Monster Factory - บทที่ 144: การประชุมอะไรกัน
จางเหม่ย และ ฮัวหลิงเซี่ย ต่างตกตะลึงจากสิ่งที่ตัวเองได้ยินและเห็น
พวกเธอต่างก็บอกว่าพวกเธอมาที่นี่เพื่อพบกับประธานเย่ แต่ใครจะไปคิดว่าสวี่หนิงกงจะกลายเป็นคนรู้จักกับประธานเย่คนนี้ไปและยังมีเรื่องราวในอดีตกันอีกด้วย
เนวิลล์ถูกเหวี่ยงไปด้านข้างอย่างสมบูรณ์ แต่เขาก็รู้สึกสนุกกับการแสดงตรงหน้า
เห็นได้ชัดว่าพวกเขารู้จักกันและมีประวัติที่ไม่สามารถบรรยายได้ออกมา
ฮัวหลิงเซี่ยฟื้นตัวได้เร็วที่สุดในขณะที่เธอเข้าไปหาเนวิลล์อย่างรวดเร็วและทักทายเขาโดยบอกว่าเธอเห็นเขาที่ห้องโถงก่อนหน้านี้แต่เธอไม่แน่ใจว่าจะใช้คนเดียวกันไหม
“ ไอ้- ฉันคิดว่าเราควรจะออกไปข้างนอกกัน” เย่ชิงไม่สามารถทนต่อการจ้องมองจากรุ่นน้องของเขาได้โดยเฉพาะผู้หญิงที่มองเขาเหมือนหมีแพนด้าแพนด้าหลากสี
เย่ชิงแสดงท่าทางเชิญอย่างสุภาพและเป็นคนนำในการเดินออกจาห้องไป สวี่หนิงกงที่เห็นแบบนั้นก็หันกลับมาทักทายเนวิลล์จากนั้นเธอก็เดินตามเย่ชิงออกไป
ห้องโถงยังมีพื้นที่สำหรับต้อนรับแขกข้างนอกเช่นกัน เย่ชิงใช้เวลาไม่นานก็เห็นบาร์เล็กๆตั้งอยู่ ซึ่งในขณะนี้มันมีชาวต่างชาติเต็มไปหมด เย่ชิงได้พาสวี่หนิงกงไปที่นี่และสั่งมาร์ตินี่สองแก้ว เขย่าไม่กวน
“ทำได้ดีมาก ‘ท่านประธานเย่’ ” สวี่หนิงกงนั่งลงและยกแว่นตาของเธอขึ้น แต่เห็นได้ชัดว่าเธอก็ยังคงโกรธกับเรื่องที่ผ่านมา: “เมื่อคืนฉันยังคงกังวลเกี่ยวกับอาชีพของนายอยู่เลย แต่ใครจะคิดว่านายจะทำให้ฉันประหลาดใจมากแบบนี้?”
“ เมื่อคืนเป็นเธอใช้ไหมที่นั่งข้างๆฉันแล้วทำไมเธอถึงไม่แสดงตัวออกมาล่ะ?” เย่ชิงไม่ตอบคำถามของสวี่หนิงกง แต่เขาเลือกที่จะต้องถามคำถามอื่นแทน
“ย้อนกลับไปตอนนั้นสมองของฉันยุ่งเหยิงไปหมด และใครจะคิดว่าฉันจะได้พบนายที่นั่นบวกกับนายเองมีแฟนอยู่ใกล้ๆ นายคิดว่าฉันจะมีทางเลือกมากนักหรือไง” สวี่หนิงกงบดริมฝีปากของเธออย่างหนัก: “แล้วลูกน้องของนายยังบอกอีกว่านายนั้นขับมอนดิโอเท่านั้น ใครจะคิดว่ามันจะเป็นเรื่องโกหกเท่านั้น “
“ มอนเดโอ?” เย่ชิงพบว่าสิ่งนี้ค่อนข้างแปลก: “เธอเคยเห็นรถมอนเดโอหุ้มคาร์บอนไฟเบอร์หุ้ม 12 ลูกสูบมอนเดโอ 558 แรงม้าไหมละ?”
“…………” สวี่หนิงกงรู้สึกว่านี่เป็นการทำลายความนับถือตนเองของเธอมากเกินไป เนื่องจากประสิทธิภาพที่อีกฝ่ายพูดมานั้นมันตรงกับรถแอสมาตินที่เธอเห็นก่อนหน้านี้
ในตอนเช้าเธอได้ยืมรถแลนด์โรเวอร์ของผู้จัดการฝ่ายโฆษณาของเธอไปโดยเฉพาะเพื่ออวดต่อหน้าอีกฝ่าย แต่ใครจะคิดว่าสิ่งที่เธอเชื่อก่อนหน้านี้นั้นจะอยู่ห่างไกลจากความเป็นจริงมากขนาดนี้
“ ถ้าอย่างนั้นทำไมเมื่อเช้านายถึงไม่มากัน?” สวี่หนิงกงยังคงวนกลับมาอยู่ในหัวข้อนี้: “ฉันถึงกับรอนายทั้งชั่วโมง!”
