หมอหญิงจ้าวดวงใจ - ตอนที่ 463 คลื่นก่อตัวโดยไม่มีลม (3)
ตอนที่ 463 คลื่นก่อตัวโดยไม่มีลม (3)
“ผู้มีอำนาจที่ต้องการว่าร้ายมีอยู่มากมาย ในหออาลักษณ์หลวงนั่งอยู่หลายสิบคน”
“ใต้เท้าเหยา…” เซียวหลินอยากบอกว่าเหยาหย่วนจือที่มีฐานะเป็นถึงอวี้สื่อต้าฟูฝ่ายขวาจะมียอมให้คนอยู่ใต้บัญชาการว่าร้ายได้อย่างไร ทว่ายังไม่ทันเอ่ยออกมาก็ถอนหายใจก่อนแล้ว ขุนนางที่อยู่หออาลักษณ์หลวงจะกล่าวหาใคร ก็ขึ้นอยู่กับพวกเขาว่าอยากกล่าวหาหรือไม่ ต่อให้พวกเขาเข้าใจผิด มากสุดก็แค่โดนฮ่องเต้ตวาดสองสามคำคงไม่มีความผิดอะไร แล้วยังได้รับชื่อเสียงอันน่ายกย่องว่าเป็นผู้คอยเตือนสติฮ่องเต้ และเป็นผู้ประเสริฐศรีที่ไม่ได้แปดเปื้อนมลทิลไปกับพวกที่มีอำนาจสูงส่ง ไม่ใช่เป็นเรื่องที่ยินดีทำเป็นอย่างยิ่งหรือ
เหยาเยี่ยนอวี่ยิ้มจางๆ “ทั้งสองท่านอย่าได้รู้สึกลำบากใจเลย อย่างมากข้าแค่ถอดชุดเครื่องแบบนี้แล้วกลับจวน ไม่ได้เป็นหมอหลวง ข้ายังมีฐานะเป็นฮูหยินชั้นเก๊ามิ่งอยู่ กลัวอะไรเล่า”
เซียวหลินส่ายหัวด้วยรอยยิ้ม “ปล่อยให้เป็นเช่นนั้นได้อย่างไร เจ้าถอดชุดเครื่องแบบนี้กลับไปเป็นฮูหยินในจวน แล้วอาการของปู่ข้าจะทำเช่นไร”
“ร่างกายของผู้เฒ่าเซียวดีขึ้นมากแล้ว เพียงต้องกินยาตามเวลา แล้วคอยบำรุงร่างกายก็พอแล้ว ในสองสามปีนี้ คงไม่มีอาการร้ายแรงอะไร” เหยาเยี่ยนอวี่พูดไปก็หันไปมองราชครูที่ปล่อยผมและหนวดขาวโพลนยุ่งเหยิงพลางนอนอยู่กับตั่งไม้แล้วถอนหายใจอีกครั้ง “ฝ่าบาทให้ข้ารักษาผู้เฒ่าเซียวให้หาย ข้ามีหน้าที่ดูแลทุกอย่าง ตอนนี้เกิดอุบัติเหตุในสำนักแพทย์ ข้าที่เป็นหมอผู้ดูแล ก็ยากที่จะปัดความรับผิดชอบอยู่แล้ว ไม่ว่าฝ่าบาทจะจัดการเรื่องนี้อย่างไร ข้าก็จะน้อมรับพระบัญชา”
เซียวหลินยังอยากพูดอะไรต่อ เหยาเยี่ยนอวี่ผายมือพลางพูด “ท่านโหวไม่ต้องมากความอะไรแล้ว ข้าค่อนข้างเหนื่อย อยากพักผ่อนแล้ว ท่านโหวอยู่เป็นเพื่อนผู้เฒ่าเซียวที่นี่เถอะเจ้าค่ะ” กล่าวจบ นางก็คารวะเซียวหลิน แล้วหันหลังจากไป
“จื่อรุ่น” ราชครูเซียวเรียกเซียวหลิน แล้วพูดอย่างไร้เรี่ยวแรง “คนอื่นจะพูดอะไร พวกเราห้ามปากพวกเขาไม่ได้ ทว่าสิ่งที่พวกเรา…ควรทำก็ต้องทำประเดี๋ยวนี้ เจ้าไปเข้าเฝ้าฝ่าบาท…ทูลเรื่องนี้ให้ชัดเจน หมอหลวงเหยาต้องคอยระมัดระวังตัวเพราะอาการของข้า…เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับนางเลย ฝ่าบาททรงพระปรีชา เจ้าเพียงแค่บอกไปตามความจริง สำหรับเรื่องนี้ควรจัดการอย่างไร ก็สุดแล้วแต่ฝ่าบาทจะทรงตัดสิน”
“ขอรับ ท่านปู่วางใจเถอะ หลานจะไปเดี๋ยวนี้” เซียวหลินพูดไป ก็หันไปมองจางฉางเป่ยพร้อมพูด “ใต้เท้าจางวางใจเถอะ ตระกูลเซียวของข้าต้องไม่ลืมบุญคุณครั้งนี้แน่นอน” พูดจบ เขาก็หมุนตัวเดินจากไป
กล่าวถึงตอนที่ราชครูเซียวหกล้ม องค์ชายหกและองค์ชายเจ็ดที่มาร่ำเรียนตำราก็ไม่ได้จากไปไหนก่อน แต่พวกเขารอดูชุ่ยเวยและชุ่ยผิงมุ่งหน้าไปช่วยราชครูเซียว หลังจากแน่นอนว่าราชครูแขนหักเท่านั้น ทว่ากลับไม่ได้เป็นอันตรายจนถึงแก่ความตาย ก็รู้สึกโล่งอกทันที
องค์ชายเจ็ดมีพระชันษาน้อย ตอนนั้นขันทีอาวุโสพากลับราชวังก่อน ส่วนองค์ชายหกอวิ๋นยิงก็อยู่ในสำนักแพทย์ตลอดเวลา
หลังจากเหยาเยี่ยนอวี่และเว่ยจางรีบเดินทางมาถึง ทุกคนต่างคอยเป็นห่วงเซียวตั้นเท่านั้น จึงไม่ได้สนใจในองค์ชายหก เพียงแต่เว่ยจางที่ถูกจางฉางเป่ยดูหมิ่นและถูกเหยาเยี่ยนอวี่ถลึงตามองอย่างไม่พอใจ เขาถึงได้บังเอิญเห็นองค์ชายหกที่อยู่ใต้ชายคาระเบียงตรงข้าม
อวิ๋นยิงพยักหน้าให้เว่ยจางไกลๆ เว่ยจางไม่บังอาจเสียมารยาท จึงคารวะให้อวิ๋นยิง อวิ๋นยิงค่อยๆ เดินผ่านสวนมาหาเว่ยจาง ก็เห็นขาของเขาห่อหุ้มด้วยผ้าตาข่ายขาว จึงเอ่ยถามด้วยความสงสัย “ครั้งนี้แม่ทัพเว่ยไปเมืองจิ่นกลับได้รับบาดเจ็บกระนั้นหรือ”
“พ่ะย่ะค่ะ ตอนตามหาตัวผู้สอดแนม ประสบอุบัติเหตุเล็กน้อย ทว่าไม่เป็นอะไรมาก เป็นเพียงแผลเล็กๆ เท่านั้น”
อวิ๋นยิงถามขึ้นผิวเผิน “ทุกอย่างราบรื่นดีหรือไม่”
“พ่ะย่ะค่ะ ฝ่ายตรงข้ามเจ้าเล่ห์เกินไป” เว่ยจางเพียงแค่พูดเท่านี้
“แม่ทัพเว่ยลำบากแล้ว” อวิ๋นยิงพูดไป ก็ถอนหายใจอีกครั้ง “เรื่องของราชครูเซียว ข้าจะทูลเสด็จพ่อตามความจริง ราชครูเดินไม่ระวังหกล้มเอง นี่ไม่ใช่ความผิดของเหยาฮูหยินเลย ข้าคิดว่าเสด็จพ่อคงไม่ถือโทษหรอก”
เว่ยจางยิ้มจางๆ แล้วพยักหน้า “ขอบคุณเตี้ยนเซี่ยหกพ่ะย่ะค่ะ”
อวิ๋นยิงเปรยด้วยเสียงเบา “ทว่าใต้เท้าจางกล่าวได้มีเหตุผล มีคนในราชสำนักจ้องจะหาเรื่องตระกูลเหยา และยิ่งอิจฉาที่แม่ทัพเว่ยมีอำนาจทางการทหาร คิดว่าครั้งนี้ต้องไม่ยอมหยุดแน่นอน แม่ทัพเว่ยคิดจะทำอย่างไร”
“เตี้ยนเซี่ยเพิ่งพูดว่าจะทูลฝ่าบาทตามความจริง” เว่ยจางแย้มยิ้มจางๆ พลางสบตาของอวิ๋นยิง พร้อมทั้งคารวะ “กระหม่อมคิดว่าฝ่าบาททรงมีพระราชหฤทัยที่ยุติธรรมพ่ะย่ะค่ะ”
อวิ๋นยิงก็ส่งยิ้มกลับไปให้เว่ยจาง พลางพยักหน้าเล็กน้อย “แม่ทัพเว่ยกล่าวได้ไม่ผิดแม้แต่น้อย”
ตอนบ่าย ซูอวี้เหิงและถังเซียวอี้ออกจากจวนติ้งโหวก็ไม่ได้กลับจวน ทว่ากลับมุ่งหน้ามายังสำนักแพทย์โดยตรง
ตอนนี้ เว่ยจางกำลังพักผ่อนอยู่ในเรือนของเหยาเยี่ยนอวี่ บนตั่งไม้สานปูด้วยหนังมิงค์หรูหรา แม่ทัพเว่ยเอนกายหลับตาอยู่เงียบๆ ตอนนี้เขาราวกับมิงค์ที่เกียจคร้านตัวหนึ่ง ส่วนเหยาเยี่ยนอวี่ก็กำลังพลิกอ่านตำรายาอยู่บนโต๊ะด้านข้าง สีหน้าดูนิ่งสงบดั่งผืนน้ำ ไม่ได้แตกต่างอะไรจากปกติ
“พี่สาว?” ซูอวี้เหิงเดินเข้ามาและขานเรียก แล้วมองเหยาเยี่ยนอวี่ด้วยความกังวลใจ
เหยาเยี่ยนอวี่เงยหน้ามองแล้วยิ้ม “เหตุใดถึงกลกับมาเร็วเช่นนี้”
“พี่สาว ข้าได้ข่าว…”
“ไม่เป็นไร” เหยาเยี่ยนอวี่ไม่รอให้นางพูดจบก็กุมมือนางไว้ “ต้องไม่เป็นไรอยู่แล้ว หากเจ้าเป็นห่วงข้าจริงๆ ก็กลับจวนไปดูแลเรือนแทนข้าก่อนเถอะ อย่าให้พวกบ่าวไพร่คิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยแล้วพูดจาเหลวไหลอะไร”
“อืม” ซูอวี้เหิงถูกสายตาอันนิ่งสงบของเหยาเยี่ยนอวี่มองจนต้องตอบตกลง พวกนางสองคนรู้จักกันมานานเช่นนี้ เหมือนยังไม่เคยเห็นเรื่องที่นางจัดการไม่ได้เลย ดังนั้นพยักหน้าแล้วตอบกลับ “พี่สาววางใจเถอะ”
ทางฝั่งถังเซียวอี้และเว่ยจางเพิยงแค่แลกเปลี่ยนสายตากัน แล้วก็พาซูอวี้เหิงกลับจวนแม่ทัพทันที
พอเห็นสองสามีภรรยาจากไป เว่ยจางมองเหยาเยี่ยนอวี่พริบตาเดียว แล้วพูดว่า “กระหายน้ำเหลือเกิน รบกวนฮูหยินสั่งให้คนมารินน้ำชาให้ข้าที”
เหยาเยี่ยนอวี่ถลึงตามองเขา แล้วลุกขึ้นเอาถ้วยชาตนเองส่งให้ เว่ยจางเงยหน้ามองชาในมือของฮูหยินพลางดื่มไปสองคำ แล้วเอนกายนอนลงเงียบๆ ต่อ
เหยาฮูหยินวางถ้วยชาไว้บนโต๊ะด้านข้างแล้วห่มผ้าให้แม่ทัพเว่ย มองคราบเลือดบนผ้าขาวของเขาพลางพึมพำ “ตอนนี้เจ้ากลายเป็นคุณชายเอาแต่ใจแล้วสิ? บอกให้เจ้ากลับจวนพักฟื้นตัวก็ไม่ยอมฟัง แล้วยังปล่อยให้ตัวเองได้รับบาดเจ็บอีก”
“ครั้งหน้าจะไม่กล้าทำอีกแล้ว ครั้งนี้ฮูหยินก็อภัยให้ข้าเถอะ” เว่ยจางกุมมือของนาง ทั้งสองทำสงครามเย็นไปครึ่งค่อนวันแล้ว แม้กระทั่งมื้อเที่ยงก็ยังไม่พูดคุยกันดีๆ เดิมทีภายในใจของเขารู้สึกขุ่นเคืองใจอย่างมาก ทว่าพอเห็นสองสามีภรรยาถังเซียวอี้เข้ากันเป็นปี่เป็นขลุ่ยเช่นนั้น แม่ทัพเว่ยก็ไม่อยากทำสงครามเย็นกับนางอีกต่อไป ฮูหยินทำท่าทางดุร้ายใส่ตนนั้นเป็นเพราะเป็นห่วงตน
“เจ้ายังอยากมีครั้งหน้าอีกหรือ” เหยาเยี่ยนอวี่ถลึงตามองเขา “ข้าบอกเจ้าแต่เนิ่นๆ แล้ว ตอนนี้เจ้าคือสามีของข้า ก็คือคนของข้า! ห้ามบาดเจ็บอีก! เข้าใจไหม”
เว่ยจางดึงมือฮูหยินพลางประกบริมฝีปากลงไปหนึ่งที พลางแสดงทีท่ารู้สำนึกผิด “ขอรับๆ ! ข้าไม่ดีเองที่ปกป้องฮูหยินตนเองไว้ไม่ได้”
“แค่พูดแล้วจะมีประโยชน์อะไร ทุกครั้งที่เจ้ามีเรื่อง ไม่รู้หรือว่าตนเองเป็นใคร!” เหยาเยี่ยนอวี่ปัดมือของเว่ยจางอย่างโกรธเคือง “เจ้ายังคิดว่าตนเองเป็นมนุษย์เหล็กหรือ!”
“อืม รู้แล้ว” เว่ยจางกุมมือนางอีกครั้ง “วันนี้เจ้าไม่ให้เกียรติข้าต่อหน้าคนมากมายเช่นนั้น…”