ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ - ตอนที่ 2773 พ่อบุญธรรมเป็นอย่างไรบ้าง
แต่ทว่ามู่เฉียนซีกลับสาดน้ำเย็นใส่จูเชว่ที่กำลังตื่นเต้นดีใจ “ความจริงแล้วเรื่องที่ข้ามาปรากฏตัวอยู่ตรงหน้าเจ้าเป็นเพียงแค่เรื่องบังเอิญเท่านั้น เจ้าอย่าได้คิดเองเออเองมากเกินไปนักจะได้หรือไม่”
“ความบังเอิญสามารถทำให้ซีซีมาปรากฏตัวอยู่ตรงหน้าข้า นั่นแสดงว่าพวกเรามีโชคชะตาที่พิเศษต่อกันอย่างนั้นสินะ!” ความตื่นเต้นของจูเชว่ยังคงไม่ลดลง
สุ่ยจิงอิ๋งบอกว่านางจะถูกส่งให้ไปอยู่ใกล้คนที่นางคุ้นเคย แต่คิดไม่ถึงเลยว่าที่แดนภูตนางจะมีคนที่คุ้นเคยอยู่ด้วยจริง ๆ ซึ่งคนผู้นั้นก็คือจูเชว่นั่นเอง
มู่เฉียนซีกล่าวถามว่า “หลังจากที่ข้าไปแดนนรกแล้ว สถานการณ์ของพ่อบุญธรรมของเจ้าเป็นอย่างไรบ้าง”
จำเป็นต้องบอกว่า ตอนนี้นางกับพ่อบุญธรรมของเขาหัวอกเดียวกันแล้วจริง ๆ
ตอนนี้นางเองก็ได้เข้าใจอย่างถ่องแท้แล้วว่าพลังประหลาดที่แข็งแกร่งจนไม่อาจลบล้างนั้นได้คืออะไร ซึ่งมันก็คือพลังแห่งทัณฑ์สวรรค์นั่นเอง!
เนื่องจากสวรรค์หวาดกลัวจิ่วเยี่ย และนางก็ได้ถอนคำสาปให้จิ่วเยี่ย ซึ่งทำให้จิ่วเยี่ยไม่ได้รับความทรมานอีกต่อไป
และนั่นก็ทำให้ความสามารถของเขาเปลี่ยนเป็นแข็งแกร่งขึ้น ซึ่งทำให้สวรรค์พิโรธเป็นอย่างมาก ดังนั้นนางจึงได้รับการลงโทษจากสวรรค์ ทำให้ภายในร่างกายมีพลังของทัณฑ์สวรรค์ พลังบำเพ็ญถูกทำลาย นอกจากนี้ยังทำแม้กระทั่งไม่ให้นางสามารถสัมผัสกับคนที่ตนเองรักอย่างสุดซึ้งได้อีกด้วย
ดังนั้นพ่อบุญธรรมของพวกเขาจะต้องทำบางสิ่งบางอย่างที่ทำให้สวรรค์พิโรธอย่างแน่นอน เพราะทุกสรรพสิ่งบนโลกใบนี้ส่วนใหญ่แล้วล้วนอยู่ภายใต้การควบคุมของสวรรค์ ซึ่งมีเพียงบางสิ่งเท่านั้นที่หลุดออกจากการควบคุมของสวรรค์ไปได้ และความพิโรธของมันก็ได้กลายเป็นความอับอายจนต้องใช้วิธีที่โหดร้ายเพื่อทรมานผู้คน
นางมั่นใจว่าเรื่องที่พ่อบุญธรรมของจูเชว่ได้ทำลงไปนั้น มีระดับความพิโรธของสวรรค์ไม่น้อยไปกว่าเรื่องที่นางได้ทำอย่างแน่นอน
จูเชว่กล่าวว่า “ด้วยความพยายามในการรักษาพ่อบุญธรรมของข้าอย่างเต็มที่ของซีซี ทำให้สถานการณ์ของเขาดีขึ้นมากแล้ว อย่างน้อยก่อนที่ข้าจะถูกจับกลับมาที่แดนภูต อาการของเขาก็ถือว่าค่อนข้างดีเลยทีเดียว! ดีกว่าตอนที่พวกเราเห็นเขาเมื่อหลายปีก่อนมากมายนัก นอกจากนี้หลังจากที่อารองของเจ้ามาหา อารมณ์ของพ่อบุญธรรมก็ดีขึ้นทุกวันเลยด้วย”
“อารองไปหาข้าอย่างนั้นหรือ” มู่เฉียนซีคิดว่าเพราะอาการของจิ่วเยี่ยอยู่ในขั้นวิกฤติ นางจึงรีบออกมา ฉะนั้นอารองจะต้องโกธรและเป็นห่วงมากอย่างแน่นอน!
“ใช่! เขารู้จักกับพ่อบุญธรรมมาก่อน ทั้งสองคนมีความสัมพันธ์ที่ดีมากเลยทีเดียว!”
“ข้าเองก็คาดหวังให้เป็นเช่นนั้นเหมือนกัน!” หากพวกเขารู้จักท่านพ่อของนาง แน่นอนว่าก็ต้องรู้จักอารองด้วยเช่นกัน
เมื่อรู้ว่าเขาไม่เป็นอะไรมู่เฉียนซีก็วางใจ หากนางสามารถได้รับพลังของต้นกำเนิดสามโลกาแล้ว และสามารถจัดการกับปัญหาทางร่างกายของนางได้ บางทีอาจจะสามารถช่วยเหลือเขาได้เช่นกัน เมื่อกำจัดพลังของทัณฑ์สวรรค์ภายในร่างกายของเขาได้แล้ว มันก็จะทำให้เขาฟื้นตัวกลับมาแข็งแรงได้อย่างสมบูรณ์
คนที่ทรงพลังเช่นนี้ ไม่ควรมีร่างกายที่ไม่แข็งแรงและถูกทำให้เจ็บป่วยทรมานเพราะแผนการของคนทรยศหรือเพราะการลงทัณฑ์จากสวรรค์เลย
“เรื่องที่ข้าต้องการถามก็ถามหมดแล้ว เช่นนั้นจูเชว่ เจ้าอยากจะอธิบายกับข้าหน่อยหรือไม่ ว่าเพราะเหตุใดเจ้าถึงได้มาอยู่ที่แดนภูตเช่นนี้” มู่เฉียนซีกล่าวถาม
“ความจริงแล้วเรื่องนี้เมื่อพูดไปแล้วก็ถือว่าซับซ้อนมากเลยทีเดียว หากซีซีต้องการรู้ข้าก็จะอธิบายทุกอย่างให้ฟังอย่างละเอียด และข้าก็อยากให้ซีซีที่แข็งแกร่งช่วยเหลือข้าที่น่าสงสารด้วย” จูเชว่กล่าวอย่างน่าสงสาร
หลังจากที่นางจากไปแล้ว แน่นอนว่าจูเชว่ก็ยังคงปฏิบัติตามความปรารถนาของพ่อบุญธรรมต่อไป ซึ่งเขาก็กำลังพัฒนากองกำลังแต่ละฝ่าย เพื่อต่อต้านราชวงศ์ตงหวง
จูเชว่เองพยายามทำงานอย่างหนักมาเป็นเวลาครึ่งปี และรีบทำภารกิจให้เสร็จโดยเร็วเพื่อไปหานาง
อย่างไรเสียเขาก็ไม่ได้อยากแย่งชิงตำแหน่งอันดับหนึ่งอยู่แล้ว เพราะอัตราการชนะของไป๋เจ๋ออยู่ในระดับสูงสุด แน่นอนว่าไป๋หู่ก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าเขาเช่นกัน
แต่ผลปรากฏว่ายังไม่ทันที่เขาจะหนีไปไหนได้ เขากลับถูกคนของเผ่าจิ้งจอกมาหาถึงที่ และคนเหล่านั้นก็บอกกับเขาว่า เขาคือลูกที่เร่ร่อนอยู่ข้างนอกของผู้นำเผ่าจิ้งจอกแห่งแดนภูต
และถึงแม้ว่าเขาจะพยายามต่อต้าน แต่เขาก็ถูกพากลับมาที่แดนภูต ซึ่งมันก็คือเขตแดนที่เผ่าจิ้งจอกอาศัยอยู่
ซึ่งการพิสูจน์ข้อเท็จจริงก็ได้ชี้ชัดว่า เขาก็คือลูกชายของผู้นำเผ่าจิ้งจอกจริง ๆ และเขาก็มีชื่อว่าเหยียน ในตอนแรกที่พ่อบุญธรรมรับเขามาเลี้ยง เพราะบนตัวเขามีจี้หยกสีแดงเลือดอยู่อันหนึ่ง ซึ่งข้างบนนั้นก็มีตัวอักษรที่เขียนคำว่าเหยียนเอาไว้ด้วย
หลังจากตรวจสอบสายเลือดของเผ่าจิ้งจอกแล้ว ก็ค้นพบว่าสายเลือดของเขานั้นบริสุทธิ์ อีกทั้งยังแข็งแกร่งกว่าท่านแม่ของเขาที่เป็นผู้นำเผ่าเสียอีก ซึ่งนี่ก็ทำให้คนของทั่วทั้งเผ่าจิ้งจอกต่างเหลือเชื่อเป็นอย่างมาก
เพราะตัวเขานั้นไม่ใช่เผ่าจิ้งจอกเลือดบริสุทธิ์ แต่มีสายเลือดของมนุษย์อยู่อีกครึ่งหนึ่งด้วย