“เธอจำฉันไม่ได้ด้วยซ้ำ ทำไมฉันยังต้องมีลายเซ็นของเธออยู่อีกกัน?” เย่ชิงพับแขนเสื้อขึ้นเล็กน้อยแล้วจับแก้วตรงหน้าเอาไว้: “และอีกอย่างฉันไม่ได้ดูมันก่อนที่จะมอบให้หลานชายของฉัน ซึ่งเป็ยเขาที่บอกฉันเกี่ยวกับเรื่องนี้หลังจากที่เขากลับมาแล้ว”
“แน่นอนฉันต้องขอโทษที่ทำให้เธอต้องรอทั้งชั่วโมง”
“ฉันเองก็ต้องขอโทษด้วยเหมือนกัน เอาละ! ฉันได้โกหกไปครั้งหนึ่งและนายก็ทิ้งฉันไปหนึ่งครั้ง ดังนั้นตอนนี้เราก็ถือว่าหายกัน” สวี่หนิงกงพูดจบก็แสดงรอยยิ้มออกมา
“โอ้ใช่แล้วนายมีความกล้าจริงๆที่จะพาแฟนสาวของตัวเองไปชมการแสดงรอบปฐมทัศน์ของรักครั้งแรกของตัวเอง และนายยังได้สารภาพต่อหน้าเธอว่านายเขียนจดหมายรักให้ฉันด้วย”
สวี่หนิงกงยังคงกลับมาที่หัวข้อนี่ซึ่งหมายถึงการบอกว่าเขามีแฟนแล้วดังนั้นเราสองคนยังคงเป็นเพื่อนกันได้ แต่ไม่เหมือนกับสิ่งที่ย้อนกลับไปในช่วงเกรดสี่
“เรายังเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน! แน่นอนว่าเธอเองก็รู้สึกดีกับฉัน และฉันก็รู้สึกดีกับเธอด้วย” เย่ชิงเกาหัวขณะที่เขาพูดเรื่องนี้ขึ้นมา: “นอกจากนี้ทำไมเธอถึงพยายามเน้นเรื่องนี้จัง? หรือว่าเธอยังคิดว่าฉันจะกลับไปไล่จีบเธอเหมือนตอนนั้นอีก?”
“ก็ใช่นะสิ ~” สวี่หนิงกงพูดขึ้นพร้อมกับขยิบตาให้เย่ชิงเป็นเชิงล้อเล่น
“ใช้แล้ว! ฉันยังไม่อยากจะเชื่อเลยก่อนหน้านี้เลขาจางพูดว่าจะแนะนำชายหนุ่มที่น่าทึ่งให้ฉันรู้จัก แต่ฉันไม่คิดเลยว่าหลังจากผ่านไปกว่าทศวรรษชายหนุ่มคนนั้นจะกลับเป็นนายอีกครั้ง”
“ฉันเคยดูเธอทั้งทางทีวีและทางเว็บ เธอไม่ได้เปลี่ยนไปเลยสักนิด”
“ตอนนั้นนายเป็นยังไงฉันขอพูดตรงๆว่าฉันจำไม่ได้เลย แต่มีสิ่งหนึ่งที่ฉันจำได้เต็มร้อนเปอร์เซ็นนั้นคือความรักของลูกสุนัขของนาย” สวี่หนิงกงพูดถึงตรงนี้ก็ได้หลุดหัวเราะออกมาเบาๆอีกครั้ง
“ไอ้ลูกหมาตัวนั้นได้หายไปแล้ว แต่ฉันยังจำได้ว่าในช่วงที่เธออยู่ในโรงเรียนเธอชอบที่จะที่เล่นเปียโนดนตรีคลาสิสเสมอ และยังเป็นหนึ่งในนักร้องที่มีชื่อเสี่ยงที่สุดในโรงเรียน ผู้ชายเกือบทั้งโรงเรียนต่างก็ชอบเธอแต่กับไม่มีใครกล้าพอที่จะสารภาพความรู้สึกจริงๆออกมา “
เย่ชิงได้ดึงกระเป๋าสตางค์ของเขาออกมา ก่อนที่เขาจะดึงกระดาษแผ่นหนึ่งออกมาวางไว้ตรงหน้าสวี่หนิงกงพร้อมกับพูดออกมาเบาๆว่า “เธอช่วยเซ็นชื่อลงไปได้ไหม?”
