เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ - บทที่ 1777 เทคโนโลยีหลักอยู่ที่ไหน
การค้นพบนี้ทำให้ทั้งสถาบันวิจัยฮือฮาขึ้นมา!
การค้นพบของไรโบซิเลชันเหมือนพิสูจน์ว่าโรคพาร์กินสันและโรคอัลไซเมอร์มีจุดที่เหมือนกันในด้านโรคทางระบบประสาททว่านี่กลับไม่ใช่ประเด็นสำคัญที่สำคัญที่สุดคือในที่สุดก็มีความก้าวหน้าในการพิชิตโรคพาร์กินสันแล้ว!
เฉินชางเองยังคิดไม่ถึงว่าเสน่ห์แห่งเอนไซม์จะยอดเยี่ยมขนาดนี้!
ทำให้ค้นพบไรโบซิเลชันจอมร้ายกาจนี้จนได้หลังจากค้นพบไรโบซิเลชันทุกแผนกก็ได้เริ่มการวิจัยทางคลินิกและงานทดลองต่างๆ!
ความก้าวหน้าของการทดลองแทบจะเรียกได้ว่าก้าวหน้าแบบก้าวกระโดดเลยทีเดียว!
ทุกคนต่างมีความสุขอยู่กับความก้าวหน้าที่เหมือนเป็นการบรรลุเป้าหมายนี้!
ตอนนี้ไททานีสไม่เสียใจเลยที่ร่วมทีมของเฉินชางเขาเชื่อว่าแม้แต่คือนซิดีนก็คงแยก ‘แฮด-ไรโบซิเลชัน-1’ ออกมาไม่ได้!
ไรโบซิเลชันแบบนี้เป็นแบบไรโบโซม[1] มีอยู่ในไมโทคอนเดรียและไรโบโซมในเซลล์จึงแยกออกจากกันได้ยากมาก!
ทันใดนั้นข่าวที่ศาสตราจารย์เฉินแยกไรโบซิเลชันแบบนี้ออกมาได้แพร่กระจายไปทั่วทั้งสถาบันวิจัย!
ทุกคนต่างตกใจ!
ศาสตราจารย์เฉินมีพรสวรรค์ด้านการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ขนาดนี้เชียวคิดค้นเทคนิคที่เรียกว่า ‘การแยกโฟม’ อย่างสร้างสรรค์ทันใดนั้นชื่อเสียงของเฉินชางฮือฮาขึ้นมาอีกครั้งทว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดไม่ใช่ชื่อเสียงของเฉินชาง
แต่เป็นการค้นพบเชิงนวัตกรรมของบอสเฉินที่สกัดแฮด-ไรโบซิเลชัน-1 ออกมาได้!
เพราะการค้นพบนี้ถือว่าเพิ่มความก้าวหน้าให้กับการวิจัยโรคพาร์กินสัน!
ไม่นานไททานีสก็พาที่มค้นพบว่าหน้าที่หลักของไรโบซิเลชันนี้จริงๆ แล้วมีอยู่ทั่วไปในนิวเคลียสของเซลล์เพื่อซ่อมแซม DNA!
ภายใต้สภาวะปกติหลังจากที่ไรโบซิเลชันตรวจพบความเสียหายของ DNA ก็จะถูกกระตุ้นและซ่อมแซม!
อย่างไรก็ตามเมื่อสภาพแวดล้อมทำให้ DNA ซ่อมแซมล่าช้าไรโบซิเลชันนี้จะถูกกระตุ้นมากเกินไป!
ส่งผลให้เกิดโรคความเสื่อมของระบบประสาทจึงทำให้การเติบโตของแอลฟาซินนิวคลินแบบพับแยลงกระตุ้นอีกลูกโซ่… กระบวนการที่ซับซ้อนเหล่านี้ทำให้โรคพาร์กินสันรุนแรงขึ้นการค้นพบนี้ของไททานีสทำให้หยางหลานตาเป็นประกาย
ฉีขายและหยางหลานเริ่มทำการทดลองกับสัตว์อย่างรวดเร็ว!
การทดลองกับสัตว์จะทำให้เขาใกล้คำตอบที่ถูกต้องอีกก้าวหนึ่ง!
การเกิดขึ้นของพื้นฐานทางทฤษฎีทำให้การทดลองนี้น่าตื่นเต้นมากขึ้นเรื่อยๆ เห็นได้ชัดมากว่าถ้าได้ข้อสรุปยอมทำให้โลกตะลึงในกระบวนการทดลอง!
ตอนที่หยางหลานและฉีขายทำการทดลองโรคพาร์กินสันกับหนูพวกเขาพบปัญหาที่น่ากลัวและน่าตกใจมากขึ้นเรื่อยๆ!
ร่างกายมนุษย์มีระบบตอบรับที่สมบูรณ์และครบถ้วนสภาวะพิเศษของโรคพาร์กินสันจะทำให้การปรับตัวของไรโบซิเลชันเสียโอกาสตอบรับที่สอดคล้องกัน!
และในขณะเดียวกันการดำรงอยู่ของไรโบซิเลชันทำให้แอลฟาซินนิวคลินแบบพับในร่างกายของผู้ป่วยโรคพาร์กินสันเพิ่มขึ้นทำให้สถานการณ์ของโรคพาร์กินสันรุนแรงขึ้นอีกขั้น
แบบนี้จะกลายเป็นกระบวนการแบบใด!
วงจรอุบาทว์!
ใช่แล้ว!
โรคพาร์กินสันทำให้ไรโบซิเลชันสูญเสียขีดจำกัดไรโบซิเลชันทำให้แอลฟาซินนิวคลินแบบพับและโรคพาร์กินสันรุนแรงขึ้น!
ด้วยวิธีนี้ดูเหมือนว่าจะกลายเป็นวงปิดถ้าไม่ทำลายวงจรใดวงจรหนึ่งก็จะรุนแรงขึ้น
หนึ่งสัปดาห์หลังจากนั้น!
เฉินชางที่อยู่ที่โรงพยาบาลถูกฉีขายตามตัวไปที่สถานวิจัยก่อนเขาจะยื่นข้อมูลฉบับหนึ่งให้เฉินชาง!
“ศาสตราจารย์เฉินคุณดูนี่!”
หลังจากเฉินชางเปิดดูหัวข้อก็อึ้งอยู่กับที่!
“พิษต่อระบบประสาทของแอลฟาซินนิวคลิน”
เฉินชางเปิดอ่านแล้วหยุดไม่ได้จริงๆ!
เพราะการวิจัยของพวกไททานีสค้นพบว่ามวลรวมแอลฟาซินนิวคลินทางพยาธิวิทยามีความสามารถในการแพร่กระจายระหว่างเซลล์ประสาทในสมอง!
นอกจากนี้แอลฟาซินนิวคลินทางพยาธิวิทยานี้ก็จะกลายมาเป็นเมล็ดพันธุ์ที่กระตุ้นให้เกิดแอลฟาซินนิวคลินปกตินำไปสู่โรคความเสื่อมของระบบประสาทหลังจากเห็นอาการนี้แม้แต่เฉินชางเองยังอึ้งไป!
ฉีขายอดพูดไม่ได้ “ในที่สุดก็อธิบายได้แล้วว่าทำไมหนูทดลองโรคพาร์กินสันจึงมีอัตราการเสียชีวิตที่สูงขึ้นเพราะแอลฟาซินนิวคลินแบบพับเป็นโรคติดต่อ! และไรโบซิเลชันนี้ก็เป็นตัวกลางสำคัญ!”
ไททานีสพูดอย่างตื่นเต้นเล็กน้อย “ขอเพียงแค่จัดการไรโบซิเลชันและควบคุมอย่างสมเหตุสมผลก็จะบรรเทาโรคพาร์กินสันได้!”
จางมูส่ายหน้า “ไม่เพียงเท่านี้! สิ่งที่สำคัญที่สุดของโรคพาร์กินสันไม่ใช่การรักษาในระยะหลังแต่เป็นการป้องกันตั้งแต่วันเนิ่นๆ!”
ทุกคนได้ยินแบบนี้ก็วิเคราะห์อย่างรอบคอบขึ้นมา!
จางมูพูดต่อว่า “นี่เป็นวงจรที่เลวร้าย! ขอเพียงแค่มีแอลฟาซินนิวคลินทางพยาธิวิทยาแบบพับอยู่จะกระตุ้นไรโบซิเลชันรูปแบบต่างๆ อย่างแน่นอนในขณะเดียวกันไรโบซิเลชันทำให้แอลฟาซินนิวคลินแบบพับรุนแรงขึ้นสิ่งที่สำคัญที่สุดคือการค้นพบแอลฟาซินนิวคลินแบบพับโดยเร็วที่สุดจากนั้นรักษาด้วยการผ่าตัดและยาโดยเร็วที่สุด!”
หลังจากจางมูพูดจบทุกคนก็ตื่นเต้นขึ้นมาทันทีจริงด้วย!
แบบนี้เหมือนว่าพวกเขาเจอวิธีที่จะพิชิตโรคพาร์กินสันโดยเร็วที่สุดแล้วการรักษาไม่ใช่เป้าหมายอีกต่อไป!
แต่นี่คือการตรวจพบตั้งแต่วันเนิ่นๆ และการแทรกแซงตั้งแต่วันเนิ่นๆ!
“จะตรวจแอลฟาซินนิวคลินแบบพับในร่างกายมนุษย์ได้อย่างไร”
“นั่นสิเราจะรู้ว่าเปนโรคพาร์กินสันแต่เนิ่นๆ ได้อย่างไร”
ต้องยอมรับว่าโรคพาร์กินสันเป็นโรคที่แสดงอาการอยู่แล้ว!
จะต้องมีอาการก่อนจึงจะรู้จะให้ตรวจแอลฟาซินนิวคลินทุกคนคงไม่ได้โรคพาร์กินสันจะป้องกันไม่ได้เลยหรือ
ทุกคนคิดแล้วก็อดถอนหายใจไม่ได้
น่าเสียดายเกินไปแล้วไม่ง่ายเลยที่จะบรรลุความก้าวหน้าแบบนี้หากตรวจพบล่วงหน้าจะลดปัญหาให้คนไข้ได้เยอะมากเราจะรู้ล่วงหน้าได้อย่างไร
ตอนนี้เองจู่ๆ เฉินชางก็ตาเป็นประกาย
เขานึกถึงสมบัติบางอย่าง!
เทคโนโลยีใหม่ที่เฉินชางขายให้กับบริษัทกูเกิลและทำรายได้หนึ่งพันล้านดอลลาร์อย่าง “เทคนิครวมพิกัดสมอง”!
เทคนิครวมพิกัดสมองแบบใหม่นี้มีความสามารถพิเศษอย่างหนึ่ง: เทคโนโลยี DTI!
ซึ่งก็คือการถ่ายภาพด้วยคลื่นสนามแม่เหล็กที่ถ่วงน้ำหนักด้วยการแพร่กระจาย!
บรรลุการสังเกตความสมบูรณ์และการเชื่อมต่อของโครงสร้างเนื้อเยื่อในร่างกายมีส่วนช่วยต่อกำหนดระดับและขอบเขตของความเสียหายต่อเส้นใยในโรคต่างๆ ในขณะเดียวกันยังตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงเล็กๆ น้อยๆ ในสมองของผู้ป่วยทางจิตได้อีกด้วยไม่เพียงแค่นั้นเทคโนโลยี DTI ยังแสดงทิศทางของการรวมกลุ่มของเส้นประสาทในสสารสีขาวของสมองเพื่อให้ได้ภาพละเอียดของเส้นประสาทส่วนกลางและเส้นใยในร่างกายมนุษย์ได้ด้วยภายใต้การชักนำของเทคโนโลยี DTI จะแสดงและจัดตำแหน่งความแตกต่างของแต่ละบุคคลของผู้ป่วยโรคพาร์กินสันได้ขณะเดียวกันก็สามารถบูรณาการการผ่าตัดสร้างภาพสามมิติเพื่อเป็นแนวทางให้แพทย์ทำการผ่าตัดได้อย่างแม่นยำและมีประสิทธิภาพ
เฉินชางคิดไม่ถึงเลยจริงๆ!
หลังจากวนเวียนเป็นวงกลมใหญ่ขนาดนี้
เทคโนโลยีหลักกลับอยู่ในมือตนเอง!
[1] ไรโบโซมเป็นออร์แกเนลล์ที่ไม่มีเยื่อหุ้มมีขนาดเล็กที่สุดและมีมากสุดประกอบด้วยโปรตีนบ้างอย่าง