ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ - ตอนที่ 2754 เค้นถามความจริง
โยวเยี่ยจุนกล่าวว่า “อาศัยแค่ค่ายกลของตระกูลเฟิ่งของเจ้า ไม่มีทางทำให้ข้าตายได้แน่นอน!”
“แค่ก แค่ก แค่ก!” องค์จักรพรรดินีถูกโยวเยี่ยจุนบีบคอและจับยกขึ้น จากนั้นก็โยนนางออกไป!
“อวู่ซวง เจ้าระวังตัวด้วย!”
“ท่านมังกรวารี ได้โปรดปกป้องอวู่ซวงด้วย ข้าทำได้เพียงป้องกันผู้หญิงคนนี้เท่านั้น! นางคือผู้หญิงของข้า ฉะนั้นข้าจะต้องจัดการนางด้วยตัวข้าเองเท่านั้น!”
“มังกรร้าย กั๋วเอ๋อร์น้อย กลับมา! มังกรวารีเจ้าก็กลับไปด้วย ที่นี่ไว้เป็นหน้าที่ข้าเอง!”
“ขอรับ!”
โยวเยี่ยจุนรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อยที่มังกรวารีเลือกที่จะกลับเข้าไปในมิติพันธสัญญาในเวลาเช่นนี้ ส่วนมู่เฉียนซีก็คว้ามือของมู่อวู่ซวงเอาไว้พลางกล่าวว่า “อาเล็ก ข้าบอกแล้วว่าไม่เป็นอะไร! ท่านแค่เตรียมตัวรออยู่ที่พระราชวังก็พอแล้ว เหตุใดถึงต้องออกมาถึงที่นี่ด้วยล่ะเจ้าคะ”
“นี่เรียกว่าไม่เป็นอะไรอย่างนั้นหรือ?” มู่อวู่ซวงขมวดคิ้วมุ่น
โยวเยี่ยจุนกล่าวว่า “มู่เฉียนซี นี่เจ้ากำลังทำอะไรน่ะ มหาวัตถุศักดิ์สิทธิ์เทพป้องกันของเจ้าไม่สามารถขวางมันเอาไว้ได้แน่นอน ให้ท่านมังกรวารีลงมือจะไม่ปลอดภัยกว่าหรือ! พรุ่งนี้อวู่ซวงจะต้องกลายเป็นองค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณ จะให้เกิดความเสียหายใด ๆ ไม่ได้เป็นอันขาด”
มู่เฉียนซีจ้องมองไปที่โยวเยี่ยจุน ดูเหมือนว่าโยวเยี่ยจุนกลัวว่าจะเกิดเรื่องกับอาเล็กมากเป็นพิเศษ นี่เขาต้องการจะใช้อาเล็กทำอะไรกันแน่
ความกังวลเช่นนี้ ไม่ใช่ความกังวลเกี่ยวกับผู้สืบทอดแล้ว อีกทั้งยังไม่ใช่ความกังวลในตัวลูกชายของตนเองอีกด้วย
องค์จักรพรรดินีรู้สึกตกใจเล็กน้อย ก่อนหน้านี้นางคิดว่าตนเองได้ยินผิด แต่ตอนนี้นางได้ยินองค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณเรียกคนที่ทำร้ายนางเมื่อครู่นี้ว่านายท่านอย่างชัดเจน เขาเรียกนายท่านมังกรวารีอย่างนั้นหรือ!
คิดไม่ถึงเลยว่าจะทำให้เจ้าครองแดนวิญญาณ ใช้คำเรียกอย่างให้เกียรติเช่นนี้ได้ ชายในชุดสีฟ้าผู้นั้นคือใครกันแน่
เขาเป็นคนที่มีสถานะสูงส่ง ทั้งยังเป็นชายที่ค่ายกลของพวกเขาไม่สามารถจัดการได้อีกด้วย
หากรู้ว่าชายผู้นั้นมีความแข็งแกร่งถึงขนาดนี้ตั้งแต่แรก นางคงไม่มีความคิดที่จะจัดการมู่เฉียนซีแน่นอน
ตูมมม!
มีเสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหวออกมา ซึ่งเสียงระเบิดนั้นก็น่าสะพรึงกลัวเป็นอย่างยิ่ง
นี่คือสิ่งที่ตระกูลเฟิ่งเลือกใช้ในการกำจัดศัตรูภายนอกให้พินาศร่วมกันเมื่อสมัยโบราณ
แต่ค่ายกลนี้ในเวลานี้ กลับใช้เพื่อทำลายร่างกายขององค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณแห่งแดนวิญญาณเสียได้!
พรวดด!
ถึงองค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณจะไม่ได้ถูกพลังระเบิดตนเองฆ่าตาย แต่กลับถูกพลังที่แข็งแกร่งโจมตีจนลอยกระเด็นออกไป และกระอักเลือดออกมา นอกจากนี้เลือดลมก็ยังไหลย้อนกลับอีกด้วย ซึ่งมันก็ทำให้รู้สึกไม่ดีเลยจริง ๆ
พรวด พรวด พรวด!
แม้ว่าองค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณจะรักษาชีวิตขององค์จักรพรรดินีเอาไว้ แต่ตัวนางเองก็ได้รับบาดเจ็บสาหัสยิ่งกว่าโยวเยี่ยจุนเสียอีก
เพราะนางถูกโยวเยี่ยจุนลากให้ไปรับเคราะห์ ด้วยการให้ขวางแรงระเบิดส่วนใหญ่เอาไว้แทนเขานั่นเอง
เลือดของนางไหลทะลักออกมาอย่างรุนแรง จนทำให้เสื้อผ้าขององค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณเต็มไปด้วยเลือด
องค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณขมวดคิ้วมุ่น นี่มันจะสกปรกมากเกินไปแล้ว! มันทำให้เขาอยากที่จะโยนผู้หญิงคนนี้ออกไปในอากาศจริง ๆ
แม้ว่านางจะเป็นองค์จักรพรรดินีของเขา แต่ความสามารถของนางถูกทำลายไปแล้ว และตอนนี้นางก็เป็นเพียงผู้หญิงที่ไร้ประโยชน์คนหนึ่งเท่านั้น!
มู่อวู่ซวงไม่เป็นอะไรใช่หรือไม่! องค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณรู้สึกตกใจมาก
ในตอนที่ฝุ่นผงทั้งหมดกระจายหายไป องค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณก็ค้นพบว่ามู่อวู่ซวงและมู่เฉียนซียืนอยู่กลางอากาศโดยที่ไม่ได้รับอันตรายใด ๆ
และดูเหมือนว่าทั้งสองคนนั้นจะไม่ได้รับบาดเจ็บเลยแม้แต่น้อย อีกทั้งบนเสื้อผ้าของพวกเขายังไม่มีแม้แต่ร่องรอยของฝุ่นผงเลยด้วยซ้ำ
นอกจากพวกเขาทั้งสี่คนแล้ว คนของตระกูลเฟิ่งเหล่านั้นล้วนตายกันจนหมดสิ้น
โยวเยี่ยจุนกล่าวว่า “อวู่ซวง ดีจริง ๆ ที่เจ้าไม่เป็นอะไร”
แววตาของมู่อวู่ซวงจ้องมองไปที่องค์จักรพรรดินีแห่งแดนวิญญาณ โดยไม่มีร่องรอยของความอบอุ่นเลยแม้แต่น้อย ผู้หญิงคนนี้สร้างกับดักเช่นนี้ออกมาเพื่อจัดการซีเอ๋อร์ ช่างรนหาที่ตายนัก!
“ข้าต้องการจัดการผู้หญิงคนนี้!”
“นางคือองค์จักรพรรดินีของข้า ข้าสามารถจัดการนางด้วยตนเองได้! ข้าจะเป็นคนอธิบายให้เจ้าฟังเอง เป็นอย่างไร” แม้ว่าองค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณจะเป็นคนที่ไร้มโนธรรม แต่เขาจะมอบผู้หญิงของตนเองให้คนอื่นจัดการได้อย่างไร เพราะมันน่าอับอายเกินไปน่ะสิ
“หากไม่ว่าอย่างไรข้าก็ไม่อยากปล่อยนางไปล่ะ” มู่อวู่ซวงกล่าวอย่างหนักแน่น
“อวู่ซวง พรุ่งนี้เจ้าก็เป็นคนที่จะต้องกลายเป็นองค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณแล้ว ก็แค่ผู้หญิงคนเดียว เป็นเพียงแค่เรื่องเล็ก ๆ เท่านั้นเอง เจ้าไม่ต้องใส่ใจนักหรอก!” โยวเยี่ยจุนกล่าวอย่างเรียบเฉย
“หากเกี่ยวกับเรื่องความปลอดภัยของซีเอ๋อร์ มันไม่ใช่แค่เรื่องเล็กน้อยพ่ะย่ะค่ะ” มู่อวู่ซวงกล่าวตอบ
“ความจริงแล้ว! พวกเราแค่มีบางเรื่องอยากจะถามองค์จักรพรรดินีสักหน่อย หากถามองค์จักรพรรดินีเสร็จแล้ว ก็จะมอบให้องค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณเป็นผู้จัดการ ได้หรือไม่” มู่เฉียนซีกล่าวกับองค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณ
นางเองก็ไม่ได้ต้องการชีวิตขององค์จักรพรรดินีเช่นกัน อย่างไรเสียองค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณก็ไม่ใช่ผู้ชายที่ดีอะไร การที่องค์จักรพรรดินีไปตกอยู่ในมือของเขาก็ถือว่ามีจุดจบที่ไม่ดีนักหรอก!
“อื้ม! หากต้องการถามเรื่องบางอย่าง เช่นนั้นก็ไม่มีปัญหาหรอก!” องค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณกล่าวอย่างใจเย็น
“องค์จักรพรรดิพระองค์จะอยู่ฟังด้วยก็ได้นะเพคะ!”
“อืม!”
หลังจากที่พวกมู่เฉียนซีจากไปแล้ว โยวเยี่ยจี๋ก็จ้องมองไปที่แผ่นหลังของพวกเขาพลางกล่าวด้วยเสียงทุ้มต่ำว่า “พลังในการป้องกันของมู่เฉียนซีแข็งแกร่งจริง ๆ ขนาดพลังเช่นนี้ก็ยังสามารถสกัดกั้นเอาไว้ได้!”
“ไม่ต้องห่วงหรอก พวกเราสามารถจัดการได้!” คนที่อยู่ข้างเขากล่าวด้วยความมั่นใจเป็นอย่างยิ่ง
“ทุกอย่างจะเกิดขึ้นในวันพรุ่งนี้!” โยวเยี่ยจี๋กล่าวประโยคนี้ออกมาด้วยเสียงทุ้มต่ำ
เรื่องที่มู่เฉียนซีอยากจะถาม แน่นอนว่าต้องเกี่ยวกับเรื่องของมารดาแท้ ๆ ของอาเล็กอยู่แล้ว แต่ทว่าองค์จักรพรรดินีกลับเป็นคนที่ดื้อรั้นเป็นอย่างยิ่ง “ฮ่า ฮ่า ฮ่า! ข้าไม่บอก ข้าไม่อยากพูด อย่างไรเสียข้าก็ต้องตายอยู่แล้ว ฉะนั้นให้ข้าเก็บความลับนี้เอาไว้จนตายเถอะ พวกเจ้าก็จะไม่รู้เรื่องนี้ตลอดไป ไม่มีทาง…”
“นางสารเลวนี่! ข้าบอกให้เจ้าพูด เจ้าบอกข้ามาเดี๋ยวนี้! คิดไม่ถึงเลยว่าจะกล้าฝ่าฝืนคำสั่งขององค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณ!” โยวเยี่ยจุนกล่าวอย่างดุดัน
องค์จักรพรรดินีกล่าวว่า “อย่างไรเสียข้าก็ต้องตาย จะพูดหรือไม่พูดก็มีค่าเท่ากัน! ท่านไม่เคยเห็นว่าข้าเป็นภรรยาของท่านเลย และทำเหมือนว่าข้าเป็นเพียงเครื่องมือในการให้กำเนิดลูกชายที่โดดเด่นให้กับท่านเท่านั้น มันผ่านไปเช่นนี้วันแล้ววันเล่า และเมื่อไรที่ท่านหาเครื่องมือที่ยอดเยี่ยมมากกว่าได้ มันก็ยิ่งทำให้ท่านละเลยข้ามากยิ่งขึ้นไปอีก”
“ทำไมล่ะ มันเป็นเพราะว่าท่านคือองค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณหรือ ถึงได้ไม่ปฏิบัติต่อข้าเหมือนผู้หญิง! ข้าเกลียดชังนัก! ที่ข้าสามารถฝึกฝนมาจนถึงขนาดนี้ได้ นั่นก็เป็นเพราะว่าข้าเกลียดชังท่าน!”
“เจ้า…เจ้านี่มันดีจริง ๆ!” เมื่อเผชิญหน้ากับความเกลียดชังขององค์จักรพรรดินี องค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณก็รู้สึกโกรธผู้หญิงที่ไม่ยอมเชื่อฟังคนนี้จริง ๆ
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “องค์จักรพรรดินี ท่านน่าจะรู้ว่าข้าคือนักปรุงยาใช่หรือไม่! ดังนั้นข้าสามารถวางยาพิษได้เช่นกัน ถึงตอนนี้ท่านจะไม่พูด แต่ท่านจะต้องพูดแน่นอน ข้ามั่นใจว่าอีกเดี๋ยวท่านจะต้องพูดแน่”
เมื่อเกิดมาเป็นคุณหนูใหญ่ของตระกูลเฟิ่ง หลังจากนั้นก็กลายมาเป็นองค์จักรพรรดินีแห่งแดนวิญญาณ จึงทำให้นางไม่เคยต้องทนทุกข์ทรมานอะไรเลย ฉะนั้นมู่เฉียนซีแค่วางยาพิษเพียงไม่กี่ชนิดบนตัวของนาง ก็ทำให้ความเข้มแข็งที่เคยมีก่อนหน้านี้มลายหายไปจนสิ้น
ทั่วทั้งร่างของนางเย็นยะเยือกเพราะความเปียกชุ่ม พลางกล่าวด้วยเสียงที่แหบแห้งว่า “ข้าพูด ข้าพูดแล้ว!”
องค์จักรพรรดินีพูดเรื่องทั้งหมดออกมา ซึ่งมันก็แตกต่างจากที่เฟิ่งเสี่ยวเยี่ยนเล่าในตอนแรกอย่างสิ้นเชิง
หลังจากที่ตั้งครรภ์มู่อวู่ซวงในตอนแรก นางเองก็ต้องการให้เด็กเกิดออกมาอย่างแข็งแรงเช่นกัน แม้ว่านางจะแต่งงานกับชายที่ไม่ได้ชอบก็ตาม
แต่เป็นเพราะความหึงหวงขององค์จักรพรรดินี นางจึงจงใจวางแผนกับมารดาแท้ ๆ ของมู่อวู่ซวง และสุดท้ายก็บีบจนนางต้องจนตรอก
แต่ด้วยความเป็นแม่ ทำให้นางสามารถคลอดลูกได้ด้วยทักษะนี้ แต่กลับถูกองค์จักรพรรดินีวางยาพิษ
นางได้ใช้พลังเฮือกสุดท้ายในการสละมหาวัตถุศักดิ์สิทธิ์เทพมิติหายากชิ้นหนึ่ง เพื่อส่งมู่อวู่ซวงไปยังดินแดนอื่น ทำให้องค์จักรพรรดินีไม่สามารถไล่ตามไปทำร้ายเขาได้
และสถานที่ที่นางส่งไปก็คือแดนซวนเทียนนั่นเอง ซึ่งมันก็ทำให้เขาได้เจอกับท่านปู่และท่านย่าพอดี
หากเด็กน้อยแรกเกิดเช่นนั้น ไม่เจอกับคนที่สามารถช่วยเหลือเขาได้ เช่นนั้นอาเล็กคง…
มู่เฉียนซีกุมมือของมู่อวู่ซวงเอาไว้แน่น นางกล่าวอย่างเย็นชาว่า “ยอดเยี่ยมมาก! ที่แท้เจ้าก็เป็นคนวางยาพิษอาเล็กนี่เอง”
.
.