ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ - ตอนที่ 2803 เข้าไปในกับดักด้วยตนเอง
ร่างกายของเหมยเจี้ยนล้วนเต็มไปด้วยจิตสังหาร และกระบี่ยาวเล่มหนึ่งก็กวาดไปทางหูซื่อสี่อย่างไร้ความปรานี
นางกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เย็นชาว่า “ไอ้คนทรยศ ผู้นำเผ่าอยู่ที่ไหน”
“มีคนจะลอบสังหารผู้นำเผ่า คุ้มกัน!”
“ขวางนักฆ่าผู้นี้เอาไว้”
“นี่มันท่านเหมยเจี้ยน!”
เหมยเจี้ยนไม่ได้มาสถานที่แห่งนี้เพียงลำพัง แต่เมื่อเทียบกับลูกน้องของหูซื่อสี่แล้วถือว่ายังน้อยกว่ามากมายนัก
เหมยเจี้ยนเอ่ยปากว่า “คนอย่างเจ้า สมคบคิดกับเผ่าหมาป่า หาประโยชน์เข้าตนเอง วางแผนลอบทำร้ายท่านผู้นำเผ่า ถึงตายก็ยังไม่พอ คนอย่างเจ้าไม่มีคุณสมบัติที่จะกลายเป็นผู้นำของเผ่าจิ้งจอกหรอก ทุกท่านอย่าโดนใบหน้าที่จอมปลอมของเจ้านี่หลอกเอาได้”
เหมยเจี้ยนค่อย ๆ กล่าวออกมาทีละคำ แต่ทว่าสีหน้าคนของเผ่าจิ้งจอกที่กำลังดูพิธีการกลับไม่มีอารมณ์ใด ๆ และไม่มีความรู้สึกเลยแม้แต่น้อย นอกจากนี้ยังไม่มีความคิดที่จะช่วยเหมยเจี้ยนโจมตีหูซื่อสี่อีกด้วย
หูซื่อสี่กล่าวว่า “ท่านเหมยเจี้ยน คนที่อยู่ที่นี่ส่วนใหญ่ล้วนเป็นคนของข้า หากคิดจะกระตุ้นให้คนของข้าโจมตีข้า คาดว่าคงเป็นการกระทำที่เปล่าประโยชน์มากทีเดียว ข้าได้ประกาศการสืบทอดตำแหน่งผู้นำเผ่าแล้ว เดิมทีคิดว่าจะสามารถดึงดูดให้นายน้อยออกมาติดกับดักด้วยตนเองเสียหน่อย”
“แม้เขาจะรู้ว่าผู้นำเผ่าตายแล้วแต่ก็ยังไม่ยอมปรากฏตัว เขาคงไม่มีทางได้มองข้าแย่งตำแหน่งนายน้อยไปด้วยแววตาที่ตะลึงงันแล้วสินะ!”
นี่คือกับดักหรือ!
แม้จะรู้ว่าเป็นกับดัก แต่เหมยเจี้ยนที่มาถึงที่นี่ด้วยตนเองก็ไม่คิดเสียใจอยู่ดี เพราะเผ่าจิ้งจอกไม่สามารถมีผู้นำเผ่าเช่นนี้ได้อย่างไรล่ะ
“แต่ว่าท่านเหมยเจี้ยนมาก็ดีเช่นกัน เพราะหากจับท่านเอาไว้ ก็น่าจะสามารถถามที่อยู่ของนายน้อยไร้ประโยชน์ผู้นั้นได้” หูซื่อสี่กล่าว
“เจ้าฝันไปเถอะ!” เหมยเจี้ยนโจมตีอย่างดุเดือดกระบวนท่าแล้วกระบวนท่าเล่า
หูซื่อสี่เองก็มีผู้ช่วยเช่นกัน กรงเล็บอันแหลมคมของยอดฝีมือเผ่าหมาป่าหลายคน ได้ทำให้ลูกน้องที่นางพามาด้วยเหล่านั้นได้รับบาดเจ็บ
ฉัวะ ฉัวะ ฉัวะ!
นี่เป็นกับดักที่พวกเขาวางเอาไว้อย่างพิถีพิถัน ฉะนั้นเหมยเจี้ยนที่เข้ามาติดกับดักด้วยตนเองจึงไม่มีโอกาสชนะเลยแม้แต่น้อย
จูเชว่กล่าวว่า “ถึงผู้หญิงคนนี้จะคอยจับตาดูข้า หลังจากนั้นก็ทำตามคำสั่งของเจ้านายตนเองราวกับเครื่องจักร ที่ชอบโยนผู้หญิงมากมายมาไว้ตรงหน้าข้า จนข้ารู้สึกรำคาญนางมาก แต่นางก็เป็นคนที่ภักดีต่อผู้นำเผ่าเป็นพิเศษ ฉะนั้นจะปล่อยให้นางถูกเผ่าหมาป่าฆ่าไม่ได้”
“คนที่อยู่ที่นี่ล้วนเป็นคนทรยศของเผ่าจิ้งจอกและคนของเผ่าหมาป่า หากพวกเราสองคนออกไปก็อันตรายมากเช่นกัน ใช้กลยุทธ์จับโจรเอาหัวหน้าก่อนก็แล้วกัน” ตอนนี้ผู้นำของเผ่าหมาป่ายังไม่ปรากฏตัว ดังนั้นจึงเลือกที่จะจับหูซื่อสี่ที่น่าจะมีบทบาทอยู่บ้างไปแทน
“ลงมือได้!” เมื่อคำพูดของมู่เฉียนซีสิ้นสุดลง ทั้งสองก็พุ่งทะยานออกไปราวกับลูกศรที่พุ่งออกจากคันธนูก็มิปาน
มู่เฉียนซีใช้การเคลื่อนย้ายภายในชั่วพริบตาเพื่อเข้าใกล้หูซื่อสี่ และเมื่อเขาเห็นคนแปลกหน้าก็กล่าวขึ้นมาอย่างตื่นตกใจว่า “เจ้าเป็นใครกัน”
ความผันผวนของพลังวิญญาณธาตุวารีกระเพื่อมอยู่รอบตัวเขา และการโจมตีที่เย็นยะเยือกก็พุ่งเข้ามา ก่อนที่มันจะแช่แข็งขาของเขาเอาไว้
หลังจากนั้นเข็มยาที่เย็นเฉียบเล่มหนึ่ง ตามด้วยดาบโค้งสีแดงเลือดอีกเล่มหนึ่งได้กดลงไปที่ต้นคอของเขา
“อย่าขยับ!” คนที่อยู่ข้างหลังทั้งสองกล่าวอย่างเย็นชา
มู่เฉียนซีเอ่ยปากว่า “หยุดเดี๋ยวนี้ หากยังเคลื่อนไหวต่อไปละก็ เจ้าหมอนี่ไม่เพียงแต่หัวจะหลุดออกจากบ่าเท่านั้น แม้แต่วิญญาณของเขาก็จะถูกทำให้แหลกสลายไปด้วย”
“ท่านผู้นำเผ่า!” สีหน้าของคนทรยศของเผ่าจิ้งจอกเปลี่ยนไปอย่างมาก
และในตอนนี้สีหน้าของเหมยเจี้ยนก็น่าเกลียดยิ่งกว่าพวกเขาเสียอีก นางจำได้แล้วว่าคนผู้นี้คือใครกันแน่ เขาก็คือนายน้อยนั่นเอง!
เห็นได้ชัดว่านายน้อยอยู่ที่พระราชวังศักดิ์สิทธิ์หมื่นภูตอย่างปลอดภัย เหตุใดถึงวิ่งมาที่นี่ได้ล่ะ แม้แต่สวรรค์ยังรู้ว่าที่นี่อันตรายมากเพียงใด
เหมยเจี้ยนที่จิตใจว้าวุ่น ได้ลงมืออย่างรุนแรงมากขึ้นไปอีก
“อย่า! อย่าทำนะ!” แน่นอนว่าหูซื่อสี่ต้องกลัวตายอยู่แล้ว
ถึงคนของเผ่าจิ้งจอกจะเชื่อฟังเขา แต่ทว่าคนของเผ่าหมาป่ายังคงตามไล่ล่าเหมยเจี้ยน ซึ่งมันก็ทำให้มีเหงื่อผุดออกมาจากมือเขาทันที
“เผ่าหมาป่าไม่ยอมฟังข้า ข้าเองก็ไม่มีทางเลือกเช่นกัน พวกเจ้า…พวกเจ้าอย่าทำอะไรส่งเดช! หากว่าข้าตายไป พวกเขาจะต้องโจมตีอย่างโกรธเคือง และฆ่าพวกเจ้าจนไม่เหลือแม้แต่กระดูกเป็นแน่”
สิ่งสำคัญในตอนนี้ ก็คือการรอดูว่าความสามารถของเหมยเจี้ยนจะมีมากเกินพอที่จะสามารถเอาชนะคนของเผ่าหมาป่าได้หรือไม่
สถานการณ์ในตอนนี้ มันอันตรายมากจริง ๆ
พรวด!
และแล้วเหมยเจี้ยนก็ได้รับบาดเจ็บจนกระอักเลือดออกมา แม้ว่าจะหลีกเลี่ยงจุดสำคัญได้ แต่สีหน้าของนางก็ซีดเผือดมากอยู่ดี
ทันใดนั้นร่างสีขาวก็พุ่งทะยานออกมา และคว้าเหมยเจี้ยนเอาไว้ได้
ชายผู้นั้นถอนหายใจกล่าวว่า “ข้าจะบอกให้นะท่านเหมยเจี้ยน ข้าไม่เคยเจอคนป่วยคนไหนดื้อเท่านี้มาก่อนเลย”
“ปรมาจารย์หลาน!” คนที่มาก็คือปรมาจารย์หลานผู้เป็นนักปรุงยาอันดับหนึ่งของเผ่าจิ้งจอก
ก่อนหน้านี้ตอนที่เหมยเจี้ยนต่อสู้กับคนของเผ่าหมาป่าจนได้รับบาดเจ็บ ก็ได้รับการช่วยเหลือจากปรมาจารย์หลาน ถึงสามารถรักษาชีวิตเอาไว้ได้
แต่ทว่า หลังจากที่อาการบาดเจ็บของนางดีขึ้นเพียงเล็กน้อย เหมยเจี้ยนก็หนีออกมา จนตอนนี้เขาต้องมาตามจับคนป่วยกลับไป
“ปรมาจารย์หลาน เรื่องของทางนี้ ไม่ใช่สิ่งที่ท่านจะยื่นมือเข้ามายุ่งได้” หูซื่อสี่กล่าว
ปรมาจารย์หลานเป็นเพียงนักปรุงยาที่อ่อนแอคนหนึ่งเท่านั้น ซึ่งพลังในการต่อสู้ของเขาก็ไม่ได้แข็งแกร่งเลย
สำหรับนักปรุงยาที่โดดเด่นไม่ว่าจะเป็นเผ่าจิ้งจอกหรือเผ่าหมาป่า พวกเขาต่างก็ไม่อยากเปลืองแรงไปสังหารทั้งนั้น
ปรมาจารย์หลานกล่าวว่า “ท่านเหมยเจี้ยนคือคนไข้ของข้า หากว่าไม่ได้รับอนุญาตจากข้า ไม่ว่าพวกเจ้าจะเป็นกองทัพของเผ่าไหน ก็ไม่สามารถแตะต้องนางได้”
“ข้าดูแล้วปรมาจารย์หลานคงจะเป็นพวกที่ต้องรอให้เอากระบี่มาจ่ออยู่ตรงหน้าก่อนจึงจะยอมทำตามสินะ” หูซื่อสี่กล่าวอย่างเคร่งขรึม
สวบ!
ทันทีที่จูเชว่ออกแรงที่ดาบเล็กน้อย ก็มีรอยแผลปรากฏขึ้นมาบนคอของหูซื่อสี่ ซึ่งมันก็ทำให้เขาเจ็บปวดจนต้องกัดฟันเลยทีเดียว
“คำพูดของเจ้าจะมากเกินไปหน่อยแล้ว!”
“เจ้าจะบังอาจเกินไปแล้วนะ” หูซื่อสี่กล่าวด้วยความโกรธ
ไม่รู้ว่าเจ้าต่ำต้อยของเผ่าจิ้งจอกผู้นี้โผล่ออกมาจากที่ใดกันแน่ คิดไม่ถึงเลยว่าจะกล้าลงมือกับเขาเช่นนี้
“โจมตี! จับพวกเขาทั้งสองคนนี้เอาไว้” ทางด้านของเผ่าหมาป่าเริ่มลงมืออีกครั้ง
ถึงปรมาจารย์หลานจะดูเหมือนคนอ่อนแอ แต่ทันทีที่ลงมือกลับเกินความคาดหมายของทุกคนเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งความสามารถของเขาก็แข็งแกร่งยิ่งกว่าท่านเหมยเจี้ยนเสียอีก
ปัง ปัง ปัง!