สวี่หนิงกงที่ได้ยินแบบนั้นก็มองเย่ชิงด้วยความหมายที่ค่อนข้างชัดเจน ‘นายเห็นฉันเป็นคนแบบไหนกัน? ‘
เย่ชิงที่เห็นสายตาแบบนั้นก็พอจะเดาความหมายของมันออกมาได้ ดังนั้นเขาจึงไม่ได้พูดอะไรออกมาอีก เขาทำเพียงหันไปขอปากกาจากบาร์เทนเดอร์และสวี่หนิงกงเซ็นลายเซ็นและเบอร์ติดต่อของเธอลงไป
เย่ชิงที่เห็นแบบนั้นก็ดึงโทรศัพท์มือถือของเขาออกมาและโทรออกอย่างรวดเร็วพร้อมกับพูดขึ้นว่า: “อย่าลืมบันทึกมันไว้ มันเป็นหมายเลขของฉันเอง”
“ครับท่านประธานเย่และโปรดดูแลฉันด้วยในอนาคต” สวี่หนิงกงเองก็ได้ยืนขึ้นพร้อมกับโค้งคำนับอย่างสุภาพ
“พี่สาว! พี่วิ่งมาที่นี่ตั้งแต่เมื่อไหร่” ผู้ช่วยส่วนตัวของสวี่หนิงกงรีบวิ่งเข้ามาอย่างกังวลใจ: “ฉันถึงกับมองหาพี่ทุกที่ในงานเลี้ยงและถึงขั้นเดินขึ้นไปตามพี่ที่ห้อง แต่ฉันไม่คิดว่าพี่จะมาอยู่ที่นี้ มันเกิดอะไรขึ้นเหรอ?”
“เอาล่ะ ~ มันไม่มีอะไรต้องกังวลไป” สวี่หนิงกงพูดตัดขึ้นมาก ก่อนที่เธอจะเพิ่มหมายเลขของเย่ชิงลงไปในโทรศัพท์ของตัวเอง
เย่ชิงเองก็ลุกขึ้นยืน: “เอาล่ะ! งานเลี้ยงของฉันเองก็กำลังรอฉันอยู่ ถ้าเรามีเวลาว่างก็ค่อยเจอกันอีกในภายหลัง”
“เช่นกัน! แต่ครั้งหน้านายอย่าทิ้งให้ฉันต้องยืนรออีกก็แล้วกัน” สวี่หนิงกงพูดจบก็เดินกลับไปพร้อมกับเย่ชิง
เมื่อก้าวเข้าไปในห้องจัดเลี้ยงอีกครั้งเย่ชิงพบว่าพนักงานของเขาทุกคนมองเขาด้วยสายตาที่แตกต่างกันไป มันเป็นดวงตาที่ดูเหมือนจะมีความชื่นชมและบูชา
อย่างไรก็ตามมันไม่ใช่ว่าเย่ชิงจะต้องอธิบายทุกอย่างให้พวกเขาฟังเสียหน่อย ดังนั้นการปล่อยให้พวกเขาคิดแบบนั้นก็ไม่ได้ถือว่าเป็นเรื่องแย่อะไร
ตอนนี้มันเป็นเวลา 20.00 น. เย่ชิงจึงโบกมือให้ทุกคนเข้าไปในห้องประชุมที่เตรียมไว้
ต้นไม้อัลลอยขนาดเล็กสองต้นถูกวางไว้ข้างทางเข้าและบนหน้าจอขนาดใหญ่ก็มีฉากที่เกี่ยวข้องกับต้นไม้อัลลอยด์ด้วย
เวลา 21.00 น. งานเลี้ยงของสวี่หนิงกงสิ้นสุดลง
กลับไปที่ห้องชุดของเธอตามแผนเดิมเธอกำลังจะเล่นเกม แต่ในที่สุดความอยากรู้อยากเห็นก็เข้ามาแทนทีและหลังจากเปลี่ยนชุดอย่างรวดเร็วเธอก็ลอบออกมานอกห้องประชุมและเปิดประตูเล็กน้อยเพื่อดูข้างใน
ภายในห้องประชุมเย่ชิงนั่งอยู่ตรงกลางโต๊ะประชุมทรงกลมและด้วยเสียงอันทรงพลังประกาศตามสายซึ่งสวี่หนิงกงไม่สามารถเข้าใจได้เลย
“ทุกคนที่นี่! ผมรู้ว่าพวกคุณมีเรื่องสงสัยมากมาย แต่นี้คือคำตอบของเรา” ทันใดนั้นเย่ชิงชี้ไปที่หน้าจอขนาดยักษ์ที่อยู่ด้านหลังเขาและมันก็เริ่มแสดงพิมพ์เขียว 3 มิติสีขาวบริสุทธิ์
มันเป็นต้นไม้ที่ทรงพลัง แต่มีรูปร่างแปลกประหลาดซึ่งดูเหมือนจะเป็นงานศิลปะในสายตาของใครก็ตาม
เมื่อพิมพ์เขียว 3 มิติขยายอย่างช้าๆ ต้นไม้สีขาวบริสุทธิ์ก็ขยายใหญ่ขึ้นเช่นกัน
จากนั้นเสียงร้องด้วยความประหลาดใจจากผู้ชมก็ดังขึ้น เพราะพวกเขาต่างก็สังเกตเห็นว่าลำต้นของต้นไม้ที่ขยายใหญ่ขึ้นนั้นสร้างขึ้นจากพิกัดนับไม่ถ้วน
พิกัดนับไม่ถ้วนล้วนเชื่อมโยงกันด้วยเส้นประเหมือนดวงดาวในกาแลคซีเพื่อสร้างกิ่งก้านที่มีชีวิต แม้ว่าจะมีรอยแผลเป็นบนกิ่งไม้ก็ยังคงถูกดึงออกมา
นี่ไม่ใช่พิมพ์เขียวอีกต่อไป นี่เป็นภาพอุตสาหกรรมสีขาวบริสุทธิ์ที่ประกอบขึ้นจากพิกัดอย่างชัดเจน
อย่าพูดถึงตัวแทนเหล่านั้นแม้แต่สวี่หนิงกงที่เพิ่งเห็นสิ่งนี้เป็นครั้งแรกก็รู้สึกว่ามันเป็นผลิตภัณฑ์ระดับไฮเอนด์
จากนั้นเธอก็ยืนตกตะลึงอยู่ที่นั่นอย่างสับสนเป็นเวลาครึ่งชั่วโมง จากนั้นก็เห็นเย่ชิงและบริษัทระหว่างประเทศที่คุ้นเคยเหล่านั้นเซ็นสัญญาและยุติการประชุมในที่สุดก่อนจะวิ่งกลับไปที่ห้องของเธอ
หลังการประชุมเย่ชิงกลับไปที่หาดมังกรทันทีเพื่อดูแลงานที่ตัวเองพึ่งจะได้รับมา
พระเจ้า! ใครจะคิดว่าเพียงแค่วันเดียวเขาจะมีสัญญามูลค่ารวม 500 ล้านหยวนอยู่ในมือ และเขาจะได้เงินครึ่งหนึ่งในวันพรุ่งนี้
จากจำนวนเงินทั้งหมด 500 ล้านหยวน สิ่งที่สร้างยากที่สุดคือมังกรนั้นเอง
อย่างไรก็ตามเนื่องจากเย่ชิงได้ตอบตกลงไปแล้ว ดังนั้นเขาจึงต้องมีวิธีทำมันให้ได้
หาดมังกรถูกล้อมรอบด้วยเนินเขาที่แห้งแล้ง ที่นี่มีร่องรอยของค้างคาวจำนวนมากซึ่งสามารถพบได้ใกล้ถ้ำเล็กๆเหล่านั้นโดยเฉพาะในช่วงรุ่งสางและพลบค่ำ
เย่ชิงได้พาพวกฮักไปที่ถ้ำเล็กๆเหล่านั้นเพื่อจับพวกมันมาซักสองสามตัวจากนั้นเขาก็มุ่งหน้าเข้าไปในถ้ำใต้ดินด้วยกล้อง 3 มิติของเขา
ขณะนี้พวกเรนจิ้งไมเนอร์สี่ตัวรวมตัวกันอยู่ที่นั่น เขาที่โค้งงอแต่แหลมคมจับคู่กับใบหน้าที่ดูดุร้ายนั้นดูน่ากลัวกว่าไดโนเสาร์ทั้งหมดที่เคยมีในภาพยนตร์
เย่ชิงได้เลือกตัวที่ดูดีที่สุดออกมาและให้มันหมอบบนก้อนหินขนาดยักษ์เพื่อจัดท่าทางต่างๆ
สำหรับชุดสำหรับเจ้าหญิงดิสนีย์เหล่านั้นเขาสามารถพึ่งพาวิศวกรมอนเตอร์จัดการมันได้อย่างไม่มีปัญหา