Monster Factory - บทที่ 136: ข้อความ …
คนที่นั่งข้างเย่ชิงคือสวี่หนิงกง
เมื่อการสัมภาษณ์สิ้นสุดลงสวี่หนิงกงได้เข้าไปในโรงภาพยนตร์อย่างเงียบๆพร้อมกับผู้จัดการของเธอเพื่อดูภาพยนตร์เรื่องนี้ในฐานะสมาชิกของผู้ชม
ตามธรรมเนียมในช่วงรอบปฐมทัศน์นักแสดงและโปรดิวเซอร์ทุกคนควรนั่งในแถวสุดท้ายจนจบภาพยนตร์ด้วยความสงบจากนั้นก็ลงไปที่เวทีและแสดงความขอบคุณแฟนๆทุกคนที่ให้การสนับสนุน
ในทางกลับกันสวี่หนิงกงต้องการสัมผัสกับความรู้สึกของการเป็นสมาชิกของผู้ชมทั่วไป ดังนั้นเธอจึงเลือกที่นั่งสำหรับผู้เข้าชมธรรมดแต่ใครจะคิดว่าการกระทำธรรมดาของเธอจะไปตรงกับคนรู้สึกเก่าอย่างเย่ชิงเข้าให้
แน่นอนว่าเธอจำจดหมายรักที่เย่ชิงเขียนตอนเรียนประถมได้
นอกจากนี้ฉากนี้ยังรวมอยู่ในส่วนหนึ่งของภาพยนตร์นี้อีกด้วย โดยที่ในฉากจะมีจดหมายทิ้งไว้ที่โต๊ะเรียนของเธอซึ่งมีพื้นฐานมาจากสิ่งที่เย่ชิงทำในตอนนั้น
ถึงจะเป็นแบบนั้นอีกฝ่ายกับไม่เชื่อสิ่งที่เธอพยายามจะอธิบายเลย
เมื่อออกจากโรงละครเย่ชิงและผู้คุ้มกันของเขาก็มุ่งหน้าไปที่ลานจอดรถพร้อมกับโตวโตวเพื่อรับประทานอาหารค่ำ ในขณะที่รูปภาพถูกส่งให้คนขับรถเพื่อให้ไปเข้าแถวเพื่อรับลายเซ็นแทน
ทันทีที่เขาเข้ารถของตัวเอง สิ่งแรกที่เขาทำคือการดึงระบบเสียงในหน่วยความจำออกทันทีและลบทุกเพลงที่เกี่ยวกับสวี่หนิงกงในนั้น
“ พี่ใหญ่เย่! พี่ไม่คิดเหรอว่าผู้หญิงคนนั้นที่อยู่ข้างๆพวกเราแปลกมาก! เธอถึงกับบอกว่าเธอเป็นเพื่อนกับสวี่หนิงกง หรือว่าเธอจะเป็นสวี่หนิงกง?” โตวโตวยังคงบิดผมของเธอไปมาด้วยความสับสน
“เฮ้อ ~” เย่ชิงได้ถอนหายใจออกมา: “มันจะเป็นไปได้ยังไง? ฉันคิดว่าเธออาจจะเป็นหวัดก็ได้ถึงแต่งตัวแบบนั้น และอีกอย่างดาราดังอย่างสวี่หนิงกงคงไม่มานั่งในที่นั่งคนชมหรอก เธอคงจะนั่งในพื้นที่ที่ทางเจ้าภาพจัดเอาไว้ให้”
“มันอาจจะเป็นหนึ่งในแผนการปลอมตัวที่พวกดาราชอบใช้กันได้? พี่ไม่เคยเห็นในหนังหรือที่เมือพวกดาราดังออกจาบ้านก็มักจะปิดบังตัวเองไง”
“ นั่นก็อาจเป็นไปได้เช่นกัน” เย่ชิงตอบกลับไปอย่างไม่คิดมาก
ในสายตาของเธอแล้วพี่ใหญ่เย่คือพระเจ้าที่มีชีวิตอย่างแท้จริง ทุกครั้งที่เธอออกไปกับเย่ชิง เธอจะไม่เปิดสตรีมหรือเล่นโทรศัพท์ของเธอเลย เพราะสำหรับเธอแล้วการได้อยู่กับเย่ชิงมันเป็นช่วงเวลาที่มีความสุขที่สุด
สำหรับสวี่หนิงกง?
