หมื่นอสูรก้มกราบ - ตอนที่ 1051
เล่มที่36 ตอนที่ 1051 : ล่าสังหาร
“นี่มันเป็นไปได้เยี่ยงไร?”
“นี่มันวิชาอะไรกัน? ทําไมถึงน่ากลัวขนาดนี้ ถึงกับทะลุทะลวงวิถีดาราได้เชียว!”
โลกสวรรค์ส่งเสียงดังเกรียวกราว แต่ ละคนต่างไม่อยากจะเชื่อ พญามารกลับชาติมา เกิดมีพลังแข็งแกร่งขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไร?
“นี่มันวิถีบ้าอะไรกัน!” เซี่ยงฮว่าหลงหัว เราะ คนของสํานักสรรพสิ่งเองก็หัวเราะ มิกล่าวอันใด แม้ว่าฝ่ายที่พ่ายแพ้จะคือเก้าโลก แต่คนของสํานักสรรพสิ่งกลับรู้สึกได้หน้ากลับมา บ้างแล้ว
การแสดงออกของคนสํานักซิงเฉิน
เหนือกว่าความคาดหมายของผู้คน แต่ ละคนต่างหยัดยืนขึ้น ด้วยสีหน้าตื่นเต้น เกินจะเปรียบ
“นั่นมันหมัดดาวเหนือ วิชามหา อํานาจสํานักของสํานักซิงเฉินข้านี่!” ชายชราผู้
หนึ่งเบิกตากว้าง กล่าวเสียงสั่น “มันถึงกับยังอยู่ นี่มันหมัดดาวเหนือ!”
“ทั้งยังเป็นบทนํา หมัดดาวเหนือของพวก เราสํานักซิงเฉินหายสาบสูญไปนานแล้ว ใน สํานักตอนนี้เหลืออยู่เพียงสองกระบวนท่าสุดท้าย ทว่าหากไม่มีส่วนก่อนหน้า ย่อมไม่อาจฝึก ฝนสําเร็จ!”
“วิชามหาอํานาจสํานักของสํานักข้า ถึง กับปรากฏออกมาแล้ว เขาเป็นใครกัน? ทําไม่ถึง
ระคนเดือดดาล
“เฮอะๆ จงหงชั่ว ขนาดวิชามหา อํานาจสํานักก็ยังถูกคนนอกเรียนได้ ข้าช่างเลื่อม ใสจริงๆ!” ผู้อาวุโสสามของสํานักสรรพสิ่ง กล่าวด้วยใบหน้ายิ้มแย้มทว่าใจไม่ยิ้ม
“เซี่ยงหยิน เจ้าไม่พูดก็ไม่มีใครว่าเจ้าเป็น
ใบ้หรอก!” จงหงตั๋วเดือดดาล แต่ไหนแต่ไรมา สํานักซิงเฉินกับสํานักสรรพสิ่งล้วนไม่ถูกกัน จะให้ เขาเป็นมิตรกับอีกฝ่ายได้อย่างไร
เซี่ยงหยินแค่นเสียงเย็น มิได้กล่าวอันใดอีก เห็นชัดว่าเขาไม่อยากขัดแย้งกับสํานักซิงเฉินที่นี่ เพื่อป้องกันไม่ให้คนโลกหลบซ่อนรู้ว่าพวกเขา ไม่ถูกกัน
“ตรวจสอบ ต้องตรวจสอบให้ละเอียด ข้ารู้ ว่าหมัดดาวเหนือหายสาบสูญไปในวิหารดารา หรือว่าเขาจะได้ครอบครองสมบัติล้ําค่าระดับ สูงสุด?”
“มีความเป็นไปได้มาก จักต้องตรวจสอบ ไม่แน่ว่าอาจจะหาสมบัติล้ําค่าระดับสูงสุดอย่างวิห ารดาราเจอ!”
คนของสํานักซิงเฉินตื่นเต้นเกินจะเปรียบ มิ ได้ผิดหวังเพราะซิงไคพ่ายแพ้ แต่กลับตื่นเต้นดีใจ
เวลานี้ในสํานักซิงเฉินมีผู้คนส่วนหนึ่งก้าว เดินมา เพื่อจะสอบถามคนของโลกหลบซ่อน
การถามไถ่ในครั้งนี้ ทําให้พวกเขาได้ข่าวอันน่า หวาดกลัว!
“วิหารดาราปรากฏกายออกมาแล้วจริงๆ นี่ มันข่าวดีใหญ่หลวง!”
