Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Contact
ค้นหานิยาย
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Contact
Sign in Sign up

The Ultimate Student สุดยอดนักเรียนสมองอัจฉริยะ - บทที่ 280 สายเลือดข้างเคียง

  1. Home
  2. The Ultimate Student สุดยอดนักเรียนสมองอัจฉริยะ
  3. บทที่ 280 สายเลือดข้างเคียง
Prev
Next

ไม่เห็นนิยายอัปเดตใช่ไหม?
>>จิ้มที่นี่ได้เลย<<

  เมื่อมองไปที่ใบหน้าเหวอๆของฮั่นจงจี้เฟิงก็ยิ้มและถามว่า “ทำไมถึงคิดแบบนั้นล่ะ”
  จู่ๆใบหน้าของฮั่นจงก็เปลี่ยนไปเขายิ้มอย่างเจ้าเล่ห์และพูดว่า“เหล่าจี้ นายก็มีบุหรี่ตั้งสี่ซอง ให้ฉันซักสองซองได้มั้ย” แม้ใบหน้าจะปรากฏรอยยิ้มแต่ในใจของเขาก็รู้สึกประหม่าอยู่เล็กน้อย มูลค่าของบุหรี่พิเศษเหล่านี้ ไม่อาจวัดได้แค่เพียงมูลค่าของมันเท่านั้น แต่ยังแสดงถึงเอกลักษณ์และสถานะที่ไม่ธรรมดาของผู้ที่ครอบครองมันอีกด้วย!
  ใครจะรู้จี้เฟิงยิ้มเล็กน้อยและกล่าวว่า“ถ้ามันมีสี่ซองนายก็เอาไปสองซองก็แล้วกันทิ้งไว้ให้ฉันสองซองเอาไว้สูบเอง แต่นายอย่าไปบอกเหล่าตู้กับเหล่าจ้าวนะ ไม่อย่างนั้นถ้าพวกเขามาหาฉัน ฉันจะเอาอะไรให้พวกเขาล่ะ”
  หัวใจของฮั่นจงเต้นรัวขึ้นมาทันทีเขาแทบจะเก็บอาการไม่อยู่และหยิบบุหรี่สองซองใส่ไปในกระเป๋าเสื้อของเขา แต่มือที่สั่นเล็กน้อยของเขาทำให้จี้เฟิงรู้ได้ถึงความรู้สึกที่ตื่นเต้นของฮั่นจง
  แต่จี้เฟิงแสร้งทำเป็นไม่เห็นเขาเพียงแค่ยิ้มและหยิบบุหรี่อีกซองที่เปิดแล้วออกมาจากกระเป๋าเสื้อของเขาและยื่นให้ฮั่นจง1 มวน “ก่อนอื่นก็ลองสูบเพื่อลิ้มรสชาติมันซักหน่อยก็แล้วกัน แต่..! ฉันขอเตือนไว้ก่อนเลยนะว่า ถ้ามันเป็นของปลอม นายจะมาว่าฉันไม่ได้นะ!”
  ฮั่นจงหัวเราะออกมาทันทีเขาเพียงแค่มองไปที่บรรจุภัณฑ์ที่พิเศษของบุหรี่แพนด้า เขาก็รู้ได้เลยว่ามันเป็นไปไม่ได้ที่จะเป็นของปลอม และเขาก็รู้ด้วยว่าที่จี้เฟิงพูดแบบนี้ก็เพียงเพื่อที่จะบรรเทาความตื่นเต้นของเขา ในใจของเขาอดไม่ได้ที่จะรู้สึกขอบคุณ
  “เหล่าจี้นายให้บุหรี่สองซองนี้กับฉันมันไม่ใช่อะไรที่เล็กน้อยเลย” ฮั่นจงสูดลมหายใจเข้าลึกๆและพูดอย่างเคร่งขรึม “ตั้งแต่นี้เป็นต้นไปนายคือพี่น้องร่วมสาบานกับฮั่นจงคนนี้ ตราบใดที่…”  ฮั่นจงยังพูดไม่ทันจบเขาก็ถูกขัดจังหวะโดยจี้เฟิง “นายคิดว่ากำลังเล่นละครเวทีอยู่งั้นเหรอ อย่ามาทำอะไรที่มันน่าขนลุกแบบนี้เลย! รีบๆสูบให้เสร็จเราจะได้ไปที่วิลล่าของฉันด้วยกัน เหล่าฮั่นนายยังไม่เคยไปที่นั่นเลยใช่มั้ย?”
  “ไอ้บ้าเอ๊ย!”ฮั่นจงอดไม่ได้ที่จะบ่นออกมาดังๆ แต่ภายในใจเขารู้สึกซาบซึ้งความมีน้ำใจของจี้เฟิงมาก เขาเชื่อว่าจี้เฟิงรู้คุณค่าของสินค้าพิเศษอย่างบุหรี่สองซองนี้ดี แต่จี้เฟิงกลับไม่ลังเลเลยแม้แต่น้อยที่จะมอบมันให้กับเขา
  แท้จริงแล้วหากบุหรี่สองซองนี้อยู่ในมือของประชาชนทั่วไปบุหรี่สองซองนี้ก็ไม่ต่างจากบุหรี่ชนิดอื่นๆเลย ไม่ว่าจะสูบอย่างไร หรือบุหรี่รสดีแค่ไหนก็เป็นอันตรายต่อสุขภาพอยู่ดี
  แต่ถ้ามันอยู่ในมือพ่อของฮั่นจงผลที่ได้จะแตกต่างออกไปมาก
  บุหรี่สองซองนี้ก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้คนอื่นมองพ่อของฮั่นจงเปลี่ยนไปคนในกลุ่มบริษัทบางคนที่มีแรงจูงใจบางอย่างแอบแฝงจะต้องตกใจอย่างแน่นอน
  มันหมายความว่าอย่างไรถึงได้รับสินค้าพิเศษเช่นนี้
  นี่มันหมายความว่าตระกูลฮั่นมีภูมิหลังที่ยิ่งใหญ่แล้วใครจะโง่พอที่จะไปหาเรื่องคนที่มีภูมิหลังเช่นนี้
  ตัวอย่างเช่นถ้าคุณต้องการไปติดต่อธุรกิจกับเจ้าของบริษัทบางคนคุณยังจะกล้าวางมาดเหนือกว่าหรือไม่ถ้าเห็นว่าเขากำลังสูบบุหรี่ชนิดพิเศษนี้อยู่
  โดยเฉพาะอย่างยิ่งธุรกิจจำพวกการค้าหรือเจ้าของห้างสรรพสินค้าแม้ว่าจะเป็นเพียงข่าวเล็กๆน้อยๆ บางครั้งก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้เกิดคลื่นลูกใหญ่หรือแม้กระทั่งก่อตัวจนกลายเป็นพายุใหญ่
  แน่นอนว่าพ่อของฮั่นจงคงไม่สูบบุหรี่เหล่านี้ด้วยตัวเองอย่างแน่นอนเว้นเสียแต่ว่าในโอกาสที่สำคัญมากๆ ถ้าเขาหยิบมันออกมาใช้ช่วงเวลาที่เหมาะสม เขาจะสามารถเปลี่ยนช่วงเวลาวิกฤตให้เป็นโอกาสได้อย่างคาดไม่ถึงเลยทีเดียว
  ดังนั้นบุหรี่สองซองนี้จึงเป็นสิ่งของที่ประเมินค่าไม่ได้สำหรับทั้งพ่อของฮั่นจงและทั้งฮั่นกรุ๊ปของขวัญชิ้นนี้ก็ยิ่งใหญ่เกินไปจริงๆ
  ไม่ว่าจุดประสงค์ของจี้เฟิงคืออะไรแต่แค่ของขวัญจากเขาก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้ฮั่นจงรู้สึกซาบซึ้งไปจนตายยิ่งไปกว่านั้นฮั่นจงรู้ดีว่าจี้เฟิงไม่ได้ต้องการให้เขาทำอะไรเป็นการตอบแทนเลย
  กับคนที่สามารถพกบุหรี่ชนิดพิเศษแบบนี้ได้สามสี่ซองฮั่นกรุ๊ปจะไปเทียบได้อย่างไร แน่นอนว่าถ้าเป็นเรื่องเงินนั้นหาได้ทุกเมื่อ แต่ถ้าอยากได้พลังอำนาจ… ต่อให้มีเงินมากแค่ไหนก็ไม่สามารถซื้อบุหรี่ที่เป็นสินค้าพิเศษแบบนี้ได้! Aileen-novel
