หมื่นอสูรก้มกราบ - ตอนที่ 1053
เล่มที่ 36 ตอนที่ 1053 : เปิดมหันตสังหาร
สวนยาสวรรค์พลันสั่นสะท้าน ข่าวที่สั่น สะเทือนหัวใจของผู้คนได้แพร่งพรายออกไป รา ชั้นปีศาจได้เปิดมหันตสังหารประมือกับจอมยุทธ์ เก้าโลก!
เหล่าอมนุษย์ที่มากด้วยพลัง ต่างก็ก้าวผี เท้าเดินออกมาด้วยความตื่นเต้น พวกมันต่างก็รู้ สึกว่าคนที่แข็งแกร่งที่สุดในยุคสมัยนี้ของดิน แดนศักดิ์สิทธิ์ คงทนไม่ได้จึงต้องออกมือ!
“ราชันปีศาจได้เข้าโจมตีเหล่าจอมยุทธ์ของ เก้าโลก พลังของเขากล้าแกร่งไร้เทียมทานยิ่ง!”
“ข่าวใหญ่ๆ ราชันปีศาจต้องการที่ จะประมือกับบุตรศักดิ์สิทธิ์ของสํานักสรรพสิ่ง สง ครามในครั้งนี้น่ากลัวนัก พวกเขาต่างก็เป็นผู้ที่
มีพลังชั้นสูงของทั้งสองโลก!”
“ข้าได้ยินมาว่าราชันปีศาจนั้นมีความข้อง เกี่ยวกับราชวงศ์มังกรเขียว ตอนนี้องค์หญิง
ทั้งสองของราชวงศ์มังกรเขียว ได้ถูกบุตรศักดิ์สิทธิ์ ของสํานักสรรพสิ่งตามไล่ล่า ราชันปีศาจมาที่นี่ก็ เพราะเหตุนั้นเป็นแน่!”
เหล่าจอมยุทธ์เก้าโลกบันดาลโทสะยิ่ง ภาย ในใจรู้สึกอับอายขายขี้หน้าเป็นอย่างมาก
ในตอนนั้นก็มีคนที่มีชื่อเสียงโด่งดังยิ่งใน เก้าโลกพุ่งทะยานร่างออกไป หมายที่จะขัดขวาง
ราชั้นปีศาจ
สงครามระหว่างเก้าโลกและโลก หลบซ่อนกําลังมาเยือน ความหมายของการต่อสู้ ในครั้งนี้ไม่ธรรมดา หากคนที่แข็งแกร่งที่สุดของ โลกหลบซ่อนแพ้พ่าย ผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อโลก
หลบซ่อนนั้นกล่าวได้ว่ายิ่งกว่าคําว่าพินาศ!
ฐานพลังของคนหลายคนในโลก หลบซ่อนยังไม่เพียงพอ แม้ราชันปีศาจจะแข็ง แกร่ง ทว่าเก้าโลกนั้นใหญ่มากเกินไป สํานัก สรรพสิ่งเป็นเพียงแค่ขุมพลังอํานาจหนึ่ง ไม่มี ใครรู้ว่าพลังต้นกําเนิดของเก้าโลกนั้นอยู่ที่ไหน
แล้วมีคนที่เก่งกาจระดับชั้นฟ้าอยู่อีกกี่คน!
ภายในป่าเขาที่แหลกเละไม่เป็นชิ้นดี สีหน้าของซิงไค่หนักอึ้งยิ่ง ขนหัวลุกชันเย็นเฉียบ แต่เดิมที่เขาคิดไม่ถึงเลยว่าอีกฝ่ายที่เรียกตนว่า เป็นเจ้าสํานักของเขา จะเหี้ยมโหดถึงเพียงนี้
“เป็นไปได้ยังไง!” ภายในมือของซิงไก่ กุมชะตาชีวิตของคนคนหนึ่งเอาไว้ เหล่าศิษย์ของ สํานักสรรพสิ่งเกิดคลั่งกันขึ้นมา มีบางคนที่ ไม่อยากจะเชื่อสายตากับสิ่งที่เกิดขึ้น
เพราะนี่ก็คือพลังไร้เทียมทาน ที่ได้ถูก ปรมายุทธ์นอกดินแดนนอกเข้าปกคลุม!
“ไค่ ไปทางไหน!” เต้าหลิงจับจ้องสายตา ทั้งสองไปยังที่ไกล แล้วจึงแค่นเสียงต่ํากล่าวถาม
ซึ่งไค่ตามเต้าหลิงมาอย่างรวดเร็ว พลาง แค่นเสียงถามศิษย์ของสํานักสรรพสิ่ง “ที่ไหน รีบบอกมาซะ!”
“ซึ่งไค่ เจ้าเป็นคนของเก้าโลกแต่กลับช่วย เหลือศัตรูอย่างนั้นหรือ!” คนคนนั้นคํารามลั่นด้วย โทสะ “หากคนใหญ่คนโตของเก้าโลกรู้เข้า เขา
ต้องไม่ปล่อยเจ้าไปแน่!”
ซิงไห่ง้างฝ่ามือตบไปที่ใบหน้าของอีกฝ่าย แล้วจึงระเบิดเสียงคํารามออกมาว่า “อย่า มาพล่ามไร้สาระกับข้า หรือว่าเจ้าไม่รู้ว่าสํานักซิง เฉินและสํานักสรรพสิ่งมีความสัมพันธ์กันแบบใด? หากเจ้ายังพล่ามอะไรอยู่อีก ข้าจะเตะไข่เจ้าให้ ระเบิดเสีย!”
เหงื่อเย็นไหลออกมาท่วมร่างของชายหนุ่ม จากนั้นเขาก็กล่าวออกมาด้วยความหวาดผวา “ตรงไปข้างหน้า ตรงนั้นจะมีเทือกเขาอยู่ พวกเขา หนีไปทางเทือกเขาตรงไหน!”
ไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว ซึ่งไค่เองก็พุ่งทะยานร่าง ตามออกไปเช่นกัน ทว่าในเวลานั้นเขาก็คิด ไม่ออกว่าทําไมถึงต้องตามเต้าหลิงไปด้วย
“คนของสํานักซิงเฉิน คงมิใช่ว่าถูกราชันปี ศาจสยบแล้วหรอกนะ?”
“เป็นไปได้สูง ราชันปีศาจมีสมบัติล้ําค่า ระดับสูงสุดของสํานักซิงเฉิน ทั้งเจ้านั่นก็แพ้ พ่ายต่อราชันปีศาจ เป็นไปได้สูงที่ว่าจะถูกสยบ แล้ว!”
“ราชันปีศาจน่ากลัวเสียจริงๆ ข้าล่ะเห็น เพียงแต่อัจฉริยะของดินแดนศักดิ์สิทธิ์ของพวกเรา ถูกเก้าโลกสยบ นี่เป็นครั้งแรกเลยที่ข้าเห็นอัจฉริ ยะของเก้าโลกถูกพวกเราสยบ!”
ข่าวนี้ทําให้พวกเขาตื่นเต้นเป็นอย่างยิ่ง พลันรู้สึกได้ถึงพลังอานุภาพมหาศาลของราชันปี ศาจ ที่แม้แต่อัจฉริยะของเก้าโลกยัง ต้องยอมจํานน
หลังจากนั้นไม่นานนัก เต้าหลิงก็ปรากฏ กายขึ้นที่เทือกเขาแห่งหนึ่ง เทือกเขาแห่งนี้กว้าง ใหญยิ่ง มองทอดออกไปไม่เห็นจุดสิ้นสุด
“มีร่องรอยการต่อสู้!” ซึ่งไค่เห็นภูเขายักษ์ ขนาดใหญ่ที่ทรุดถล่มลงมา เขาสัมผัสได้ถึงพลังที่ คุ้นเคยยิ่ง จากนั้นเขาก็กล่าวออกมาอย่างอดมิได้ “น่าจะเป็นบุตรศักดิ์สิทธิ์สํานักสรรพสิ่ง เจ้านั่น
น่ากลัวมาก เขาเป็นยอดยุทธ์รุ่นเยาว์อันดันหนึ่ง ของโลกไร้จํากัด!”
เต้าหลิงพุ่งทะยานร่างไปข้างใน เขารู้สึก ถึงพลังอานุภาพสวรรค์มหาศาลที่รุนแรงผิดปกติ เดาว่าน่าจะเป็นบุตรศักดิ์สิทธิ์สํานักสรรพสิ่ง
“คนคนนี้แข็งแกร่งมากเกินไป เกรงว่าพวก เราคงจะหนีไม่พ้น!”
ภายในส่วนลึกของเทือกเขา มีหญิงส าวสองคนที่พุ่งทะยานรางหนีล้มลุกคุกคลานอยู่
ภายในป่า สีหน้าของพวกนางขาวซีด เหงื่อ ไหลรินออกมาจากหน้าผาก ลมหายใจหอบ กระชั้นดูอิโรยเหน็ดเหนื่อยยิ่ง
โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลีเสี่ยวซวน นางอ่อน แอเป็นอย่างมาก พลังบริสุทธิ์ไหลออกมา จากท้องน้อย บาดแผลของนางนั้นน่าแปลก ประหลาดนัก เหมือนกับว่าพลังปราณกําลังหลั่ง ไหลสูญสลายไป
บริเวณนอกห้าหกสิบลี้ มีร่างเงาร่างหนึ่ง ยืนอยู่ใต้ท้องฟ้า ดูแล้วสลัวลางไม่ชัดแจ้งประหนึ่ง ทวยเทพ น่ากลัวยิ่งจนถึงขีดสุด!
