Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Contact
ค้นหานิยาย
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Contact
Sign in Sign up

World’s Best Martial Artist - ตอนที่ 134 .1 ล้อมปราบ (1)

  1. Home
  2. World’s Best Martial Artist
  3. ตอนที่ 134 .1 ล้อมปราบ (1)
Prev
Next

ไม่เห็นนิยายอัปเดตใช่ไหม?
>>จิ้มที่นี่ได้เลย<<

  หลังรับภารกิจที่สอง ทีมก็ไม่ได้ไปรับข้อมูลเพิ่มเติมที่กรมทหาร
  ก่อนอื่นเลยเป็นเพราะกรมทหารประจำการอยู่ไกล เดินทางไปสำนักงานต้องใช้เวลาเดินทางถึงครึ่งวัน
  เหตุผลที่สองคือคำอธิบายในภารกิจละเอียดอยู่แล้ว
  “ชื่อ : สือเฟิง
  เพศ : ชาย
  อายุ : 39 ปี
  ความสามารถ : ขั้นหนึ่งสูงสุด ฝึกฝนวิชาต่อสู้ ใช้เพลงหมัด พอใช้อาวุธได้อย่างผิวเผิน พกดาบสั้นคลาสอี…
  ระดับความอันตราย : สูง
  ข้อแนะนำ : ทีมที่มีผู้ฝึกยุทธขั้นหนึ่งสูงสุดมากกว่าสามคน หรือผู้ฝึกยุทธขั้นสอง
  คดี : วันที่ 26 ตุลาคม 2008 ดักสังหารผู้ฝึกยุทธขั้นหนึ่งสูงสุด ปัจจุบันซ่อนตัวอยู่หมู่บ้านสือชิง เขตตงเจียว เซี่ยงไฮ้…
  รางวัล : 15 คะแนน (หมายเหตุ : ความแข็งแกร่งเพิ่มขึ้นเล็กน้อย เพิ่มอีก 5 คะแนน)”
  หลังรับภารกิจ ฟางผิงก็ตระหนักว่ามีรางวัลเพิ่มให้อีก 5 คะแนน
  ผู้ฝึกยุทธขั้นหนึ่งสูงสุดแบบนี้มักจะได้คะแนนระหว่าง 7-10 คะแนน
  ก่อนรับภารกิจ เมื่อเห็นรางวัล 10 คะแนนทุกคนก็โห่ร้องให้รับภารกิจแล้ว ฟางผิงจึงไม่ปฏิเสธ
  หลังรับภารกิจ เขาถึงรู้ว่ารางวัลมีมากถึง 15 คะแนน!
  รางวัลสำหรับภารกิจผู้ฝึกยุทธขั้นสองชั้นต้นก็อยู่ระหว่าง 10-15 คะแนนเช่นกัน คาดไม่ถึงเลยว่าสือเฟิงผู้นี้จะมีค่าหัวถึง 15 คะแนน
  หลังรับภารกิจ สีหน้าฟางผิงก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย เขาเตือน “ปกติแล้วผู้ฝึกยุทธขั้นหนึ่งสูงสุดจะไม่ได้รางวัลไปมากกว่าเงินสด 3 แสนหยวนหรือเท่ากับ 10 คะแนน แต่สือเฟิงมีค่าหัว 15 คะแนน เขาอาจแข็งแกร่งกว่าที่เราคิด!”
  “ครั้งนี้อย่าลดความระวังลง!”
  “อีกอย่างอีกฝ่ายมีอาวุธอัลลอยคลาสอี ฉันมั่นใจว่าเจ้าหมอนี่ไม่ได้มีดีแค่ปราณและเลือดที่ไม่ได้ฝึกฝนแม้แต่วิชาต่อสู้”
  “มันถึงกับสังหารผู้ฝึกยุทธขั้นหนึ่งสูงสุดได้ในระดับขั้นเดียวกัน…”
  ภารกิจนี้มีคำใบ้มากมาย ไม่ว่าจะเป็นคำแนะนำให้ตั้งกลุ่มผู้ฝึกยุทธขั้นหนึ่งสูงสุดสามคนหรือคะแนนพิเศษที่เพิ่มมาตอนหลัง ทั้งหมดสื่อได้ทางเดียว นั่นก็คือ คนที่ชื่อสือเฟิงไม่ใช่คู่ต่อสู้ที่เรียบง่าย
  อย่างน้อยในกลุ่มผู้ฝึกยุทธขั้นหนึ่งสูงสุดเหมือนกัน สือเฟิงมีความแข็งแกร่งกว่าค่าเฉลี่ย
  ในทีมฟางผิง จ้าวเสวี่ยเหมย ถังซ่งถิงและรวมถึงตัวเขาด้วยต่างก็มีอาวุธอัลลอยติดตัว รวมทั้งไม่ได้อ่อนแอด้วย แม้ว่าจะไม่มีใครเป็นผู้ฝึกยุทธขั้นหนึ่งสูงสุดเลยก็ตาม
  ส่วนที่เหลืออีกเจ็ดคน ขั้นต่ำขัดเกลากระดูกแค่ประมาณ 20 ชิ้นเท่านั้น
  จ้าวเสวี่ยเหมยพยักหน้า ส่วนถังซ่งถิงพูดขึ้นมาอย่างหยิ่งผยอง “ผู้ฝึกยุทธขั้นหนึ่งสูงสุดในโม๋อู่ไม่เหมือนกับโลกภายนอก แม้ว่าเราอาจจะไม่ได้ขัดเกลาสองครั้งก่อนทะลวง แต่เราก็ทะลวงด้วยปราณและเลือดเกิน 150แคลไปแล้ว!”
  “ตอนที่ฉันทะลวงขั้นกลายเป็นผู้ฝึกยุทธ ปราณและเลือดฉันมีถึง 170แคล!”
  “ตอนนี้ปราณและเลือดฉันเกือบ 240แคลแล้ว ไม่ต้องพูดถึงจำนวนขัดเกลากระดูก ถ้าเน้นที่ปราณและเลือดฉัน เทียบกับผู้ฝึกยุทธขั้นหนึ่งสูงสุดก็ไม่ได้ด้อยกว่า”
  “นอกจากนี้เพิ่มวิชาต่อสู้และจวงกงเข้าไปอีก แถมอาจารย์ของเรายังเป็นอาจารย์ขั้นกลาง…”
  “ฟางผิง นายประเมิณนักศึกษาโม๋อู่ต่ำเกินไป!”
  “ในขั้นพลังเดียวกัน นักศึกษามหาลัยวิชายุทธไม่ได้อ่อนแอกว่าใคร ต่อให้เป็นยอดยุทธจากกองทัพ มันก็เป็นเพราะพวกเขามีประสบการณ์ต่อสู้มากกว่าเราเฉยๆ”
  “ผู้ฝึกยุทธทั่วไปขั้นหนึ่งขั้นสองของโลกภายนอกไม่คู่ควรเข้าถ้ำใต้ดิน ฉันคิดว่านายระแวงเกินไป!”
  ถังซ่งถิงอาจน่ารำคาญ แต่ที่เขาพูดมาก็ไม่ได้ผิด
  นักศึกษาในคลาสฝึกพิเศษ แม้ว่าพวกเขาจะไม่ได้ขัดเกลาสองครั้ง แต่ตอนที่พวกเขาทะลวงขั้น พวกเขาต่างก็มีปราณและเลือดสูงกว่า 150แคล
  เมื่อพวกเขาบรรลุขั้นหนึ่ง ปราณและเลือดพวกเขาจะสูงกว่าผู้ฝึกยุทธทั่วไปในระดับขั้นเดียวกัน
  ยิ่งกว่านั้นนักศึกษาโม๋อู่ก้าวหน้าอย่างมั่นคง ไม่มีข้อบกพร่องที่เห็นได้ชัด นี่เป็นอีกจุดหนึ่งที่ทำให้พวกเขาไม่เหมือนกับผู้ฝึกยุทธทั่วไป ผู้ฝึกยุทธทั่วไปบางส่วนอาจฝึกวิชาต่อสู้ แต่พวกเขาอาจพึ่งเริ่มฝึกจวงกงก็ได้
  แถมครั้งนี้พวกเขายังมีกันถึง 10 คน ตัวฟางผิงเองก็เคยสังหารผู้ฝึกยุทธขั้นหนึ่งสูงสุดของโม๋อู่ นี่เป็นเหตุผลที่ทำไมถังซ่งถิงจึงคิดว่ามันไม่ได้มีอันตรายมากนักถ้าพวกเขาร่วมทีมกัน
  คนอื่นๆในทีมก็คิดแบบเดียวกัน นักศึกษาโม๋อู่ค่อนข้างมั่นใจตัวเองอยู่แล้ว
  แม้แต่นักศึกษาชั้นยอดของมหาลัยชิงฮวาก็ไม่คิดว่าตนเองด้อยกว่าอัจฉริยะที่เรียนด้วยตนเองในโลกภายนอก
  ฟางผิงสูดหายใจเข้าลึกๆ จากนั้นสักครู่เขาก็พูดขึ้นมา “บางทีนายอาจจะพูดถูกก็ได้ บางทีฉันคงระแวงเกินไป ฉันเลยคิดมาก”
  “แต่ยังไงปลอดภัยไว้ก่อนก็ดีกว่า ฉันมั่นใจว่านายคงไม่อยากจบช่วงเวลาที่ดีที่สุดของชีวิตทั้งๆที่พึ่งเริ่มต้นหรอกใช่ไหม?”
  “เราจะทำตามสถานการณ์ ถ้ามีอันตราย ภารกิจแรกของเราคือล่าถอย!”
  “รู้น่า เราไม่ได้ไปหาที่ตาย ถ้าเราสู้อีกฝ่ายไม่ได้ อย่างแรกที่เราต้องทำคือหนี!”
  ถังซ่งถิงไม่ได้ไปตาย ถ้าเขาเผชิญหน้ากับคู่ต่อสู้ที่เอาชนะไม่ได้ แน่นอนว่าเขาต้องหนี เขาไม่ต้องการให้ฟางผิงพูดเตือนหรอก
  ฟางผิงไม่ได้พูดอะไรอีก จากนั้นเขาก็เริ่มเก็บข้าวของ
  เขาสวมรองเท้าบูทคอมแบทตลอดเวลา
  แถมฟางผิงยังสวมสนับมือคลาสดีด้วย
  น้ำเยียวยาที่จัดสรรไว้และยาปราณและเลือดขั้นสองหนึ่งเม็ดถูกเก็บไว้ข้างตัว เขาอาจไม่ห่วงเรื่องอัตราผลาญปราณและเลือด แต่ยาปราณและเลือดขั้นสองก็ทำให้ระเบิดปราณและเลือดที่ทรงพลังได้ในเวลาสั้นๆ
  วันนี้ ปราณและเลือดของฟางผิงมาถึง 290แคลแล้ว!
  ปราณและเลือดขนาดนี้ เมื่อเทียบกับผู้ฝึกยุทธขั้นสองชั้นต้นทั่วๆไป มันสูงยิ่งกว่าอีก
  ตราบใดที่ทีมไม่ตื่นตระหนกหรือไม่ทำพลาดเมื่อต้องเผชิญกับผู้ฝึกยุทธขั้นสอง มันก็ไม่ใช่ว่าพวกเขาจะไม่มีโอกาสสู้เลย
  ความกังวลเพียงอย่างเดียวก็คือทีมมือใหม่นี้จะแตกตื่นเมื่อเผชิญกับคู่ต่อสู้ เมื่อพวกเขาพ่ายแพ้ มันก็เป็นปัญหาแล้ว ไอลีนโนเวล
  …
  วันที่ 3 สิบโมงเช้า ทั้งทีมมาถึงหมู่บ้านสือชิง เขตตงเจียว
  แม้ว่าหมู่บ้านสือชิงจะตั้งอยู่ในเขตตงเจียว แต่มันก็ยังเป็นแค่หมู่บ้าน แม้ว่ามันจะแตกต่างไปจากหมู่บ้านี่พวกเขาเห็นตามชนบทก็ตาม ในเซี่ยงไฮ้ แม้แต่ชานเมืองก็ครึกครื้น
  มีโรงแรม มีร้านอาหาร มีโรงงานอยู่ในหมู่บ้านสือชิง มันพัฒนามากกว่าเมืองเล็กๆบางแห่งด้วยซ้ำ
  หมู่บ้านตั้งอยู่ใกล้ท่าเรือที่สือเฟิงซ่อนตัวอยู่ จากการคาดการณ์ของพวกเขา สือเฟิงน่าจะวางแผนหลบหนีทางทะเล
  เหตุผลที่ทำไมกองทัพถึงส่งภารกิจให้มหาลัยวิชายุทธอาจเป็นเพราะช่วงนี้ถ้ำใต้ดินกำลังมีปัญหา และพวกเขาก็กำลังขาดแคลนกำลังคน นี่เป็นเหตุผลที่พวกเขาไม่จัดการคดีนี้ด้วยตัวเอง
  ฟางผิงสงสัยว่าผู้ฝึกยุทธขั้นหนึ่งสูงสุดที่สือเฟิงสังหารไปน่าจะเกี่ยวข้องกับกองทัพ
  ไม่งั้นกรมสืบสวนคงเป็นคนจัดการคดีนี้
  ถ้าเขาคาดการณ์ถูก งั้นความสามารถของสือเฟิงก็ไม่อ่อนแอ เพราะผู้ฝึกยุทธจากกองทัพไม่มีผู้ใดอ่อนแอ
  เมื่อพวกเขามาถึงหมู่บ้านสือชิง ฟางผิงก็ติดต่อกรมทหาร อีกฝ่ายพูดอยู่ไม่กี่คำ บอกรายละเอียดที่อยู่ ตามด้วยคำเตือนและก็วางสาย
  ฟางผิงวางสาย เขาคิดอยู่ครู่นึงก่อนจะถามโจวสือผิง “อาจารย์ พวกเขาบอกตำแหน่งด้วย เป็นไปได้เหรอที่กองทัพจัดการผู้ฝึกยุทธขั้นสองขั้นสามไม่ได้?”
  “ภารกิจเหล่านี้มีไว้ให้เด็กใหม่ฝึกฝนเก็บประสบการณ์เหรอ?”
  นอกจากเรื่องแทรกแซงภารกิจ โจวสือผิงจะตอบคำถามทุกอย่างโดยไม่เก็บงำ เมื่อได้ยินคำถาม เขาก็ยิ้ม “มันเป็นส่วนนึง ส่วนนึงเพื่อให้ฝึกฝนเก็บประสบการณ์ อีกจุดประสงค์นึงก็เพื่อเป็นการเตือน!”
  “เตือน?”
  “ถูกต้อง!”
  โจวสือผิงพูดอย่างเคร่งขรึม “เมื่อผู้ฝึกยุทธมีความแข็งแกร่งล้ำเลิศ จิตใจพวกเขาอาจมีการเปลี่ยนแปลงเช่นกัน”
  “พวกเขาจะคิดว่าตนเองมีอำนาจทุกอย่างและเป็นชนชั้นอภิสิทธิ์ ฆ่าคนสองสามคนจะไปมีปัญหาอะไร?”
  “โดยเฉพาะนักศึกษาใหม่ พวกเขาจะมีความคิดเช่นนี้ได้ง่ายมาก”
  “การส่งภารกิจแบบนี้ให้นักศึกษาใหม่เป็นการบ่งบอกให้พวกเธอรู้ว่าแม้แต่ผู้ฝึกยุทธ เมื่อกระทำผิด พวกคุณก็ต้องแบกรับผลที่ตามมาเช่นเดียวกัน!”
  “ถ้าพวกเธอทำตามอำเภอใจโดยไม่เกรงกลัวใคร สักวันหนึ่งพวกเธอก็จะกลายเป็นหนึ่งในภารกิจเหล่านี้!”
  ฟางผิงพยักหน้าเล็กน้อย ข้อสงสัยของเขาได้รับคำตอบแล้ว
  แน่นอนมันเกี่ยวข้องกับการขาดแคลนกำลังคน ตอนนี้ทางเข้าถ้ำใต้ดินหลายแห่งไม่สงบ เนื่องจากนักศึกษามหาลัยวิชายุทธว่างงาน ความช่วยเหลือของพวกเขาจึงช่วยประหยัดเวลาลงไปมาก
  หลังได้รับตำแหน่งอีกฝ่าย เขาก็ไม่มีความจำเป็นต้องถามใครอีก