  ดังนั้นฮั่นจงจึงไม่สงสัยเกี่ยวกับจุดประสงค์แอบแฝงของจี้เฟิงเลยแม้แต่น้อย
  ความจริงแล้วจี้เฟิงก็ไม่ได้มีจุดประสงค์อื่นใดแอบแฝงจริงๆนั่นแหละที่ฮั่นจงกล้าขอและจี้เฟิงก็กล้าให้บุหรี่สองซองนี้เป็นเพราะเขารู้ว่าบุหรี่สองซองนี้จะส่งผลอะไรถ้ามันได้อยู่ในมือของฮั่นจง เพราะถ้ามันอยู่ในมือเขาอย่างดีที่สุดเขาก็จะทำกับบุหรี่พวกนี้ไม่ต่างจากบุหรี่ธรรมดา
  ยิ่งไปกว่านั้นเขาและฮั่นจงพูดได้อย่างเต็มปากเต็มคำว่าเป็นเพื่อนกัน แม้ว่าฝ่ายหลังจะมีความเฉลียวฉลาดเยี่ยงนักธุรกิจแต่เขาก็ไม่ได้เป็นคนหัวหมอที่ชอบเอารัดเอาเปรียบอย่างพ่อค้าส่วนใหญ่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งพวกเขาเป็นเพื่อนกัน แค่คำๆนี้ก็เพียงพอแล้วที่เขาไม่จำเป็นจะต้องคิดเล็กคิดน้อยให้ปวดหัวซะเปล่าๆ
  สำหรับคนที่เขาเรียกว่าเพื่อนความสัมพันธ์นั้นเรียบง่ายโดยเนื้อแท้ จี้เฟิงมองคำว่าเพื่อนเป็นเช่นนี้มาโดยตลอด ตัวอย่างเช่นความสัมพันธ์ระหว่างเขากับจางเล่ย ไม่ว่าจะเป็นตอนที่จี้เฟิงยากจนหรือตอนที่อัตลักษณ์และสถานะของทั้งสองฝ่ายกลับกัน ความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขายังคงไม่เปลี่ยนแปลง
  ทั้งสองคนไม่ได้พูดถึงเรื่องนี้อีกฮั่นจงแค่ยิ้มและกล่าวว่า “เหล่าจี้ถ้าในอนาคตนายได้บุหรี่แบบนี้มาอีก อย่าลืมให้ฉันอีกซักสองสามซองนะ!”
  “ไปตายซะ!”จี้เฟิงสาปแช่งยิ้มๆ “นายคิดว่ามันเป็นผักกาดขาวหรือยังไงที่จะได้มีให้เสมอ พูดกันตามตรงนะ ฉันไม่รู้ที่มาที่ไปโดยเฉพาะของบุหรี่แพนด้าพวกนี้หรอก ถ้าไม่ใช่เพราะนายพูดว่ามันเป็นบุหรี่ที่เป็นสินค้าพิเศษฉันก็ยังคงไม่รู้จนถึงตอนนี้นั่นแหละ…”
  เมื่อจี้เฟิงพูดมาถึงตรงนี้เขาก็นึกบางอย่างขึ้นมาได้และพูดอย่างลังเล“เดี๋ยวนะ… นายคิดว่าโจวหลี่และสมาชิกทีมของเขาจะรู้จักสินค้าพิเศษพวกนี้หรือเปล่า เพราะมันเป็นบุหรี่ชนิดเดียวกันกับที่ฉันเพิ่งให้พวกเขาไป!”
  ฮั่นจงถึงกับอ้าปากเหวอหลังจากนั้นไม่นานเขาก็พูดว่า “ปกตินายเป็นคนที่สูบบุหรี่พิเศษนี้แล้วแจกจ่ายให้ชาวบ้านเขาไปทั่วแบบนี้อยู่แล้วเหรอ!”   จี้เฟิงยิ้มอย่างขมขื่น“ฉันไม่ทันได้สังเกตด้วยซ้ำว่าบุหรี่ที่ฉันสูบมันยี่ห้ออะไร เพราะปกติแล้วฉันสูบบุหรี่น้อยมาก…”
  “ให้ตายเหอะ!”ฮั่นจงโพล่งออกมาทันที “ถ้านายจะชอบแจกจ่ายบุหรี่ให้คนอื่นไปทั่วแบบนี้ ทำไมนายไม่เอามาแจกจ่ายให้ฉันแทนล่ะ! ฉันไม่สนแล้ว เอาที่อยู่ในกระเป๋าเสื้อของนายมาให้ฉันด้วย!”
  หลังจากที่พูดจบโดยไม่รอให้จี้เฟิงตอบเขาเอื้อมมือเข้าไปในกระเป๋าเสื้อของจี้เฟิงและหยิบซองบุหรี่ออกมาเขาหัวเราะอย่างมีความสุขและพูดว่า “ไม่ได้การล่ะ ตอนนี้ฉันมีเจ้านี่แล้วที่เหลือก็คงต้องไปหาเงิน!”
  จู่ๆจี้เฟิงรู้สึกหัวเราะไม่ออกร้องไห้ไม่ได้
  ทั้งสองแวะหาร้านข้าวและกินกันอย่างง่ายๆจากนั้นพวกเขาก็ตรงไปที่วิลล่าของจี้เฟิงทันที ด้วยการตกแต่งที่ดูอบอุ่นและสภาพแวดล้อมที่สดชื่นทำให้ฮั่นจงรู้สึกอิจฉามาก เขารู้สึกอยากจะมีแฟนบ้าง!
  จี้เฟิงไม่สนใจฮั่นจงเลยแม้แต่น้อยเขามองออกว่าฮั่นจงและจางเล่ยเป็นผู้ชายบ้าๆเหมือนกัน และในกรณีที่มีเพื่อนแบบนี้ การเมินเฉยหรือไม่สนใจเขาเป็นสิ่งที่ดีที่สุด!
  ในช่วงบ่ายตอนที่ฮั่นจงกำลังจะกลับเขาบอกกับจี้เฟิงว่าเขาจะกลับไปที่มหาวิทยาลัยเพื่อจะไปหาแฟนบ้าง จี้เฟิงได้แต่หัวเราะแห้งๆและไปส่งเขาที่ถนนแล้วบอกให้เขานั่งรถแท็กซี่ไปต่อ
  แต่ก่อนจะออกเดินทางฮั่นจงได้เอารูปถ่ายของถงเล่ยและจี้เฟิงไปด้วย แต่เหมือนเขาจะนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ จู่ๆเขาก็ตะโกนออกมา “บัดซบ! ไอ้หมอนั่น โจวหลี่น่ะ เขาได้บุหรี่พิเศษไปอย่างง่ายๆเลยนี่หว่า เขาได้มันโดยที่ไม่ต้องใช้ความพยายามอะไรเลย แต่นายไม่ต้องห่วง ฉันจะบอกให้เขาจัดการเรื่องบัตรรับรองที่พักให้เสร็จสิ้นภายในบ่ายวันนี้เลย ส่วนใครที่มันกล้าหาเรื่องพี่สะใภ้ในอนาคตของฉันล่ะก็ มันคนนั้นไม่ได้ตายดีแน่!”
  จี้เฟิงอยากจะบอกเขาว่าในตอนนั้นโจวหลี่ไม่ได้ขอบุหรี่ไปแต่เมื่อเขาเห็นฮั่นจงที่กำลังกัดฟันด้วยความมุ่งมั่นจี้เฟิงก็ได้แต่หัวเราะและไม่ได้พูดอะไรอีก
  หลังจากที่ไปส่งฮั่นจงเรียบร้อยแล้วจี้เฟิงก็คิดเกี่ยวกับเรื่องนี้และตัดสินใจโทรหาพี่ชายคนที่สองของเขา บุหรี่ชนิดพิเศษนี้มันเหมือนมีอะไรแปลกๆ แม้ว่าพี่รองของจี้เฟิงจะเป็นประธานแห่งเจียนอันกรุ๊ป แต่ของเขาก็ยังห่างไกลจากการได้รับบุหรี่แพนด้าที่เป็นสินค้าพิเศษระดับนี้
  จี้ช่าวเหลยที่เพิ่งรับโทรศัพท์จากจี้เฟิงก็ยิ้มและพูดว่า“โอ้ สมแล้วที่เราเป็นพี่น้องกัน ฉันกำลังจะโทรหานายพอดีเลย ว่ายังไงน้องสามมีอะไรเหรอ”
  “พี่ก็จะโทรหาผมเหมือนกันเหรอ”จี้เฟิงยิ้มเล็กน้อย “พี่รอง ผมจะถามเรื่องบุหรี่ที่อยู่ในรถของพี่หน่อย พี่ไม่ได้จะเตรียมไว้เป็นของขวัญให้ใครใช่มั้ย?”
  “เออใช่!นายพูดเรื่องนี้ขึ้นมาก็ดีแล้ว บุหรี่พวกนั้นฉันตั้งใจจะเอามาให้นายนั่นล่ะ แต่พอมีเรื่องยุ่งๆฉันเลยลืมบอกนายไป… น้องสามนายคงไม่ได้เอาบุหรี่พวกนั้นไปให้คนอื่นใช่มั้ย!” จี้ช่าวเหลยพูดๆอยู่ก็เหมือนจะนึกอะไรบางอย่างขึ้นได้ “บุหรี่นั่นสงวนไว้สำหรับนายโดยเฉพาะ! ไอ้หนู อย่าเอาไปให้คนอื่นมั่วซั่วเชียวนะ!”
  “ผมว่าไม่ทันแล้วล่ะ”จี้เฟิงยิ้มแห้งๆ “บุหรี่ห้าซอง ตอนนี้เหลืออยู่สองซอง ผมสูบเองซองนึงส่วนอีกสองซองแจกให้เพื่อนไปแล้ว…”
  “ก็ไม่แย่เท่าไหร่ในเมื่อตอนนี้นายรู้คุณค่าของมันแล้ว ฉันเชื่อว่านายจะจัดการได้ดี” สำหรับจี้เฟิงแล้ว ในสายตาของจี้ช่าวเหลย จี้เฟิงเป็นคนที่เขารู้สึกมั่นใจและเชื่อใจมากพอสมควรแม้ว่าเด็กคนนี้เพิ่งจะอายุไม่มาก แต่ความคิดของเขาไม่เหมือนกันเด็กหนุ่มอายุ 20 ปี แต่เหมือนจิ้งจอกเฒ่าที่ผ่านสังคมมามากมาย
  “พี่รองพี่ไปเอาบุหรี่พิเศษพวกนี้มาจากไหน”จี้เฟิงอดไม่ได้ที่จะถามด้วยความอยากรู้
  “จะเอามาจากไหนได้ฉันก็ขโมยมาจากคุณปู่น่ะสิ!” จี้ช่าวเหลยยิ้มเฝื่อนๆและพูดว่า“พอพูดถึงคุณปู่ ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้ท่านมีอาการแย่ลงเรื่อยๆ แน่นอนว่าแพทย์ประจำตัวของคุณปู่จึงขอให้เขาเลิกสูบบุหรี่ แต่การแจกจ่ายบุหรี่ในแต่ละเดือนยังคงเหมือนเดิม ฉันเลยฉวยโอกาสตอนที่คุณปู่กับองครักษ์เผลอแล้วหยิบบุหรี่มาสองคอตตอน…”
  จี้เฟิงหัวเราะอย่างเซ่อๆแต่หัวใจของเขากลับรู้สึกเหมือนมีบางอย่างมาบีบรัดไว้ “พี่รอง สุขภาพของคุณปู่…”
  “ถ้าพูดกันตรงๆแบบไม่โลกสวยคุณปู่เองก็ชรามากแล้วบวกกับอาการบาดเจ็บที่เขาได้รับในช่วงสงครามสมัยก่อน แต่มันยังคงส่งผลมาจนถึงทุกวันนี้และไม่เคยรักษาให้หายขาดได้เลย ตอนนี้คุณปู่เดินเองไม่ได้แล้ว อย่างมากก็ต้องใช้ไม้เท้าแล้วก็นั่งรถเข็นเท่านั้น…” เมื่อพูดถึงอาการของปู่ผู้ที่เป็นผู้นำตระกูลจี้คนปัจจุบันและเป็นผู้อาวุโสสูงสุดของบ้าน เสียงของจี้ช่าวเหลยก็เบาลงเรื่อยๆ “แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจากโรงพยาบาลเขตทหารบอกว่า ปีนี้เป็นฤดูหนาวที่หนาวเหน็บและยากที่จะบอกได้ว่าคุณปู่จะอยู่รอดพ้นช่วงฤดูหนาวนี้ไปได้หรือเปล่า…”
  จี้เฟิงเงียบแม้ว่าเขาจะไม่เคยพบกับคุณปู่ของเขามาก่อน แต่ไม่ว่ายังไงก็ยังมีความรู้สึกของสายสัมพันธ์ เลือดย่อมข้นกว่าน้ำเสมอ เมื่อได้ยินข่าวนี้จี้เฟิงก็รู้สึกไม่ค่อยสบายใจ
  เขากำลังคิดอยู่ว่าการที่เขาตัดสินใจพยายามที่จะอยู่ให้ได้ด้วยตัวเองและแยกตัวมาอย่างอิสระโดยไม่ต้องขึ้นอยู่กับครอบครัวเป็นเรื่องที่ถูกต้องแล้วหรือเปล่าและเขาควรที่จะโทรหาคุณปู่ดีมั้ย…
  “น้องสามยังมีอีกเรื่องที่ฉันต้องบอกนาย” เสียงที่ดูจริงจังของจี้ช่าวเหลยดึงจี้เฟิงให้กลับมาสู่ความเป็นจริง “อืม จะว่ายังไงดี… สิ่งที่นายทำในเจียงโจว นายทำได้ดีมาก ลุงใหญ่กับพ่อของฉันพอใจมาก แต่ภายในตระกูลก็ยังมีเสียงที่แตกต่างอยู่บ้าง..”
  “เสียงที่แตกต่าง”จี้เฟิงขมวดคิ้วอย่างช่วยไม่ได้  “ใช่นายอาจจะยังไม่ค่อยรู้จักเครือญาติในตระกูลเราเท่าไหร่ ในตระกูลจี้ของเราคนที่เป็นสายตรงคือ คุณลุงใหญ่ พ่อฉัน แล้วก็อาสาม ส่วนรุ่นที่สามก็เป็นพวกเรานี่แหละ แต่นอกเหนือจากสายตรงอย่างพวกเราแล้ว ยังมีลูกหลานที่เป็นลูกของพี่น้องของคุณปู่ของพวกเราด้วย พวกเขาก็เป็นเครือญาติและเป็นสายเลือดของตระกูลจี้ เพียงแค่ว่าไม่ใช่สายตรง..”
  “พี่รองจะบอกว่าญาติคนอื่นๆไม่พอใจฉันงั้นเหรอ” จี้เฟิงเข้าใจในทันที แม้ว่าอาสองและพ่อของเขาที่เป็นสายตรงจะพึงพอใจ แต่ถ้าหากมีเสียงที่แตกต่างออกจากไปญาติห่างๆที่เรียกว่าสายเลือดข้างเคียงของตระกูลจี้ เรื่องก็อาจจะไม่ได้จบง่ายๆเพียงเท่านี้

>กลับหน้าหลักHOMEจิ้ม<

Prev
Next

Comments for chapter "บทที่ 280 สายเลือดข้างเคียง"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Aileen Novel
  • หน้าหลัก HOME
  • COOKIE POLICY

© 2020 - 2023 ไอรีนโนเวล นิยายอ่านฟรีทุกวัน เว็บอ่านนิยาย pdf ไอรีนโนเวล “aileen-novel.online” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน นิยายชื่อดัง ตอนล่าสุด "ฮณ๊ฯดฯฌซ, อ่านฟรี อ่านเพลินอ่านทั้งวันกับไอรีนโนเวลออนไลน์

Sign in

Lost your password?

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย

Sign Up

Register For This Site.

Log in | Lost your password?

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย

Lost your password?

Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย