปที่ถนนที่ทอดยาวเข้ามา แต่ด้วยสองข้างทางเต็มไปด้วยต้นไม้ทำให้เขาไม่อาจจะมองออกไปได้ไกลมากนัก
ก่อนเวลาที่จะเริ่มถ่ายทำในช่วงบ่าย 15 นาที รถฮอนด้าสีขาวเจ็ดที่นั่งก็ได้พุ่งทะลุผ่านทางโค้งเข้ามายังพื้นที่ถ่ายทำ
บนตัวรถของฮอนด้ามีตราประจำสถานีตรวจอากาศของจงหยุนเอาไว้อย่างชัดเจน ซึ่งมันไม่ใช่สิ่งที่หนิงหยินกำลังรอ
หลังจากฝุ่นได้ตกลงสู่พื้นคนจากสถานีตรวจอากาศก็เริ่มขนอุปกรณ์ทุกชนิดออกจากรถ สิ่งต่างๆเช่นสถานีตรวจอากาศเคลื่อนที่ เซ็นเซอร์ลม ลูกโป่งสภาพอากาศ และอื่นๆถูกขนถ่ายออกมาทั้งหมดนี้ก็เพื่อพยายามไขปริศนาเบื้องหลังลมแปลกๆที่เกิดขึ้นภายในทะเลสาบ
นี่เป็นปรากฏการณ์ลมแปลกๆ เนื่องจากความเร็วลมภายในไม่สูง ตัวอย่างเช่นลมระดับ 5 ที่คาดการณ์ไว้เนื่องจากเนินเขาโดยรอบอยู่ที่ระดับ 4 มากที่สุด แต่เมื่อความสูงขึ้นไปอีกเล็กน้อยทำให้ระดับลมมีระดับสูงถึงระดับ 6 ซึ่งมันเป็นอะไรที่แปลกเป็นอย่างมาก
อย่าดูถูกความแตกต่างเล็กๆน้อยๆนี้ เนื่องจากลมระดับ 4 จะทำให้คุณรู้สึกสบาย แต่ลมระดับ 6 สามารถพัดร่มหรือต้นไม้ต้นขนาดกลางให้ลอยขึ้นไปในอากาศได้อย่างง่ายดาย
วิศวกรสองคนจากสถานีตรวจอากาศได้วิ่งออกไปทดสอบลมกับพนักงานในกองถ่ายทันที หนิงหยินไม่อาจจะติดตามไปได้ด้วยเนื่องจากเขาจำเป็นต้องรอคอยบาง แต่ในขณะที่เขากำลังจะเริ่มกังวลอยู่นั้นรถ G-65 พร้อมรถพ่วงพื้นเรียบสองคันขับก็ได้ขับเข้ามาในพื้นที่กองถ่าย
เมื่อเห็นผู้มาใหม่ดวงตาของหนิงหยินก็สว่างขึ้นพร้อมกับที่ความรู้สึกหงุดหงิดรวมไปถึงความกังวลก่อนหน้านี้ได้หายไปทั้งหมด
เนื่องจากด้านบนของรถพ่วงที่ตามหลังมากนั้นถูกมัดเอาไว้ด้วยอุปกรณ์รูปทรงสี่เหลี่ยมสีขาวเงินแบบพับได้ เห็นได้ชัดว่านี่คือแขนฟิล์มกันลมแบบกำหนดเองที่โรงงาน มอนสเตอร์ เฮฟวี่ อินดัสทรี ทำขึ้นเพื่อพวกเขา
“รีบมาที่นี้ด่วน” หนิงหยินรีบตามตากล้องของตัวเองขณะที่พวกเขาออกไปต้อนรับเจ้าของที่ไม่ต้องการรับงานนี้
สวี่หนิงกงเองก็วิ่งออกจากที่พักของเธอเช่นกัน เพื่อความสะดวกเธอในการถ่ายทำเธอยังคงแต่งตัวในชุดอวกาศแม้ในช่วงพัก
นี่คือชุดหนังรัดรูป บนพื้นผิวของชุดสูทมีชิ้นส่วนเกราะสีขาวที่ดูล้ำยุคมากมายติดตั้งเอาไว้
มองเพียงแวบเดียวดูเหมือนว่าเธอเป็นักบินอวกาศที่มาจากนอกโลกจริงๆ
หลังจากขับรถผ่านถนนและไปถึงสถานที่ถ่ายทำ เย่ชิงก็สามารถมองเห็นสวี่หนิงกงจากฝูงชนที่รวมตัวกันได้ทันที
เห็นได้ชัดว่านักออกแบบเครื่องแต่งกายสำหรับภาพยนตร์เรื่องนี้ไม่มีทักษะในการสร้างของตกแต่งที่ทำจากโลหะมากนัก ซึ่งเขาสามารถบอกได้ทันทีว่าของที่ติดตามตัวของเธอนั้นไม่ได้ทำมาจากโลหะอย่างที่เห็น มันทำมาจากพลาสติกแข็งเท่านั้น เห็นได้ชัดว่าสิ่งนี้สามารถหลอกสายตาของคนทั่วไปได้ แต่สำหรับมืออาชีพอย่างเย่ชิงนั้นมันกับเป็นเรื่องง่ายมากที่จะบอกความแตกต่างมัน
“สวัสดีครับ! ยินดีต้อนรับท่านประธานเย่สู่กองถ่ายของเรา ” หนิงหยินต้อนรับเย่ชิงอย่างอบอุ่น: “ผมต้องขอขอบคุณสำหรับความพยายามที่คุณได้ทุ่มเทเพื่อทำตามคำสั่งอย่างกะทันหันในตารางงานที่ยุ่งของคุณ”
“สวี่หนิงกงเป็นเพื่อนเก่าของผม ผมไม่สามารถที่จะปฏิเสธคำขอร้องของเธอได้จริง” เย่ชิงได้พยักหน้าออกมา: “และก่อนหน้านี้คุณก็ควรจะพูดถึงเรื่องนี้เร็วกว่านี้ เพราะถ้าผมรู้ผมคงไม่ปฏิเสธคุณไป”
“ชุดอวกาศของเธอสวยมาก” เมื่อเสร็จจากการพูดกับหนิงหยิน เย่ชิงก็หันกลับมาพูดติดตลกกับสวี่หนิงกง
สวี่หนิงกงที่ได้ยินแบบนั้นก็โบกแขนของเธอไปรอบๆ ก่อนที่เธอจะโชว์ให้เห็นว่าชุดที่เธอใส่นั้นดูดีมากแค่ไหน
“ดูเหมือนเจ้าชุดนี้จะมีเอฟเฟกต์พิเศษด้วย แต่นายต้องรอดูมันในภาพยนตร์ละนะ” สวี่หนิงกงยอมรับเรื่องตลกของเย่ชิง อย่างสุภาพ: “แต่เดิมสิ่งที่เราต้องการคือชุดเกราะโลหะน้ำหนักเบา แต่สิ่งที่คอนแทคเตอร์ของเราทำออกมาคือชุดเกราะที่คล้ายกับที่ใช้โดยทหารม้าหนักในศตวรรษที่ 19 แทน”
“นี่คือแขนฟิล์มที่นายสร้างมาเพื่อจัดการปัญหาให้เราใช้ไหม?” สวี่หนิงกงไม่ได้แต่งหน้ามากนักในช่วงเวลานี้และเธอยังคงได้ปล่อยผมธรรมดาตามปกติ ซึ่งลักษณะนี้ของเธอทำให้รู้ได้ทันทีว่าเธอต้องการเข้าถึงอารมณ์รวมไปถึงลักษณะของตัวละครที่เป็นผู้หญิงระดับกลาง
สวี่หนิงกงเดินไปข้างตัวรถพ่วงและยืนเขย่งปลายเท้าขณะจ้องมองไปที่อุปกรณ์สี่เหลี่ยมสีขาวสีเงินเหล่านั้น
จากรูปลักษณ์ภายนอกของพวกมัน พวกมันไม่ได้ดูเหมือนแขนฟิล์มแต่อย่างใด
แต่พวกมันดูเหมือนเครนยกมากกว่า
สถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์มีเครนติดตั้งไว้แล้วสำหรับเคลื่อนย้ายชิ้นส่วนที่มีน้ำหนักมาก ดังนั้นในเวลาไม่นานเจ้าแขนฟิล์มทั้งสองจึงได้ถูกนำไปติดตั้งใส่เอาไว้แทน ก่อนที่มันจะถูกยึดให้กลับมามีขนาดปกติ
จากนักแสดงและทีมงานจำนวนมากที่มาชม เย่ชิงก็สามารถจดจำหน้าตารวมไปถึงชื่อดาราหญิงหลายคนได้ทันที
ส่วนดาราผู้ชายเหล่านั้นแน่นอนว่าพวกเขาได้ถูกเย่ชิงเพิกเฉยโดยอัตโนมัติ
และนี่ถือว่าเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เขาเดินทางมาเป็นการส่วนตัวในครั้งนี้ หนึ่งเพื่อดูเหล่าดาราที่อยู่ที่นี้ สองคือเพื่อชมขั้นตอนการผลิตภาพยนตร์ที่ตัวเขาไม่เคยเห็นมาก่อน และสุดท้ายเพื่อดูยานอวกาศ
แต่ไม่ว่าเย่ชิงจะมองไปที่ใดเขาก็ไม่พบร่องรอยของยานอวกาศอยู่เลย และนั้นทำให้เขาผิดหวังอย่างสิ้นเชิง
“เออ! ประธานเย่! คุณแน่ใจเหรอว่าพวกนี้เป็นแขนฟิล์มจริงๆ” หนิงหยินยังคงไม่เชื่อสิ่งที่อยู่ตรงหน้าเขาแม้ว่าเขาจะวนไปวนมาหลายครั้งแล้วก็ตาม: “ทำไมมันถึงไม่มีสายเคเบิลติดตั้งเอาไว้เลยละ?”
“เพราะมันไม่มีประโยชน์อะไรสำหรับสิ่งที่ล้าสมัย” เย่ชิงยังคงมีคำถามที่จะถามกลับไปว่า: “ผู้อำนวยการหนิง! แล้วยานอวกาศของพวกคุณละอยู่ที่ไหน?”
หนิงหยินที่กำลังตกใจกับสิ่งที่ตัวเองได้ยินจึงไม่ได้สินสิ่งที่เย่ชิงกำลังถามออกไป เขาไม่คิดว่าจะได้ฟังเรื่องอย่างการใช้สายเคเบิลรองรับแขนฟิล์มนั้นเป็นสิ่งที่ล้าสมัย ถ้าสิ่งนั้นเรียกว่าล้าสมัยอย่างนั้นอุตสาหกรรมภาพยนตร์ทั่วทั้งโลกก็คงใช้อุปกรณ์ล้าสมัยเหมือนกันหมด
“ เอ่อ……ไม่……เราไม่มียานอาวกาศอะไรนั้นหรอก” หนิงหยินที่ตื่นขึ้นมาจากความคิดของตัวเองก็ได้ตอบคำถามของเย่ชิงพร้อมกับชี้ไปที่ผืนดินที่ถูกทำให้รีบเอาไว้ ก่อนที่จะพูดต่อว่า: “นั่นคือพื้นที่ที่เราจะใช้สำหรับยานอวกาศลงจอด แต่น่าเศร้าที่เราไม่มีทักษะเดียวกับฮอลลีวูดในการสร้างแบบจำลองของยานขึ้นมาจริงๆ”
“ดังนั้นผมจึงคิดว่าจะทำยานอวกาศโดยซีจีแทน”
“……” เย่ชิงจะพูดอะไรได้อีก? เขาคาดหวังอะไรได้อีกจากอุตสาหกรรมภาพยนตร์ในประเทศได้บ้าง?
“ใช้แล้ว! ประธานเย่แล้วราคาอุปกรณ์พวกนี้เท่าไหร่เหรอครับ?” หนิงหยินได้เปลี่ยนหัวข้ออย่างรวดเร็ว: “นอกจากนี้ผมหวังว่าประธานเย่จะอยู่สอนเราถึงขั้นตอนต่างๆของอุปกรณ์นี้ เพราะปกติแล้วพวกเรามักจะใช้แขนฟิล์มที่มีการติดตั้งด้วยสายเคเบิล นี้ถือเป็นครั้งแรกที่เราได้ทำอะไรแบบนี้”
“ได้แน่นอน! ส่วนเรื่องเงินนั้นเราค่อยคุยกันทีหลัง” เย่ชิงโบกมือไปมาอย่างไม่สนใจ: “งั้นเรามาเริ่มกันเลยไหมครับ? สิ่งแรกที่เราควรทำคือการทดสอบความสามารถและการทำงานของแขนทั้งสองนี้ก่อน”
“ไม่! หยุดก่อน!”
ทันใดนั้นก็มีเสียงร้องห้ามขึ้นมาอย่างกะทันหัน และนั้นทำให้ทุกคนที่อยู่ใกล้แขนฟิล์มต่างก็ตกใจกันใหญ่
คนที่ร้องตะโกนขึ้นมาก็ไม่ใช้ใครที่ไหน เขาเป็นวิศวกรคนหนึ่งที่ถูกส่งมาเพื่อวิเคราะห์ข้อมูลเกี่ยวกับภูมิศาสตร์จากสถานีตรวจอากาศนั้นเอง
“อย่าทดสอบแขนเหล่านี้ภายใต้สถานการณ์นี้เด็ดขาด “
“ทำไมละ?” หนิงหยินได้ถามขึ้นมาด้วยความสงสัย
“เนื่องจากในตอนนี้มันมีปัญหากับภูมิศาสตร์ที่นี่ ทันทีที่ลมทางใต้พัดกระโชกแรงมาพวกมันจะก่อตัวเป็นเหมือนกับกระแสน้ำวน” ผู้เชี่ยวชาญให้ความเห็นอย่างจริงจังว่า: “ตอนนี้กระแสลมได้กระโชกแรงถึงระดับ 6 แล้ว ถ้าเราปล่อยเจ้าอุปกรณ์นี้ไปที่ความสูง 80 เมตรจริงๆ ไม่สิ แม้ว่าจะสูงแค่ 20 เมตร ตราบใดที่มันถูกยกขึ้นจากพื้นมันจะถูกฉีกออกจากกันอย่างไร้ความปราณีทันที”