Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Contact
ค้นหานิยาย
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Contact
Sign in Sign up

The Ultimate Student สุดยอดนักเรียนสมองอัจฉริยะ - บทที่ 271 สยองขวัญโดยกำเนิด

  1. Home
  2. The Ultimate Student สุดยอดนักเรียนสมองอัจฉริยะ
  3. บทที่ 271 สยองขวัญโดยกำเนิด
Prev
Next

ไม่เห็นนิยายอัปเดตใช่ไหม?
>>จิ้มที่นี่ได้เลย<<

  สติของจี้เฟิงเข้าไปอยู่ภายในจิตใต้สำนึกของเขาอีกครั้งและสมองหมายเลข 1 ที่แกว่งไปมาอยู่ด้านหน้าเขาก็ทักทายขึ้นทันที
  “มาสเตอร์ไม่ได้เจอกันนานเลยนะครับ” สมองหมายเลข 1 กล่าว
  “นี่นานแล้วเหรอไม่ใช่แค่สองวันเหรอ?” จี้เฟิงตกใจเล็กน้อยแม้เขาจะพูดคุยตอบโต้กับสมองหมายเลข 1 ในทันที เขาอดไม่ได้ที่จะมองไปยังสมองหมายเลข 1 ด้วยความประหลาดใจ “คุณสมอง คุณเรียนรู้ที่จะเป็นฝ่ายทักทายตั้งแต่เมื่อไหร่?”
  สมองหมายเลข1 คนก่อนไม่ใช่แบบนั้น อย่างมากเขาก็แค่สวัสดีไม่มีการพูดอะไรที่ดู… เหมือนมีความเป็นมนุษย์แบบนี้
  สมองหมายเลข1 กล่าวว่า “มาสเตอร์ สมองจะรวบรวมข้อมูลภายนอกโดยอัตโนมัติและประมวลผลเป็นข้อมูลของตัวเอง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในระบบที่จะทำให้สมองสามารถบริการโฮสต์ได้ดีมากขึ้น”
  “อ้อ!อย่างนี้นี่เอง!” จี้เฟิงพยักหน้าอย่างเข้าใจ เป็นฟังก์ชั่นที่ดีจริงๆ ตอนแรกเขาคิดว่ามันจะเหมือนกับในหนัง ที่พวกหุ่นยนต์ที่มีปัญญาประดิษฐ์จะเริ่มมีวิวัฒนาการและในที่สุดก็ควบคุมมนุษย์เพื่อที่จะยึดครองโลก!
  แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าไม่น่าจะมีปัญหาอะไรแบบนั้นเกิดขึ้นการมีอยู่และการพัฒนาของสมองหมายเลขหนึ่งล้วนทำเพื่อตัวเขาเองเท่านั้น ซึ่งถือว่าดีทีเดียว!
  จี้เฟิงโยนความคิดที่ฟุ้งซ่านออกไปทันที“คุณสมอง คุณพอจะเข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้นในคืนนี้หรือเปล่า พลังงานไฟฟ้าชีวภาพในร่างกายของผมมีต้นกำเนิดมาจากพลังปราณจริงเหรอ”
  “มาสเตอร์ตามข้อมูลที่สมองรวบรวมได้ ยังไม่สามารถตัดสินได้อย่างแม่นยำ” สมองหมายเลข 1 กล่าว “เนื่องจากสมองไม่ได้รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับพลังปราณที่แท้จริงโดยกำเนิด อย่างไรก็ตาม สมองได้รวบรวมข้อมูลของบุคคลที่ต่อสู้กับมาสเตอร์ในวันนี้ไว้หมดแล้ว เป็นเรื่องจริงที่พลังงานในร่างกายของเขามีความคล้ายคลึงกับพลังงานไฟฟ้าชีวภาพของมาสเตอร์แต่ไม่ว่าจะเป็นความเข้มข้นของพลังงานหรือความบริสุทธิ์ของพลังงานก็ไม่อาจเปรียบเทียบกับพลังงานไฟฟ้าชีวภาพของมาสเตอร์ได้เลย”
  “เขาก็มีพลังงานแบบนี้อยู่ในร่างกายเขาด้วยเหรอ”จี้เฟิงขมวดคิ้วเล็กน้อย ทันใดเขาก็เหมือนจะนึกถึงอะไรบางอย่างและถามทันที “ถ้าอย่างนั้น พลังงานในร่างกายของเขาสามารถนำมาใช้ในการต่อสู้ได้หรือเปล่า? แล้วอะไรคือความแตกต่างระหว่างความเข้มข้นของพลังงานในร่างกายเขากับพลังงานไฟฟ้าชีวภาพในร่างกายของผม?”
  “สามารถใช้ในการต่อสู้ได้และยังสามารถเพิ่มพลังและความเร็วได้มากกว่าปกติสามเท่าอย่างไรก็ตามพลังงานของเขาไม่สามารถเทียบได้กับพลังงานกระแสไฟฟ้าชีวภาพของมาสเตอร์ เนื่องจากไม่มีข้อมูลเปรียบเทียบที่สอดคล้องกัน” สมองหมายเลข 1 กล่าว “แต่ถ้าเปรียบเทียบความเข้มข้นของพลังงาน พลังงานกระแสไฟฟ้าชีวภาพของมาสเตอร์จะมีมากกว่าเขาถึงสิบเท่า! ส่วนความบริสุทธิ์อย่างน้อยก็ห้าสิบเท่าหรือมากกว่านั้น”
  “พลังงานกระแสไฟฟ้าชีวภาพของฉันมันแข็งแกร่งมากขนาดนั้นเลยเหรอ”จี้เฟิงตกตะลึงในทันที
  เพราะตามการคาดเดาของเขาพลังงานในร่างกายของหวังเหวินเหลียงน่าจะเป็นพลังปราณที่แท้จริงในตำนาน ซึ่งน่าจะเป็นพลังเดียวกันกับกำลังภายในของนิยายและภาพยนตร์ และตามคำกล่าวของหวังเหวินเหลียง พลังปราณที่แท้จริงที่อยู่ในตัวของจี้เฟิงนั้นคือพลังของกระแสไฟฟ้าชีวภาพที่ถูกเรียกว่าพลังปราณที่แท้จริงโดยกำเนิด
  แม้ว่าหวังเหวินเหลียงจะดูเคารพและชื่นชมในพลังปราณที่แท้จริงโดยกำเนิดมากแต่ความแตกต่างถึงห้าสิบเท่ามันจะไม่มากเกินไปหน่อยหรือ มันเหลือเชื่อเกินไป!
  ความเข้มข้นของพลังงานที่ว่านี้สามารถสะสมได้และเมื่อเวลาของการฝึกฝนที่เพิ่มมากขึ้นปริมาณของกระแสไฟฟ้าชีวภาพในร่างกายก็จะเพิ่มขึ้นดังนั้นช่องว่างที่ว่านี้สามารถแสดงให้เห็นถึงระยะเวลาของการฝึกฝนของปรมาจารย์แห่งศิลปะการต่อสู้เท่านั้น อย่างไรก็ตามความบริสุทธิ์ของพลังงานแสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของพลังงานจริงๆ
  ซึ่งเป็นเหมือนความแตกต่างระหว่างแบตเตอรี่แห้งและไฟฟ้าแรงสูงถ้าพลังงานในแบตเตอรี่แห้งมีมากเพียงพอ ก็อาจจะพอเปรียบเทียบได้กับปริมาณไฟฟ้าที่ปล่อยออกมาจากไฟฟ้าแรงสูงในเวลาสั้นๆ
  แต่อย่างไรก็ตามไม่ว่าจะมีแบตเตอรี่แห้งสักกี่ก้อนก็คงเทียบไม่ได้กับความเข้มข้นของพลังงานที่ผลิตโดยไฟฟ้าแรงสูง
  ถ้าจะพูดตรงๆก็คืออย่างหนึ่งคือปริมาณอีกอย่างคือคุณภาพทั้งสองนั้นไม่เหมือนกันเลย
  โดยการอ้างอิงถึงหวังเหวินเหลียงและสมองหมายเลข1 จี้เฟิงได้ข้อสรุปว่า พลังปราณที่แท้จริงนั้นจะเทียบเท่าได้กับแบตเตอรี่แห้ง ส่วนพลังปราณที่แท้จริงโดยกำเนิดจะเทียบเท่ากับไฟฟ้าแรงสูง!
  “ช่องว่างนี้เกินจริงเกินไป!”จี้เฟิงส่ายหัวด้วยความไม่อยากจะเชื่อและรู้สึกตกใจอยู่ไม่น้อย เขาไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าพลังงานไฟฟ้าชีวภาพในร่างกายของเขาจะทรงพลังมากขนาดนี้
  “เป็นไปได้มั้ยที่คนพวกนั้นอ่อนแอเกินไปนั่นจึงเป็นเหตุว่าทำไมพลังกระแสไฟฟ้าชีวภาพของฉันถึงได้ทรงพลังกว่าเมื่อเทียบกับคนเหล่านั้น” จี้เฟิงอดไม่ได้ที่จะพึมพำกับตัวเอง “นี่มันไม่ใช่ยุคแห่งตำนานที่จะมีเทพหรือภูตผีวิ่งไปทั่วทุกที่ ไม่ว่าคนคนหนึ่งจะแข็งแกร่งแค่ไหน ก็ใช่ว่าจะมีศักยภาพมากกว่าปรมาจารย์หรือยอดฝีมือคนอื่นๆถึงสิบเท่า!” Aileen-novel
  “สมองหมายเลข1 คุณแน่ใจนะว่าคุณไม่ได้คำนวณผิด” จี้เฟิงอดไม่ได้ที่จะถามย้ำเพื่อความแน่ใจ
  “ครับมาสเตอร์ ความน่าจะเป็นที่จะเกิดความผิดพลาดของโปรแกรมของสมองมีเพียงหนึ่งในล้านล้านเท่านั้น!” สมองหมายเลข 1 กล่าว
  จี้เฟิงคงต้องเชื่อแล้วล่ะว่าเขาเป็นผู้ชายที่มีพลังมากจริงๆและพลังไฟฟ้าชีวภาพที่เขาได้ครอบครองนั้นก็ทรงพลังมากกว่าปรมาจารย์ทั่วไปอย่างน้อยก็ห้าสิบเท่า!
  “แบบนี้ก็ดีเหมือนกันแฮะ!”จี้เฟิงพยักหน้าและยิ้ม อย่างน้อยสำหรับเรื่องนี้เขาก็ไม่ต้องคอยกังวลว่าหลังจากที่จัดการหวังเหวินเหลียงไปแล้วจะถูกคนที่มีอำนาจมากกว่ามาสร้างปัญหาให้กับเขาในภายหลัง อย่างน้อยในแง่ของพลังและความแข็งแกร่งเขาก็ไม่ด้อยไปกว่าคนอื่น
  มาถึงตอนนี้แล้วจี้เฟิงก็ไม่มีอะไรให้ต้องกังวล
  ทันใดนั้นเขาก็รู้สึกกระตือรือร้นขึ้นมาทันทีและพูดว่า“คุณสมอง เรามาฝึกกันเถอะ!”
  ………………
  ห้าวันต่อมาที่หอพักฟื้นในแผนกผู้ป่วยในของโรงพยาบาลเพื่อประชาชนแห่งเจียงโจว
  หวังเหวินเหลียงลืมตาขึ้นเล็กน้อยอย่างช้าๆและสิ่งแรกที่เขาเห็นก็คือใบหน้าของเทียนกั๋วถงและเฉียวหรงรวมถึงศิษย์ร่วมสำนักเดียวกับเขา
  “ห้าพี่ห้า…” หวังเหวินเหลียงพูดอย่างยากลำบาก เขารู้สึกได้แค่เพียงความเจ็บปวดไปทั่วทั้งตัวและคอของเขาก็แห้งผากจนทนไม่ไหว
  “เหวินเหลียงในที่สุดนายก็ตื่นแล้ว” ชายหนุ่มพูดอย่างมีความสุข “โชคดีที่ฟื้นขึ้นมาซักที นายอยู่ในอาการโคม่ามาหลายวัน พี่ห้ากับนายหญิงเฉียวเป็นห่วงแทบตาย ถ้าไม่ใช่เพราะพี่ห้าห้ามฉันไว้ฉันคงไปฆ่าไอ้สารเลวนั้นเพื่อระบายความโกรธที่มันทำกับนายแบบนี้!
  แววตาของหวังเหวินเหลียงแสดงร่องรอยของความอับอายแต่เมื่อได้ยินว่าศิษย์ร่วมสำนักกำลังจะไปแก้แค้นจี้เฟิงให้เขา เขาก็ตื่นตระหนกและรีบโบกมือด้วยความยากลำบาก “อย่า! อย่าไป นายไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเขา!”
  “ทำไม”ชายหนุ่มเต็มไปด้วยความไม่พอใจ “ฉันได้ยินเจ้านายตัวน้อยบอกมาว่า ไอ้สารเลวจี้เฟิงมันวางแผนที่จะอาศัยความมืดและคอยหลบซ่อนตัวอยู่ในนั้นและหาจังหวะลอบโจมตีนายโดยไม่ให้ตั้งตัว แล้วทำไมฉันถึงจะไประบายความโกรธกับคนสารเลวแบบนั้นไม่ได้!”
  “ลอบโจมตีในความมืด”หวังเหวินเหลียงอดไม่ได้ที่จะยิ้มอย่างขมขื่นและพูดด้วยความยากลำบาก “ไม่ใช่ว่าเขาวางแผนที่จะลอบโจมตีฉันหรอก แต่พวกฉันตั้งหากที่คอยซุ่มโจมตีเขา แต่สุดท้ายพวกฉันก็เป็นฝ่ายที่พ่ายแพ้เสียเอง”
  “เป็นไปได้ยังไง!”ชายหนุ่มไม่อยากจะเชื่อเลย จี้เฟิงจะเอาชนะศิษย์ร่วมสำนักที่เป็นรุ่นพี่ของเขาได้ยังไง? แถมยังมีจำนวนคนที่มากกว่าด้วยซ้ำ!
  ทันใดนั้นเขาก็คิดถึงความน่าจะเป็นและพูดว่า“ฉันรู้แล้ว ไอ้สารเลวนั่นมันต้องมีแว่นสำหรับใช้มองในตอนกลางคืนหรืออุปกรณ์ช่วยเหลืออย่างอื่นแน่นอน ไม่อย่างนั้นมันจะรู้ตำแหน่งของนายอย่างแม่นยำในความมืดได้ยังไง ใช่แล้ว! มันต้องเป็นเพราะแบบนี้แน่ๆ!”
  เทียนกั๋วถงไม่คิดตื้นๆเหมือนชายหนุ่มเขาขมวดคิ้วเล็กน้อยและถามว่า “เหวินเหลียง ฉันได้ยินเจ้านายตัวน้อยบอกว่าก่อนที่นายจะหมดสติไป นายพูดออกมาว่าปราณโดยกำเนิด มันคือเรื่องจริงหรือเปล่า”
  หวังเหวินเหลียงพยายามฝืนความเจ็บปวดเพื่อพยักหน้าพร้อมกับมีความหวาดกลัวแฝงอยู่ในแววตาของเขา“จริง!”
  ใบหน้าของเทียนกั๋วถงถึงกับเปลี่ยนไปทันที“มันเป็นเรื่องจริงหรือนี่ จี้เฟิงคนนี้มีพลังปราณ…”  “ใช่พี่ห้า เขาเป็นปรมาจารย์ศิลปะการต่อสู้โบราณที่มีพลังปราณโดยกำเนิดจริงๆ!” หวังเหวินเหลียงกล่าวยืนยันอีกครั้ง “ยิ่งไปกว่านั้นพลังปราณของเขานั้นบริสุทธิ์อย่างมาก ฉันไม่เคยเห็นพลังปราณที่แท้จริงโดยกำเนิดบริสุทธิ์ขนาดนี้มาก่อน ถึงแม้ว่าจะเป็นท่านอาจารย์ของเราก็ไม่บริสุทธิ์เช่นนี้!”
  “นักสู้โดยกำเนิด…”ใบหน้าของเทียนกั๋วถงกลายเป็นน่าเกลียด “เรากำลังต่อสู้กับนักสู้โดยกำเนิดหรือนี่ ฮ่าฮ่า~! ไม่น่าแปลกใจเลยที่ทำไมเขาถึงไม่ใช้พลังงานที่แท้จริงในเหตุการณ์การต่อสู้ที่หน้าประตูใหญ่ร้านเฟอร์นิเจอร์ในวันนั้น…. สำหรับปรมาจารย์ศิลปะการต่อสู้โบราณที่มีพลังปราณแท้โดยกำเนิด แค่มือข้างเดียวก็เพียงพอแล้วที่จะจัดการกับพวกอันธพาลเหล่านั้น แล้วจะมีความจำเป็นอะไรที่เขาจะต้องใช้พลังปราณที่แท้จริงโดยกำเนิด!”
  ชายหนุ่มข้างๆไม่ค่อยเชื่อนัก“พี่ห้า พี่พูดเกินจริงไปหรือเปล่า จี้เฟิงจะแข็งแกร่งขนาดนั้นได้ยังไง เขาเพิ่งจะอายุ 20 ปีเท่านั้น เขาจะฝึกฝนพลังปราณที่แท้จริงโดยกำเนิดได้ยังไง หรือต่อให้เขาเป็นนักสู้ที่มีพลังปราณโดยกำเนิดจริงๆ มันก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะเป็นอมตะซักหน่อย เขายังเด็กและทักษะของเขาก็คงไม่ได้เชี่ยวชาญลึกซึ้งอะไรมาก เพียงแค่เรามีอาวุธ แค่นี้ก็น่าจะมากพอที่จะใช้จัดการเขาได้แล้วไม่ใช่เหรอ!”
  “แม้ว่าทักษะของเขาอาจจะไม่ได้ฝึกจนลึกซึ้งมากพอแต่ความสามารถของเขาไม่ได้อาศัยเพียงแค่พลังปราณที่แท้จริงโดยกำเนิดเพียงอย่างเดียว!” หวังเหวินเหลียงกล่าวอย่างขมขื่น
  ใบหน้าของเทียนกั๋วถงเปลี่ยนไปอีกครั้งเขารีบถามทันที “นายหมายความว่าอย่างไร”
  หวังเหวินเหลียงคิดอยู่ครู่หนึ่งจากนั้นจึงเอ่ยสิ่งที่อยู่ในความคิดของเขา….
  ความสยองขวัญของจี้เฟิงใครที่ไม่เคยได้สัมผัสกับตัวเองจะไม่มีทางเข้าใจได้ดีเท่ากับคนที่เคยประสบมาแล้วอย่างแน่นอน  ในตลอดระยะเวลาห้าวันที่ยังอยู่ในอาการโคม่าหวังเหวินเหลียงใช้เวลาเกือบทั้งหมดจมอยู่ในฝันร้ายของเขา ในความฝันนั้นเกือบทุกฉากมันคือตอนที่เขาได้เผชิญหน้ากับจี้เฟิงในคืนนั้น
  เมื่อมองย้อนกลับไปอย่างละเอียดถี่ถ้วนอีกครั้งหวังเหวินเหลียงก็ตระหนักว่าความสยองขวัญที่แท้จริงของจี้เฟิงไม่ใช่แค่การที่เขาได้ครอบครองพลังปราณที่แท้จริงโดยกำเนิดที่คนอื่นได้แต่ใฝ่ฝันถึงเท่านั้น แต่มันเป็นการที่ต้องตกอยู่ใต้เงื้อมมือของเขา การกระทำทุกขั้นตอนของเขาช่างโหดเหี้ยมและเลือดเย็นนี่แหละคือความสยองขวัญที่แท้จริงของจี้เฟิง
  ปรมาจารย์ศิลปะการต่อสู้แบบโบราณที่มีพลังปราณที่แท้จริงโดยกำเนิดนั้นช่างน่ากลัวและทรงพลังอย่างแท้จริงหากได้รับการฝึกฝนพลังปราณที่แท้จริงโดยกำเนิดจนถึงขั้นสูงสุด ว่ากันว่ามันสามารถเตะต้นไม้ใหญ่ให้โค่นล้มได้ด้วยการเตะเพียงครั้งเดียว และสามารถทุบก้อนหินให้แตกละเอียดได้ภายในหนึ่งหมัด และถ้าเขาใช้ความเร็วถึงขีดสุดคนที่พอจะมีทักษะอยู่บ้างก็คงจะทันที่จะได้เห็นเงาแต่ถ้าเป็นคนธรรมดาทั่วไปอย่าหวังเลยว่าจะได้เห็นแม้แต่เงา
  อย่างไรก็ตามจี้เฟิงยังอายุน้อยและการฝึกฝนของเขายังไม่ถึงขั้นกระสุนปืนยังคงเป็นภัยคุกคามที่ร้ายแรงต่อเขาอย่างมาก ดังนั้นตั้งแต่แรกเริ่มจี้เฟิงจึงไม่ใช้วิธีการในการเผชิญหน้ากับพวกเขาโดยตรง และด้วยเหตุนี้ วิธีที่น่ากลัวของเขาจึงแสดงให้เห็นออกมาอย่างชัดเจน
  อย่างแรกจี้เฟิงโจมตีผู้คนที่ซุ่มอยู่ด้านนอกทีละจุดๆและสุดท้ายก็สามารถเข้าไปในโรงงานได้อย่างราบรื่น
  หลังจากที่จี้เฟิงถูกจับได้ว่าแอบเข้ามาในโรงงานเขาก็ใช้เสื้อแจ็คเก็ตเพียงตัวเดียวเพื่อเปิดเผยตำแหน่งของมือปืนทั้งหมดที่ซุ่มโจมตีอยู่และยังตอบโต้ไปยังมือปืนเหล่านั้นได้อย่างแม่นยำ เป็นผลให้พวกเขาพ่ายแพ้ให้แก่จี้เฟิงทีละคนๆ และที่สำคัญที่สุดในกระบวนการทั้งหมดนี้เขาไม่ได้ฆ่าใครเลยแม้แต่คนเดียว
  มันไม่น่ากลัวหรอกหรือสำหรับเด็กหนุ่มที่มีความแม่นยำระดับนี้ใช้วิธีการที่ฉลาดหลักแหลมเช่นนี้ และยังกระทำการทั้งหมดในความมืด!
  เมื่อเทียนกั๋วถงและชายหนุ่มรวมถึงเฉียวหรงฟังจบพวกเขาก็ได้แต่เงียบกริบ มีศัตรูที่แข็งแกร่งเช่นนี้คงไม่มีใครรู้สึกยินดี แม้เทียนกั๋วถงก็ไม่อาจพูดได้อย่างเต็มปากเต็มคำว่าเขาและจี้เฟิงอยู่ในระดับเดียวกัน
  เมื่อพูดถึงการต่อสู้จี้เฟิงคือปรมาจารย์ศิลปะการต่อสู้ที่มีพลังปราณโดยกำเนิด และเมื่อพูดถึงอิทธิพลในเจียงโจว อำนาจส่วนใหญ่ก็ถูกควบคุมโดยตระกูลจี้ การที่พวกเขาสามารถเดินทางมาที่เจียงโจวได้นั่นเป็นเพราะว่าพวกเขาไม่ได้เป็นที่รู้จักหรือตระกูลจี้จงใจปล่อยให้พวกเขาเข้ามา
  หากพูดถึงกลอุบายผลลัพธ์ของหวังเหวินเหลียงก็เป็นตัวอย่างที่ดีที่สุด  แล้วจะต่อสู้กับสิ่งนี้ได้อย่างไร…..

>กลับหน้าหลักHOMEจิ้ม<

Prev
Next

Comments for chapter "บทที่ 271 สยองขวัญโดยกำเนิด"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Aileen Novel
  • หน้าหลัก HOME
  • COOKIE POLICY

© 2020 - 2023 ไอรีนโนเวล นิยายอ่านฟรีทุกวัน เว็บอ่านนิยาย pdf ไอรีนโนเวล “aileen-novel.online” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน นิยายชื่อดัง ตอนล่าสุด "ฮณ๊ฯดฯฌซ, อ่านฟรี อ่านเพลินอ่านทั้งวันกับไอรีนโนเวลออนไลน์

Sign in

Lost your password?

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย

Sign Up

Register For This Site.

Log in | Lost your password?

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย

Lost your password?

Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย