หมื่นอสูรก้มกราบ - ตอนที่ 1049
เล่มที่ 35 ตอนที่ 1049 : ผู้ที่ถูกเลือกเป็นบุตรศักดิ์สิทธิ์ของสํานักซิงเฉิน
ฟ้าดินเงียบสงบลง ผู้คนที่มองดูสง ครามค่อยๆ ก้าวฝีเท้าถอยหลัง เพราะรู้สึกว่ารา ชั้นปีศาจที่ลงมือโจมตีด้วยพลังที่แข็งแกร่งขนาดนี้ จะต้องมิใช่เรื่องนี้เป็นแน่ เมื่อยอดยุทธ์ของสํานัก สรรพสิ่งมาเยือนจักต้องเกิดสงครามครั้งใหญ่ที่ ยากจะจินตนาการ!
เต้าหลิงเดินไปด้านหน้าร่างที่ไร้ วิญญาณของเซี่ยงซาน จากนั้นก็เก็บ กระเป๋าห่วงมิติของอีกฝ่ายขึ้นมา จิตสวรรค์ แทรกซึมเข้าไปข้างใน ก่อนจะถอนหายใจ ออกมาอย่างใจหาย
ของล้ําค่าที่อยู่ภายในนั้นเหนือกว่าที่เขา คาดเอาไว้มาก ภายในนั้นมียาศักดิ์สิทธิ์อยู่ หลายสิบต้น แร่สวรรค์เยอะกว่าสองหมื่นชั่ง ทั้งยัง มียาโอสถและตําราอีกเป็นจํานวนนับไม่ถ้วน
มูลค่ามากขนาดนี้ แม้จะเป็นทรัพย์สินที่เต้า หลิงมีก่อนหน้ายังมิอาจทัดเทียม มันมิต่าง อะไรกับคลังล้ําค่าเคลื่อนที่ เต้าหลิงพอที่จะคาด เดาความรุ่งเรืองของเก้าโลกที่สูงยิ่งกว่าโลก
หลบซ่อนหลายต่อหลายเท่า
“เมื่อครู่ขอบใจมากที่ช่วยเหลือ ไม่เช่นนั้น พวกเราจักต้องอยู่ในอันตรายเป็นแน่” ไท่จื่อเดิน เข้ามาทํามือคาราวะ
เต้าหลิงเหลือบสายตามองไปที่พวกเขา แว่บหนึ่ง แล้วกล่าวออกมาว่า “ด้วยพลังของเจ้า เซี่ยงซานนั้นมิอาจจะประมือกับเจ้าได้ ทําไมเจ้า ต้องทําเช่นนี้ด้วย?”
เต้าหลิงมิได้มีความบาดหมางอะไรกับไก่ จื่อ เขารับรู้เรื่องของแม่บางส่วนมาจากเต้าเสี่ยว หลิง ถ้าไม่ใช่เพราะโจวหวางเกรงว่าแม่ของพวกเข าคงจะมิได้อยู่มาจนถึงตอนนี้
ได้ยินดังนั้น ไท่จื่อโจวห้าวก็สูดลมหายใจ เข้าลึก แล้วจึงกล่าวออกมาด้วยใบหน้าขึงขัง “ข้า ได้เจอกับคนที่มีฝีมือแข็งแกร่งคนหนึ่ง ข้าคิดว่าพลังของเขานั้นอยู่ในระดับเดียวกับองค์ ชาย เขาก็คือบุตรศักดิ์สิทธิ์สํานักสรรพสิ่ง!”
“ใช่แล้ว เขาน่ากลัวมาก พวกเราสองคนแม้ จะร่วมมือกันก็มิอาจประมือกับเขาได้ เขามิ ใช่จอมยุทธ์ที่อยู่ในระดับปรมายุทธ์รุ่นแรก!”
ม่านตาขององค์หญิงชิงสุ่ยหดเล็กลง สี หน้าของนางเต็มไปด้วยความตื่นตระหนัก พวกเข าเพิ่งจะเคยเจอคนที่แข็งแกร่งขนาดนี้เป็นครั้งแรก!
“คนที่อยู่ในระดับบุตรศักดิ์สิทธิ์!” เต้าหลิง กําหมัดแน่น นี่ก็คือพลังการต่อสู้สูงสุดของเก้า โลกอย่างนั้นหรือ? หรือว่าจะเป็นปรมายุทธ์
ฟ้าดินที่หอคอยเล็กกลาว?
แววตาของเต้าหลิงหนักอึ้งขึ้นมาเล็กน้อย ที่เขาเป็นกังวลนั้นมิใช่พลังการต่อสู้ของบุตรศักดิ์ สิทธิ์สํานักสรรพสิ่ง หากแต่คนที่อยู่ในระดับชั้น พลังนั้นมีอยู่ด้วยกันกี่คน!
ถ้ามีคนแบบนั้นอยู่เป็นจํานวนมาก เช่นนั้น มันเป็นสิ่งน่ากลัวเสียยิ่งกว่าบุตรศักดิ์สิทธิ์
ทว่าเต้าหลิงก็หาได้หวาดกลัวไม่ ทั่วร่างของเขาอัดแน่นไปด้วยพลังหาญกล้าไร้ เทียมทาน ที่เขาเป็นกังวลก็คือเหตุใดเก้าโลกถึงได้
เพ่งเล็งโลกหลบซ่อน? เขาเคยได้รับความไม่ยุติธ รรมจากดินแดนลึกลับ ในสายตาของพวกเขาเหล่ านั้น โลกหลบซ่อนคงจะเป็นเพียงแค่สถานที่ทุรกัน ดาร!
ทั้งอาณามนุษย์ยังปักหลักปักฐานอยู่ในดิน แดนศักดิ์สิทธิ์ นั่นทําให้เต้าหลิงรู้สึกร้อนใจขึ้นมา เขาไม่รู้ว่าเกิดเรื่องอะไรกับข้างนอก ถ้าหากมีเรื่อง เกิดขึ้นจริงๆ อาณามนุษย์คงยากที่จะรับมือได้ ไหว!
“ทหารมาใช้ขุนพลต้านรับ น้ํามาใช้ดินต้าน อาณามนุษย์ที่ไม่เคยพบเจอกับวิกฤติ เช่นนั้นก็ จะไม่สามารถเติบใหญ่ได้!”
เต้าหลิงสูดลมหายใจเข้าลึก เขารู้สึก ว่าตนนั้นเป็นกังวลมากเกินไป อาณามนุษย์ มีสมบัติล้ําค่าระดับสูงสุดปกปักษ์รักษาอยู่ โดยปกติแล้วจะต้องไม่มีปัญหาอะไรเกิดขึ้น
ภูผานที่ด้านนอกที่อยู่ไกลออกไป หลายร้อยลี้ ได้เกิดความไม่สงบขึ้น มีคนมองเห็น ปราณที่แข็งแกร่งพวยพุ่งขึ้นสู่ ท้องนภากวาดทะลวงออกไปรอบสิบลี้ ชายหนุ่ม สวมชุดคลุมสีเงินก้าวฝีเท้าเดินออกมาจาก กลางห้วงมิติ แล้วจึงพุ่งปราดร่างออกไปข้างหน้า
“มุ่งหน้าไปยังที่ที่ราชันปีศาจอยู่แล้ว หรือ ว่าคนเก้าโลกจะทนไม่ไหวต้องการที่จะกําจัดราชัน ปีศาจทิ้งเสีย?”
มีคนที่ใจสั่น เพราะรู้สึกว่าคนคนนั้นน่ากลัว ยิ่ง จากนั้นก็มีคนแค่นเสียงต่ํากล่าวออกมาว่า “ข้า เคยเห็นเขามาก่อน เพียงแค่กระบวนท่าเดียวก็สัง หารปรมายุทธ์รุ่นแรกได้ในชั่วพริบตา!”
“เขามาจากสํานักซิงเฉิน ข้าว่าเป็นไปได้ที่เข ากําลังตามหาวิหารดาราที่ราชันปีศาจได้มันไป!”
“เกรงว่าเรื่องนี้จักต้องจบไม่สวยแน่ ไม่รู้ ว่าสงครามในครั้งนี้ผลจะออกมาเป็นเช่นไร?”
มีคนหลายคนที่ให้ความสนใจกับเรื่องนี้ ในโลกสวรรค์ มีคนจากเก้าโลกหลายคนได้มา เยือน ซึ่งพวกเขาเองก็ให้ความสนใจกับเรื่องที่ เกิดขึ้นในพื้นที่สงครามศักดิ์สิทธิ์เช่นเดียวกัน
อย่างไรเสียคนหนุ่มในรุ่นนี้ถึงจะเป็นสิ่งที่ บ่งบอกถึงความแข็งแกร่งที่จะถือปรากฏขึ้นใน อนาคต
คนเก้าโลกได้สลับจากแขกมากลายมาเป็น
เจ้าบ้าน พวกเขาบีบคั้นคนของดินแดนศักดิ์สิทธิ์ ให้ไปอยู่ในมุมๆ หนึ่ง นี่ก็คือความห่างชั้นที่ต่าง กันราวฟ้ากับเหว
ทั้งยังมีจอมยุทธ์ที่แข็งแกร่งของเก้า โลกบางส่วน ที่มาสอดแนมแฝงตนเป็นคนของดิน แดนศักดิ์สิทธิ์ ไม่นานนักเรื่องที่คนเก้าโลกต้อง การที่จะเข้ายึดครองก็ได้แพร่งพรายออกไป!
ผู้แข็งแกร่งของแต่ละตระกูลในดินแดนศักดิ์ สิทธิ์บันดาลโทสะยิ่ง พวกเขาที่เพิ่งจะมาก็จะมา ยึดครอง เงื่อนไขนี้เหี้ยมโหดนัก ทว่ามีอยู่สิ่งหนึ่งที่ ดึงดูดพวกเขา พวกเขาสามารถที่จะเลือกให้คนใน ตระกูลเข้าไปฝึกฝนพลังในขุมพลังอํานาจของพวก เขาได้
ผลกระทบของเรื่องนี้มีทั้งดีและไม่ดี ทว่า ด้วยจุดนั้นทําให้ดึงดูดขุมพลังอํานาจของดิน แดนศักดิ์สิทธิ์เป็นจํานวนมาก พวกเขาได้เปิดการ เจรจา ตอนนี้ที่สําคัญที่สุดก็คือสงครามยังไม่เกิด!
ร
เมื่อใดที่สงครามเริ่มต้นขึ้น ทั้งโลก หลบซ่อนก็จะเกิดความพินาศ นั่นเป็นสิ่งที่โลก หลบซ่อนไม่อยากจะให้เกิดเป็นอย่างยิ่ง ถ้าเป็น เช่นนั้น ไม่รู้ว่ามีผู้สืบทอดกี่คนที่ต้องตาย ขุมพลัง อํานาจสูงสุดไม่ยอมที่จะให้กลายเป็นเช่นนั้นแน่
ศิลาสรรพสิ่งปรากฏขึ้นในมุมๆ หนึ่งของห้วงมิติ มันมิได้ขยับไปที่ไหน ทว่ากลับ หยุดอยู่ในบริเวณของเด็กหนุ่มสวมชุดขาว ผู้คน หลายคนพลันเงียบสงัดลงทันใด มีคนที่มองออก สํานักสรรพสิ่งไม่ยอมที่จะเสียหน้าเช่นนี้แน่ พวก เขาต้องการที่จะกู้หน้ากลับคืนมา!
ยังไม่ทันที่ยอดฝีมือของสํานักสรรพสิ่ง จะมาเยือน คนของสํานักซิงเฉินก็ได้ปรากฏ กายขึ้น
“โอ้ คิดไม่ถึงเลยว่าซิงไค่จะมาได้ทันเวลา เช่นนี้ ไม่เลวๆ” จอมยุทธ์ของสํานักซิงเฉินจับ จ้องสายตาไปที่ภาพ ในตอนนั้นก็มี ชายหนุ่มคนหนึ่งเดินออกมาใต้ท้องฟ้ายามราตรี รอยยิ้มพลันผุดขึ้นมาบนใบหน้าทันใด
“ด้วยพลังการต่อสู้ของซิงไค่ จะต้องสังหาร เจ้านั่นได้แน่!” ซิงเฉิงเต๋อใช้สายตาท้าทายเหลือ บมองไปที่เซี่ยงฮว่าหลงแล้วคลี่ยิ้มออกมาบางๆ
ใบหน้าของเซี่ยงฮว่าหลงพลันขึงขังขึ้นมา เขารู้จักซิงไก่ดี อีกฝ่ายนั้นเป็นหนึ่งในผู้ถูกเลือกที่ จะเป็นบุตรศักดิ์สิทธิ์ของสํานักซิงเฉิน ชื่อเสียง โด่งดังไม่ธรรมดา
คนของดินแดนศักดิ์สิทธิ์เริ่มรู้สึกเป็นกัง วลขึ้นมา พวกเขาที่เพิ่งจะเข้าใจระดับพลังใน การต่อสู้ของเก้าโลก ผู้ที่ถูกเลือกเป็นบุตรศักดิ์ สิทธิ์กล่าวได้ว่าเป็นสุดยอดผู้แข็งแกร่ง เซี่ยง ซานที่ออกมือโจมตียังมิได้ย่างเข้าใกล้สู่ขั้นนั้นแม้ แต่น้อย
ในสวนยาสวรรค์
สายตาทั้งสองของเต้าหลิงกวาดมองออก ไปยังที่ไกล แล้วจึงเอ่ยออกมาด้วยเรียบๆ “พวก เจ้าไปจากที่นี่ก่อนเถอะ”
“เจ้ายังไม่ไปหรือ? เมื่อครู่เจ้าที่สังหารเซี่ยง ซาน สํานักสรรพสิ่งจะต้องบุกเข้ามาที่นี่แน่ ในตอนนี้ที่แห่งนี้อันตรายมากเกินไป” ไท่จ่อขมวด คิ้วด้วยความกังวล อย่างไรเสียเขาก็อยู่คนเดียว
“ข้าสัมผัสได้ถึงจิตสังหาร จากคนที่น่าสนใจ เป็นอย่างมาก พวกเจ้าไปก่อนเถอะ” เต้า หลิงส่ายหัว เพราะเขาสัมผัสได้ถึงพลังของสํานัก ซิงเฉิน!
เขาเป็นรองเจ้าสํานักนอกของสํานักซิงเฉิน
ทําให้เขานั้นสามารถสัมผัสถึงคลื่นพลังของสํานัก ซิงเฉินได้!
“เช่นนั้นพวกเราขอตัวก่อน ด้วยสภาพนี้ แม้จะอยู่ไปก็มีแต่จะถ่วงแข้งถ่วงขาเปล่าๆ” ไท่จื่อ ตัดสินใจดังนั้น เขาก็จากไปจากที่นี่พร้อมกับองค์ หญิงชิงสุ่ย
เต้าหลิงยืนอยู่บนก้อนหินยักษ์ สายตาม องทอดออกไป ในเวลานั้นเขาก็เห็นรางเงาแต่ ละร่างพุ่งปราดเข้ามาประหนึ่งดาวตก รอบๆ อัด แน่นไปด้วยจิตสังหารที่ ระเบิดทะลักออกมากวาดออกไปปกคลุมทั่วบริ
เวณ!
คนที่มาเยือนนั้นแข็งแกร่งยิ่ง เขาสวมชุด คลุมสีเงินเปล่งประกายแสงสว่างระยิบระยับ ดุจดวงดารา เพลิงแห่งสงครามคุโชนลุกท่วมไป ทั่วร่าง!
มังกรอสรพิษตามเขามาจากด้านหลัง ใน เวลานั้นสายตาอํามหิตของมันก็จับจ้องไป ที่ร่างของเต้าหลิง แล้วจึงแสยะยิ้มเอ่ยเสียง เย็นออกมา “เขาก็คือจางหลิง คนที่ได้สมบัติล้ําค่า ระดับสูงสุดไป!”
พลังของซิงไค่นั้นไม่ธรรมดา เขา ยืนอยู่กลางห้วงมิติ สายตามองหมิ่นเหม่ไปที่เต้า หลิงพลางเอ่ยกล่าวออกมาด้วยน้ําเสียง เฉยชา “เจ้าน่ะหรือจางหลิงที่ได้วิหารดาราไป ? และได้รับสมยานามว่าเป็นราชันปีศาจของโลก หลบซ่อน?”
“เจ้าคือศิษย์ของสํานักซิงเฉินอย่างนั้น หรือ?” เต้าหลิงยิ้มออกมาบางๆ
พลังทั่วร่างของซิงไค่พลันน่ากลัวมากยิ่งขึ้น เรื่อยๆ เขาไม่พอใจกับคําที่เต้าหลิงพูดออกมา เป็นอย่างมาก “คําๆ นั้นใช่สิ่งที่เจ้าจะกล่าว ออกมาได้หรือ?”
“เจ้าหนู เจ้านั้นไม่รู้อะไร ข้านั้นเป็นรอง เจ้าสํานักของสํานักซิงเฉิน เหตุใดถึงได้ทําตัวไร้
มารยาทต่อหน้าข้า?” เต้าหลิงหัวเราะฮ่าๆ
ร
“รองเจ้าสํานัก? นั่นเป็นชื่อที่เจ้าใช้เรียกตัว เองอย่างนั้นหรือ?”
สายตาของซิงไค่เย็นยะเยือกขึ้นทันใด เขารู้ สึกว่าเจ้าบ้านนอกผู้นี้ช่างโอหังยิ่งนัก ถึงได้กล่าว ว่าตนเป็นรองเจ้าสํานักของสํานักซิงเฉิน
“จางหลิง เจ้ามันจะอวดดีเกินไปหน่อยแล้ว เจ้ารู้หรือไม่ว่าสํานักซิงเฉินนั้นเป็นขุมพลังอํานาจ แบบไหน? อย่างเจ้าน่ะหรือจะเป็นรองเจ้าสํานัก ?” มังกรอสรพิษตวาดเสียงลั่น
“น่าหัวเราะจริงๆ มีผู้สมรู้ร่วมคิดอีกคน แล้วอย่างนั้นหรือ ข้าเพิ่งจะฆ่าไปไม่นานมากนี้ คิด ไม่ถึงว่าจู่ๆ จะโผล่หน้ามาเสียอย่างนั้น!” เต้า หลิงมองเขม่นมังกรอสรพิษพลางเอ่ยเสียง เย็นออกมา “ต่อไปก็เป็นเจ้า!”
ใบหน้าของมังกรอสรพิษพลันหนักอึ้งขึ้น สี หน้าของซิงไค่เองก็เย็นยะเยือกขึ้นมาเช่นเดียวกัน จากนั้นเขาก็กลาวออกมาว่า “ปากดีนัก แค่โลก หลบซ่อนเล็กๆ ที่ต่ําต้อย แต่ยังมีคนที่กล้าถือตน เรียกตัวเองว่าเป็นรองเจ้าสํานัก!”
“เจ้าไม่ยอมรับอย่างนั้นหรือ? ทว่าน่า เสียดายที่มันเป็นเรื่องจริง!” เต้าหลิงยิ้ม เขารู้สึก แปลกใจยิ่งนักที่มาเจอคนของสํานักซิงเฉิน!
“หาญกล้าจริงๆ!” ซึ่งไค่หัวเราะฮ่าๆ ” คิดว่าได้วิหารดาราไปครอบครอง แล้วจะได้รับวิถี การสืบทอดเต๋ของสํานักซิงเฉินอย่างนั้นหรือ ช่าง โง่เขลายิ่งนัก!”
“อย่างที่เจ้ากลาว ข้านั้นมีวิหารดารา เช่นนั้นข้าจึงเป็นรองเจ้าสํานักของสํานักซิง เฉิน!” เต้าหลิงคําราม “วิหารคุมกฏไม่ได้สอนเจ้า หรืออย่างไร รองเจ้าสํานักอยู่ตรงหน้าแท้ๆ แต่ กลับปากดีหาญกล้ากล่าววาจาเช่นนี้!”
“เจ้ามันรนหาที่ตาย!”
ซึ่งไค่คํารามลั่นออกมาด้วยโทสะ “ก็แค่ เศษขยะ แต่กลับมาท้าทายความอดทนของข้า แม้ เจ้าจะมีวิหารดารา แล้วเจ้าสามารถปลดปล่อย
พลังอานุภาพของมันได้หรือไม่!”
ด้วยความน่ากลัวของสมบัติล้ําค่าระดับ สูงสุด แม้ว่าเต้าหลิงจะเป็นจักรพรรดิเทวะระดับ สูงสุดก็ทําไม่ได้!
“มานี่สิ ข้าจะสั่งสอนเรื่องกฏให้กับเจ้าเอง!”