เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ - บทที่ 1744 ศาสตราจารย์เฉินเข้ามาแล้ว
วารสาร ‘เดอะแลนเซต’ วารสาร ‘AATS’ และวารสารอีกหลายฉบับรายงานสถานการณ์ของจงซอก
ดร.คิมเยอึนได้แสดงความสามารถในด้านการศัลยกรรมหัวใจจากวิธีที่ใช้รักษาจงซอก!
แต่ตอนนี้คนไข้ตัวน้อยคนนี้จะไม่ไหวแล้วหัวใจดวงน้อยนี้รองรับร่างกายที่กำลังเติบโตไม่ได้
การไหลเวียนของเลือดที่เพิ่มขึ้นถือเป็นภัยคุกคามต่อความตายสำหรับเขา!
ทำอย่างไรดีรัฐบาลเกาหลีให้ความสำคัญกับเรื่องนี้เป็นอย่างมาก
จัดตั้งทีมผู้เชี่ยวชาญด้านการศัลยกรรมหัวใจชั้นนำของประเทศเพื่อดำเนินการกู้ชีพ
เจ้าหนูจงซอกคนนี้ได้กลายเป็นส่วนสำคัญของกิจกรรมสิทธิสตรีเกาหลีใต้ไปแล้ว
โดยพื้นฐานแล้วจะมีสื่อรายงานสถานการณ์ของจงซอกทุกวัน
แต่ในวันที่ 11 เดือนมีนาคม เด็กชายคนนี้หัวใจหยุดเต้นครั้งแรก!
เรื่องนี้ทำให้หลายคนยากจะยอมรับโชคดีที่การกู้ชีพในห้องสังเกตอาการทันท่วงทีจึงช่วยชีวิตเจ้าหนูจงซอกไว้ได้!
ตอนนี้เองคิมเยอึนเสนอให้ขอความช่วยเหลือจากต่างประเทศ
ความจริงรัฐบาลเกาหลีอยากให้หมอในประเทศรักษาจงซอกให้สำเร็จ
แบบนี้จะทำให้ชื่อเสียงของประเทศเกาหลีเพิ่มขึ้น
แต่น่าเสียดายที่คิมเยอึนทำไม่ได้จริงในสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวานแบบนี้จำเป็นต้องขอความช่วยเหลือจากภายนอกแล้ว
หลังจากสถานการณ์ของจงซอกกลายเป็นข่าวแม้หลายคนจะเริ่มติดตามหลายโรงพยาบาลถึงขั้นเริ่มหารือกัน
ทว่า…ไม่มีโรงพยาบาลไหนกล้ารับจงซอกเลยเพราะสื่อให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก
รับไปแล้วรักษาไม่หายจะต้องโดนด่าอย่างแน่นอน!
แต่ถ้ารักษาหายอิทธิพลของโรงพยาบาลในระดับสากลก็จะเพิ่มขึ้น
แต่สิ่งสำคัญคือใครจะรักษาให้หายได้
หัวใจเสียหายหลายส่วน!
นอกจากนี้ยังมีรูเล็กๆมากมายถ้าจะผ่าตัดก็ต้องผ่าตัดให้สมบูรณ์เพราะเป็นเคสพิเศษแม้แต่ทำบายพาสหัวใจและปอดก็อาจจะทำไม่ได้ด้วยซ้ำ
เหมือนกับว่า…มาถึงทางตันแล้ว
อย่าลืมว่าขนาดหัวใจของคนไข้เล็กแค่ไหนอย่าว่าแต่หลอดเลือดเลย
แม้แต่การแบ่งห้องหัวใจบนและห้องหัวใจล่างก็อาจจะยังไม่ชัดเจนเลยยากมาก!
แต่หัวใจไม่หยุดเต้นก็จะซ่อมแซมไม่ได้
หากต้องการให้หัวใจหยุดเต้นก็ต้องทำบายพาสหัวใจและปอดใช้สารละลายคาร์ดิโอพลีเจียต้องถ่ายเลือดใหม่และอื่นๆ…ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นไปไม่ได้!
ทันใดนั้นสถานการณ์ของจงซอกกลายเป็นโรครักษายากในวงการศัลยกรรมหัวใจไปทันที!
กลายเป็นข่าวในวารสาร “เดอะแลนเซต’ ประจำเดือนมีนาคม
แต่ช่วงนี้เฉินชางก็ไม่ว่างจริงๆทั้งต้องเตรียมความพร้อมสำหรับการสรรหาผู้อำนวยการคนใหม่
เครื่อง X-pri ของบริษัทวานเหอเภสัชกรรมก็กำลังจะเริ่มดำเนินการทดลองทางคลินิกแล้วเฉินชางต้องดำเนินการวางแผน
นอกจากนี้เฉินชางเพิ่งได้รับเสน่ห์แห่งเอนไซม์มาเขาอยากไปฝึกเทคนิคกับพวกผู้อาวุโสในสถาบันวิจัยจะได้สะดวกต่อการกระตุ้น ‘เสน่ห์แห่งเอนไซม์’
ไม่อย่างนั้นตอนนี้ตนไม่มีโอกาสเลยสักนิดมีไว้ก็ไร้ประโยชน์
เพราะฉะนั้นช่วงนี้เฉินชางยุ่งมากจริงๆวางงานส่วนไหนลงไม่ได้เลย
เพราะฉะนั้นตอนที่คิมเยอึนโทรมาบอกเฉินชางว่าอยากใช้เทคนิค X-pri รักษาเจ้าหนูจงซอกเฉินชางไม่ได้ปฏิเสธในทันทีเพราะเขายังไม่รู้สถานการณ์โดยละเอียดของจงซอก!
เฉินชางอดถามไม่ได้ “ดร.คิมเยอึนครับส่งรายละเอียดอาการของคนไข้ให้ผมทางอีเมลหน่อยครับผมดูจบแล้วจะตอบกลับคุณ”
เขาไม่ด่วนสรุปถึงอย่างไรก่อนที่จะรู้อาการของคนไข้อย่างชัดเจนเฉินชางจะไม่ตัดสินว่าจะใช้เทคนิค X-pri ได้หรือไม่โดยพลการ
คิมเยอึนได้ยินแบบนี้ก็อึ้งไปทันที!
“ศาสตราจารย์เฉินคุณไม่เคยได้ยินเรื่องราวของคนไข้ตัวน้อยของเราเหรอคะ”
ช่วงนี้ข่าวของเจ้าหนูจงซอกดังมากจริงๆในสมาคม AATS ก็มักจะหารือกัน
คิมเยอึนคิดว่าศาสตราจารย์ที่มีความสนใจในการปฏิบัติทางคลินิกจะไม่รู้กระแสทางการแพทย์ได้อย่างไร
ถึงอย่างไรในสายตาของคิมเยอึนบุคคลระดับพวกเขาโดยทั่วไปล้วนอ่านวารสาร ‘เดอะแลนเซต’ แทนหนังสือพิมพ์
“ขอโทษจริงๆ ครับช่วงนี้งานยุ่งมากไม่ได้ติดตาม” เฉินชางพูดเรียบๆ
คิมเยอึนได้ยินแบบนี้แทนที่จะไม่พอใจแต่กลับดีใจขึ้นมา!
ช่วงนี้เฉินชางไม่ค่อยเข้าไปแสดงความคิดเห็นในสมาคม AATS ทำให้ทุกคนคิดว่าศาสตราจารย์เฉินก็ไม่มีวิธีเช่นกัน
ตอนนี้ดูเหมือนว่า…ศาสตราจารย์เฉินแค่ยังไม่รู้
คิมเยอึนรีบพูดว่า “ศาสตราจารย์เฉินฉันมีข้อมูลทั้งหมดของคนไข้แต่อาจจะต้องใช้เวลาในการเรียบเรียง”
“ถ้าอย่างนั้น…คุณไปดูในกลุ่มของสมาคมเราไหมคะดูในข้อมูลที่แบ่งปันได้!”
เฉินชางเพิ่งจะนึกขึ้นได้ว่าตัวเองเป็นสมาชิกคนหนึ่งของสมาคม AATS “ได้ครับผมอ่านจบแล้วจะบอกคุณ”
กลุ่มสมาคม AATS เป็นกลุ่มแชตระหว่างประเทศคล้ายกับ MSN แต่ล้ำหน้ากว่า MSN
รองรับการประชุมวิดีโอทางไกลและการปรึกษาเคสต่างๆน้อยมากที่เฉินชางจะเข้าสู่ระบบนี้
ความจริง…เหตุผลหลักก็คือเฉินชางแทบไม่ต้องความช่วยเหลือจากทุกคนเลย
เขากลับห้องทำงานของตัวเองเปิดคอมพิวเตอร์เข้าสู่ระบบก็เห็นกลุ่มปรึกษาเคสมีหลายคนกำลังหารือเกี่ยวกับอาการของจงซอก
กลุ่มปรึกษาเคสนี้กลับมีสมาชิกถึงหกร้อยกว่าคนทำให้เฉินชางประหลาดใจเล็กน้อย!
คนไข้คนนี้เป็นอะไรกันแน่เฉินชางจึงเปิดข้อมูลอ่านอย่างตั้งใจ
เป็นเด็กชายอายุสิบเอ็ดเดือนแม่เป็นโรคหัวใจพิการแต่กำเนิด
เด็กคนนี้มีจุดบกพร่องในหัวใจหกจุดเฉินชางเห็นอัลตราซาวนด์และข้อมูลการถ่ายภาพต่างๆของหัวใจแล้วอึ้งไป
คนไข้อาการหนักขนาดนี้อยู่ถึงตอนนี้ได้อย่างไรตอนตั้งครรภ์คงจะตรวจเจอแล้ว
ทำไมถึงยังคลอดออกมาเฉินชางสูดหายใจเข้าลึกๆ
เฉินชางตัดสินใจอ่านข้อมูลของแม่คนไข้ไปด้วยตั้งครรภ์เจ็ดครั้งคลอดห้าคนแท้งสองคน!
นอกจากนี้ในบรรดาห้าคนที่คลอดออกมามีสี่คนที่เสียชีวิตไปทีละคนมีชีวิตอยู่ไม่ถึงหกเดือน
มีเพียงเจ้าหนูจงซอกที่กำลังจะครบหนึ่งขวบแล้ว!
ตัวเลขที่น่าตกใจนี้ทำให้เฉินชางชะงักไปครู่หนึ่ง
เพียงแค่อายุสามสิบหกปีเธอ…ผ่านการตั้งครรภ์มาเจ็ดครั้งแล้ว
ที่แท้ปัญหาการคลอดบุตรมีอยู่ทั่วทุกมุมโลก…เฉินชางอดถอนหายใจไม่ได้
ในสิบปีนี้แม่คนนี้ผ่านอะไรมาบ้างเฉินชางสับสนมากจริงๆ
เฉินชางเปิดชาร์ตผู้ป่วยอ่านอย่างตั้งใจในหัวของเขาถึงขั้นจินตนาการสถานการณ์ร่างกายของเจ้าหนูจงซอกได้
ภาพจำลองสามมิติค่อยๆปรากฏเค้าโครงค่าตัวเลขต่างๆถูกแปลงเป็นสภาวะต่างๆอย่างต่อเนื่องเช่นหัวใจและเลือด
เฉินชางดูจบก็อดสะเทือนใจไม่ได้!
การผ่าตัดเคสนี้ยากมากจริงๆ!
ความจริงสิ่งแรกที่เฉินชางนึกออกคือการรักษาด้วยความเย็นแต่เห็นได้ชัดว่าคนไข้ไม่อาจต้านทานได้เกิดเรื่องไม่คาดฝันได้ง่ายมาก
ถ้าใช้เทคนิค X-pri แม้จะยากแต่…ก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้
ตอนนี้เองจู่ๆก็มีคนพูดขึ้นว่า “เหมือนว่าศาสตราจารย์เฉินจะเข้ามาแล้ว!”