Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Contact
ค้นหานิยาย
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Contact
Sign in Sign up

World’s Best Martial Artist - ตอนที่ 184 การประลองไม่ใช่เป้าหมาย

  1. Home
  2. World’s Best Martial Artist
  3. ตอนที่ 184 การประลองไม่ใช่เป้าหมาย
Prev
Next

ไม่เห็นนิยายอัปเดตใช่ไหม?
>>จิ้มที่นี่ได้เลย<<

  ณ โรงแรม
  ขณะที่ทุกคนกำลังโทรกลับไปหาทางมหาลัย จู่ๆฟางผิงก็พูดขึ้นมา “ฉันโทรเอง!”
  ทุกคนหันมามองเขาอย่างสงสัย แต่ฟางผิงไม่สนใจ
  หลังครุ่นคิดเล็กน้อย ฟางผิงก็โทรหาถังเฟิง ยังไงเสียถังเฟิงก็เป็นหัวหน้าอาจารย์ของปีหนึ่ง
  “อาจารย์ถัง”
  “พูดธุระมา”
  ถังเฟิงพูดด้วยน้ำเสียงเรียบๆและตรงเข้าประเด็นเหมือนปกติ
  “วันนี้ทีมของเรามารับภารกิจที่หนานเจียง เราจึงไปเยือนมหาลัยวิชายุทธหนานเจียงกัน”
  “อืม”
  “จากนั้นนักศึกษาของมหาลัยวิชายุทธหนานเจียงก็ยั่วยุเรา บอกว่าโม๋อู่ด้อยกว่าจิงอู่ เพราะครั้งก่อนหวังจินหยางปิดกั้นประตูและกวาดนักศึกษาขั้นหนึ่งของมหาลัยเราจนหมด”
  “อือฮึ?”
  “จากนั้น ประธานชมรมวิถียุทธหนานเจียง หวังจินหยาง ก็โผล่มายื่นสาส์นท้าประลอง ร้องขอการประลองยุทธหนึ่งรอบระหว่างเรากับผู้ฝึกยุทธขั้นสองสูงสุดห้าคนของหนานอู่…พวกเขา…พูดจาดูถูกโม๋อู่”
  “สู้ๆ!”
  “ไม่ๆ…”
  ฟางผิงหยุดชั่วครู สีหน้าไม่ค่อยสบายใจ แต่เขาก็พูดต่อ “อาจารย์ เราลองครุ่นคิดดูแล้ว เราตัดสินใจปฏิเสธเพื่อไม่ให้ทำลายมิตรภาพของสองมหาลัย และเพื่อป้องกันไม่ให้โม๋อู่ขายหน้า”
  “เรายังเป็นนักศึกษาปีหนึ่ง แต่อีกฝ่ายเป็นผู้ฝึกยุทธขั้นสองสูงสุดห้าคน เราจะสู้ได้อย่างไร?”
  “ถ้าเราแพ้ โม๋อู่คงไม่มีหน้าไปเจอหน้าใครอีก”
  “แม้ว่าจะเป็นหนานอู่ที่ยื่นสาส์นท้าประลอง แต่เรายังเป็นเด็กปีหนึ่ง แม้ว่าข่าวการปฏิเสธคำท้าจะหลุดไป มันก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่”
  “เราพิสูจน์ความแข็งแกร่งของโม๋อู่ไปแล้วด้วยการคว้าแชมป์งานประลองยุทธ เราจึงไม่จำเป็นต้องทำเรื่องแบบนี้ให้สิ้นเปลืองพลังและเวลาโดยไม่ได้รับประโยชน์ใดๆ”
  “ถ้าเราชนะ มันก็จะเป็นแค่เรื่องที่ควรจะเป็นอยู่แล้ว เพราะโม๋อู่แข็งแกร่งที่สุด!”
  “ถ้าเราแพ้ สิ่งที่ได้มาก็ไม่คุ้มกับการสูญเสีย แม้ว่าหนานอู่จะเป็นคนยั่วยุเราตลอด…”
  ฟู่ชางติ่งกับคนอื่นๆอยู่ข้างๆมีสีหน้าสับสนงุนงง มันเป็นแบบนั้นหรอกเหรอ?
  ดูเหมือน…ดูเหมือนว่าสิ่งที่ฟางผิงพูดมาก็ไม่ได้ผิดซะทั้งหมด
  “อ่า เป็นเพราะนักศึกษาหนานอู่ล้ำเส้นเกินไป”
  “เตรียมผู้ฝึกยุทธคนนึงข่มเหงหยางเสี่ยวม่าน พูดจาหยาบคายว่าจะทำให้เธอนอนหยอดน้ำข้าวต้มสักสองสามเดือน…”
  “จริงๆแล้ว ถ้าไม่ใช่เพราะภาพรวม ผมคงไม่ทน”
  “อาจารย์ถัง เราหวังว่าอาจารย์จะรายงานสิ่งที่เกิดขึ้นในระดับมหาลัย อาจารย์จะได้ระงับปัญหานี้ได้ บรรยากาศของหนานอู่ตอนนี้เลวร้ายมาก แถมชมรมวิถียุทธยังเอาแต่เติมเชื้อเพลิง บอกว่านักศึกษาโม๋อู่ไม่กล้ารับคำท้า…”
  “ฮึ่ม!”
  ถังเฟิงแค่นเสียงเย็น เขาหยุดครู่หนึ่งก่อนจะออกคำสั่ง “สู้! หยุดเล่นลิ้น ต้องการอะไร บอกมา!”
  “อาจารย์ถังพูดผิดแล้ว ผมไม่ได้แต่งเรื่องขึ้นมาเองนะ”
  “อาจารย์ถามหยางเสี่ยวม่านกับจ้าวเหล่ยสิ…”
  “หยางเสี่ยวม่าน ที่หน้าประตูหนานอู่ เธอถูกเตรียมผู้ฝึกยุทธดูถูกใช่ไหม ฉันไม่ได้แต่งเรื่องขึ้นมาเองใช่ไหม?”
  ฟางผิงเปิดโหมดลำโพงแล้วถลึงตามองหยางเสี่ยวม่านอย่างดุร้าย
  หยางเสี่ยวม่านดูอับอาย เธอกล่าวอย่างกระอักกระอ่วน “ใช่ มันเกิดขึ้นจริง”
  “จ้าวเหล่ย หวังจินหยางพูดขึ้นมาหลายครั้งใช่ไหม บอกว่าเคยกวาดมาทั้งโม๋อู่ บอกว่าเราควรขอบคุณ นายก็อยู่ที่นั่นด้วย ฉันพูดถูกหรือผิดล่ะ?”
  จ้าวเหล่ยมุมปากกระตุก รู้สึกหัวเราะไม่ออกร้องไห้ไม่ได้ เขากล่าวอย่างจนใจ “ถูกแล้ว”
  ปลายสาย ถังเฟิงไม่ได้พูดอะไร ดังนั้นฟางผิงจึงพูดต่อ “อาจารย์ถัง ผมฟางผิงตัวคนเดียวอาจพูดเกินจริงไปบ้าง แต่ศิษย์ทั้งสองของอาจารย์คงไม่หลอกอาจารย์หรอกใช่ไหม?”
  เวลานี้ น้ำเสียงของถังเฟิงเริ่มเย็นชาขึ้น “โทรมาหาฉันมีจุดประสงค์อะไร?”
  “หนานอู่ตั้งสนามประลองที่ชมรมวิถียุทธหนานอู่แล้ว คืนนี้อาจารย์ใหญ่หนานอู่กับผู้สำเร็จราชการจาง สองปรมาจารย์จะมาชมการประลองด้วย”
  “นักศึกษาหนานอู่ห้าพันคนก็มาด้วย”
  “ไม่ว่าจะสู้หรือจะถอย หรือถ้าโม๋อู่อยากส่งนักศึกษาคนอื่นมา มันก็ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของมหาลัย!”
  “ถ้าไม่มีทางเลือกให้เราต่อสู้ งั้นต่อให้เราอ่อนแอ เราก็จะสู้จนถึงที่สุด เราจะไม่ปล่อยให้โม๋อู่เสียหน้าแน่นอน!”
  “อย่างมากเราจะสู้เอาชีวิตเข้าแลก ตราบใดที่เรายังมีชีวิต เราจะไม่ถอย!”
  ประโยคสุดท้ายของฟางผิงเร่าร้อนถึงที่สุด
  อย่างไรก็ตามถังเฟิงรู้นิสัยฟางผิงดี เขากัดฟันจนแทบเป็นผุยผง “บอกมา! ต้องการยาเท่าไหร่เธอถึงจะมั่นใจว่าจะชนะ?”
  “ยาปราณและเลือดขั้นสอง 50 เม็ด…”
  “…”
  ปลายสายเงียบไปเล็กน้อย จากราคาตลาดแล้ว ยาปราณและเลือดขั้นสอง 50 เม็ดมีราคาถึง 35 ล้าน
  ฟางผิงรู้สึกว่าเปิดด้วยราคานี้ไม่ได้สูงเกินไปนัก
  อย่างไรก็ตาม สองวินาทีต่อมา ถังเฟิงคำรามอย่างเดือดดาล “เธอคิดว่าตาแก่คนนี้โง่เหรอ!”
  “นี่เป็นเรื่องที่พวกเธอก่อขึ้นมาเอง คิดจะให้มหาลัยจ่ายเงินให้ วางแผนได้ดี!”
  “ยาปราณและเลือดขั้นหนึ่ง 20 เม็ด ยาปราณและเลือดขั้นสอง 5 เม็ด แค่นี้แหละ!”
  “ไม่งั้น ฉันจะให้มหาลัยส่งทีมอื่นไปหนานเจียง!”
  ฟางผิงลูบหูพึมพำเบาๆ “อาจารย์ ในฐานะแบบอย่าง ดุด่าต่อหน้าลูกศิษย์ไม่ดีใช่ไหม?”
  “นอกจากนี้มันไม่ใช่แค่เรื่องส่วนตัวของเรา อาจารย์จะบอกว่ามันไม่เกี่ยวข้องกับเกียรติยศของมหาลัยเหรอ?”
  “ถ้าเราต่อสู้ตามใจชอบโดยไม่สนใจแพ้ชนะ คนที่ต้องอับอายไม่ใช่เรา”
  “เราเป็นแค่นักศึกษาใหม่ที่อยู่มหาลัยไม่ถึงปี…”
  “เลิกพูดจาเหลวไหลได้แล้ว ได้แค่นี้แหละ และการประลองต้องชนะ! ฉันจะบอกให้คณบดีทราบ ให้คณบดีรีบเดินทางไปตอนช่วงบ่ายเพื่อป้องกันไม่ให้หนานเจียงเล่นตุกติก!”
  ถังเฟิงวางสายทันที ไม่ปล่อยให้ฟางผิงพูดจาเหลวไหลอีก
  ส่วนที่ให้คณบดีไป ที่จริงไม่ใช่เพื่อป้องกันปรมาจารย์ทั้งสอง แต่เป็นการปกป้องอัจฉริยะปีหนึ่งของโม๋อู่มากกว่า
  ใครจะรู้ล่ะว่าหนานเจียงคิดอะไรอยู่? ถ้าพวกเขาฉวยโอกาสนั้นทำให้ศิษย์โม๋อู่พิการ งั้นหัวกะทิปี 2008 ของโม๋อู่ก็จบเห่กันพอดี
  หลังวางสายแล้ว ฟางผิงก็พูดบ่น “มหาลัยงกมาก ไม่สิ สิงโตถังงกมาก!”
  “แค่ยาปราณและเลือดขั้นหนึ่ง 20 เม็ด ยาปราณและเลือดขั้นสอง 5 เม็ด มันไม่ถึงสิบล้านด้วยซ้ำ!”
  “เรากำลังเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายเพื่อเกียรติของมหาลัย แต่พวกเขาให้มาแค่นี้แล้วอยากให้เราชนะ?”
  คนอื่นๆรู้สึกโง่งม
  จ้าวเหล่ยพึมพำ “มหาลัยอนุมัติด้วย?”
  บีบขอรางวัลพิเศษจากมหาลัย ความคิดนี้ไม่เคยอยู่ในสมองเขามาก่อน
  ฟางผิงร้ายกาจมาก พูดจาเรื่อยเปื่อยไม่กี่ประโยค เขาก็ทำให้ถังเฟิงยอมสนับสนุนยา แม้ว่ามันจะไม่มากเท่าที่ฟางผิงร้องขอก็ตาม
  แต่มันก็ยังค่อนข้างมากอยู่!
  มูลค่าเกือบสิบล้าน แม้ว่าพวกเขาจะแบ่งเท่าๆกัน แต่ละคนก็ยังได้มาไม่น้อย มันเทียบได้กับรางวัลภารกิจขั้นสองสูงสุดด้วยซ้ำ แถมบางทียังมากกว่าด้วย ผู้ฝึกยุทธขั้นสองที่ยากจนบางคนต้องทำหลายภารกิจถึงจะได้มามากเท่านี้
  มันหมายความว่ายังไง?
  พวกเขายอมรับการต่อสู้ด้วยตัวเอง แถมยังปฏิเสธไม่ได้ แต่ด้วยคำพูดของฟางผิง ดูเหมือนทุกอย่างจะต่างออกไป
  ฟางผิงไม่ได้สนใจเขา เขายังบ่นต่อไม่หยุด “สิงโตถังไม่พอใจฉัน ฉันรู้มานานแล้ว!”
  “หนานอู่ยากจนมาก แต่เหล่าหวังยังให้ยาปราณและเลือดขั้นสองคนละ 3 เม็ด รวมเป็นยาปราณและเลือดขั้นสอง 15 เม็ด คู่แข่งสนับสนุนเรามากกว่ามหาลัยเราอีก!”
  “สิงโตถังทำแบบนี้ได้ไง?”
  “ถ้าสิงโตถังทำแบบนี้อีก ครั้งหน้าเราจะไปจิงอู่เพื่อท้าประลองกับผู้ฝึกยุทธขั้นหนึ่ง จากนั้นก็ขอยอมแพ้ ดูซิว่าโม๋อู่จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน!”
  “นายก็พอได้แล้ว!”
  หยางเสี่ยวม่านกลอกตา เธอพูดอย่างโกรธเคือง “นายไม่กลัวปรมาจารย์กับผู้ฝึกยุทธขั้นกลางเป็นศัตรู นายก็ทำเลย แต่อย่าลากเราไปด้วย”
  ฟู่ชางติ่งหัวเราะไม่ออกร้องไห้ไม่ได้ “ตอนนี้ฉันเริ่มเข้าใจแล้วว่านายหาเงินเร็วๆได้ยังไง”
  พวกเขาควรแจ้งมหาลัยด้วยประโยคสั้นๆประโยคเดียว
  แล้วผลลัพธ์ของมันล่ะ?
  ทุกคนถึงกับได้รางวัลพิเศษ
  ฟางผิงไม่ได้บ่นต่อ กลับกันเขาจ้องคนอื่นๆด้วยสายตาข่มขู่ “สิงโตถังกล่าวหาฉันบอกว่าฉันเรียกเขาสิงโตถังลับหลัง ฉันเกรงว่ามีแต่พวกนายที่เอาเรื่องนี้ไปฟ้อง”
  “ฉันขอเตือน ครั้งหน้าถ้าสิงโตถังสร้างความลำบากให้ฉันเพราะเรื่องนี้ ฉันจะสร้างปัญหาให้พวกนายด้วย”
  หลายคนดูพูดไม่ออก จ้าวเหล่ยกล่าวอย่างไม่พอใจ “เคารพอาจารย์หน่อย เรายังไม่เคยพูดจาไม่ดีลับหลังอาจารย์หลู่เลย”
  “แน่นอนสิ พวกนายจะกล้าเหรอ?”
  ฟางผิงแค่นเสียงก่อนจะกลับมาที่หัวข้อหลัก “อย่ามาเถียงเรื่องไร้ประโยชน์พวกนี้เลย ประลอง 5 คน แต่เรามี 6 คน”
  “ถังซ่งถิงกับเฉินหยุนซี ใครจะประลอง?”
  ถังซ่งถิงเหลือบมองเฉินหยุนซี หลังจากพิจารณาสักครู่ เขาก็กล่าว “งั้นก็ให้เฉินหยุนซีเถอะ ฉันไม่ใช่ขั้นสองสูงสุด แถมยังไม่ได้ขัดเกลาสองครั้ง ปราณและเลือดกับจำนวนขัดเกลากระดูกเทียบกับผู้ฝึกยุทธขั้นสองสูงสุดไม่ได้ โอกาสแพ้มีสูงมาก”
  ฟางผิงมองเฉินหยุนซี เฉินหยุนซีรู้สึกขุ่นเคือง เธอกล่าวด้วยน้ำเสียงปนรำคาญ “นายไม่ต้องสงสัยฉันตลอดเวลาได้ไหม?”
  “ฉะ…ฉันไม่ได้ไร้ประโยชน์อย่างที่นายคิด!”
  “งั้นก็เป็นเธอแล้วกัน”
  ฟางผิงรู้ว่าที่ถังซ่งถิงพูดมาเป็นความจริง ถ้าสู้กับผู้ฝึกยุทธขั้นสองสูงสุด เขาไม่มีเปรียบแม้แต่น้อย โอกาสพ่ายแพ้มีสูงเกินไป
  แม้ว่าเฉินหยุนซีจะไม่ได้เป็นผู้ฝึกยุทธขั้นสองสูงสุด แต่ปราณและเลือดของเธอแข็งแกร่งมาก กระดูกทั่วร่างกายขัดเกลาไปแล้ว 20%
  ในฝั่งหนานอู่ ต้องการรวบรวมผู้ฝึกยุทธขั้นสองขัดเกลาสองครั้ง 5 คนเป็นอะไรที่ยากเย็นแสนเข็น
  ทั้งหนานอู่จะมีผู้ฝึกยุทธขัดเกลาสองครั้งถึง 5 คนไหมยังพูดยากเลย
  หลังจากยืนยันสมาชิกที่ร่วมประลอง ฟางผิงก็กล่าว “ครั้งนี้จุดประสงค์ของหนานอู่คือให้นักศึกษาหนานอู่รู้สึกอับอาย พวกเขาจะได้ขยันขึ้น”
  “ตามปกติแล้ว คนที่ร่วมประลองย่อมไม่แข็งแกร่งเกินไป”
  “แต่อีกฝ่ายย่อมไม่ยอมแพ้อย่างแน่นอน”
  “ยังไงเสียพวกเขาก็เป็นผู้ฝึกยุทธขั้นสองสูงสุด ทุกคนควรระมัดระวังไว้”
  “นอกเหนือจากนั้น หวังจินหยางไม่ได้โง่ แม้เขาจะพูดแบบนั้น แต่ด้วยราคายาปราณและเลือดขั้นสอง 15 เม็ด ไม่มีทางเลยที่เขาจะปล่อยให้เราชนะง่ายๆ”
  “ถ้าหนานอู่ชนะเราได้ ที่จริงมันเป็นแผนการที่ดีที่จะเพิ่มขวัญกำลังใจ”
  “ดังนั้นทุกคนต้องเตรียมตัวทุ่มสุดฝีมือ”
  “นอกจากนี้ ฉันลืมถามไป แต่การประลองคืนนี้อาจเป็นระบบชนะสามในห้า หรือไม่ก็แพ้ออกเหมือนอย่างในงานประลอง…ถ้าใช้ระบบเหมือนงานประลอง งั้นก็ง่ายมาก ยังไงเสียนักศึกษาหนานอู่ก็ไม่เข้าใจทีมของเรา”
  เมื่อกี้เหล่าหวังจากไปเร็วจนพวกฟางผิงลืมถาม
  จ้าวเหล่ยกล่าวด้วยสีหน้าหนักแน่น “ไม่ว่ารูปแบบการประลองจะเป็นยังไง แต่ขอแค่เราแข็งแกร่ง ยังไงก็เหมือนกันหมดแหละ!”
  “โง่เขลา…”
  ฟางผิงอดด่าไม่ได้ หลังติดตามสิงโตถัง พวกเขาก็ไม่ชอบใช้สมองแล้วเหรอ?
  ไม่ว่ายังไงจ้าวเหล่ยก็เป็นนักศึกษาหัวกะทิ ไม่ใช่แค่เยี่ยมยุทธ แต่วัฒนธรรมศึกษาก็ด้วย
  แต่ตอนนี้ดูเหมือนจ้าวเหล่ยที่เก่งกาจทั้งสองด้านกำลังจะกลายเป็นสิ่งมีชีวิตเซลล์เดียวในไม่ช้า
  หลังจากครุ่นคิด ฟางผิงก็โทรไปถาม
  มีเสียงความวุ่นวายทางด้านเหล่าหวัง ดูเหมือนพวกเขากำลังเลือกสมาชิกร่วมการประลอง
  หลังได้ยินคำพูดฟางผิง หวังจินหยางก็หัวเราะ “งั้นก็ใช้ระบบเดียวกับงานประลอง ให้โอกาสยอดฝีมือได้แสดงฝีมือมากขึ้น”
  หลังยืนยันระบบการประลอง ฟางผิงก็ไม่ได้ถามอะไรเพิ่มอีก
  ตอนนี้ก็เป็นเวลาเที่ยงวันแล้ว ห่างจากกลางคืนไม่กี่ชั่วโมง เมื่อต้องเผชิญหน้ากับผู้ฝึกยุทธขั้นสองสูงสุดห้าคน พวกเขาก็ยังต้องเตรียมตัวก่อน
  ฟางผิงไม่ได้คิดว่าพวกเขาจะชนะแน่นอน
  …
  ในขณะเดียวกัน
  ณ มหาลัยวิชายุทธหนานเจียง
  “ข่มเหงกันเกินไปแล้ว!”
  “นายได้ยินไหม? นักศึกษาใหม่ห้าคนของมหาลัยวิชายุทธเซี่ยงไฮ้ยื่นสาส์นท้าผู้ฝึกยุทธขั้นสองสูงสุดห้าคนของหนานอู่เรา อีกฝ่ายเป็นเด็กใหม่ทั้งหมด”
  “เด็กใหม่? ท้าประลองกับผู้ฝึกยุทธขั้นสองสูงสุด?”
  “ใช่ มันเป็นทีมนักศึกษาใหม่ที่เข้าร่วมงานประลองครั้งก่อน ฉันได้ยินว่าพวกเขาเป็นขั้นสองแล้ว”
  “เชี่ย เร็วขนาดนั้นเลย?”
  “เฮ้ย พวกนายหลงประเด็นหน่อยไหม? ตอนนี้เด็กใหม่โม๋อู่กำลังยั่วยุนักศึกษาเก่าเรา”
  “ถ้าหนานอู่แพ้ เราจะไม่กลายเป็นตัวตลกในหมู่มหาลัยวิชายุทธเลยเหรอ?”
  “อีกฝ่ายคงไม่ชนะหรอกมั้ง? ต่อให้พวกเขาเป็นผู้ฝึกยุทธขั้นสองแล้ว แต่พวกเขาพึ่งทะลวงผ่าน…”
  “ถ้าเกิดพวกเขาชนะล่ะ?”
  “เอ่อ…ต่อให้พวกเรากังวลไป พวกเราก็ทำอะไรไม่ได้ เราทำได้แต่ปล่อยให้รุ่นพี่ขั้นสองสูงสุดจัดการ”
  “คืนนี้เราไปเชียร์รุ่นพี่กัน! ข่มเหงกันขนาดนี้ โม๋อู่มีอะไรดีกัน!”
  “…”
  เมื่อได้ยินคำพูดของทุกคน ถานห่าวก็พูดเบาๆ “นายมั่นใจเหรอว่าเป็นพวกฟางผิง?”
  อู๋จื้อเห่ากลอกตา “ฉันจะโกหกนายทำไม? ฉันก็อยู่ที่นั่นด้วย!”
  “จู่ๆประธานหวังก็โผล่มา เมื่อเขามาถึง เขาก็พูดเรื่องประลอง จากนั้นพวกฟางผิงก็ตอบตกลง”
  “จนถึงตอนนี้ ฉันยังงงอยู่เลย…”
  “ความเห็นของนาย เราควรเชียร์ใครดี?”
  “อีกอย่าง พวกฟางผิงจะเอาชนะผู้ฝึกยุทธขั้นสองสูงสุดได้จริงๆน่ะเหรอ?”
  ขณะที่คนอื่นมองหน้ากันไปมา ถานห่าวก็พูดอย่างขมขื่น “พวกเราเป็นคนเหมือนกัน แต่อีกฝ่ายเริ่มท้าประลองกับผู้ฝึกยุทธขั้นสองสูงสุดแล้ว ส่วนพวกเรา…”
  คนอื่นก็เงียบ ไม่มีทางที่จะเปรียบเทียบด้วยได้เลย
  มีไม่กี่คนที่ถือว่าก้าวหน้าค่อนข้างเร็ว ตอนนี้ปราณและเลือดของพวกเขามาถึงขีดจำกัดแล้ว ปราณและเลือดของพวกเขามาถึง 150แคลแล้ว
  จะทะลวงเป็นผู้ฝึกยุทธตอนนี้เลยก็เป็นไปได้
  แต่หลังจากเข้ามหาลัยวิชายุทธ มีคนเท่าไหร่เชียวที่ยอมทะลวงขั้นด้วยปราณและเลือด 150แคล?
  ด้วยความเร็วเท่านี้ อย่างน้อยพวกเขาต้องรอจนสิ้นเทอมนี้และขึ้นปีสองก่อนถึงพิจารณาเรื่องทะลวงขั้น
  หลังกลายเป็นผู้ฝึกยุทธในปีสอง ความคืบหน้าขัดเกลากระดูกก็ไม่ได้เร็วนัก การบรรลุขั้นสองก่อนจบการศึกษาเป็นเป้าหมายของทุกคนแล้ว
  กลับกันตอนนี้พวกฟางผิงกลายเป็นผู้ฝึกยุทธขั้นสองก่อนแล้ว พวกเขาเริ่มก้าวเท้าสู่ขั้นสามด้วยซ้ำ
  เวลานี้ทุกคนต่างก็มีสีหน้าขมขื่น
  …
  ทีมชนะเลิศของโม๋อู่จะประลองกับทีมผู้ฝึกยุทธขั้นสองสูงสุดของหนานอู่
  ข่าวนี้แพร่ไปอย่างรวดเร็ว ไม่นานแวดวงยุทธเมืองเจียงเฉิงก็ทราบข่าวนี้กันหมด
  ผู้สำเร็จราชการจะมาชมการประลองด้วยตัวเอง และจะนำผู้ฝึกยุทธหนานเจียงจำนวนมากร่วมชมการประลองด้วย
  แต่เดิมมันเป็นแค่การแลกเปลี่ยนภายในระหว่างมหาลัยวิชายุทธ แต่ตอนนี้มันมีความหมายยิ่งกว่านั้น
  มีข้อมูลระบุว่าผู้สำเร็จราชการจางเริ่มไม่พอใจกับบรรยากาศเชิงยุทธของหนานเจียงยิ่งขึ้นเรื่อยๆ
  ตอนนี้หากนักศึกษาเก่าหนานอู่พ่ายแพ้ให้กับนักศึกษาใหม่โม๋อู่ โลกยุทธภพของหนานเจียงอาจประสบความเปลี่ยนแปลงแน่นอน
  ถ้าหนานอู่พ่ายแพ้จริงๆ ผู้สำเร็จราชการจางอาจตัดสินใจทำการปฏิรูปขั้นรุนแรง พอถึงเวลานั้นใครจะรู้ล่ะว่ามันจะดีหรือเลว ช่วงเวลานั้นผู้ฝึกยุทธที่ทราบข่าวนี้ต่างก็ให้ความสนใจกับการประลอง
  อีกคนที่ทราบข่าวนี้ก็คือผู้บัญชาการไป๋จิ่นซานจากหยางเฉิง
  เมื่อเขาได้ยินว่าฟางผิงเป็นหัวหน้าทีมยุทธ ไป๋จิ่นซานก็รู้สึกซับซ้อนมาก
  คนหนุ่มสาวเติบโตเร็วขนาดนี้เลยเหรอ?
  ขั้นสองสูงสุด ห่างจากขั้นสามเท่าไหร่เชียว?
  “เมืองหยางเฉิงสร้างสัตว์ประหลาดออกมา…อันที่จริงมีถึงสองคนด้วย!”
  ไป๋จิ่นซานกล่าวเสียงสั่น
  …
  ไม่นานหลังจากนั้น ผู้อำนวยการกระทรวงศึกษาเมืองหยางเฉิงตบบ่าฟางหมิงหรงอย่างกระตือรือร้น กล่าวคำพูดให้กำลังใจอยู่หลายคำ
  ขณะที่ฟางหมิงหรงไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้น เขาก็กลายเป็นรองผู้อำนวยการสำนักงานแล้ว
  เวลานี้ ความคิดเดียวที่ผุดขึ้นมาในหัวของฟางหมิงหรงคือ ‘ลูกชายฉันทำอะไรอีกแล้ว?’

>กลับหน้าหลักHOMEจิ้ม<

Prev
Next

Comments for chapter "ตอนที่ 184 การประลองไม่ใช่เป้าหมาย"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Aileen Novel
  • หน้าหลัก HOME
  • COOKIE POLICY

© 2020 - 2023 ไอรีนโนเวล นิยายอ่านฟรีทุกวัน เว็บอ่านนิยาย pdf ไอรีนโนเวล “aileen-novel.online” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน นิยายชื่อดัง ตอนล่าสุด "ฮณ๊ฯดฯฌซ, อ่านฟรี อ่านเพลินอ่านทั้งวันกับไอรีนโนเวลออนไลน์

Sign in

Lost your password?

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย

Sign Up

Register For This Site.

Log in | Lost your password?

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย

Lost your password?

Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย