Carefree Path of Dreams - ตอนที่ 412
412: จัดระดับ
“คุณก็เห็นแล้วว่าผมทาอะไรได้บ้าง!”
ต่อหน้าซีเหมินเจียน ฟางหยวนมีท่าทีมั่นใจ “นี่เป็นแค่ระยะเริ่มต้นของปรากฏการณ์ครั้งที่สองเท่านั้น พวกเรายังมีเวลาแก้ไขปัญหานี้… ถ้าพวกเรายังชักช้าและปล่อยให้เหล่าผู้มีวิชาและผู้วิวัฒน์ได้เปรียบไปก่อน อย่างนั้นมันก็จะสายเกินไปแล้ว!”
“นี่เป็นเหตุผลให้มีปฏิบัติการ ‘ไต้ฝุ่น’!”
ซีเหมินเจียนพยักหน้า
“ขอโทษด้วยที่ผมต้องพูดตรง ๆ แต่ว่ามันก็แค่กลุ่มของอาสาสมัคร กาไลกักปิศาจกับอาวุธปืนอีกไม่กี่อย่างเท่านั้น พวกเรารับมือกับกลุ่มผู้วิวัฒน์ที่ทาผิดได้ แต่ว่า พวกเราไม่สามารถรับมือกับผู้ที่เก่งกาจในกลุ่มพวกนั้นได้หรอกนะ”
ฟางหยวนส่ายหน้า “เอาหม่าคุนหยวนเป็นตัวอย่าง ถึงแม้ว่าเขาจะเป็นอีกกรณีหนึ่งแยกออกไป แต่ว่าคนที่อ่อนแอกว่าเขาก็ยังก่อปัญหาให้พวกเราอยู่ดี!”
“…”
ซีเหมินเจียนขมวดคิ้วและเงียบไป
เขาเข้าใจชัดเจนที่สุดถึงความสามารถของทหารของเขา
ถึงแม้ว่าเขาจะมีผู้วิวัฒน์ที่แข็งแกร่งอยู่บ้างรวมทั้งกลุ่มของผู้มีวิชา แต่มันก็ยังไม่เพียงพอที่จะรับมือกับหม่าคุนหยวน
“อย่างนั้น คุณตั้งใจจะทาอะไร?”
“ในฐานะที่ปรึกษาพิเศษของคุณ ผมต้องการเป็นหัวหน้าทีมเล็ก ๆ ที่เป็นกาลังเสริมของหน่วยเคลื่อนที่เร็ว… ถ้าพวกเขายังไม่สามารถแก้ปัญหาได้ ผมก็จะจัดการมันด้วยตัวเอง!”
ฟางหยวนบอกออกไปอย่างมั่นใจ
‘ตัวตนหรือผู้วิวัฒน์ที่แข็งแกร่งก็ยิ่งเป็นตัวอย่างที่ดีของกฎเหนือธรรมชาติของโลกนี้… ข้าจะเอาชนะพวกมัน จับกุมพวกมัน ศึกษา และกระทั่ง… อาจจะดูดซับพวกมันได้! มีแค่ทาแบบนี้เท่านั้นที่ข้าจะเพิ่มพลังของตัวเองได้!’
“หน่วยฉุกเฉินงั้นเหรอ? ได้ ผมอนุมัติ!”
หลังจากคิดอยู่ครู่หนึ่ง ในที่สุดซีเหมินเจียนก็ตกลง “จะเรียกชื่อหน่วยว่าอะไร?”
“เรียกเป็น ‘หน่วยมังกร’!”
ฟางหยวนหัวเราะ
…
ในเดือนต่อ ๆ มา ทั่วโลกก็ตกอยู่ในความวุ่นวาย
ปรากฏการณ์ครั้งที่สองมาถึงแล้วและความเข้มข้นของหยาดพลังก็เพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว มันนามาซึ่งการเปลี่ยนแปลงของกฎแห่งธรรมชาติของทั้งโลกนี้
นี่ต่างไปจากปรากฏการณ์ครั้งแรกที่ทาให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางร่างกาย คราวนี้ มันนาไปสู่การค้นพบความสามารถพิเศษ! ตอนนี้ผู้คนได้ครอบครองความสามารถในการสร้างเปลวไฟ น้าแข็ง หรือกระทั่งสายฟ้า… หรือพวกเขาอาจจะแข็งแกร่งฟันแทงไม่เข้า มีความสามารถในการบินหรือความสามารถประหลาดอื่น ๆ ประเทศนั้นไม่สามารถปิดบังข่าวนี้จากสาธารณชนได้แล้ว ส่งผลให้เกิดความวุ่นวายไปทั่วทั้งโลก
ในทวีปกลาง ชี่กง ที่ได้รับการรับรองทางวิทยาศาสตร์แล้วก็ค่อย ๆ ทวีความนิยมขึ้นอีกครั้ง ‘วิทยายุทธ์’ เริ่มปรากฏขึ้นในภูมิภาคนี้ บางคนอาศัยอยู่ในป่าลึกและบางคนก็อาศัยอยู่บนเขาสูง พวกเขาสาบานว่าตัวเองได้เห็นเทพเจ้าพร้อมกับดาบเล่มหนึ่ง และดังนั้น หลาย ๆ คนจึงพยายามตามหาเทพเจ้าเผื่อว่าจะโชคดีและได้พบ
ในสมาพันธ์บลูสตาร์ แวมไพร์และมนุษย์หมาป่าที่หายสาบสูญไปนานแล้วปรากฏตัวขึ้นอีกครั้ง คริสตจักรเริ่มเผยแพร่ความเชื่อของพวกตนและป่าวประกาศไปทุกหนแห่ง ใช้ประโยชน์จากคาถาเวทย์ใหม่ ๆ ที่ใช้การได้ของพวกเขาเพิ่มความนิยมออกไปไกลกว้าง
ส่วนสหพันธ์อินทรีทอง ถึงแม้ว่าที่นั่นจะมีผู้มีวิชาจานวนไม่มาก แต่จานวนผู้วิวัฒน์ที่เพิ่มมากขึ้นนั้นเพิ่มมากขึ้นที่สุดเทียบกับภูมิภาคอื่น ๆ
ผู้วิวัฒน์ใช้ความสามารถของตัวเองอย่างผิด ๆ และทาลายความสงบสุข และยังก่อตั้งเป็นองค์กรของตัวเอง อ้างว่าพวกเขาจะสร้างประเทศสาหรับเหล่าผู้กลายพันธุ์ เกิดเป็นปัญหาใหญ่ของสหพันธ์
เมื่อคิดถึงความวุ่นวายในภูมิภาคอื่น ๆ แล้ว ประเทศจีนนับได้ว่ามีสถานการณ์ที่ดีที่สุดแล้ว
จุดยืนแน่วแน่ที่จะควบคุมเหล่าผู้กลายพันธุ์และยังซีเหมินเจียนผู้แข็งแกร่งนาไปซึ่งปฏิบัติการกวาดล้างขนานใหญ่ตลอดทั่วทั้งประเทศ
คนเหล่านั้นที่ได้ครอบครองความสามารถพิเศษและยังไม่สามารถปรับตัวเข้ากับพลังนั่นได้ล้วนแต่ได้ต้อนรับคนจากสานักศึกษาเรื่องเหนือธรรมชาติ
คนร้ายที่ก่อเหตุล้วนถูกโจมตีและถูกควบคุมโดยหน่วยเคลื่อนที่เร็ว
ภายในเดือนเดียว สังคมที่วุ่นวายเล็กน้อยก็เริ่มได้รับความสงบกลับคืนมา ผู้วิวัฒน์ส่วนน้อยที่ยังเหลือล้วนแต่ยอมแพ้ และเข้ารับการตรวจสอบจากคนของสานักสืบหาความจริง
…
“มันสงบสุขมากจริง ๆ…”
ไนท์แห่งผืนดินถือตะกร้าใบหนึ่งเดินกลับบ้าน
“คุณกลับมาแล้ว!”
ผู้หญิงที่พักอยู่กับไนท์คือเสี่ยวไช่ เธอเป็นผู้หญิงร่างเล็กผมดา และอ้างว่าตัวเองเป็นนักศึกษาจากต่างประเทศ
“อื้ม ฉันซื้อผักกาดแดง ผัก กับหมูมา คืนนี้พวกเราทาซุปกินกัน!”
ไนท์วางของที่ซื้อมาที่ในห้องครัว ขณะที่เธอเก็บของ เธอก็สัมผัสได้ถึงเวทมนต์ที่รอบตัว “อืม มันยังไม่ถูกทาลาย… เรียกได้ว่ายังอยู่อย่างสงบ!”
“มีเนื้อด้วย! เยี่ยมไปเลย!”
เสี่ยวไช่ดีใจจนออกนอกหน้า “หลายประเทศในทวีปกลางประกาศสงครามแล้ว ไม่มีใครคิดเลยว่าประเทศจีนจะยังสามารถรักษาความสงบและมั่นคงเอาไว้ได้ขนาดนี้ ความปลอดภัยในเมืองดีมากและฉันยังได้ยินมาว่าพวกผู้วิวัฒน์ที่กระทาผิดล้วนถูกจับตัวไปแล้ว เพราะอย่างนั้น สถานการณ์จึงอยู่ในความควบคุม!”
“ใช่ แข็งแกร่งมากจริง ๆ!”
ไนท์ยิ้มฝืน กระทั่งประเทศบ้านเกิดของพวกเธอก็ยังมีปัญหากับเหล่าผู้กลายพันธ์ุุ
พอเทียบกันแล้วเธอก็รู้ซึ้งถึงอานาจของประเทศจีน!
“ฉลาดอะไรอย่างนั้น?”
พวกเธอทั้งคู่พับขานั่งลงตรงหน้าโต๊ะเล็ก ๆ และเสี่ยวไช่ก็ดูจริงจังขึ้นมา
“กองบัญชาการของสานักศาสนาอยู่ในฐานทัพและยากที่พวกเราจะแทรกซึมเข้าไป… แต่ว่า พวกเราคุ้นเคยกับแต่ละแผนกของพวกเขาและยังสถานการณ์ในสานักงานนั่น โดยเฉพาะกาไลกักปิศาจของพวกเขา พวก
เราตรวจสอบแล้วว่ากาไลพวกนั้นจะมีผลต่อพลังเวทย์ของผู้ใช้หยินหยาง!”
ไนท์สูดลมหายใจลึก
“คาสั่งจากเบื้องบนก็คือให้ความสาคัญและหาวิธีการให้ได้มาซึ่งนวัตกรรมของพวกเขา!”
เสี่ยวไช่มีสีหน้าจริงจัง “เมื่อไม่มีมัน พวกเราก็ต้องสละนักสู้ไปตั้งมากกว่าจะสามารถจับตัวผู้กลายพันธุ์ได้สักคนหนึ่ง นอกจากนี้ พวกเรายังไม่สามารถแน่ใจได้ว่าพวกเราจะสามารถควบคุมผู้กลายพันธุ์คนนั้นได้ทันเวลา! ให้ความสาคัญกับการจับกุมผู้ออกแบบมัน คุณฟางหยวน คนนั้นด้วย! นั่นคือเป้าหมายสุดท้ายของพวกเรา!”
ถึงตอนนี้ สีหน้าของเธอก็เปลี่ยนไปขณะหันไปมองทางไนท์ “เธอเคยพบเขามาก่อน เขาเป็นยังไง?”
“เขาเป็นยังไง?”
ไนท์แห่งผืนดินคิดถึงฉากที่เวิ่นซินเจียและนิ่งงันไป “ฉันมองเขาไม่ออก ถึงแม้ว่าฉันจะรู้สึกได้ว่าทุกอย่างอยู่ภายใต้การควบคุมของเขา แต่พอนึกกลับไป มันก็ดูเหมือนว่าภาพนั้นมันพร่ามัวเหมือนมีหมอกบัง… น่าเสียดายที่พวกเขาไม่เปิดขายกายานเปิดชีพจรแล้ว…”
กายานนั่นมีประโยชน์กับผู้ใช้หยินหยางอย่างที่สุด พวกเขาได้ลอบทาการทดสอบมันหลังจากส่งกลับไปที่ประเทศญี่ปุ่นเพื่อให้สามารถสร้างมัน
ขึ้นมาได้จากส่วนประกอบนั้น แต่ว่า พวกเขากลับไม่สามารถทาให้มีผลอย่างที่ควรเป็นได้
ความต้องการทรัพยากรและยังความจริงที่ฟางหยวนสามารถทานายออกมาได้ในวิทยานิพนธ์ของเขาทาให้ฟางหยวนนั้นมีความสาคัญสูงสุดสาหรับสายลับจากประเทศต่าง ๆ
“น่าเสียดาย…”
เสี่ยวไช่ถอนหายใจ
ในฐานะนักวิทยาศาสตร์กลายพันธุ์ระดับสูง เขาย่อมได้รับการปกป้องในระดับสูงที่สุด และยังแทบจะเป็นไปไม่ได้ที่คนอื่นจะเข้าใกล้เขา
ถึงแม้ว่าสายลับจากทั่วโลกจะกระหายที่จะได้ตัวเขา พวกเขาก็ทาได้เพียงเดินวนอยู่รอบ ๆ บ้านพักเก่าและมหาวิทยาลัยของฟางหยวน… สถานที่เหล่านี้นั้นเป็นสถานที่ที่เขาอาจจะทิ้ง DNA เอาไว้ให้พวกสายลับเก็บไปได้
“ฉันได้ติดต่อกับไนติงเกลและได้ข้อมูลชิ้นนี้มา!”
ไนท์แห่งผืนดินมีสีหน้าเคร่งขรึมและพูดต่อ “นี่เกี่ยวข้องกับผู้วิวัฒน์ที่สามารถใช้สายฟ้าได้จากในตานาน เช่นเดียวกับระบบการจัดระดับที่คุณฟางหยวนได้ตั้งเอาไว้!”
การกระทาของฟางหยวนที่เขาชิงเฟิงนั้นก่อความวุ่นวายมากเกินกว่าจะปิดบังเอาไว้ได้
ซีเหมินเจียนนั้นระดมความคิดอย่างหนักอยู่เป็นและก็ทาได้เพียงแค่สร้าง ‘เทพสายฟ้า’ ขึ้นมาในฐานข้อมูลเพื่อปกปิดให้กับฟางหยวน
แน่นอนว่า มันไม่สามารถปิดบังตัวตนของฟางหยวนได้ทั้งหมด
นี่เป็นเพราะว่าเทพแห่งสายฟ้านั้นเป็นผู้นาของหน่วยมังกร หัวหน้าหน่วยนั้นได้ช่วยแก้ปัญหาเกี่ยวกับผู้วิวัฒน์ที่กระทาผิดหลายครั้งและยังเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก
แต่ว่า ไม่มีใครเชื่อมโยงนักสู้ที่เก่งกาจเช่นกันกับฟางหยวนนักวิทยาศาสตร์ และดังนั้น มันจึงยังพอช่วยปกป้องเขาไว้ได้อยู่
“บอกมา ๆ!”
เสี่ยวใช่ดูตื่นเต้นและยืดหลังตรง
“คนที่มีร่างกายแข็งแกร่งขึ้นหลังจากปรากฏการณ์ครั้งแรกนั้นจัดอยู่ในระดับ ‘มนุษย์’! พวกคนที่มีวิทยายุทธ์กับจิตมายาระดับต้นนั้นก็เป็นแค่ความสามารถที่เอาไว้หลอกผู้อื่นก็อยู่ในระดับนี้เหมือนกัน”
ไนท์แห่งผืนดินอธิบาย “เหนือกว่าระดับมนุษย์คือระดับภูติผี! คนพวกนี้จะมีความสามารถพิเศษและสามารถก่อความวุ่นวายในสังคมได้… ถ้าแบ่งตามการจัดระดับนี้ ฉันก็อยู่ในระดับนี้แหละ”
“ถัดจากระดับภูติผี ก็จะเป็นระดับอันตราย! มีผู้วิวัฒน์ในระดับนี้อยู่น้อยมาก ผู้ที่อยู่ในระดับนี้สามารถป้องกันตัวเองจากผู้วิวัฒน์เป็นกลุ่มหรือกระทั่งภายใต้กองทัพของประเทศ… นักบวชเต๋าบนเขาชิงเฟิงผู้นั้นก็ถูกจัดอยู่ในระดับนี้ แน่นอนว่า เขานับเป็นระดับสูงในระดับเดียวกันนี้ด้วย!”
“ถัดจากระดับอันตราย ก็จะเป็นระดับหายนะ!”
ไนท์มีสีหน้าสงสัย “นี่เป็นเพียงระดับในทางทฤษฎีเท่านั้นและแหล่งข้อมูลของเราก็ยังไม่ได้รับข้อมูลเกี่ยวผู้วิวัฒน์ในระดับนี้ พวกเราเพียงแค่รู้ว่าน่าจะมีผู้วิวัฒน์อยู่ในระดับหายนะนี้จริง ถ้าพวกเขาคนใดคนหนึ่งปรากฏตัวขึ้น ก็จะทาให้เกิดหายนะขึ้นแน่นอน! ฉันสงสัยว่าเทพสายฟ้าน่าจะอยู่ในระดับนี้”
“ดูเหมือนว่าจะมีวิธีการทดสอบผู้วิวัฒน์ว่าพวกเขาอยู่ในระดับไหนอยู่นะ ศาสตราจารย์ฟางออกแบบอุปกรณ์เพื่อทดสอบระบบหมุนเวียนภายในร่างกายของแต่ละคนโดยใช้ความเข้มข้นของพลังวิญญาณและจากนั้นก็จัดระดับ…”
“เป็นคุณฟางหยวนอีกแล้ว?”
เสี่ยวไช่เงียบไป “ประเทศจีนโชคดีเกินไปแล้ว… มีอัจฉริยะเช่นนั้นแล้วยังมีผู้วิวัฒน์ที่ทรงพลังอย่างเทพแห่งสายฟ้า”
“ฝุบ! ฝุบ!”
แสงสีขาวสว่างวาบขึ้น แล้วนกกระเรียนกระดาษพับก็กระพือปีกของมันลอยผ่านหน้าต่างเข้ามา
“พวกเขาคิดถึงวิธีการส่งข้อมูลเช่นนี้ได้อย่างไร?”
ไนท์และเสี่ยวไช่ตัวแข็งทื่อ “มีเรื่องด่วนอะไรหรือเปล่า?”
ไนท์ยื่นมือออกไปแล้วนกกระเรียนกระดาษก็ร่อนลงมาที่ฝ่ามือของเธอ เธอกัดลิ้นแล้วพ่นเลือดใส่มัน
“ซ่า!”
แสงสีแดงสว่างขึ้น ตัวอักษรสีแดงแถวหนึ่งปรากฏขึ้น
นี่เป็นการส่งข้อความที่เข้ารหัสเอาไว้ ถ้าไนท์ไม่พ่นเลือดใส่ นกกระเรียนกระดาษก็จะทาลายตัวเอง
“เป็นเรื่องด่วนจริง ๆ! มีผู้พบเห็นผู้วิวัฒน์ระดับอันตรายในเมืองชางไห่ มันหลบหนีการจับกุมของหน่วยเคลื่อนที่เร็วได้และสานักศาสนาก็กาลังส่งกาลังเสริมไปเพิ่ม!”
ไนท์ดูตื่นเต้นมากและยังดูงุนงงเล็กน้อย “มีนักวิทยาศาสตร์หลายคนเข้าร่วมในภารกิจนี้ รวมทั้งฟางหยวนด้วย!”
“เพื่อให้สามารถเข้าใกล้ได้มากพอและเก็บข้อมูลเกี่ยวกับผู้วิวัฒน์ระดับอันตราย คุณฟางหยวนจึงเข้าไปทาภารกิจด้วยตัวเอง…”
เสี่ยวไช่พูดด้วยน้าเสียงจริงจัง “นี่เป็นโอกาสที่ดีที่สุดและพวกเราต้องใช้โอกาสนี้ให้เต็มที่!”