I’M THE BOSS ลูกพี่หุ่นเทวะ - ตอนที่ 595 แตกหัก! (1)
หลี่ซื่ออวี๋ตั้งใจตรวจสอบดูรอบหนึ่งก่อนถึงค่อยปิดหน้าจอเวชระเบียนแล้วประกาศว่า “พันโทเมิ่ง ยินดีด้วยนะครับ คุณออกจากโรงพยาบาลได้แล้ว รอเดี๋ยวนะครับ ผมจะสั่งยาบำรุงบางตัวที่ผมทำขึ้นเป็นพิเศษให้ ขอเพียงดื่มต่ออีกสามวัน คุณก็หายเป็นปลิดทิ้งแล้ว”
“ยังต้องจ่ายยาอีกเหรอ?” เมิ่งจื่ออวิ๋นร้องอุทาน เมื่อกี้พอเขาได้ยินว่าออกจากโรงพยาบาลได้แล้ว เขาก็ตื่นเต้นดีใจมาก ยังไม่ทันที่เขาจะยิ้มขึ้นมา พลันได้ยินว่ายังต้องมียาที่หลี่ซื่ออวี๋ทำขึ้นเป็นพิเศษด้วย เขาก็หน้าถอดสีไปทันใด ในใจนึกหวาดหวั่นไม่หยุด
“หมอหลี่ ยาที่คุณทำขึ้นมาเป็นพิเศษจะต้องล้ำค่ามากแน่ๆ เก็บไว้ให้คนป่วยที่ต้องการมากกว่านี้เถอะครับ ผมขอแค่จ่ายยาทั่วไปนิดๆ หน่อยๆ ก็พอแล้ว” เมิ่งจื่ออวิ๋นรีบบอกปัด เขาไม่อยากลิ้มลองรสชาติความเจ็บปวดเหมือนอยู่ไม่สู้ตายเช่นนั้นอีกแล้ว
หลี่ซื่ออวี๋ได้ยินคำกล่าวก็เลิกคิ้วขึ้น “ไม่อยากได้จริงๆ เหรอครับ? ควรรู้ไว้นะครับว่าถ้าเป็นยาทั่วไป คุณจะต้องกินยาหนึ่งเดือนถึงจะหายสนิทได้ และในระหว่างช่วงเวลาที่กินยา คุณต้องรับประกันว่าจะไม่ได้รับบาดเจ็บอีกเด็ดขาด ไม่งั้นความพยายามที่ผ่านมาก็จะสูญเปล่า”
“เข้าใจแล้วๆ คุณหมอหลี่ ผมรับรองว่าจะดูแลตัวเองดีๆ ในหนึ่งเดือนนี้ จะไม่ให้ตัวเองได้รับบาดเจ็บอีกแน่นอน เพราะงั้นรบกวนคุณจ่ายยาทั่วไปให้ผมเถอะ” เมิ่งจื่ออวิ๋นตบหน้าอกรับรองทันที กลัวว่าถ้าขืนพูดช้าไป หลี่ซื่ออวี๋จะสั่งยาที่เขาทำขึ้น
“ผมบอกชัดเจนแล้วนะครับ หลังจากนี้ถ้าคุณเผลอได้รับบาดเจ็บขึ้นมา ก็อย่าอ้างว่าหมอประจำโรงพยาบาลกองทัพที่ยี่สิบสามเราเป็นหมอเถื่อนกันหมดล่ะ” หลี่ซื่ออวี๋เอ่ยเตือน
“ไม่ครับ ไม่ทำเด็ดขาด” เมิ่งจื่ออวิ๋นพยักหน้าติดต่อกัน ยิ้มขื่นในใจ เขาได้รับความทรมานแบบนี้มาแล้ว ยังคิดจะล่วงเกินอีกเหรอ?
ที่แท้ภายในระยะเวลาห้าวันมานี้ เนื่องจากเขาสนิทกับนางพยาบาลน้อยจูชิงชิงมากขึ้น จูชิงชิงเลยทนไม่ไหว บอก ‘ความจริง’ ให้เขารู้
จูชิงชิงแอบบอกเขาว่า สาเหตุที่เขาได้รับความเจ็บปวดทรมานมากมายขนาดนี้ล้วนเป็นเพราะเขาล่วงเกินพวกเธอ หลี่ซื่ออวี๋ถึงได้รับคำเชิญให้ลงมือสั่งสอนเขา เธอบอกเมิ่งจื่ออวิ๋นว่าความจริงแล้วคุณหมอหลี่สามารถกำจัดความเจ็บปวดทรมานตอนที่รักษาได้ แต่คราวนี้เขากลับปล่อยปละละเลยไม่กำจัดทิ้งไปเท่านั้น
พยาบาลน้อยพูดจาได้เฉลียวฉลาดมาก พูดโกหกนิดหน่อยปนกับความเป็นจริง คำพูดที่ดูคล้ายคลึงกับความจริงเช่นนี้ทำให้คนฟังเชื่ออย่างสนิทใจ อย่างน้อยที่สุดเมิ่งจื่ออวิ๋นก็ไม่ได้สงสัย
เมิ่งจื่ออวิ๋นถึงค่อยเข้าใจว่าทำไมเขาถึงได้ทนทรมานตลอดห้าวันที่ผ่านมา และก็รู้ว่าตัวเองไม่สามารถเอาคืนอีกฝ่ายได้เลย ด้วยความสามารถระดับสูงและฝีมือของหลี่ซื่ออวี๋ มีความเป็นไปได้สูงว่าเขาจะต้องขอความช่วยเหลือจากอีกฝ่ายในอนาคต ไม่สู้ฉวยโอกาสผูกมิตรให้ดีๆ ถ้าเกิดต่อไปต้องการความช่วยเหลือก็ยังสามารถเอ่ยปากขอร้องได้ ด้วยเหตุนี้เอง เมิ่งจื่ออวิ๋นเลยได้แต่กล้ำกลืนฝืนทนเท่านั้น นอกจากนี้ยังต้องอดทนอย่างมีความสุขด้วย จะให้หลี่ซื่ออวี๋คิดว่าเขารู้สึกแค้นใจไม่ได้เด็ดขาด…
เมิ่งจื่ออวิ๋นที่หดหู่ใจก็ออกไปจากโรงพยาบาลของกองทัพอย่างเศร้าหมองเช่นนี้เอง เขาไม่ลืมบอกเพื่อนสนิททั้งสองคนว่า ถ้าเกิดได้รับบาดเจ็บแล้วเข้าไปในโรงพยาบาลกองทัพที่ยี่สิบสามละก็ จะต้องวางตัวดีๆ ล่วงเกินพวกหมอและพยาบาลทุกคนในโรงพยาบาลไม่ได้เป็นอันขาด
ประสบการณ์ครั้งนั้นทำให้เมิ่งจื่ออวิ๋นทั้งซาบซึ้งทั้งหวาดกลัวต่อหลี่ซื่ออวี๋… ตอนนี้พอนึกถึงหลี่ซื่ออวี๋ ความรู้สึกทรมานจากความคันและเจ็บปวดสุดขีดในตอนนั้นก็ประหนึ่งหวนกลับมาอีกครั้ง ทำให้เขาตัวสั่นเทาอย่างเงียบงัน ร่างกายสั่นระริกอย่างควบคุมไม่อยู่
“จื่ออวิ๋น นายเป็นอะไรหรือเปล่า?” เดิมทีพานจวินอันอยากตอบคำถามของเมิ่งจื่ออวิ๋น แต่พอเห็นสีหน้าของเมิ่งจื่ออวิ๋นพลันซีดเผือด เขาก็เอ่ยถามด้วยความเป็นห่วงทันที
เมิ่งจื่ออวิ๋นได้สติกลับมาก็สูดลมหายใจลึกเฮือกหนึ่ง เมื่อขับไล่ความรู้สึกหวาดกลัวนั้นออกไปจากร่างแล้ว เขาถึงค่อยเผยรอยยิ้มฝืดเฝื่อนออกมาพลางกล่าวว่า “ไม่เป็นไร เมื่อกี้แค่นึกถึงฝีมือของหมอหลี่ซื่ออวี๋อีกแล้ว”
เหลยอี้หมิงกับพานจวินอันสบตากันเองแวบหนึ่ง แววตาเผยร่องรอยความเข้าอกเข้าใจ นับตั้งแต่ที่เมิ่งจื่ออวิ๋นออกจากโรงพยาบาลของกองทัพที่ยี่สิบสาม นิสัยโมโหง่ายของเขาก็ดีขึ้นมาก ไม่ได้โกรธเกรี้ยวอย่างไร้เหตุผลอีก ทุกครั้งที่เขาระงับความโกรธไม่ไหว ขอเพียงพวกเขาเอ่ยถึงหลี่ซื่ออวี๋ เขาก็จะระงับโทสะทันที ทำให้พวกเขาโล่งใจ ขณะเดียวกันก็สงสัยใคร่รู้ว่าหลี่ซื่ออวี๋คนนั้นใช้วิธีการอะไรกันแน่ถึงทำให้เมิ่งจื่ออวิ๋นหน้าซีดเผือดเมื่อพูดถึงเขา
“หลี่ซื่ออวี๋คนนั้น…” พานจวินอันจงใจเอ่ยชื่อของอีกฝ่าย อย่างที่คิดไว้เลยเมิ่งจื่ออวิ๋นตัวสั่นเทิ้มตามความคาดหมาย ทำให้พานจวินอันลอบยิ้มกระตุก เขากระแอมไอทีหนึ่ง ข่มกลั้นความอารมณ์ขบขันที่มีอยู่เต็มเปี่ยมแล้วกล่าวต่อว่า “เขาไม่น่าจะเข้าร่วมหน่วยรบหรอก แพทย์ทหารระดับเขา นอกจากหน่วยรบระดับสุดยอดของสหพันธรัฐอย่างหน่วยรบพิเศษเสียงหลงแล้ว ไม่มีหน่วยรบไหนมีคุณสมบัติรับเขาเข้ากลุ่มอีก ต่อให้เขายินดีเข้าร่วม หัวหน้าฝ่ายเสนาธิการของกองทัพที่ยี่สิบสามก็คงไม่อนุญาต แพทย์ทหารที่สุดยอดแบบนี้ ควรอยู่ในกองบัญชาการของกองทัพที่ยี่สิบสามเพื่อให้บริการทหารทั้งกองทัพมากกว่า”
คำพูดของพานจวินอันทำให้เหลยอี้หมิงพยักหน้าติดต่อกัน แพทย์ทหารเป็นบุคลากรที่กองทัพควบคุมมาโดยตลอด เว้นแต่เป็นแพทย์ทหารที่ไม่ได้มีความโดดเด่นบางคนอาจจะถูกหน่วยรบที่แข็งแกร่งรับเข้าหน่วย ส่วนหน่วยรบทั่วไปไม่มีทางครอบครองได้เลย อย่างมากสุดมีผู้ควบคุมหุ่นรบที่เคยเรียนการปฐมพยาบาลในสนามรบก็นับว่าสุดยอดแล้ว
“ส่วนหลี่หลานเฟิงคนนั้นกลับมีความเป็นไปได้สูงมาก” สีหน้าของพานจวินอันเคร่งเครียดขึ้นมาเมื่อเอ่ยถึงหลี่หลานเฟิง คนผู้นี้ดูเหมือนมีอัธยาศัยดี ไม่มีพิษสงอะไร แต่ในความจริงแล้วหลายครั้งที่มีคนคิดร้ายต่อจ้าวจวิ้น พวกเขาล้วนถูกหลี่หลานเฟิงมองออก และช่วยจ้าวจวิ้นผ่านแผนการเหล่านี้ไปได้อย่างปลอดภัย นี่ก็คือสาเหตุที่จ้าวจวิ้นสามารถอยู่รอดปลอดภัยจนถึงตอนนี้ พวกเขาสองคนสนิทสนมกันมาก เป็นไปได้มากว่าจะอยู่หน่วยรบเดียวกันจริงๆ
“แต่ว่าท้ายที่สุดจะใช่หรือไม่นั้น ไม่นานก็จะมีคำตอบแล้ว” เหลยอี้หมิงเอ่ยด้วยรอยยิ้ม
พานจวินอันกับเมิ่งจื่ออวิ๋นมองไปทางเด็กหนุ่มเย็นชาในหน้าจออีกครั้ง ก่อนจะเข้าใจ
……
เวลานี้เอง ภายในท่าจอดยานของกองทัพที่สิบห้า อู่จย่งพาลูกทีมในหน่วยรบอย่างฉินอี้มาถึงที่นี่แล้ว เขาเห็นสมาชิกกลุ่มหลายร้อยคนยืนอยู่ที่ท่าจอดยานก็อึ้งไปทันที
“พวกนายมาได้ยังไง?” อู่จย่งถามด้วยความประหลาดใจ เขานึกว่าพวกสมาชิกกลุ่มไปส่งลูกพี่ที่ท่าจอดยานของกองทัพที่ยี่สิบสามกันหมดแล้ว
สมาชิกกลุ่มปีสี่คนหนึ่งกล่าวด้วยรอยยิ้มว่า “หลายปีมานี้หัวหน้ากลุ่มอู่ดูแลเอาใจใส่พวกเรามาตลอด พวกเราจำไกดขึ้นใจดี ครั้งนี้หัวหน้ากลุ่มอู่จะไปกองทัพที่สิบห้า พวกเราต้องมาส่งอยู่แล้ว” ในระยะเวลาห้าปีมานี้อู่จย่งทุ่มเทสติปัญญาและความสามารถเพื่อหลิงเทียน และก็ได้รับความเคารพนับถือจากสมาชิกกลุ่มจำนวนไม่น้อย ไม่ใช่ว่าทุกคนจะชอบลูกพี่หลิงที่เย็นชาไร้ความรู้สึกคนนั้นกันหมด อู่จย่งเองก็มีผู้สนับสนุนกลุ่มหนึ่งเช่นกัน
อู่จย่งที่ตื้นตันใจมากก็ขอบตาแดงเล็กน้อย เขาพยักหน้าติดต่อกัน “นี่เป็นเรื่องที่ควรทำอยู่แล้ว พวกนายไม่จำเป็นต้องทำแบบนี้หรอก”
“หัวหน้ากลุ่มอู่ ต่อไปพวกเราก็จะมากองทัพที่สิบห้าเหมือนกัน พอถึงเวลานั้นคุณต้องคุ้มครองพวกเราด้วยนะ” สมาชิกกลุ่มปีสองอีกคนเอ่ย
อู่จย่งเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “ได้สิ ตราบใดที่พวกนายมากองทัพที่สิบห้า ตราบใดที่ฉันสามารถช่วยได้ ฉันจะต้องช่วยแน่นอน” กองทัพที่สิบห้าเป็นขุมกำลังของตระกูลอู่ อู่จย่งที่ได้รับการเน้นอบรมสั่งสอนมากที่สุดในตระกูลอู่อยากปกป้องใครสักคน ก็ไม่ใช่เรื่องยากอะไร อู่จย่งย่อมกล้ารับรองอยู่แล้ว
——————–