บุตรศักดิ์สิทธิ์สํานักสรรพสิ่งแข็งแกร่งเป็น อย่างมาก เท้าของเขาก้าวเดินอยู่ภายในเทือกเขา แต่ละย่างก้าวที่ก้าวเดินพลันทําให้ห้วงมิติบิดเบี้ยว ในเวลานั้นเขาก็ได้มุ่งหน้าไปทางหลีเสี่ยวซวน
เขาเดินเรื่อยๆ ไม่เร่งรีบ รอบกายอัดแน่น ไปด้วยพลังไร้เทียมทาน ด้านหลังมีสาวงาม
สวมอาภรณ์สีบัวคนหนึ่งเดินตามมา
สีหน้าของหลีชิงจวินดูไม่ดีนัก ราชวงศ์มัง กรเขียวเสียจอมยุทธ์ที่มีฝีมือไปหลายสิบคน ซึ่งตอนนี้เหลือเพียงแค่พวกนางสองคนเท่านั้น!
กล่าวได้ว่าครั้งนี้เป็นการสูญเสียที่ใหญ่ หลวงยิ่งของราชวงศ์มังกรเขียว นางไม่เคยพบกับ เหตุการณ์เช่นนี้มาก่อน ซึ่งทุกสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นเป็น เพราะบุตรศักดิ์สิทธิ์สํานักสรรพสิ่ง
“ไม่ได้ ถ้าเป็นเช่นนี้ต่อไปพวกเราหนีไม่ได้ แน่” หลีชิงจวินกระชับฝ่ามือแน่น สายตาของ นางจับจ้องไปที่หลีเสี่ยวซวนแล้วจึงกล่าวออกมา ว่า “เสี่ยวซวน เจ้าหนีไปข้างหน้า ข้าจะถ่วงเวลา เขาเอาไว้!”
ได้ยินดังนั้น จิตวิญญาณของหลีเสี่ยวซวน พลันสั่นสะท้าน ดวงตากลมโตของนางมองไปที่ หลีชิงจวิน “เจ้าให้ข้าหนี? แล้วเจ้าล่ะ?”
“เจ้าไม่ต้องสนใจข้า เจ้าดูแลตัวเองให้ ดีก็พอ เจ้าเองก็รู้ว่ากายของเจ้านั้นเป็นอะไร ทั้งยัง สําคัญต่อราชวงศ์มังกรเขียวของพวกเราขนาด ไหน จะเป็นใครก็ได้ แต่ต้องไม่ใช่เจ้า” หลีชิงจวิน แค่นเสียง
“ไม่ หากเจ้าเป็นอะไรไปเพราะข้า ข้าจะอยู่ แบบสบายใจได้เยี่ยงไร” น้ําตาใสๆ ปริ่มออกมา จากดวงตาของหลีเสี่ยวซวน แต่ถึงกระนั้นนางก็ยัง คงแค่นเสียงอีกล่าวออกมาจากในลําคอ
“ถ้าเจ้าไม่ไป พวกเราได้ตายกันทั้งคู่แน่!” หลีชิงจวินกล่าวด้วยใบหน้าขึงขัง “รีบไปเสีย อย่าพล่ามมาก!”
“ฮี เจ้าบอกให้ข้าไปแล้วข้าต้องไปงั้นหรือ?” หลีเสี่ยวซวนกลอกตา “ข้าจะไม่ไปไหนทั้งนั้น ข่าว ได้แพร่งพรายออกไปแล้ว ท่านพี่จะต้องมาช่วยข้า แน่!”
“เจ้าคิดว่าพวกเราจะถ่วงเวลาเอาไว้ได้นาน แค่ไหน? บางทีตอนที่เขามาถึง พวกเราอาจจะจบ เห่ไปแล้วก็ได้ ทั้งคนคนนั้นน่ากลัวขนาดนั้น จาง หลิงสู้กับเขาไม่ได้หรอก!” หลีชิงจวินกล่าวเสียง เข้ม
“ท่านพี่ไม่แพ้แน่!” หลีเสี่ยวซวนค้านด้วย ใบหน้าแดงก่ํา ทว่าในเวลานั้นขาของนางก็ทรุดลง ที่พื้น ร่างทั้งร่างสั่นระริก
“เสี่ยวซวน เจ้าเป็นอะไรไป?” หลีชิงจวินรีบ เดินเข้าไปถามด้วยความตกใจ
“ข้าหนาว” ร่างของหลีเสี่ยวซวนสั่นเทา พลังบริสุทธิ์ไหลออกมาจากท้องน้อยของนางมาก ยิ่งขึ้นเรื่อยๆ ผิวที่เคยขาวผ่องบัดนี้กลับหมอง หม่นไม่มีแสงคล้ายกับคนป่วย
“บัดซบ เพราะตัดการฝึกฝนกลางคัน ทําให้พลังต้นกําเนิดหลั่งไหลออกมา!” สีหนาของ หลีชิงจวินดูไม่ดีเป็นอย่างมาก ถ้าเป็นแบบนี้ต่อไป เกรงว่านางจะต้องตายแน่
ในตอนนั้นเอง ท้องฟ้าก็พลันมืดหม่น ร่าง เงาร่างหนึ่งประจักษ์ขึ้นกลางฟ้าดิน ฝ่ามือทั้งสอง ไขว้เอาไว้ด้านหลัง สายตามองหมิ่นไปยังหญิงสาว ที่อยู่เบื้องล่างทั้งสอง
“ข้าจะให้โอกาสพวกเจ้าอีกครั้งหนึ่ง ส่ง กระดูกทองมาซะ!” บุตรศักดิ์สิทธิ์สํานักสรรพสิ่ง เอ่ยเสียงเย็น
“ข้าบอกไปแล้ว ว่าข้าไม่มีกระดูกทอง แม้ ว่าเจ้าจะฆ่าข้าก็เปล่าประโยชน์!” หลีชิง จวินคํารามด้วยโทสะ คนพวกนี้มาก็เพื่อกระดูก ทอง เพราะของสิ่งนั้นทําให้พวกนางต้องพบกับ
เหตุการณ์ที่เลวร้ายเช่นนี้
“นางแพศยา ข้าบอกให้เจ้าเอาออกมาก็ เอาออกมาสิ ฆ่าเจ้าไปมือของบุตรศักดิ์สิทธิ์ก็แปด เปื้อนเอาเปล่าๆ!” สาวงามสวมอาภรณ์สีบัวเดิน ออกมา แล้วใช้สายตาเย็นชาจ้องมองหลีชิงจวิน
“เจ้าด่าใคร นางแพศยา” ขนทั่วร่างของหลี เสี่ยวซวนที่ตัวสั่นเทาลุกชันขึ้นมา พลางชี้นิ้วไปที่ห ญิงสาวสวมอาภรณ์สีบัวแล้วแผดเสียงตวาดดังลั่น
สีหน้าของสาวงามสวมอาภรณ์สีบัวพลัน เย็นยะเยือกขึ้นทันใด นางจับจ้องสายตาไปที่หลี เสี่ยวซวนแล้วกล่าวออกมาว่า “จะตายอยู่แล้ว แท้ๆ แต่ยังหาญกล้ามาทําตัวโอหังใส่ข้า อยากจะตายจนทนไม่ไหวแล้วอย่างนั้นหรือ!”
“ข้าจะบอกอะไรเจ้าให้นะ หากเจ้ากล้าสัม ผัสข้าแม้แต่เส้นผม เมื่อไรที่ท่านพี่ของข้ามา เขา จะต้องจับเจ้าเปลื้องผ้าไปขายที่ซ่องแน่!” หลีเสี่ยว ซวนถลึงตา
“ปากดีนัก!” สาวงามสวมอาภรณ์สีบัว คํารามด้วยโทสะ “แม้ว่าคนที่เจ้ากล่าวถึงนั้น จะเป็นราชันปีศาจของโลกหลบซ่อน แต่เจ้าวางใจ เถอะ ข้าจะไม่ฆ่าเจ้า ข้าจะเหลือชีวิตแพศยาของ
เจ้าเอาไว้ให้เจ้าได้เห็นเจ้าราชันปีศาจนั้นถูกจับ!”
สาวงามสวมอาภรณ์สีบัวกล่าวด้วยใบหน้า เย็นชา เซี่ยงซานตายด้วยน้ํามือของเขา นั่นเป็น เรื่องที่น่าอัปยศยิ่งของสํานักสรรพสิ่ง!
“เจ้าจะจับใคร?”
ในตอนนั้นก็มีเสียงเย็นดังสะท้อนก้อง เด็กหนุ่มสวมชุดขาวก้าวฝีเท้าเดินออกมา จิตสัง
หารที่น่าหวาดกลัวแพร่งพรายออกมาทั่วร่าง!