เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ - บทที่ 1786 จิตรกรเหอฮุยคิดว่าทุกอย่างของตัวเองคือโชคชะตา!
จนรวยป่วยแข็งแรง…
ชายชราอายุแปดสิบกว่าถูกย้ายมาบนเตียงผู้ป่วยแล้วรอบด้านล้วนเป็นสายตาห่วงใยเขาเข้าใจก่อนตัวเองอายุเจ็ดสิบเขาเป็นภาระของบ้านแม้แต่หลานก็ไม่ชอบอยู่กับตัวเองในหมู่บ้านบอกว่าตัวเองไม่เข้าพวกเป็นแรงงานชรายังคิดจะวาดภาพ
แต่ตอนที่ภาพของตัวเองดังขึ้นมาทุกอย่างก็เปลี่ยนไปเหอฮุยรู้สึกว่าสวรรค์เมตตาตัวเองชาตินี้เขาพอใจแล้ว
เจ็บมือ?
เขาไม่ได้ไร้เหตุผลขนาดนั้นคนอายุแปดสิบแล้วความเฟอะฟะแสดงออกมาให้เห็น
ชายชราเฝ้าแกใจดี
ตัวเองก็คือต้นไม่ทำเงินของคนกลุ่มนี้เป็นหมากทางการเมืองดังนั้นเหอฮุยจึงวาดน้อยมาก
คนมีการศึกษาต่างมีความหยิ่งทระนง
เขาก็เหมือนกันตอนนี่ตัวเองก็ควรพักผ่อนแล้ว
“หัวหน้าเหลียงช่วยพ่อผมด้วย! รอเขาหายดีแล้วผมจะส่งภาพให้คุณ!” ลูกชายของเหอฮุยพูดแบบนี้เหลียงสยงพยักหน้ายิ้มเสแสร้งอย่างยากจะปฏิเสธ “ผมจะพยายามสุดความสามารถครับ!”
ผู้นำโดยรอบก็จ้องเหลียงสยง
“หัวหน้าเหลียงคุณต้องช่วยเหอฮุยให้ได้เขาสัญญากับพวกเราไว้แล้ว!”
“ใช่หัวหน้าเหลียงขอร้องละพวกเราจะขอบคุณอย่างสุดซึ้ง!”
คำพูดต่างๆ นานาดังขึ้นข้างหูของเหลียงสยง
เหลียงสยงตอบรับรายคนเหมือนคุ้นเคยดี
“หัวหน้าจ้าวคุณตามผมมาเถอะ!” เหลียงสยงพูดกับจ้าวหนานจากโรงพยาบาลประชาชนเมืองใหม่จ้าวหนานได้ยินดังนั้นรีบพยักหน้าคนทั้งกลุ่มตรงเข้าไปในห้องผ่าตัดพวกเขาต้องเตรียมฉายรังสีล่วงหน้าหลังแน่ใจสถานการณ์ของคนไข้แล้วจึงค่อยทำทำการผ่าตัดตลอดขั้นตอนเหอฮุยไม่พูดไม่จาจนกระทั่งเข้ามาในห้องผ่าตัดแล้วในจังหวะที่จ้าวหนานกับเหลียงสยงเปลี่ยนเสื้อ
จ้าวหนานจึงพูดขึ้น
“หัวหน้าเหลียงคุณอย่าอคติกับผูเฒ่าเหอจริงๆ แล้วเขานิสัยไม่เลวเลย!”
เหลียงสยงได้ยินดังนั้นก็ชะงักเล็กน้อยเขามองจ้าวหนานด้วยความสงสัยจ้าวหนานถอนหายใจหัวเราะฝืดเฝื่อนก่อนส่ายหน้าบอก
“หัวหน้าเหลียงผมก็เป็นแพทย์ถึงผมไม่เก่งเท่าคุณแต่ผมก็เห็นเรื่องทางโลกมามาก!”
“ท่าทางของคุณเมื่อกี้…ผมเคยมีมาก่อนแล้วก็เคยเห็นมาก่อนถึงยังไง…ผมก็อายุมากกว่าคุณห้าหกปีปีนี้จ้าวหนานอายุห้าสิบหกส่วนเหลียงสยงเพิ่งจะห้าสิบ
“ความจริงผูเฒ่าไม่ได้หาเส้นสายหรอกครับตอนเขามาโรงพยาบาลด้วยภาวะหัวใจห้องบนสั่นพลิวกำเริบก็หมดสติไปที่หนึ่งตอนตื่นขึ้นมาอีกทีนึกว่าตัวเองตายไปแล้ว! เขาแอบบอกผมว่าเขาเขียนพินัยกรรมไว้แล้วอยู่ในกระเป๋าของเขาเขาบอกว่าห้ามใครแตะต้องกระเป๋าเสื้อของเขาเด็ดขาดก่อนผ่าตัดเขากังวลว่าจะไม่รอดเลยให้ผมดูพินัยกรรมเขาไม่เคยคิดจะใช้อภิสิทธิ์ของตัวเองมาชี้นิ้วสั่งหรือเรียกร้องให้คุณผ่าตัดให้เขาตอนที่เขาเข้าโรงพยาบาลก็เตรียมใจตายแล้ว!”
พูดถึงตรงนี้จ้าวหนานก็ถอนหายใจบอก
“เป็นผูเฒ่าธรรมดาคนหนึ่งจริงๆ มีสถานะทางสังคมสูงขนาดนั้นภาพหนึ่งใบราคาหลักล้านหลักสิบล้านแต่เสื้อผ้าบนตัวราคาไม่ถึงร้อยหยวนพินัยกรรมของเขาบอกว่าเขาซ่อนรูปไว้สิบกว่าใบคิดจะบริจาคให้พิพิธภัณฑ์แห่งชาติห้าใบแล้วขายอีกห้าใบเพื่อซ่อมแซมถนนในหมู่บ้านแล้วก็สร้างโรงเรียนสองสามแห่งฟังคำพูดของจ้าวหนานเหลียงสยงตกตะลึงทันที!”
เขาค่อนข้างสะเทือนใจ
เป็นคนแบบนี้จริงๆ หรือทั้งสองคนเปลี่ยนชุดเข้ามาในห้องผ่าตัดเหอฮุยลิ้มตามองดูคิ้วขมวดเล็กน้อยเขามองเหลียงสยงแล้วอดยิ้มขึ้นมาไม่ได้เป็นรอยยิ้มที่บริสุทธิ์เรียบง่ายมากรอยยิ้มนี้ทำให้เหลียงสยงเชื่อแล้วแปดส่วน!
“รบกวนคุณด้วยนะคุณผู้เชี่ยวชาญ…” เหอฮุยยิ้มบอกเขาไม่รู้จักชื่อของเหลียงสยงแต่ว่าทางมณฑลต้องหาแพทย์ที่เก่งที่สุดมาให้เขาแน่นอน!
ดังนั้นเขาจึงเรียกคุณผู้เชี่ยวชาญเหลียงสยงยิ้มบอก “ผู้อาวุโสอย่างท่านต่างหากละครับที่สมควรเรียกว่าผู้เชี่ยวชาญ!”
เหอฮุยถอนหายใจบอก “ผมเป็นแค่แรงงานคนหนึ่งแค่วาดดอกไม้คนปลาแมลงได้ก็เท่านั้น… สมัยเด็กๆ โตมาในหมู่บ้านพอออกไปทำงานก็วาดภาพบ้านเกิด… เฮ้อ… ว่าไม่เสียดายแล้ว!”
เหอฮุยได้ยินดังนั้นก็ปิดปากเพราะเขาเห็นว่าเหลียงสยงเริ่มตรวจหลังผ่านไปครึ่งชั่วโมงการตรวจเสร็จสิ้นก็ได้แผ่นฟิล์มออกมา
หลังเหลียงสยงอ่านอย่างจริงจังก็ถอนหายใจโล่งอก
จ้าวหนานเห็นดังนั้นก็มีสีหน้าดีใจ “ผ่าตัดได้ไหมครับ?”
เหลียงสยงพยักหน้าบอก “น่าจะได้!”
เหอฮุยยิ้มบอก “ผู้เชี่ยวชาญคุณไม่ต้องหนักใจอย่ามองผมเป็นจิตรกรสำเร็จหรือล้มเหลวผมก็ไม่โทษคุณ! ถึงผมไม่ได้ป่วยหนักแต่ผมรู้ว่า…ผ่าตัดก็เหมือนวาดภาพไม่อาจวาดดีได้ทุกครั้ง!”
เห็นเหอฮุยตรงไปตรงมาเหลียงสยงอดยิ้มขึ้นมาไม่ได้
“ผูเฒ่าวางใจเถอะครับการผ่าตัดจะไม่มีปัญหา!”
พูดจบทางเหลียงสยงก็ไปเตรียมการผ่าตัด
เพราะเตรียมการล่วงหน้าไว้แล้วทุกคนจึงทำงานราบรื่นมากตอนนี้ห่างจากตอนที่อาการกำเริบห้าชั่วโมงแล้ว
ถึงแม้รักษาให้กลับมาแข็งแรงได้ในสิบสองชั่วโมงแต่…
หลังประสาทตายสำหรับคนทั่วไปไม่มีผลกระทบมากนักทว่าสำหรับจิตรกรแล้วกลับไม่เหมือนกัน!
เหลียงสยงเตรียมการผ่าตัดเสร็จแล้วทุกอย่างพร้อมสรรพในห้องผ่าตัดมีคนมากมายในห้องทำงานที่ด้านนอกคนกลุ่มใหญ่ก็กำลังรอการผ่าตัดเริ่มขึ้นพวกเขามีทั้งครอบครัวของเหอฮุยข้าราชการผู้นำ…ไม่ มีแพทย์สักคนเดียวพวกเขาดูการผ่าตัดไม่รู้เรื่องแต่พวกเขาอยากเห็นการผ่าตัดสำเร็จ
จูเฉียนไม่ได้อยู่เป็นเพื่อนพวกเขาเขามีธุระสำคัญต้องทำจ้าวหนานจึงอยู่เป็นเพื่อนแทน
เพราะผ่านการตรวจมาก่อนหน้าแล้วจึงไม่ต้องทำเรื่องเหล่านี้อีก
แต่มีบางเรื่องที่เหลียงสยงจำเป็นต้องทำเอง
เขาหยิบหนังสือไปหาคนไข้ของครอบครัวพูดอย่างจริงจัง
“การผ่าตัดมีความเสี่ยงชายชราอายุมากแล้วแถมยังป่วยเป็นโรคหัวใจรูมาติกกับภาวะหัวใจห้องบนสั่นพลิว…สถานการณ์ที่อันตรายที่สุดคือ…”
เขาจำเป็นต้องแจ้งสถานการณ์เหล่านี้เป็นข้อๆ ต่อให้คนไข้ฟังแล้วจะไม่มีความสุขก็ตามลูกชายของเหอจอเซียนกับผู้นำพากันยิ้มบอก
“หัวหน้าเหลียงต้องไม่มีปัญหาแน่นอน!”
“ใช่หัวหน้าเหลียงเป็นหัวหน้าของโรงพยาบาลจินตะวันตกเป็นแพทย์ชั้นนำด้านรังสีรวมรักษาภายในประเทศคุณทำไม่ได้ก็ไม่มีใครทำได้แล้ว!”
ถูกตอง!
คนพวกนี้ชอบยกยอปอปั้น
เหลียงสยงยิ้มเขาไม่ชอบมุกนี้จึงแค่ยิ้มบอก
“เซ็นชื่อตรงนี้ครับเตรียมผ่าตัด”
ครอบครัวของเหอฮุยได้ยินดังนั้นก็พากันหน้าอึมครึมแต่ยังคงเซ็นชื่อการผ่าตัดเริ่มต้นขึ้น
เหลียงสยงกรีดปากแผลรูปตัว S ที่บริเวณข้อพับอย่างชำนาญจากนั้นก็เริ่มแยกหลอดเลือดแดงแขนอย่างเชี่ยวชาญ
เหล่านี้ราบรื่นมากแต่ทุกคนที่ด้านนอกกลับกังวลใจขึ้นมา “อย่าบาดเจ็บเชียว…”
การผ่าตัดดำเนินไปช้าๆ ทุกคนกังวลมาก!
ตอนที่เหลียงสยงสอดสายสวนขนาด F4[1] เข้าไปโดยตรงภายใต้ภาพเอกซเรย์ทุกคนพบว่าท่อน้ำไม่อาจสอดลึกเข้าไปตามหลอดเลือดที่พิการได้!
เห็นฉากนี้เหลียงสยงก็นิ่งชะงัก!
นี่หมายความว่า…
ความสอดคล้องของหลอดเลือดช่วงนี้แตกต่างจากหลอดเลือดทั่วไปทำไมถึงเป็นแบบนี้การผ่าตัดไปต่อไม่ได้แล้ว!
[1] F4 เป็นหน่วยวัดของสายสวนโดยสายสวน F4 มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางด้านนอกเท่ากับ 1.35 มิลลิเมตร