คนของเผ่าหมาป่าถูกโจมตีจนลอยออกไปทีละคน และแน่นอนว่านี่เป็นการลงมือที่เหนือความคาดหมายเป็นอย่างยิ่ง
ท่านกลางความตกตลึงของฝูงชน ปรมาจารย์หลานก็จัดการคนของเผ่าหมาป่าไปได้หลายคนอย่างง่ายดาย
ด้วยเหตุนี้คนของเผ่าหมาป่าจึงไม่กล้าลงมือกับเขาอย่างหุนหันพลันแล่นอีกแล้ว คิดไม่ถึงเลยว่าเผ่าจิ้งจอกยังมีคนเช่นนี้อยู่ด้วย
หูซื่อสี่กล่าวว่า “ปรมาจารย์หลาน หากท่านอยู่ฝ่ายเดียวกับข้า ท่านจะได้รับประโยชน์จากข้ามากมายแน่นอน ฉะนั้นหยุดมันเสียตั้งแต่ตอนนี้ก็ยังไม่สายหรอกนะ”
“ข้าคือภูตจิ้งจอก ฉะนั้นข้าอยู่ฝ่ายเดียวกับเผ่าจิ้งจอกตลอดไป” ปรมาจารย์หลานกล่าวอย่างอ่อนโยน
“ตัวเจ้าเองยังไม่มีปัญญาจะปกป้อง ก็พูดให้มันน้อย ๆ ลงหน่อยเถอะ ยิ่งพูดมากเท่าไร ก็ยิ่งตายเร็วเท่านั้น” จูเชว่กล่าวด้วยน้ำเสียงที่เย็นชา
การปรากฏตัวของปรมาจารย์หลาน ได้จัดการวิกฤตของเหมยเจี้ยนไปแล้ว แต่ทว่ามันเป็นเพียงชั่วคราวเท่านั้น เพราะกำลังเสริมที่แข็งแกร่งกว่าของเผ่าหมาป่าได้มาถึงแล้ว
ซึ่งนั่นก็คือองค์ชายผู้เป็นรองผู้นำเผ่าของเผ่าหมาป่า หรือก็คือหลางเสี้ยวนั่นเอง
“ปรมาจารย์หลานซ่อนความสามารถไว้ลึกล้ำมากจริง ๆ! หากวันนี้ท่านไม่ได้ลงมือ ข้าคงไม่รู้ว่าภายในเผ่าจิ้งจอกยังมีคนเช่นนี้อยู่ด้วย ให้ข้าได้ประลองฝีมือท่านสักหน่อยเถิด”
พลังแห่งภูตของหลางเสี้ยวเต็มไปด้วยความดุร้ายของเผ่าหมาป่า ซึ่งมันก็เต็มไปด้วยความก้าวร้าว และกระบวนท่าที่รุนแรง แต่ความแข็งแกร่งของปรมาจารย์หลานไม่สามารถเทียบเคียงเขาได้เลย
“สิ่งที่เผ่าจิ้งจอกเชี่ยวชาญที่สุดก็คือทักษะมหาเสน่ห์สินะ! ปรมาจารย์หลานจะแสร้งทำเป็นวางมาดภูมิฐาน จนใช้แม้แต่ทักษะมหาเสน่ห์ก็ไม่ได้อย่างนั้นหรือ หากเป็นเช่นนี้ ท่านอาจจะแพ้เอาได้นะ”
ในเมื่อมีหลางเสี้ยวคอยตรึงปรมาจารย์หลานเอาไว้ มันจึงทำให้คนอื่นเริ่มโจมตีเหมยเจี้ยนที่ได้รับบาดเจ็บอยู่อีกครั้ง
หลางเสี้ยวเหลือบมองไปทางหูซื่อสี่ที่ถูกจับประตัวประกัน พลางกล่าวอย่างดูถูกว่า “ไร้ประโยชน์! ถูกคนอื่นควบคุมจนไม่สามารถออกแรงได้ เจ้ามีประโยชน์อะไรกัน”
ทันใดนั้น กลิ่นอายที่เย็นยะเยือกก็จู่โจมเข้ามา และสีหน้าของมู่เฉียนซีก็เปลี่ยนไปอย่างมาก “จูเชว่ ไปกันเถอะ!”
นางยอมแพ้ที่จะจับหูซื่อสี่เป็นตัวประกัน จากนั้นก็ย้อนกาลเวลาเพื่อฟื้นฟูพลัง ใช้การเคลื่อนย้ายภายในชั่วพริบตาลากจูเชว่ออกไป และพลังวิญญาณธาตุวารีก็ควบแน่นจนกลายเป็นน้ำแข็งอยู่ตรงหน้าพวกเขา
.