Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Contact
ค้นหานิยาย
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Contact
Sign in Sign up

World’s Best Martial Artist - ตอนที่ 207 รวมตัวกันที่หนานเจียง (2)

  1. Home
  2. World’s Best Martial Artist
  3. ตอนที่ 207 รวมตัวกันที่หนานเจียง (2)
Next

ไม่เห็นนิยายอัปเดตใช่ไหม?
>>จิ้มที่นี่ได้เลย<<

  ไม่กี่นาทีต่อมา ที่เหลืออยู่ก็คือกลุ่มนักศึกษาที่จ้องหน้ากันเองไปมา
  ไม่มีใครคิดเลยว่าครั้งนี้พวกเขาต้องจัดการทุกอย่าง
  ผ่านไปสักพักก็มีคนพูดขึ้น “เราควรมาคุยกันว่าจะจู่โจมยังไง ล้อมปราบพวกมันยังไง…”
  “อีกฝ่ายมีไม่เยอะ เราแค่ร่วมมือกัน…”
  “โง่เขลา!”
  “ฉันพูดเลย จู่โจมกันตามใจเถอะ ผู้ฝึกยุทธไม่ใช่ทหาร เราไม่เคยมีประสบการณ์ต่อสู้ในทีมใหญ่แบบนี้มาก่อน ถ้าเราฝืนบุกด้วยกัน มันจะวุ่นวายเอาเปล่าๆ”
  “ถ้าเราไม่บุกด้วยกัน มันจะไม่วุ่นวายรึไง…”
  “…”
  ขณะที่ทุกคนโต้เถียงกันอย่างหนัก ก็มีคนตะโกนขึ้นมาอย่างฉับพลัน “ทุกคน อย่างแรกเลยเราไม่ควรมาคิดเรื่องอื่น มาแนะนำตัวกันก่อนเถอะ เราอย่าเป็นกลุ่มคนที่ไม่รู้จักแม้แต่พันธมิตรของตัวเองเลย ถ้าเราจำพันธมิตรผิด เราจะโดนฉวยโอกาสเอา!”
  “พวกเราต่างเป็นผู้ฝึกยุทธ แถมเรายังมีกันไม่ถึง 300 คน เรามาแนะนำตัวกันสั้นๆเถอะ แถมมันยังทำให้เราไม่ตะโกนแค่คำว่า ‘เฮ้’ ตอนขอความช่วยเหลือ”
  ทุกคนพากันหัวเราะ มันก็จริง
  คนๆนี้แนะนำตัวอย่างรวดเร็ว “ฉันหยูเฉิน ผู้ฝึกยุทธขั้นสองสูงสุดจากมหาลัยวิชายุทธปักกิ่ง”
  “โจวเจี้ยน จิงอู่ ขั้นสองสูงสุด”
  “หวังตัน จิงอู่ ขั้นสองสูงสุด”
  “…”
  “หานซวี่ จิงอู่ ขั้นสองสูงสุด”
  “…”
  จิงอู่มีผู้ฝึกยุทธขั้นสองสูงสุดอยู่หลายคน พวกเขามีกระทั่งขั้นสามถึงห้าคน อย่างไรก็ตามพวกเขาต่างก็พึ่งบรรลุขั้นสามได้ไม่นาน ส่วนใหญ่ยังเป็นขั้นสามชั้นต้นอยู่
  หานซวี่ก็บรรลุขั้นสองสูงสุดแล้วเช่นกัน ความเร็วนี้น่าตกใจอย่างยิ่ง
  นี่หมายความว่าในเวลาไม่ถึงสี่เดือน คนๆนี้ขัดเกลากระดูกไปมากกว่า 60 ชิ้น ถ้าให้แม่นกว่านั้นก็คือ มันน้อยกว่า 110 วันเสียอีก
  แปลว่าเขาขัดเกลากระดูกหนึ่งชิ้น เฉลี่ยแล้วไม่ถึงสองวัน
  มี 80 คนที่มาจากจิงอู่ มีขั้นสาม 5 คน ขั้นสองสูงสุด 12 คน ที่เหลือเป็นผู้ฝึกยุทธขั้นสองชั้นกลางขึ้นไป
  ส่วนโม๋อู่ มีอยู่ 97 คน มีขั้นสาม 4 คน ขั้นสองสูงสุด 14 คน ที่เหลือมีปีหนึ่งที่ยังไม่บรรลุขั้นสองชั้นกลางอยู่ไม่กี่คน
  ในหมู่ขั้นสาม 4 คนของโม๋อู่ นอกจากฟางผิงแล้ว หยูเซี่ยงฮวา เฉินเผิงเฟยและนักศึกษาปีสามอีกคนล้วนทะลวงสู่ขั้นสามแล้ว
  จางจื่อเวยหยุดที่ขั้นสองสูงสุด ยังไม่ทะลวงผ่าน
  จากมหาลัยวิชายุทธหนานเจียง พวกเขามีผู้ฝึกยุทธขั้นสามแค่คนเดียว เป็นกู้เสียงคนที่ฟางผิงคุ้นเคยดี
  ส่วนมหาลัยอื่น มีผู้ฝึกยุทธขั้นสาม 5 คน ที่เหลือล้วนเป็นขั้นสอง
  ผู้ฝึกยุทธขั้นสาม 15 คน ผู้ฝึกยุทธขั้นสอง 274 คน รวมแล้วมี 289 คน
  นี่เป็นนักศึกษาหัวกะทิขั้นสองจากมหาลัยวิชายุทธของสามมณฑลทางใต้ จิงอู่และโม๋อู่ ส่วนนักศึกษาขั้นสาม ส่วนใหญ่พึ่งทะลวงได้ไม่นาน
  ยกเว้นผู้ฝึกยุทธขั้นสามชั้นกลางคนหนึ่งจากจิงอู่กับฟางผิง แต่ฟางผิงไม่ได้พูดออกมา
  ผู้ฝึกยุทธขั้นสามชั้นกลางจากจิงอู่ชื่อจ้าวหยาง หลังทุกคนแนะนำตัวเสร็จ จ้าวหยางก็มองมาทางโม๋อู่แล้วพูด “พวกนายคิดเห็นยังไง?”
  “นื่เป็นการประเมินผลของเรา มันไม่ได้มองแค่ความแข็งแกร่งหรือจำนวนสังหาร”
  “มหาลัยอยากเห็นมากกว่านั้น”
  “ตั้งแต่ตอนนี้ ทุกย่างก้าวของเราจะอยู่ในสายตาของมหาลัยวิชายุทธ ถ้าเราอยากทำผลงานให้ดี เราก็ต้องสะท้อนให้เห็นถึงคุณค่าของเรา”
  หยูเซี่ยงฮวาพูดตอบ “หมายความว่ายังไง?”
  “ง่ายมาก ตอนนี้เรามีผู้ฝึกยุทธขั้นสาม 15 คน ขั้นสองสูงสุดราว 50 คน”
  “หกสิบกว่าคนนี้ควรตั้งเป็นหน่วยซุ่มโจมตี!”
  “เราจะเริ่มล่าสังหารจากหน้าหมู่บ้านผานสือ คนอื่นทำหน้าที่ปิดล้อม ป้องกันไม่ให้ผู้ฝึกยุทธลัทธิชั่วหลบหนีไป…”
  หยูเซี่ยงฮวาคิ้วขมวด “งั้นถ้าเกิดอีกฝ่ายเข้ามาจากหลังเขาล่ะ? ฉันว่านะ เราควรล่อให้พวกมันมาสู้กับเรา จากนั้นเราก็จัดการพวกมันในคราวเดียว เราไม่ควรเปิดเผยความแข็งแกร่งทั้งหมดตั้งแต่เริ่ม…”
  ฟางผิงหาว เขารู้สึกหมดคำจะพูดเล็กน้อย “ฉันขอพูดหน่อย พวกนายคิดจริงเหรอว่าเราจะชนะได้อย่างปลอดภัย?”
  “พูดเป็นเล่น!”
  “มหาลัยวิชายุทธจัดให้นักศึกษาจำนวนมากมาเก็บประสบการณ์ พวกเขาจะปล่อยให้เรากวาดล้างคู่ต่อสู้ง่ายๆเหรอ?”
  “ถ้าฉันเดาไม่ผิด ในหมู่บ้านผานสือ ต้องมีผู้ฝึกยุทธขั้นสี่อยู่ด้วยเป็นแน่ นอกจากนี้ยังมีผู้ฝึกยุทธขั้นสามชั้นสูงกับขั้นสามสูงสุดอีก”
  “พวกนายคิดว่าไง?”
  “ในฐานะผู้ฝึกยุทธ ยอดฝีมือคนหนึ่งย่อมต้านผู้ฝึกยุทธที่อ่อนแอได้นับร้อย!”
  “ถ้านายไม่คิดมุ่งเป้ายอดฝีมือในหมู่บ้านผานสือก่อนแล้วมุ่งเน้นแต่ชัยชนะ นายไม่กลัวตอนท้ายพวกเราจะจบเห่กันเหรอ?”
  ทุกคนขมวดคิ้วกันเล็กน้อย จ้าวหยางกล่าวอย่างจริงจัง “ที่นายจะสื่อคือ…”
  “ผู้ฝึกยุทธขั้นสามไม่ต้องเตรียมอะไรมาก พอเราเจอขั้นสามของอีกฝ่าย เราก็เข้าไปต่อสู้กับพวกมันเลย”
  “ถ้ามีผู้ฝึกยุทธขั้นสี่โผล่มา…หยูเซี่ยงฮวา เฉินเผิงเฟยกับฉัน ขั้นสาม 3 คนของโม๋อู่จะต่อสู้กับพวกมัน พวกนายก็ส่งคนมาบ้างแล้วกัน”
  “พูดตามตรง สู้กับขั้นสี่ สามคนอาจไม่เพียงพอ เราต้องใช้เจ็ดแปดคนล้อมกรอบพวกมัน”
  “สัญชาตญาณของฉันแม่นมาก ฉันแทบจะรับประกันได้เลยว่าต้องมีผู้ฝึกยุทธขั้นสี่โผล่มาแน่”
  “แน่นอนถ้าเป็นแบบนั้นจริง โม๋อู่จะรับผิดชอบให้หนึ่งคน จิงอู่จะรับผิดชอบอีกหนึ่งคน มหาลัยวิชายุทธอื่นก็ผนึกกำลังกันรับผิดชอบอีกหนึ่งคน”
  “ในเวลานั้น ผู้ฝึกยุทธขั้นสามคนอื่นๆจะจัดการกับผู้ฝึกยุทธลัทธิชั่วขั้นสามชั้นต้นกับชั้นกลาง ส่วนผู้ฝึกยุทธขั้นสองสูงสุดที่ติดอันดับ ถ้าอีกฝ่ายมีขั้นสามมาก พวกนายก็จัดการเลย ฉันคิดว่าจัดการคนพวกนี้ สำหรับพวกนายแล้วคงไม่ใช่ปัญหาใหญ่”
  “นอกจากนี้ ฉันแนะนำให้ผู้ฝึกยุทธขั้นสองชั้นกลางกับชั้นต้นอยู่รอบนอกเป็นทัพเสริม”
  “ยิ่งกว่านั้น เรายังจำเป็นต้องฟื้นฟูปราณและเลือด เราแบ่งเป็นสองทีมจะดีที่สุด ถ้าปราณและเลือดของเราหมด แล้วอีกฝ่ายส่งกองกำลังที่พลังเต็มเปี่ยมมา เราคงได้แต่รอความตาย!”
  “เราต้องเหลือคนไว้อย่างน้อยหนึ่งในสามเพื่อป้องกันอุบัติเหตุ”
  “สุดท้ายแต่ไม่ท้ายสุด ฉันขอถามหน่อย อีกฝ่ายมีอาวุธจำพวกปืนหรือระเบิดบ้างไหม?”
  ทุกคนตกอยู่ในความเงียบ จากนั้นก็มีคนพูดขึ้นมา “อาจจะไม่มี แน่นอนว่ามันไม่ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้ แต่ต่อให้พวกมันมี ก็คงมีไม่มาก ภัยคุกคามมีจำกัด…”
  “ตอนนี้มีจำกัด แต่พอเราผลาญปราณและเลือดไปกว่าครึ่ง เราก็จะหมดแรง ความเร็วตอบสนองลดลง ทหารติดอาวุธก็ใช้ปืนกำจัดเราได้”
  “เราต้องระวังตัวให้มากกว่าเดิม พวกเราควรคิดหาทางรอดไว้บ้าง อย่าตายโดยไม่รู้ว่าตัวเองตายยังไง”
  “นี่ไม่ใช่การประลองกระชับมิตร ไม่ใช่การประลองบนลานประลอง ถ้านายยอมแพ้ก็คือจบ”
  “สู้กับผู้ฝึกยุทธลัทธิชั่ว เราจะออมมือไม่ได้ แต่ด้วยจำนวนที่มีอยู่มากมาย เราจะทุ่มสุดกำลังก็ไม่ได้เหมือนกัน”
  กู้เสียงจากหนานอู่กล่าว “แยกเป็นสามทีมกันเถอะ หนึ่งทีมป้องกันรอบนอก อีกสองทีมผลัดกันไปต่อสู้ ผู้ฝึกยุทธขั้นสามจะเป็นกองกำลังอิสระ”
  ฟางผิงยิ้ม “ฉันอยากจะพูดแค่นี้แหละ ฉันคิดว่าสาวๆควรรับผิดชอบอยู่รอบนอก จางจื่อเวยดูแลทีมนี้แล้วกัน”
  จางจื่อเวยจ้องมองเขา ฟางผิงกล่าวลวกๆ “มันก็เพื่อประโยชน์ของเธอ ยังไงเธอก็เป็นผู้หญิง อยู่รอบนอกดีกว่า แถมเธอยังแข็งแกร่งด้วย เธอจึงถือเป็นไพ่ตายก็ได้ ใครจะไปรู้ล่ะ ผู้ฝึกยุทธลัทธิชั่วคนอื่นจากข้างนอกอาจเข้ามาจากข้างหลังกะทันหันก็ได้”
  จางจื่อเวยหน้าบึ้ง แต่ก็ไม่ได้พูดอะไร
  “สำหรับสองทีมโจมตีหลัก พวกนายตัดสินใจเองว่าใครจะรับหน้าที่บัญชาการ พวกเราขั้นสามมีหน้าที่ช่วยเหลือและจัดการผู้ฝึกยุทธขั้นสามของอีกฝ่าย”
  “สุดท้าย…ฉันขอแนะนำให้เราสร้างกลุ่มเล็กๆเป็นทีมลาดตระเวนสำรวจหมู่บ้านสักเล็กน้อย”
  “ผู้ฝึกยุทธที่สำเร็จขั้นว่างเปล่าวิ่งเร็วมาก พวกนายคิดยังไง?”
  ทุกคนแลกเปลี่ยนสายตากัน บางก็คนก็พยักหน้า “ตรวจสอบสักหน่อยก็ดีเหมือนกัน แต่เข้าไปหมู่บ้านอันตรายกว่า…”
  ฟางผิงยิ้ม “เนื่องจากฉันแนะนำ งั้นก็นับฉันเข้าไปด้วย”
  พวกฟู่ชางติ่งมองหน้ากันเองไปมา เจ้าหมอนี่เปลี่ยนไปแล้วเหรอ?
  ฟางผิงไม่สนใจ เขาพูดต่อ “แน่นอนผู้ฝึกยุทธลัทธิชั่วย่อมรู้ว่าตัวเองเป็นตะพาบในไห เว้นแต่อีกฝ่ายจะโง่งม พวกมันย่อมป้องกันอย่างเข้มงวดแน่นอน”
  “ความคิดของฉันคือ ถ้าเราตรวจสอบในหมู่บ้านสักหน่อย เราจะได้คะแนนมากขึ้น รางวัลก็จะมากขึ้น”
  เรื่องนี้ไม่มีใครคัดค้านนัก
  ผู้ฝึกยุทธลัทธิชั่วไม่ได้โง่ พวกมันต่างก็เป็นนกตื่นธนู ใบหญ้าเคลื่อนไหวเพียงเล็กน้อยก็กระตุ้นความวุ่นวายยกใหญ่
  (ผู้แปล : นกตื่นธนู เปรียบเปรยได้กับคนที่ผ่านเหตุการณ์ไม่ดีมา มีอะไรมากระทบเล็กน้อยก็ทำให้ตื่นกลัวอย่างมาก)
  การเข้าไปในหมู่บ้านย่อมอันตรายมากกว่าอย่างแน่นอน
  หลังจากนั้นก็มีอาสาสมัครอีกสองสามคนที่จะเข้าไปสำรวจหมู่บ้าน ดังนั้นแผนการนี้จึงเป็นเอกฉันท์
  ส่วนเวลา ทุกคนลงเอยกันว่าจะลงมือในคืนถัดไป
  …
  เมื่อทุกคนแยกย้ายกันไปแล้ว ฟู่ชางติ่งก็พูดขึ้นมาเบาๆ “นายเสนอตัวเข้าไปสำรวจหมู่บ้านจริงๆ ไม่เหมือนนายเลย”
  “ทำไมนายไม่ทำอะไรที่เห็นแก่ผลประโยชน์ล่ะ?”
  “ฉันยังรู้สึกไม่อยากจะเชื่อเลย…”
  ฟางผิงพูดพลางหัวเราะ “ไม่อยากเชื่ออะไร? พูดตามตรง ฉันว่านะเข้าไปหมู่บ้านไม่จำเป็นต้องอันตรายเสมอไป มันจะเสี่ยงขึ้นมากถ้าเราต่อสู้โดยไม่เข้าใจสถานการณ์ของศัตรูเลย”
  “ถ้าเราสร้างความวุ่นวายแม้จะเพียงเล็กน้อย ยอดฝีมือของลัทธิชั่วมากมายย่อมปรากฏเช่นกัน”
  “ไม่ใช่ว่าเราต้องต่อสู้จนตัวตาย ถ้าเราเห็นสถานการณ์ไม่ดี เราก็แค่หนี”
  “อย่างน้อยเราจะได้ประเมินพลังของพวกมันได้ ฉันไม่อยากตายโดยไม่รู้ตัวเมื่อผู้ฝึกยุทธขั้นสี่ 3-4 คนปรากฏขึ้นมากะทันหัน”
  ฟู่ชางติ่งพยักหน้า แต่ก็กล่าวเสริมอย่างฉุนเฉียว “ทำไมพวกเราถึงเข้าทีมจู่โจมหลักไม่ได้ล่ะ?”
  “รอจนนายเป็นขั้นสองชั้นสูงก่อนค่อยพูด ไม่ละอายหน่อยเหรอ? หานซวี่เป็นขั้นสองสูงสุดแล้ว…”
  “ฉันก็เกือบแล้วไง! ไม่กี่วันฉันก็เป็นผู้ฝึกยุทธขั้นสองสูงสุดแล้ว!”
  “ฉันก็เกือบแล้วเหมือนกัน! อีกไม่กี่วันฉันจะเป็นขั้นสามชั้นสูงแล้ว!”
  ฟางผิงสวนกลับ ฟู่ชางติ่งหน้าเจื่อน ‘ทำหยั่งกับฉันจะเชื่อ!’

>กลับหน้าหลักHOMEจิ้ม<

Next

Comments for chapter "ตอนที่ 207 รวมตัวกันที่หนานเจียง (2)"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Aileen Novel
  • หน้าหลัก HOME
  • COOKIE POLICY

© 2020 - 2023 ไอรีนโนเวล นิยายอ่านฟรีทุกวัน เว็บอ่านนิยาย pdf ไอรีนโนเวล “aileen-novel.online” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน นิยายชื่อดัง ตอนล่าสุด "ฮณ๊ฯดฯฌซ, อ่านฟรี อ่านเพลินอ่านทั้งวันกับไอรีนโนเวลออนไลน์

Sign in

Lost your password?

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย

Sign Up

Register For This Site.

Log in | Lost your password?

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย

Lost your password?

Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย