เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ - บทที่ 1782 ความทะเยอทะยานของจูเฉียน
หลังจากจูเฉียนมาถึงโรงพยาบาลอันดับสองเขาก็เริ่มทำงานอย่างหนักตามแผนการปฏิรูป
ต้องยอมรับว่าจูเฉียนเป็นคนที่มีความคิดมาก
ตลอดเวลาหนึ่งเดือนที่ได้ปฏิสัมพันธ์กันทุกคนก็ยอมรับในตัวผู้อำนวยการจูคนนี้มากขึ้นเรื่อยๆ แต่ต้องยอมรับว่าความฝันของจูเฉียนยิ่งใหญ่มาก!
หลังจากเฉินชางเห็นความคิดของเขายังรู้สึกเกินจริงเล็กน้อย!
หลังจากมาถึงห้องทำงานของจูเฉียนเฉินชางเพิ่งจะนั่งลงจูเฉียนก็เล่าเรื่องที่เชิญโซวเหวยเสียงมาบรรยายอย่างจริงจังเฉินชางได้ยินชื่อโซวเหวยเสียงก็อึ้งไปเล็กน้อยเพราะเขารู้สึกคุ้นชื่อนี้และ…
“หัวหน้าโซวเป็นเพื่อนเก่าของผมครั้งนี้เชิญมาโดยเฉพาะ” จูเฉียนพูด
“ในเมื่อเราจะจัดตั้งแผนกฉุกเฉินก็จะต้องทำให้ยิ่งใหญ่และแข็งแกร่งสิ่งที่คนอื่นมีเราก็ต้องมีสิ่งที่ไม่มีเราก็ต้องเรียน! ศาสตราจารย์เฉินเวลากระชั้นชิดภาระหนักหน่วงเป็นหัวหน้าแผนกฉุกเฉินช่วงนี้ลำบากหน่อยนะครับ!”
จูเฉียนมองเฉินชางพร้อมพูดอย่างจริงจัง
จูเฉียนค่อนข้างต่างกับฉินเสี่ยวหยวนเขาเป็นคนที่เข้มงวดมากจริงจังและเด็ดเดี่ยว
ถึงอย่างไรเมื่อก่อนเพื่อสืบหาความจริงบางอย่างผู้อำนวยการคนนี้ถึงกับไปที่เหมืองถ่านหินด้วยตัวเองเรื่องแบบนี้คนทั่วไปจะยอมทำเสียที่ไหนเฉินชางมองเอกสารปึกหนาตรงหน้าจูเฉียนแล้วอดพูดไม่ได้
“ผมต่างหากที่ควรขอบคุณผู้อำนวยการจู! คุณไม่ต้องเป็นห่วงนะครับผมจะพาทุกคนตั้งใจเรียนทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีไม่ทำให้ผู้อำนวยการจูผิดหวังอย่างแน่นอน!”
จูเฉียนพยักหน้ารับเชิญให้เฉินชางนั่งลงถอนหายใจพร้อมพูด
“คุณก็ต้องลองทำงานของทุกคนด้วยหลังจากนี้งานจะยุ่งมากปริมาณงานของเราก็จะเยอะมาก! ถ้าอยากอยู่ในแผนกฉุกเฉินต่อต้องรับมือและเรียนรู้ให้ทันอย่าทำตัวเป็นน้ำเต็มแก้วสิ่งที่เราจะทำเป็นเรื่องสำคัญ! จะต้องตระหนักรู้อยู่ตลอดเวลา!”
เฉินชางมองผู้อำนวยการจูที่มีสีหน้าเคร่งขรึมจริงจังแล้วค่อนข้างประทับใจ
ผู้อำนวยการจูที่อายุไม่ถึงห้าสิบปีคนนี้คงไม่ได้นอนหลับสนิทมาสักพักแล้วเผยให้เห็นเส้นเลือดฝอยมากมายในดวงตาใบหน้าก็ซีดเซียวเล็กน้อยแต่ยังคงเต็มไปด้วยพลัง!
เฉินชางอดพูดไม่ได้
“ผู้อำนวยการจูคุณก็เช่นกันคุณอย่าหักโหมตัวเองเกินไป…ถึงอย่างไร…”
จูเฉียนส่ายหน้าพร้อมโบกมือ
“ผมจะเหนื่อยอะไรล้วนผ่านการฝึกฝนทางคลินิกกันมาแล้วรายละเอียดเป็นอย่างไรก็รู้อยู่แก่ใจถ้าเทียบกับทุกคนผมไม่เหนื่อยหรอกงานของผมสบายกว่ามาก! ผมให้คำมั่นสัญญากับพวกคุณไว้แล้วก็ต้องทำให้ได้! ภายในสามปีโรงพยาบาลอันดับสองของเราจะเป็นโรงพยาบาลชั้นนำของเมืองอันหยางเราจะบูรณาการทรัพยากรทางการแพทย์ทั้งหมดที่มีอยู่ให้กลายเป็นศูนย์ฉุกเฉินขั้นนำของประเทศและกลายเป็นสถานีเคลื่อนย้ายทางการแพทย์ที่ใหญ่ที่สุดและน่าเชื่อถือที่สุดภาคเหนือโดยให้ความคุ้มครองฉุกเฉินสำหรับประชากรสามร้อยสี่สิบล้านคนเวลาสามปีสั้นเกินไปเราจะเสียไปโดยเปล่าประโยชน์ไม่ได้อยากจะครอบคลุมทั้งเมืองอันหยาง…คนอื่นมีเราก็ควรมีสิ่งที่เขาไม่มีเราก็ต้องเรียนรู้!”
เฉินชางเห็นท่าทางจริงจังของจูเฉียนก็อดสูดหายใจเข้าลึกๆ ไม่ได้
“ได้ครับ!”
ช่วงนี้จูเฉียนไม่ได้อยู่เฉยเลยเขาเสนอรูปแบบการพัฒนาแบบ ‘กระจายอำนาจ’ ต้องการให้โรงพยาบาลระดับตติยภูมิประจำมณฑลสิบกว่าแห่งในมณฑลตงหยางยึดโรงพยาบาลอันดับสองมณฑลตงหยางเป็นศูนย์กลางการพัฒนาโรงพยาบาลอันดับสองได้เปลี่ยนชื่อเป็นโรงพยาบาลศูนย์ฉุกเฉินประจำมณฑลอย่างเป็นทางการแล้วแผนกแอดมิทได้กลายเป็นแผนกแอดมิทฉุกเฉินทั้งหมดส่วนโรงพยาบาลอื่นๆ เป็นแผนกแอดมิทซัพพอร์ตของโรงพยาบาลอันดับสอง
ผู้ป่วยแผนกฉุกเฉินที่อาการคงที่แล้วจะถูกส่งไปที่โรงพยาบาลเฉพาะทางในแผนกต่างๆ เพื่อรับการบำบัดฟื้นฟูแน่นอนว่าศูนย์ฉุกเฉินจะให้การสนับสนุนทางการแพทย์แก่โรงพยาบาลในสาขาวิชาต่างๆ ที่เข้าร่วมหลังจากจูเฉียนเสนอความคิดนี้อย่าว่าแต่ผู้นำของโรงพยาบาลอื่นเลยแม้แต่ทุกคนในโรงพยาบาลอันดับสองยังอึ้ง!
เฉินชางเองยังคิดไม่ถึงว่าผู้อำนวยการจูที่ปกติดูนิ่งๆ จะมีความทะเยอทะยานขนาดนี้!
ทว่าสุดท้ายจูเฉียนกลับพูดเรียบๆ ว่า
“นี่แค่เริ่มต้น! สิ่งที่เราจะทำคือศูนย์ฉุกเฉินภูมิภาคที่ราบภาคกลางสร้างศูนย์ฉุกเฉินสำหรับผู้คนสามร้อยสี่สิบล้านคนแก้ไขปัญหาการกู้ชีพฉุกเฉินมณฑลและเมืองหลายแห่งโดยรอบและให้ความคุ้มครองทางการแพทย์สำหรับผู้คนสามร้อยสี่สิบล้านคน”
หลังจากทุกคนได้ยินคำพูดของจูเฉียนก็อึ้งไป!
ทุกคนรู้สึกว่าในหัวมีเสียงดังหึ่งๆ ยากจะเชื่อ!
ถึงอย่างไรอนาคตนี้ก็…ยิ่งใหญ่เกินไปแล้ว!
ถึงขั้นที่พวกเขาไม่กล้าคิดด้วยซ้ำ
แบบนี้เหมือนให้โรงพยาบาลทุกแห่งในเมืองอันหยางทำงานรับใช้โรงพยาบาลอันดับสองชัดๆ
ความคิดที่บ้าคลั่งนี้…แน่นอนว่าทำให้ทุกคนพูดไม่ออก!
มีเพียงเฉินชางที่หลังจากได้ยินแล้วตาเป็นประกายเต็มไปด้วยความหวัง
อนาคตนี้ถูกใจเฉินชางสุดๆ
เฉินชางเองก็เคยคิดแต่ไม่ได้เจาะจงรายละเอียดและคิดว่าเป็นไปไม่ได้ขนาดนั้นเพียงแต่อยากพัฒนาแต่การปรากฏตัวของจูเฉียนทำให้ความคิดของเฉินชางมีความเป็นไปได้!
จูเฉียนไม่เพียงแค่กล้าคิดแต่ยังกล้าทำ!
เขาไปหาผู้อำนวยการโรงพยาบาลอื่นๆ ด้วยตัวเองบอกความคิดของตนไปผลลัพธ์ก็ชัดเจนมาก!
พวกเขาลวนเป็นถึงผู้อำนวยการโรงพยาบาลอยู่ในมือใครจะยอมมาเป็นข้ารับใช้คุณ
คนพวกนี้ก็แบบนี้แหละยิ่งไม่ต้องพูดถึงฟางสี่ประธานสมาคมแพทย์มณฑลอันหยางผู้อำนวยการโรงพยาบาลตงตาสาขาสองฟางสี่มองจูเฉียนเพียงแค่พูดเรียบๆ ว่า
“ผู้อำนวยการจูความคิดของคุณยิ่งใหญ่มากแต่ความจริงโหดร้ายมากความจริงโรงพยาบาลอันดับสองก็มีแค่แผนกฉุกเฉินและแผนกเนื้องอกวิทยาที่พอจะทำให้ผมตาเป็นประกายได้ให้เราเป็นเบื้องหลังก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้แต่ต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานที่ว่าพวกคุณต้องมีผลงานให้ประจักษ์!”
ใช่แล้ว!
ความหมายของฟางสี่ชัดเจนมากคุณไม่เหมาะ!
ต้องยอมรับว่าปัจจุบันโรงพยาบาลอันดับสองยังไม่ถึงขั้นที่ทุกคนจะเลื่อมใสไม่พร้อมจะขับเคลื่อนการพัฒนาโรงพยาบาลระดับตติยภูมิประจำมณฑลสิบกว่าแห่ง
จูเฉียนได้ยินแบบนี้ก็ไม่ได้โกรธเขาไม่ได้ลงมือมาเพียงเพื่อดูท่าทีและรับฟังความคิดเห็นของทุกคนเท่านั้น
ฟางสี่เป็นคนที่เขาให้ความสำคัญที่สุด
ฟางสี่พูดแบบนี้ก็หมายความว่ามีโอกาสจูเฉียนพลันพูดว่า
“ถ้าวันหนึ่งโรงพยาบาลอันดับสองของเรามีความสามารถขึ้นมาผู้อำนวยการอย่าลืมสิ่งที่พูดจะทิ้งวันนี้!”
ฟางสี่ได้ยินแบบนี้ก็พูดอย่างจริงจัง
“ไม่มีใครอยากให้เมืองอันหยางมีสภาพแวดล้อมการรักษาพยาบาลที่ดีขึ้นมากกว่าผมแล้วละครับ!”
ไม่นานจูเฉียนก็กลับ
จูเฉียนกลับไปก็เริ่มวางแผนก่อนอื่นคือต้องปรับปรุงแผนกฉุกเฉิน!
ตอนนี้แผนกฉุกเฉินยังมีจุดบกพร่องมากมายแม้เฉินชางจะเก่งแต่ยังมีอีกหลายวงการที่ยังไม่ครอบคลุม
เพราะฉะนั้นจูเฉียนจึงเริ่มจัดทำแผนพัฒนาต่างๆ อย่างจริงจังจากนั้นก็เริ่มมองหาผู้เชี่ยวชาญในสาขาต่างๆ มาถ่ายทอดความรู้ที่เมืองอันหยาง
พูดตามตรงนี่เป็นครั้งแรกที่จูเฉียนได้คุยเรื่องแบบนี้กับเฉินชางเขาไม่รู้ว่าเฉินชางใช้เวลานานแค่ไหนในการเรียนรู้การผ่าตัดอย่างหนึ่ง
อย่างไรก็ตามการเปิดหลอดเลือดอุดตันด้วยรังสีร่วมรักษาก็เป็นวิธีการรักษาแบบใหม่ของแผนกฉุกเฉินเช่นกันเทคโนโลยีนี้เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้สำหรับแผนกฉุกเฉินยุคใหม่!