เธอเป็นเพียงแม่มดที่เคยหลอกลวงตัวพี่ใหญ่เย่เท่านั้น และตอนนี้เธอก็ได้กลายเป็นอดีตไปแล้ว มันไม่จำเป็นที่เธอจะต้องเก็บมาคิดอีก
กลับมาปัจจุบัน ตราบใดที่มันเกี่ยวข้องกับอาหารโตวโตวก็มักจะมีร้านค้าที่ดีในใจเสมอ คืนนี้เย่ชิงมีคนขับรถสำรองอยู่กับเขาและอารมณ์ของเขาก็ไม่ดี เขาจึงคิดที่จะพาโตวโตวออกไปดื่ม
แม้ว่าโตวโตวจะไม่ชอบแอลกอฮอล์ แต่อย่างน้อยเธอก็ยังดื่มได้บ้าง
สถานที่ที่พวกเขาเลือกสำหรับมื้อค่ำจบลงด้วยการเป็นร้านอาหารสเปนที่เป็นทางการ ซึ่งแน่นอนว่าไม่มีเบียร์ดังนั้นเย่ชิง จึงให้พนักงานเสิร์ฟเปิดขวดไวน์ให้เขา
สวี่หนิงกงอยู่ในงานแจกลายเซ็นในโรงละครรอบปฐมทัศน์ในแว่นกันแดดสีอ่อนซึ่งคอยมอบลายเซ็นให้กับแฟนๆของเธอทุกคน
เดิมทีผู้จัดการของเธอเห็นเธออารมณ์ไม่ดีจึงคิดจะยกเลิกงานแจกลายเซ็นนี้ไป อย่างไรก็ตามความคิดนั้นก็ถูกปฏิเสธโดย สวี่หนิงกง เพราะเธอได้ยินมาว่าเย่ชิงกำลังจะส่งคนมารับลายเซ็นของเธอ
ตอนนี้เธอรู้สึกเสียใจอย่างสุดซึ้งที่ไม่ได้บอกความจริงกับเย่ชิงระหว่างดูหนังไป เดิมทีเธอต้องการขอเบอร์ของเย่ชิงเพื่อที่พวกเธอจะได้พูดคุยกันเป็นการส่วนตัว แต่ใครจะรู้ว่าเย่ชิงจะปฏิเสธมันอย่างไร้ความปรานีด้วยการบอกว่าเขาทำโทรศัพท์หาย มันทำให้เธอต้องทนทุกข์ทรมานไปตลอดทั้งเรื่อง
เนื่องจากเย่ชิงไม่ได้เปิดช่องทางให้เธอติดต่อเขา ดังนั้นงานแจกรายเซ็นนี้จึงจึงกลายเป็นวิธีเดียวที่เธอจะได้เจอเขาอีกครั้ง เพราะเธอจำภาพในมือของเย่ชิงได้อย่างชัดเจน
หลังจากเซ็นให้กับคนมากกว่า 200 คน มือของเธอเจ็บแสบจนถึงขั้นไม่อาจจะจับปากกาได้อีก
แขกคนหนึ่งหลังจากที่อีกคนหนึ่งขณะที่สวี่หนิงกงกำลังจะวาดภาพเขียนตัวอักษรที่อ่านไม่ออก เครื่องหมายสีทองในมือของเธอก็หยุดลงทันที
ภาพที่คุ้นเคยปรากฏต่อหน้าต่อตาเธออีกครั้ง เมื่อเห็นเช่นนี้เธอก็เงยหน้าขึ้นทันที
ใบหน้าของเฒ่าหลี่เปลี่ยนเป็นสีแดงอย่างสมบูรณ์พร้อมกับการจ้องมองของผู้หญิง เดิมทีเขาเคยฟังเพลงของสวี่หนิงกง หลายเพลงขณะขับรถเป็นระยะทางไกล ใครจะรู้ว่าวันนี้เขาจะโชคดีพอที่จะได้เห็นซูเปอร์สตาร์คนนี้ด้วยตัวเองและการมองจากอีกฝ่ายก็ทำให้เขามีความสุขในทันที
“สวัสดีคะ! คุณลุงอยากให้ฉันเขียนอะไรดีคะ” สวี่หนิงกงเดาว่าชายคนนี้ต้องเป็นหนึ่งในเพื่อนร่วมงานของเย่ชิงที่มาที่นี่พร้อมกับเย่ชิง
“ เออ! คุณซักเดี๋ยวได้ไหมครับ?” เฒ่าหลี่ได้เกาหัวของเขาขณะที่พูดออกมา
“ได้แน่นอนคะ” สวี่หนิงกงยิ้มหวานออกมา: “นั่นคือลูกชายของคุณเหรอคะ? หน้าตาของเขาดูดีมากจริงๆ”
สวี่หนิงกงจงใจถ่วงเวลา คนที่อยู่ในภาพคือหลานชายของเย่ชิง ซึ่งเธอได้พบข้อมูลนี้เมื่อตัวเองอยู่ในโรงภาพยนตร์เรื่องนี้แล้ว
“ไม่! ไม่! นี่เป็นหลานชายของเจ้านาย”
“ นั่นคือเจ้านายของคุณ? เขายังดูเด็กอยู่เลย” บอดี้การ์ดที่อยู่ข้างหลังสวี่หนิงกงและแฟนๆที่เหลือทุกคนจ้องมองด้วยความไม่เชื่อในขณะที่เธอกำลังคุยกับลุงคนนี้จริงๆ
“ไม่! ไม่! ไม่! นี่ไม่ใช่เจ้านายของฉัน แต่เขาเองก็ชอบเพลงของคุณด้วยเหมือนกัน” เฒ่าหลี่หัวเราะออกมา: “นี่เป็นญาติของเจ้านายของฉัน แต่เจ้านายของฉันยังเด็กและหน้าตาดีอย่างแท้จริง อืม……ฉันจำได้แล้วว่าต้องการอะไร คุณช่วยเซ็นชื่อของคุณลงไปได้ไหม”
ว้าว! เขากลายเป็นเจ้านายจริงๆใครจะไปรู้
สวี่หนิงกงยอมรับว่าหลังจากไม่ได้พบกันมานาน เธอยังจำเย่ชิงได้แต่รูปลักษณ์ของเขาค่อนข้างคลุมเครือ
“ ถ้าอย่างนั้นฉันจะให้เจ้านายของคุณด้วยเพื่อขอบคุณสำหรับการสนับสนุนของเขา” หลังจากสวี่หนิงกงเซ็นชื่อตัวเองในภาพ เธอก็ดึงกระดาษอีกแผ่นจากด้านข้างและเขียนคำสองสามคำลงไปอย่างรวดเร็ว
ตัวอักษรสามตัวที่เขียนคือ ‘สวี่หนิงกง’ ในขณะที่ส่วนที่เหลือถูกเตรียมไว้แล้วก่อนงานแจกลายเซ็นจะเริ่ม
‘เย่ชิง ฉันขอโทษกับเรื่องที่พูดออกไป พรุ่งนี้นายว่างไหม? ฉันจะรอเจอนายที่หน้าโรงเรียนประถมตอน 7 โมงนะ’
ตัวอักษรในประโยคนั้นเล็กมาก หลังจากเซ็นชื่ออย่างรวดเร็ว สวี่หนิงกงก็พับมันและบอกให้เฒ่าหลี่ส่งมอบให้เจ้านายของเขา
“ดี!ดี! เจ้านายของฉันจะต้องมีความสุขแน่นอน เขามีเพลงทั้งหมดของคุณอยู่ในรถของเขา” ครั้งสุดท้ายที่เย่ชิงไปดื่มเหล้าคือเฒ่าหลี่ที่ขับรถกลับ เขาจึงจำเพลงที่เย่ชิงเล่นระหว่างทางได้
“ จริงเหรอคะ! งั้นเจ้านายของคุณขับรถอะไรเหรอ?” สวี่หนิงกงถามเรื่องนี้ด้วยความบังเอิญล้วนๆ
ไม่รู้ว่าทำไมเธอถึงอยากรู้ว่าเย่ชิงกำลังทำอะไรอยู่ตอนนี้
มีการพูดกันเสมอว่ารถก็สามารถบอกตัวตนของผู้ชายได้ ดังนั้นส่วนมากผู้หญิงมักจะตัดสินตัวตนของผู้ชายครั้งแรกจากตัวรถที่เขาขับ
“มอนเดโอ”
เฒ่าหลี่ก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมซูเปอร์สตาร์คนนี้ถึงถามเรื่องนี้ ก่อนหน้านี้เขาก็เคยแต่ขับรถบรรทุกขนาดใหญ่เท่านั้น แล้วแบบนี้เขาจะบอกความแตกต่างระหว่างรถมอนเดโอทั่วไปกับรถแอสตันมาร์ตินหายากได้ยังไง
แน่นอนว่าเขารู้เกี่ยวกับเบนซ์ซึ่งเจ้านายของเขาเพิ่งซื้อมันมาหนึ่งคันในวันนี้สำหรับพวกบอดี้การ์ดของตัวเอง ดังนั้นเขาจึงรู้ว่าเจ้านายของเขาร่ำรวยมาก รถมอนเดโอเองก็น่าจะนำเข้ามาด้วยเหมือนกัน ไม่เช่นนั้นการตกแต่งภายในจะดูสวยกว่ารถเบนซ์ได้ยังไง?
แน่นอนว่าแม้ว่ามันจะดูสวย แต่เฒ่าหลี่ก็ยังคงคิดว่ามันเป็นรถมอนเดโอเท่านั้น ดังนั้นเขาจึงไม่คิดจะอวดมันต่อหน้าคนอื่นได้
นอกจากนี้เขายังทำไม่ได้จริงๆ เขาไม่สามารถพูดได้ว่าเจ้านายของเขาพึ่งจะซื้อรถเบนซ์ที่มีมูลค่าสองสามล้านมาสองคันเมื่อเช้านี้ เพราะนี้ถือว่าเป็นเรื่องสวนตัวของเจ้านายของเขา และเขาไม่รู้ว่าจะทำแบบนั้นไปเพื่ออะไร
“รถมอนเดโอ ……” สวี่หนิงกงรู้สึกในใจว่าคนรักเก่าของเธอคนนี้ดูเหมือนจะไม่ค่อยดีนัก
มอนเดโอมีราคาประมาณหนึ่งแสนหยวน แต่ชุดที่อีกฝ่ายใส่มาในวันนี้นั้นดูดีมาก เธอคิดว่าการทำแบบนี้อาจจะเพราะเขาต้องการทำให้ภาพลักษณ์ของตัวเองดีขึ้นต่อหน้าเธอ
และใครจะไปรู้ว่าการกระทำของเธอจะทำลายเขาลงไป
เธอนี้มันแย่มากจริงๆ!
แต่มันก็ยังมีสิ่งที่ดีอยู่ คือเธอจะอยู่ในเมืองจงยุนสักพักเพื่อถ่ายทำภาพยนตร์เรื่องใหม่ของเธอ ดังนั้นเธอจึงตัดสินใจที่จะช่วยเหลือเขาสักเล็กน้อยเพื่อให้เขาประสบความสำเร็จมากขึ้น
สวี่หนิงกงกำลังจะขอรายละเอียดเพิ่มเติม แต่ผู้จัดการของเธอที่อยู่ข้างหลังเธออดไม่ได้ที่จะเตือนเธอว่าพฤติกรรมของเธอในตอนนี้ผิดปกติมาก และตอนนี้มีผู้สื่อข่าวและแฟนๆจำนวนมากเข้าร่วม
อย่างไรก็ตามโน้ตได้ถูกเขียนเอาไว้แล้วในวันพรุ่งนี้ 7.00 น. ว่าเธอจะรอเขาที่หน้าโรงเรียนประถม
คงจะดีไม่น้อยหากคุณลุงคนนี้จะดูบันทึกนี้เพราะนั้นจะทำให้เย่ชิงนึกถึงเรื่องนี้ขึ้นมา
เฒ่าหลี่ได้รับลายเซ็นแล้วก็รีบวิ่งไปหาเย่ชิงทันที สำหรับโน้ตพับนั้นเขาไม่ได้ดูมัน มันเป็นเพียงลายเซ็นเท่านั้นตราบใดที่ยังมีลายเซ็นอยู่บนภาพ นั้นก็ถือว่าเขาทำภารกิจสำเร็จแล้ว
เย่ชิงเพิ่งทานอาหารเย็นกับโตวโตว เมื่อเฒ่าหลี่ตามมาทัน อีกฝ่ายบอกเขาอย่างตื่นเต้นว่าสวี่หนิงกงได้เซ็นลายเซ็นสองลายและหนึ่งในนั้นเป็นของเขา
“เจ้าเสี่ยวหู่จะกลับมาในวันพรุ่งนี้ตอนบ่าย นายก็ส่งพวกมันให้เขาด้วยก็แล้วกัน” เย่ชิงโบกมือบอกเฒ่าลี่ว่าเขากลับไปได้แล้ว
“ เอาจริงๆ อีกฝ่ายได้ลืมฉันไปแล้วด้วยซ้ำ” เย่ชิงได้ลบเพลงทั้งหมดของอีกฝ่ายไปแล้ว ดังนั้นมันจะมีอะไรจำเป็นสำหรับรายเซ็นพวกนี้อีก
“ ลุงหลี่ทำด้วยเจตนาที่ดีเท่านั้น พี่ใหญ่เย่ไม่ควรจะทำแบบนั้น” หลังจากดื่มไปเล็กน้อยหูของโตวโตวก็เป็นสีแดงแดงสดและน่ารักสุดๆ
ดูเวลาก็ดึกมากแล้ว โดยปกติในเวลานี้โตวโตวคงจะหลับไปแล้ว ดังนั้นเย่ชิงจึงเรียกพนักงานเสิร์ฟเพื่อเรียกเก็บเงิน
หลังจากขับรถส่งโตวโตวกลับไปแล้ว เย่ชิงก็ตีผ้าปูที่นอนทันทีเมื่อเขากลับมายังคงอกหักอยู่เล็กน้อย
การนอนเร็วหมายถึงการตื่นเช้า
วันรุ่งขึ้นเวลา 6:50 น. รถแลนด์โรเวอร์ออโรราที่นำเข้าได้หยุดอยู่หน้าประตูด้านหน้าของโรงเรียนประถมศึกษาจงหยุนเดิมของเย่ชิง
สวี่หนิงกงได้ยืนอยู่คนเดียวขณะที่เธอสวมแว่นกันแดดยืนรออยู่อย่างประหม่า
7:20 เย่ชิงเพิ่งล้างตัวและพร้อมที่ออกไปทำงาน แน่นอนว่าไม่ใช่การไปโรงเรียนเพื่อเก็บความทรงจำเก่า ๆ
เพราะเมื่อสักครู่ที่ผ่านมา ทางหน่วยงานได้โทรมาแจ้งว่าห้องปฏิบัติการของเขาทั้งสองแห่งได้รับการตรวจสอบแล้วและตอนนี้พวกเขายังขาดเพียงแค่ลายเซ็นของเขาเท่านั้นก็ถือเป็นอันเสน็จเรียบร้อย