Carefree Path of Dreams - ตอนที่ 410
410: นักบวชเต๋าชราแซ่หม่า
ในห้องประชุมใหญ่
เสียงของซีเหมินเจียนก้องอยู่ในห้อง “สหาย… ถึงแม้ว่าพวกเราจะเข้าสู่ยุคใหม่โดยไม่ทันได้ตั้งตัว พวกเราก็ได้ทาทุกอย่างอย่างเต็มที่ แต่ทว่า มีคนอื่นอีกหลายคนที่คิดจะครอบครองพลังเอาไว้ พวกเขาทาร้ายคนอื่น เผยแพร่ลัทธิอันชั่วร้ายและยังครอบครองพื้นที่ยกตัวเองขึ้นเป็นราชา ถือเป็นการดูหมิ่นพวกเรามาก!”
“โดยสรุปแล้ว… หลังจากเกิดเรื่องวุ่นวายขึ้นแล้ว พวกเราก็ได้รับการอนุญาตให้ดาเนินภารกิจระหว่างแต่ละภาคส่วนจัดตั้งเป็นกลุ่มเคลื่อนที่เร็วภายใต้สานักศาสนา ตารวจและกองกาลังติดอาวุธเป็นฝ่ายสนับสนุนและมีรหัสเรียกปฏิบัติการนี้ว่า ‘ไต้ฝุ่น’ จุดประสงค์ของปฏิบัติการนี้ก็คือกาจัดพวกที่เรียกตัวเองเป็นเทพเจ้า! เพื่อการนั้น พวกเราจะต้องปกป้องชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน รักษาความสงบและความมั่นคงของสังคม… ในส่วนภาคสนาม ผมจะเป็นคนออกคาสั่งให้เริ่มปฏิบัติการ…”
…
ซีเหมินเจียนปิดการประชุมไปแล้ว ตอนที่เขากาลังจิบน้าชาก็มีข่าวชิ้นหนึ่งส่งมาถึงแล้วสีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไป “อะไรนะ? อาสาสมัคร? นี่ไม่ใช่เรื่องล้อกันเล่นใช่ไหม? ให้เขา…”
ลูกตาของเขากลอกไปมาขณะความสนใจเปลี่ยนไป “ส่งกลุ่มที่สองและสามออกไป พวกเราต้องดูแลความปลอดภัยให้เขา… ทาทุกอย่างให้เหมือนกับว่านี่เป็นการฝึกซ้อมปฏิบัติการไต้ฝุ่น…”
…
เขาชิงเฟิง
ทิวทัศน์สวยงาม รอบด้านเป็นแนวเขาสูง ๆ ต่า ๆ เต็มไปด้วยดอกไม้และสัตว์นานา
บนถนนขรุขระบนเขา บางครั้งก็มีคนผ่านเข้ามามุ่งหน้าไปที่วัดนายพล
“ฉันได้ยินมาจากหมู่บ้านรอบ ๆ ว่าวัดนี้ศักดิ์สิทธิ์มาก เวลาขอพรจากนายพลเขามักจะยอมรับคาขอของพวกเราด้วย! นักบวชหม่าก็เป็นผู้วิเศษ เขาสามารถทาเผายันต์ทาน้ามนต์รักษาโรคได้…”
“หึ…”
ได้ยินอย่างนี้ ฟางหยวนก็เงียบและคิด
เมื่อกฎของโลกนี้หละหลวมขึ้นก็ทาให้เกิดเทพแห่งเต๋าขึ้นมา ไม่ใช่ทั้งผู้ฝึกตนและผู้วิวัฒน์!
กระทั่งฟางหยวนยังเป็นผู้ฝึกตนที่ถ่อมตัวคนหนึ่งและรวบรวมพลังปราณด้วยตนเอง
แต่ว่า เทพพวกนี้นั้นต่างออกไป ตราบใดที่มีคนศรัทธาในตัวเทพเหล่านั้นมากพอ เทพเหล่านั้นก็จะกลายไปเป็นตัวตนที่ทรงพลังอย่างรวดเร็วและร่างกายยังแข็งแกร่งขึ้นด้วย
เมื่อคิดถึงจานวนผู้คนที่เคยมาที่นี่เทียบกับจานวนประชากรในตอนนี้ ทรัพยากรที่เทพแห่งเต๋ามีนั้นเรียกได้ว่าไร้จากัด!
‘แน่นอนว่า… ความเข้มข้นของหยาดพลังในอาณาจักรนี้ยังไม่เพียงพอที่จะสร้างเทพเจ้าแท้จริงขึ้นมา แต่ว่า พลังที่มันมีอยู่นั้นก็ยังเรียกได้ว่าเพียงพอ…’
ฟางหยวนคิดกับตัวเองเงียบ ๆ ในตอนนี้เอง เยี่ยอิงจื่อก็วิ่งมาทางเขา “ผู้อานวยการสานักอนุมัติตามแผนการของคุณแล้วค่ะ… แต่ว่า… ให้พวกเราคอยดูแลความปลอดภัยของคุณนะคะ!”
“เดี๋ยวรอสักครู่ กลุ่มที่สองกับสามกาลังมา!”
‘มันเหมือน… ซีเหมินเจียนต้องการเห็นพลังที่ข้าปิดบังเอาไว้!’
ฟางหยวนยิ้ม จุดประสงค์ของเขานั้นไม่ได้ขัดแย้งกับผลประโยชน์ของชาติ ดังนั้น ซีเหมินเจียนจึงสามารถให้การสนับสนุนเขาได้อย่างเต็มที่ ‘ข้าจะให้เขาได้เห็นว่าข้าทาอะไรได้บ้าง!’
การเดินทางมาที่เขาชิงเฟิงของฟางหยวนในครั้งนี้นั้นอันที่จริงแล้ว เป็นการทดลองหนึ่ง
มันเป็นการพิสูจน์ว่าเยี่ยอิงจื่อนั้นไม่ใช่คนสุดโต่ง พวกเขาสามารถเชื่อใจกันและกันได้มากขึ้น
“โชคดีนะคะ ผู้พัน!”
ที่บนเขา ตารวจกลุ่มหนึ่งพุ่งตรงมาทางฟางหยวน “พวกเราพร้อมรับคาสั่ง!”
“สลายฝูงชนก่อน ผมจะเข้าไปคุยกับเขา!”
ฟางหยวนพยักหน้าและเข้าไปที่วัดนายพล
“แกร็ก!”
ประตูเปิดออกด้วยตัวเองและสายลมพัดใบไม้ที่บนพื้นลอยขึ้นมา “เหล่าสานุศิษย์ของผม ผมมีแขกสาคัญที่ต้องพบวันนี้ กรุณามาใหม่ในวันหลัง!”
เสียงดังมาจากในห้อง
“ในเมื่อนี่เป็นคาบอกของท่าน พวกเราก็ยินดีทาตาม!”
ชาวบ้านที่เหลือนั้นเป็นผู้ศรัทธาอย่างแท้จริง เมื่อได้ยิน พวกเขาก็ลงจากเขาไปอย่างเชื่อฟังไม่ปริปากบ่นสักคา
“คนผู้นี้… เขาดูเหมือนจะเป็นผู้ฝึกตนคนหนึ่ง! อิทธิพลของเขาที่นี่แข็งแกร่งมากทีเดียว!”
เยี่ยอิงจื่อขยับมือไปที่เอวและอยู่ในท่าเตรียมพร้อม
“นอกจากนี้… เขายังพยายามทาให้เรากลัวแล้วหนีไป!”
ฟางหยวนนาเจ้าต้าหนิวและเยี่ยอิงจื่อเข้าไปในห้องโถงหลักของวัด
ภายใต้รูปปั้นที่ดูดุร้ายมีนักบวชเต๋าผู้หนึ่งนั่งขัดสมาธิอยู่ เขามีใบหน้ายาวและรอบตัวแผ่บรรยากาศอันเฉพาะออกมา “ผมคือนักบวชเต๋าหม่าคุนหยวน ผมเชื่อว่าพวกคุณมาจากรัฐบาลใช่หรือไม่?”
“ถูกต้อง… คุณรู้ไหมว่าทาไมผมถึงมาหาคุณที่นี่?”
ฟางหยวนหยิบเสื่อนั่งสมาธิมานั่งลงที่ตรงหน้านักบวชผู้นั้น
“ให้ผมเดานะ! คุณกาลังสงสัยวิธีการเผายันต์ทาน้ามนต์รักษาผู้ป่วยของผม!”
หม่าคุนหยวนลูบหนวด “น่าเสียดาย… วิถีของผมคือเต๋า วิชาเล็กน้อยพวกนี้ไม่นับเป็นกระไรได้!”
เขาหักกิ่งต้นท้อกิ่งบาง ๆ ออกมาแล้วใส่มันลงไปในขวดหยกใบหนึ่ง
“ซ่า!”
มีประกายแสงสีเขียวตามมา กิ่งไม้เริ่มเติบโตและดอกท้อก็เบ่งบาน
ความสามารถในการคืนชีพเช่นนี้ทาให้เยี่ยอิงจื่อและเจ้าต้าหนิวอึ้งงันไป ทั้งคู่ตกตะลึงจนตัวแข็ง
เห็นปฏิกริยาของพวกเขาแล้วหม่าคุนหยวนก็ดีใจ
“โอ้ พวกเราต้องทายังไงเพื่อให้ได้เรียนรู้วิชาเช่นนี้?”
ฟางหยวนมีท่าทีเป็นมิตรและถาม
“วัฏจักรของชีวิตและกรรมนั้นหมายถึงว่าคุณต้องจ่ายเงินและทองเพื่อแลกกับยันต์และน้ามนต์… ผมสามารถให้ความร่วมมือกับรัฐบาลได้ แต่ว่า
ราคาแลกเปลี่ยนก็จะต่างออกไป… แล้วก็ ผมยังมีลูกศิษย์ลูกหาไม่เพียงพอที่จะก่อตั้งสานักที่บนเขาชิงเฟิงนี่!”
หม่าคุนหยวนบอกความคิดของเขาออกมาเหมือนเตรียมเอาไว้ก่อนแล้วว่าจะต้องพูดอะไรบ้าง
“แปะ! แปะ!”
ฟางหยวนปรบมือ “นักบวชหม่า คุณวางแผนทุกอย่างไว้ดีทีเดียว อย่างแรกคุณจงใจแสดงพลังออกมาก่อนที่จะนาเสนอบริการ คุณวางแผนที่จะแบล็คเมล์ประเทศและรัฐบาลใช่หรือไม่?!”
ฟางหยวนนั้นต้องยอมรับว่าผู้ฝึกตนผู้นี้นั้นฉลาดจริง ๆ หม่าคุนหยวนรู้ว่ามันเป็นเรื่องโง่ที่จะต่อต้านประเทศ ดังนั้นจึงเสาะหาความร่วมมือแทน
แต่ว่า เขาก็เพียงแค่เรียกร้องขอการดูแลตามปกติและยังแอบบอกใบ้ให้รัฐบาลยกเทือกเขาชิงเฟิงให้เขา
ถ้าเป็นคนอื่นมาเผชิญหน้ากับนักบวชหม่า เขาก็คงหวาดเกรงพอที่จะรับรองสถานะของนักบวชหม่าตามที่เขาร้องขอ จากนั้น นักบวชหม่าก็จะสามารถได้รับทรัพยากรที่เขาต้องการอย่างไร้ข้อจากัดและยังกลายเป็นผู้มีพลังในหมู่ผู้มีพลัง
“ผมไม่กล้าหรอก!”
หม่าคุนหยวนมีสีหน้าเคร่งขรึม “แต่ว่า ผมกาลังทาความดีในการปกป้องสถานที่นี้ พวกคุณกาลังคิดจะลงมือกับผมโดยไม่มีเหตุผลหรือ?”
“ทาความดี?”
ฟางหยวนหัวเราะขา “ให้ผมถามคุณนะ คุณเป็นนักบวชที่ได้ขึ้นทะเบียนเป็นทางการกับทางรัฐบาลหรือเปล่า? ก็ไม่! คุณเป็นคนสร้างวัดนายพลนี้ขึ้นมาหรือเปล่า? คุณคิดว่าคุณมีสิทธิ์ในการครอบครองที่นี่งั้นหรือ? ก็ไม่! แล้วคุณยังพูดถึงการปกป้องสถานที่นี้? เหอเหอ… ไม่ต้องพูดถึงน้ามนต์ของคุณหรอก คุณคิดว่าผมไม่รู้เรื่องเล่ห์กลตลกของคุณงั้นหรือ!”
“พอรวมกับที่คุณก่อเหตุอนาจารกับเด็กผู้หญิง แล้วยังเผยแพร่ความคิดชั่วร้ายออกไป ทั้งหมดนี้ก็เพียงพอให้จับกุมคุณได้แล้ว!”
“เหอะ! หม่าคุนหยวน ยอมแพ้ซะ! จับเขา!”
ฟางหยวนโบกมือด้วยท่าทางเปี่ยมคุณธรรมแล้วทหารสองคนก็เดินออกหน้ามา
“เจ้าพวกโง่!”
นักบวชหม่ากระโดดหลบห่างออกไปหลายฟุตแล้วสีหน้าก็เปลี่ยนไป
การคาดเดาของฟางหยวนนั้นแม่นยามากและยังเปิดโปงนักบวชหม่าได้สาเร็จ
นักบวชหม่านั้นรู้ว่าตัวเองทาผิดกฎหมายและยังวางแผนการเพื่อดึงตัวเองออกมาและเข้าร่วมรัฐบาลเพื่อให้มีตาแหน่งที่จะสามารถรับรองความปลอดภัยของตัวเองได้
ใครจะคิดว่าจู่ ๆ จะมีคนประหลาดอย่างฟางหยวนมาเปิดโปงเขากัน?
เขาโบกมือ หมอกสีดาสองสายปรากฏขึ้นแล้วทหารสองคนที่ข้างกายฟางหยวนก็ล้มลงพื้น
“หะ!”
เจ้าต้าหนิวรู้แล้วว่ามีบางอย่างผิดปกติ เขาสูดลมหายใจลึกแล้วขยายขนาดร่างกายและร่างของเขาก็มีสีเขียวแฝงเอาไว้
“เคล็ดกายาหิน?”
นักบวชเต๋าตกละลึกก่อนจะยิ้มอย่างใจเย็น “น่าเสียดาย แกมันก็แค่คนโง่ที่รู้จักแต่โอ้อวด… ให้ฉันแสดงสิ่งที่แกไม่เคยเห็นมาก่อนให้ดู ไป!”
“ซ่า! ซ่า!”
ที่ใต้ฝ่าเท้าของเจ้าต้าหนิว เม็ดทรายมากมายปรากฏขึ้นและเริ่มกระจายออกไปกลืนกินร่างกายเกือบครึ่งของเจ้าต้าหนิว
“ฉันปฏิบัติกับพวกแกอย่างนับถือแต่ดูเหมือนจะไม่ได้ผลสินะ…”
หม่าคุนหยวนไพล่มือไว้ที่ด้านหลังแล้วถอนหายใจ “ช่างมันเถิด ฉันจะทาให้พวกแกทั้งหมดเชื่อในพลังของฉันก่อนที่จะบอกให้หัวหน้าของพวกแกมาคุยกับฉัน!”
“โอหังนัก!”
ความคิดอวดโตของเขาทาให้เยี่ยอิงจื่อโมโห
ถ้าเขานอบน้อมจริงและเป็นนักบวชที่มีความสามารถจริง พวกเขาย่อมไม่ลงมือเช่นนี้ แต่ว่า การสืบสาวก่อนหน้านี้นั้นได้เปิดเผยออกมาแล้วว่า
คนผู้นี้เคยก่อคดีมาก่อนและยังวิธีการอันสุดขั้วเพื่อให้ได้มาซึ่งพลังของเขาก็ด้วย
หากคนผู้นี้ได้เข้าร่วมกับทางรัฐบาล มันย่อมเป็นผลเสียต่อรัฐบาลแน่นอน!
เยี่ยอิงจื่อยกปืนขึ้นเล็งไปทางเขาและลั่นกระสุนสามนัดโดยไม่ลังเล
“ช้า! ช้านัก!”
นักบวชหม่าหลบกระสุนปืน “ถึงแม้ว่าปืนจะทรงพลัง แต่แกก็ต้องดูด้วยว่าใครเป็นคนใช้มัน… ถึงแม้ว่าฉันจะไม่เร็วไปกว่ากระสุนปืน แต่ว่าฉันเร็วกว่าแก!”
“ฝุบ!”
ราวกับเสือดาวตะครุบเหยื่อ มือขวาของนักบวชหม่ากางออกเป็นกรงเล็บแล้วตวัดเข้าใส่ฟางหยวน
อย่างไรเสีย ถึงเด็กนี่จะดูเด็กมาก แต่ก็เห็นได้ชัดเจนว่าคนผู้นี้เป็นหัวหน้า และเขายังอาจจะเป็นทายาทของผู้ทรงพลังสักคนด้วย
“ปกป้องผู้พัน!”
เยี่ยอิงจื่อร้องและทหารอีกหลายคนก็กระโจนเข้าไปแต่ว่าก็ต้องจนปัญญา
ในเมื่อคนผู้นี้สามารถรับมือกับการลอบลงมือของกลุ่มได้อย่างรวดเร็วและยังไม่กลัวปืน เขาย่อมเป็นภัยต่อประเทศ
ถ้าพวกเขาไม่สามารถจับกุมเขาได้ในคราวนี้ คนผู้นี้ย่อมหลุดออกจากการควบคุมและอาจจะยึดครองพื้นที่เพื่อใช้ประโยชน์ส่วนตน
“ฉันจะไม่ปล่อยให้เกิดเรื่องอย่างนั้นขึ้นหรอก!”
เยี่ยอิงจื่อคารามและกระโจนไปข้างหน้าราวกับเสือดาวตัวเมียตัวหนึ่ง
“เหอเหอ… ความกล้าของแกช่างน่าประทับใจ… หลังจากฉันตั้งสานักแล้ว ฉันจะเอาแกมาเป็นคนรับใช้ของฉัน!”
โชคร้าย นักบวชหม่านั้นแข็งแกร่งกว่าเยี่ยอิงจื่อมาก แค่ยกนิ้ว เขาก็เปลี่ยนไปเป็นเงาร่างมากมาย
เยี่ยอิงจื่อกลายเป็นตัวเย็นเฉียบ อ่อนแรงและล้มลงไปบนพื้น
“ฮ่าฮ่า… เจ้าเด็กน้อย แกเห็นนั่นไหม? ฉันอุตส่าห์แสดงความภักดีต่อรัฐบาล แต่แกก็ยังบังคับให้ฉันต้องลงมือถึงขนาดนี้… คราวต่อไป สิ่งที่ฉันต้องการย่อมไม่พื้น ๆ เช่นเดิม นอกจากนี้ ฉันไม่สนใจหรอกนะว่าเบื้องหลังของแกจะเป็นใคร ฉันสาบานเลยว่าจะทาให้แกต้องเจอกับปัญหาอย่างไร้สิ้นสุด!”
นักบวชหม่าพูดอย่างมั่นใจ
ความมั่นใจของเขาพุ่งสูงขึ้นเมื่อได้รับชัยชนะมาอย่างง่ายดาย
พลังของเขานั้นหมายความว่าเขาจะไม่ถูกจากัดเอาไว้แค่ที่นี่ และเขาก็สมควรได้รับมากกว่านี้
แต่ว่า เด็กที่ตรงหน้าเขาก็ยังคงสงบและคาดเดาไม่ได้
“แกเล่นเสร็จแล้วหรือยัง?”
ฟางหยวนลุกขึ้น ท่าทางใจเย็น “ถ้าเสร็จแล้ว อย่างนั้นแกก็ตายได้แล้ว! ถึงแม้ว่าถ้าฉันเป็นแกฉันก็จะทาแบบเดียวกันนี้ แต่ว่าวันนี้ แกโชคร้ายแล้วที่ต้องมาเจอกับฉัน!”