ด้วยสายเลือดที่แข็งแกร่ง ทำให้เขาได้รับความสนใจจากทั่วทั้งเผ่าจิ้งจอก
เขาใช้ชีวิตอย่างสุขสบายอยู่ในเผ่าจิ้งจอก และไม่ต้องทำอะไรทั้งนั้น ขอแค่ฝึกฝนเพียงอย่างเดียวก็พอแล้ว
แต่ทว่าเขาไม่อยากใช้ชีวิตเป็นนายน้อยของเผ่าจิ้งจอกอีกแล้ว เขาชอบชีวิตก่อนหน้านี้มากกว่า เขาชอบที่จะต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่ไปกับกลุ่มพี่น้องของเขา และได้เติบโตภายใต้คำชี้แนะจากพ่อบุญธรรมของเขาด้วย
แม้ว่าต้องเผชิญหน้ากับยักษ์ใหญ่อย่างราชวงศ์ตงหวง จนสามารถได้รับอันตรายถึงชีวิตตลอดเวลา เขาก็ยังคงชอบอยู่ดี
นอกจากนี้เขายังอยากไปที่แดนนรกเพื่อตามหาหญิงสาวที่ตนเองชอบอีกด้วย!
เพราะเขาไม่อยากอยู่ที่นี่ ดังนั้นเขาจึงลองหลบหนีอยู่หลายครั้ง และทุกครั้งยังไม่ทันที่จะได้ก้าวออกไปจากอาณาเขตของเผ่าจิ้งจอก ก็ต้องโดนจับกลับมาแล้ว ซึ่งหลังจากนั้นเผ่าจิ้งจอกก็เฝ้าเขาอย่างเข้มงวดมากขึ้นเรื่อย ๆ
เมื่อมู่เฉียนซีได้ฟังก็รู้สึกโมโหเป็นอย่างมาก “นี่คือวิธีการที่พวกเขาใช้ปฏิบัติต่อนายน้อยอย่างนั้นหรือ นี่พวกเขาทำเหมือนกับว่าเจ้าเป็นนักโทษเลยมิใช่หรืออย่างไร”
จูเชว่กล่าวว่า “ใช่ไหมล่ะ ข้าเองก็เคยต่อต้านมาแล้ว พวกเขาก็เอาแต่บอกว่าทำเพื่อข้า! ทำเพื่อข้าทั้งนั้น เพราะข้าคือสายเลือดบริสุทธิ์ ไม่ว่าอย่างไรพวกเขาก็ไม่สามารถปล่อยข้าเป็นอันตรายได้แม้แต่น้อย ดังนั้น…”
“แต่ว่าตอนนี้พวกเขาทำกับข้าเกินไปแล้ว เพราะอัตราการเกิดของทั่วทั้งเผ่าจิ้งจอกน้อยลงเรื่อย ๆ ดังนั้นพวกเขาจึงหวังว่าข้าจะสามารถให้กำเนิดสายเลือดของเผ่าจิ้งจอกที่บริสุทธิ์เหมือนกับข้าได้ ฉะนั้นจึงบีบให้ข้าแต่งงานกับหญิงสาวเหล่านั้น และต้องการให้พวกนางกำเนิดทายาทให้ข้า นี่มันทำให้ข้าจะเป็นบ้าอยู่แล้ว ไม่ว่าอย่างไรข้าก็อยู่ในสถานที่แบบนี้ไม่ได้แน่” และจูเชว่ก็เผยท่าทางที่บ้าคลั่งออกมา
เขาเป็นเด็กกำพร้ามาตั้งแต่น้อย และเพราะความงดงามของเขาจึงต้องเผชิญกับการถูกรังแกและคว่ำบาตรมาแล้วมากมาย
เป็นพ่อบุญธรรมที่พาเขาไป และทำให้เขามีความสามารถในการป้องกันไม่ให้ตนเองถูกรังแกได้อีก
บางครั้งที่เห็นคนอื่นอยู่กันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา เขาเองก็นึกถึงญาติที่มีสายเลือดเดียวกันกับตนเองเช่นกัน
แม้ว่าเขายิ่งมีอายุมากขึ้นเท่าไร ความรู้สึกเช่นนี้ก็เริ่มจืดจางมากขึ้นเท่านั้น แต่ภายในใจก็ยังคงมีความคิดเหล่านี้อยู่บ้างเช่นกัน
เขาไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่า ทันทีที่เขาถูกญาติค้นพบ นอกจากจะได้เห็นมารดาที่เหมือนกับเขาราวกับสลักออกมาเหมือนกันทุกประการแล้ว แต่เขากลับไม่มีความยินดีอยู่เลย จะมีก็แต่ความตกใจเท่านั้น!
เขาถูกลิดรอนอิสรภาพ ถูกบีบให้แต่งงานกับหญิงสาวที่ไม่ได้ชื่นชอบ ถูกบังคับให้แบกรับหน้าที่ความรับผิดชอบทุกอย่างของเผ่าจิ้งจอก นอกจากนี้ยังไม่เคยมีผู้ใดถามความยินยอมของเขาเลยด้วย
มู่เฉียนซีเองก็รู้สึกเช่นกันว่าจูเชว่ได้รับความเสียใจมากมายแค่ไหนเมื่ออยู่ที่นี่ โชคดีจริง ๆ ที่สุ่ยจิงอิ๋งส่งนางมาที่นี่
หากว่าเผ่าจิ้งจอกยังคงบีบบังคับโดยไม่คำนึงถึงความปรารถนาของจูเชว่ ก็ไม่รู้ว่าเขาจะทำเรื่องที่สุดโต่งอะไรออกมาได้บ้าง
“ซีซี แล้วเจ้ามาที่แดนภูตทำไมล่ะ! อ๋องจิ่วเยี่ยปฏิบัติต่อเจ้าไม่ดีอย่างนั้นหรือ เขารังแกเจ้าหรือไม่” เมื่อเห็นว่ามู่เฉียนซีห่วงใยเขา ภายในใจของจูเชว่ก็ตื่นเต้นขึ้นมาทันที ดังนั้นเขาจึงได้ถามสถานการณ์ของนางขึ้นมาเช่นกัน
ว่ากันตามเหตุผลแล้วตอนนี้ซีซีต้องอยู่ที่แดนนรก และเป็นพระชายาแห่งแดนนรกที่เรียกฟ้าเรียกฝนได้ถึงจะถูก
เขาเองก็รู้เรื่องที่หอหมอปีศาจได้รับการพัฒนาไปในแต่ละดินแดนแล้ว ฉะนั้นเขาจึงมั่นใจว่าชีวิตในแดนนรกของซีซีต้องไม่เลวแน่นอน
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “ตอนที่ข้าอยู่แดนนรกเกิดเรื่องบางอย่างขึ้น จึงจำเป็นต้องไปสามดินแดนเพื่อหาของบางอย่าง ข้าออกมาจากแดนนรกมาได้ระยะหนึ่งแล้ว และเพิ่งออกจากแดนวิญญาณและมาที่แดนภูตแห่งนี้”
ตอนนี้จูเชว่รู้สึกว่าการที่ตนเองถูกจับมาที่แดนภูตก็ไม่ใช่เรื่องที่เลวร้ายเท่าไร อย่างน้องก็สามารถเจอซีซีได้
มิเช่นนั้นหากเขาตามไปที่แดนนรก ไม่เพียงแต่ต้องได้รับแรงกดดันอันน่าสะพรึงกลัวของผู้ชายคนนั้นแล้ว ยังไม่ได้เจอกับซีซีอีกด้วย
“ซีซีต้องการจะหาสิ่งใด ข้าสามารถช่วยเจ้าได้! ถึงข้าจะถูกจำกัดอิสรภาพ แต่อย่างน้อยข้าก็เป็นถึงนายน้อยของเผ่าจิ้งจอกเชียวนะ!” จูเชว่กล่าว
.