“คิดไม่ถึงจริงๆ มันถึงกับปรากฎออกมา แล้ว สวรรค์ช่างคุ้มครองสํานักซิงเฉินจริงๆ”
ผู้ที่ตื่นเต้นที่สุดก็คือจงหงชั่ว เพราะเขารู้ว่า นับแต่โบราณกาลจนถึงบัดนี้ ตราเจ้าสํานักของ สํานักซิงเฉินขายหายไปหนึ่ง ทําให้คลังของสํานัก
ซิงเฉินสมบัติบางส่วน ไม่อาจเปิดได้!
คลังสมบัติที่ตกทอดมาจากสํานักซิง เฉินสมัยโบราณกาลน่ากลัวขนาดไหน ตลอดมาล้วนดํารงอยู่มาถึงบัดนี้ ถ้าหากเปิดมันได้ ตําแหน่งของสํานักซิงเฉินในโลกไร้จํากัด ก็ จะทะยานขึ้น!
จอมยุทธ์กลุ่มใหญ่ของสํานักซิงเฉินก้าว เดินออกมา ทําให้คนราชวงศ์ต้าโจวหน้าถอดสี เพราะพวกเขารู้ว่าคนพวกนี้จะทําอะไร
หงชิ้นโหวถ่ายทอดเสียงกล่าว องค์จักร พรรดิ จะทําเช่นไรดี? ข้ารู้สึกว่าวิหารดาราน่า จะไม่ได้อยู่ที่ตัวเต้าหลิง!”
“เจ้าพูดถูก ถ้าหากที่ตัวเขามีวิหารดาราอยู่ วันที่เขามาต้าโจว วังจักรพรรดิมนุษย์ย่อมสา มารถสัมผัสถึงพลังปราณของสมบัติล้ําค่าสูงสุด
จักรพรรดิโจวขมวดคิ้ว พลางถ่ายทอดเสียง กล่าว “จักต้องตรวจสอบให้ละเอียด เตรียมป้อง กันคนของสํานักซิงเฉินหาตําแหน่งของวิหารดารา นี่เป็นหนึ่งในแต้มต่อของอนาคต ไม่อาจสูญหาย เด็ดขาด
มูลค่าของสมบัติล้ําค่าระดับสูงสุดใหญ่ หลวงยิ่งนัก จักรพรรดิโจวคาดเดาได้ นี่เป็น รากฐานตั้งมั่นเพียงหนึ่งของพวกเขาในโลก หลบซ่อน! ถ้าหากสูญหายไป ผลที่ตามมาคงไม่ อาจจินตนาการ
“เรื่องนี้ส่งให้ข้าเอง แม้ว่าพลังของพวกเรา ต้าโจวจะอ่อนแอกว่าพวกเขา แต่มังกรแข็ง แกร่งย่อมไม่อาจสยบงูเจ้าถิ่น พวกเขาคิดจะใช้ อํานาจบาตรใหญ่ที่โลกหลบซ่อน ชั่วเวลาสั้นๆ
ย่อมไม่อาจทําได้!”
by
0
”
หงชิ้นโหวพยักหน้าหนักแน่น ก่อนร่าง จะหายไป
ภายในสวนยาสวรรค์ ซึ่งไค่มีสีหน้าไม่ปกติ ด้วยรู้จักหมัดดาวเหนือ มันเป็นวิชามหา อํานาจสํานักของสํานักซิงเฉิน เขาเป็นมันได้เยี่ยง
ไร?
“ทําไมเจ้าถึงมีวิชาหมัดดาวเหนือฝึกฝน เล่า!” ซึ่งไคตวาดกร้าว
ดาเป็นเจ้าสํานักซิงเฉิน ตําแหน่งใหญ่โตสืบทอดพ รรค จะเป็นวิชามหาอํานาจสํานักแล้วอย่างไร เลา?” เตาหลิงหัวเราะเยาะ
“น่าชังนัก เป็นเจ้าแต่งตั้งตนเองกระมัง? ตําแหน่งใหญ่โตสืบทอดพรรคอะไรกัน!” ซึ่งไค่ เกรี้ยวโกรธ ไม่อาจทนรับคําพูดของอีกฝ่ายได้ เขา คํารามลั่น “ศึกของพวกเรามันเพิ่งเริ่ม เจ้าอย่าได้ ลําพองใจเร็วไปหน่อยเลย!”
“เจ้าหนูไค่เอ๊ย เจ้าคิดว่าอํานาจของเจ้า สํานักเป็นสิ่งที่เจ้าจะยั่วแหย่ได้หรือ? เมื่อครู่ข้าให้ โอกาสเจ้าแล้ว ถ้าหากเจ้าสมองเลอะเลือนล่ะก็ ระวังข้าจะส่งเข้าไปเจอเจ้าสํานักโบราณกาล ทําให้เขาบอกเจ้าว่าใครเป็นผู้สืบทอดพรรค!”
ใบหน้าของเต้าหลิงฉายแววน่าเกรงขาม
เปี่ยมไปด้วยท่าทางของเจ้าสํานัก
ซิงไก่บ้าคลั่ง ใบหน้าเขียวปั้ด คําก็เจ้าหนูไก่ ทําให้เขาไม่อาจทนรับได้ เขาแทบจะคํารามลั่น ทว่าไม่นานเขาก็มีสีหน้าสว่างสดใส
เต้าหลิงรู้สึกถึงไอสังหารน่ากลัว จากส่วนลึกป่าเขาไม่มีที่สิ้นสุด เงาร่างน่ากลัว สามสายทะยานมาอย่างรวดเร็ว แต่ละคนล้วน น่ากลัว ราวกับมังกรสันคลอนป่าเขา!
“อะไรกัน? มีศัตรูตัวฉกาจบุกโจมตีอีก แล้ว!” มีคนตกใจ ครั้งนี้มีอัจฉริยะมาถึงสามคน!
“เป็นคนของสํานักสรรพสิ่ง จักต้อง มาคิดบัญชีแน่ๆ!”
ผู้คนที่มุงดูอยู่รอบด้านส่งเสียงเกรียวกราว สามคนนี้แข็งแกร่งมากจริงๆ แต่ละคนล้วนน่ากลัว ว่าเซี่ยงซานเล็กน้อย เดาว่าคงเป็นศิษย์พี่ศิษย์ น้องของเขา!
“เจ้าก็คือคนที่สังหารศิษย์น้องเซี่ยงซาน?” ชายหนุ่มชุดเขียวผู้หนึ่งคํารามอย่างเดือดดาล จู่ โจมป่าเขาไม่มีที่สิ้นสุดสั่นไหว เพลิงโทสะทะลุฟ้า
“ทําไม? พวกเจ้ามาแก้แค้นหรือไร?” เต้าหลิงตวัดสายตามองคนทั้งสามที่ทะยานเข้ามา พลางยิ้มเย็น “มาช้าไปหน่อยแล้ว!”
“ใจกล้านัก คนของสํานักสรรพสิ่งก็ยังกล้า ฆ่า ข้าว่าเจ้าคงกินหัวใจเทพมากระมัง!” ชาย หนุ่มชุดสีแดงเพลิงโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ
“ตัดหัวมัน สังเวยให้ศิษย์น้องเซี่ยงซาน!”
คนทั้งสามคํารามด้วยความเกรี้ยวโกรธ พลังปราณน่ากลัวถึงขีดสุด ราวกับมังกรป่า สามตนพุ่งโจมตีเข้ามา กระเพื่อมไหวขุนเขาธารา บุกเข้าสังหารอีกฝ่าย!
H
|
|
เต้าหลิงไม่กล่าวอันใด เขายืนอยู่บนพื้น ใน มือปรากฏธนูสวรรค์ ภายใต้ท้องฟ้าในยามค่ําคืน เต้าหลิงดึงธนู พังทลายจันทร์เต็มดวง คลื่นพลัง
น่ากลัวม้วนตลบฟ้า!
“รนหาที่ตายนัก!” คนทั้งสามเดือดดาล ด้วยรู้สึกว่าอีกฝ่ายเห็นพวกเขาเป็นสัตว์ป่าในพง ไพร!
“เจ้าหนูไค่ ดูว่าเจ้าสํานักสังหารศัตรูเช่น
ไร!”
เต้าหลิงกล่าวด้วยน้ําเสียงราบเรียบ ทําให้ ซึ่งไค่บ้าคลั่ง เมื่อพลังรบของคนทั้งสามผสาน รวมกัน แม้แต่เขาก็ยังหวาดกลัว คําพูดคําจาของ คนผู้นี้น่ากลัวเกินไปแล้ว!
ทว่าผลลัพธ์กลับทําให้เขาตกใจยิ่งนัก เด็กหนุ่มดึงธนูยิงศร ธนูสวรรค์คันนี้แข็งแกร่งมาก ลําศรผ่านฟ้าสายหนึ่งพลันบังเกิด มันฉีกกร ะชากท้องฟ้าสิบกว่า!
ตูม!
ลําศรพุ่งทะยานเข้าไปแล้ว เพิ่งจะบังเกิด เสียงดังกึกก้อง เห็นได้ชัดว่าความเร็วของมัน
น่ากลัวขนาดไหน!
ชายหนุ่มชุดเพลิงตกตะลึงระคนเดือดดาล เขานําหม้อสัมฤทธิ์ล้ําค่าออกมาขวาง ทว่าหม้อ สัมฤทธิ์ใบนี้กลับถูกโจมตีดังสนั่น!
ไม่เพียงแค่ลําศรสายเดียว เต้าหลิงดึงธนูอย่างรวดเร็ว พลังสวรรค์พุ่งทะลุฟ้า
มากมายไม่มีที่สิ้นสุด พลังในร่างใกล้ จะระเบิดออก ชั่วพริบตาเขาก็ยิงลําศรถึง สามสาย!
ตึง!
หม้อสัมฤทธิ์ล้ําค่าพลันสั่นไหวอย่างรุนแรง มันถูกลําศรโจมตีจนกลิ้งออกไป สุด ท้ายลําศรสายหนึ่งก็แทงศีรษะของชายหนุ่ม จนตายตกอยู่กลางห้วงมิติ
“อะไรกัน!” ชายหนุ่มชุดเขียวมีสีหน้าตกใจ จิตใจยังไม่ทันกลับมา ก็รู้สึกถึงลําศรที่พุ่งเข้ามา
เด็กหนุ่มยืนอยู่ใต้ท้องฟ้าในยามราตรี เขาดึงธนูยิงศร เปี่ยมด้วยพลังครองฟ้าดิน ก้อน เมฆแตกออก พลังไร้เทียมทานปกคลุมทั่ว!
ภายใต้ท้องฟ้าค่ําคืน มีดาวตกเปล่ง ประกายพุ่งลงมา มันฉีกกระชากห้วงมิติ เปี่ยม ไปด้วยแสงเจิดจ้าบาดตา จนแทบจะแยง
ตาคนบอด!
นี่คือท่วงท่าสง่างามไร้เทียมทาน ศัตรูที่ บุกสังหารต่างใจสั่น พวกเขายังมิทันเข้าใกล้
เต้าหลิง ก็ถูกสังหารไปแล้วสองคน!
“แข็งแกร่งมาก!” ซึ่งไค่หนังหัวชาวาบ รู้สึก ว่าเจ้าสํานักหนุ่มเป็นคนร้ายกาจสุดยอด!
คนของดินแดนศักดิ์สิทธิ์ตื่น เต้นอย่างบ้าคลั่ง จนแทบจะคํารามลั่น นี่ก็คือพญา
มารกลับชาติมาเกิด แม้แต่ศัตรูตัวฉกาจก็สังห ารสิ้น!
คนของสํานักสรรพสิ่งต่างนิ่งเงียบ แต่ ละคนมีสีหน้าอึมครึม เพราะว่าศิษย์ในสํานัก ได้พบเจอยอดคนแล้ว!
“อ๊าก!”
คนสุดท้ายพลันร้องเสียงหลง แขนของเขา ระเบิดออก กระดูกหัก ตกอยู่ใต้เต้าหลิง
เต้าหลิงเก็บธนูสวรรค์ ก่อนจะมองเขา พลางแค่นเสียงเย็น “คิดจริงๆ หรือว่าโลก หลบซ่อนเป็นที่ที่พวกเจ้าจะใช้อํานาจบาตรใหญ่ ได้โดยไม่เกรงกลัว!”
“อ๊าก เจ้าถึงกับสังหารสามอัจฉริยะของ
สํานักสรรพสิ่ง เจ้าก่อหายนะใหญ่แล้ว บุตรศักดิ์ สิทธิ์สํานักสรรพสิ่งไม่มีทางให้อภัยเจ้าแน่!”
“ข้าก็รอเขาอยู่ ดูสิว่าคนผู้นี้จะแข็ง แกร่งขนาดไหน!” เตาหลิงแค่นเสียงเย็น
“ฮ่าๆๆ เจ้าไม่ต้องรอเขาหรอก อีกเดี๋ยว เจ้าก็จะไปหาเขาเอง!” ชายหนุ่มแขนเดียวที่ร่าง
อาบย้อมด้วยเลือดคํารามลั่น
“เจ้าหมายความว่ายังไง?” เต้าหลิงขมวดคิ้ว พลางไต่ถาม
“เจ้าคงยังไม่รู้ บุตรศักดิ์สิทธิ์กําลังไล่สังหาร คนของราชวงศ์มังกรเขียว ที่นั่นแม่นางน้อยที่ดู เหมือนจะคุ้นเคยกับเจ้าอยู่ เจ้ารอก่อนเถอะ เดี๋ยวบุตรศักดิ์สิทธิ์ก็จะตัดหัวนาง เพื่อสังเวยให้ ศิษย์พี่ศิษย์น้องที่สิ้นชีพ!”
ฟ้าดินพลันเงียบกริบ เพลิงสงครามพวยพุ่ง ลุกโชนทั่วแปดทิศสิบด้าน
ไอสังหารน่ากลัวระเบิดออก ม้วนตลบทั่ว สวนยา ทําให้ผู้คนนับไม่ถ้วนใจสั่น
พญามารเกรี้ยวโกรธ ผู้คนตัวสั่นเทา!