  ฟางผิงมองจ้าวเสวี่ยเหมยและทีม “เราลงมือตอนกลางคืนดีกว่า ช่วงกลางวันมีคนเยอะเกินไป มันง่ายมากที่จะเกิดอิทธิพลเชิงลบ”
  “ลงไป ฉันกับจ้าวเสวี่ยเหมยจะไปตรวจสอบสถานการณ์”
  มีคนในทีมคิดชั่วครู่ก่อนจะพูดออกมา “ถ้าเราทำภารกิจตอนกลางคืน มันจะไม่เสี่ยงไปหน่อยเหรอ?”
  “ถ้าอีกฝ่ายหนีไป เราไม่มีความสามารถมองเห็นตอนกลางคืนนะ”
  “เนื่องจากเรามีตำแหน่งอีกฝ่ายอยู่ในมือ เราไม่จำเป็นต้องเสี่ยงโชคเหมือนกับที่ทำกับหลินจวินเมื่อวาน”
  “ช่วงกลางวัน หลายคนออกไปทำงาน พวกเขาไม่อยู่บ้าน ฉันว่าลงมือตอนกลางวันดีกว่า”
  “ช่วง 3-4 โมงเย็นไม่ค่อยมีคนเหมือนกัน ยังไงมันก็พูดยากว่าเขาจะอยู่บ้านตอนกลางคืนไหม เพราะเขาถูกหมายจับ มีโอกาสเป็นไปได้มากกว่าที่เขาจะซ่อนตัวอยู่ที่บ้านช่วงกลางวัน”
  ฟางผิงชำเลืองมอง ผู้พูดคือจ้าวชิง ความสามารถของเขาไม่เลว นอกจากนี้เขายังเป็นคนแรกที่พบหลินจวินด้วยเช่นกัน
  เขาค่อนข้างใจเย็น ไม่ทำตัวผลีผลาม
  ความเห็นของเขาครั้งนี้ต่างจากถังซ่งถิง
  หลังพิจารณาเพิ่มเติม ฟางผิงก็พยักหน้าเล็กน้อยและเห็นด้วย “ที่นายพูดมาก็มีเหตุผล เอาแบบนี้ ตอนบ่ายเราจะลงมือกัน!”
  “เนื่องจากเราลงมือช่วงกลางวัน ถ้าเราไปที่นั่นหลายครั้งเกิน มันจะทำให้เขาตื่นตัวและหลบหนีไป”
  “ลงมือทันทีเมื่อพบเห็นมัน”
  หลังหารือกัน ทั้งทีมก็ไม่ได้ถกเถียงกันอีก พวกเขาก็ไปหาโรงแรมพัก

>กลับหน้าหลักHOMEจิ้ม<

Prev
Next

Comments for chapter "ตอนที่ 134 .1 ล้อมปราบ (1)"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Aileen Novel
  • หน้าหลัก HOME
  • COOKIE POLICY

© 2020 - 2023 ไอรีนโนเวล นิยายอ่านฟรีทุกวัน เว็บอ่านนิยาย pdf ไอรีนโนเวล “aileen-novel.online” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน นิยายชื่อดัง ตอนล่าสุด "ฮณ๊ฯดฯฌซ, อ่านฟรี อ่านเพลินอ่านทั้งวันกับไอรีนโนเวลออนไลน์

Sign in

Lost your password?

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย

Sign Up

Register For This Site.

Log in | Lost your password?

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย

Lost your password?

Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย