ข้าคือเขยผู้ยิ่งใหญ่ - บทที่ 779 ฉันไปทำอะไรให้นายเหรอ
บทที่ 779 ฉันไปทำอะไรให้นายเหรอ
พวกเย่เทียนสามคนมาถึงสนามกีฬาแห่งเมืองจิน ไม่ทันจะขึ้นไปเรียกเซ่เจียที่ฝึกซ้อมอยู่บนเวที เสียงชายหนุ่มทุ้มต่ำดังขึ้นด้านข้างเสียก่อน
“เฮ่อจงเทียน? ทำไมนายถึงมาอยู่ที่นี่?”
ทั้งหมดมองตามสัญชาตญาณ และได้เห็นชายวัยกลางคนรูปร่างผอมบางคนหนึ่งเดินเข้ามา
เขาใส่หมวกแก๊ป แว่นตาไร้กรอบ
ในมือถือสิ่งที่คล้ายบทละคร
เฮ่อจงเทียนมีรอยยิ้มเอาอกเอาใจประดับบนใบหน้า เขารีบวิ่งเข้าไป “ผู้กำกับโค่ว บังเอิญจังเลยนะครับ?!”
“ผู้กำกับโค่ว?”
เย่เทียนมองชายวัยกลางคนคนนั้นตั้งแต่หัวจรดเท้า หันไปถามเจี่ยซือหวี่ “เจ้านั่นเป็นใครกัน?”
“นายไม่รู้จักเขาเหรอ”
คิ้วเรียวของเจี่ยซือหวี่ขมวดเล็กน้อย เบ้ปากพลางเอ่ย “ได้ยินจากพี่เจียเจียว่าเขาเป็นผู้กำกับชื่อดังระดับโลก ชื่อโค่วเฉิงอะไรนี่แหละ”
เย่เทียนส่ายหัว “โค่วเฉิง? ไม่เคยได้ยิน”
“พี่เจียเจียบอกว่าเขาเก่งมาก เหมือนจะเป็นหนึ่งในผู้กำกับที่เก่งที่สุดในประเทศเราเลยล่ะ หากเป็นภาพยนตร์ที่เขากำกับ รายได้อย่างน้อยหลักพันล้าน!”
เจี่ยซือหวี่ลูบคางโดยไม่รู้ตัว หวนนึกถึงคำอธิบายของเซ่เจีย
“แอปเปิ้ลอะไรนั่นนายรู้จักใช่ไหม ที่ฟ่านสุยสุ่ยเป็นนักแสดงนำ
เขานี่แหละผู้กำกับ”
“แอปเปิ้ลเหรอ?!”
เย่เทียนพยักหน้าอย่างถึงบางอ้อ เขาไม่รู้จักโค่วเฉิงก็จริง
แต่รู้จักแอปเปิ้ลดี เขาเคยโหลดจากเว็บบอร์ดด้วย และวิเคราะห์อย่างละเอียดถ้วนถี่
มีฝีมือการแสดงที่ไม่ธรรมดาจริงๆนั่นแหละ!
ทั้งเนื้อเรื่อง
ท่าทาง เสียงร้อง คุณพระ
ยากจะไม่เกิดกิเลสเสียจริง!
ตอนแรกเย่เทียนอยากไปลองกับเฉินหวั่นชิง แต่เสียดายที่ท่านั้นน่าอายเกินไป เฉินหวั่นชิงไม่กล้า เขาจึงได้แต่ยอมแพ้
คิดไม่ถึงว่าเวลานี้จะได้เจอผู้กำกับภาพยนตร์ระดับตำนานที่นี่ เย่เทียนจะไม่ประหลาดใจได้ยังไง?!
ขณะเดียวกัน เฮ่อจงเทียนก็มาอยู่ตรงหน้าโค่วเฉิง
“ผู้กำกับโค่วไม่คิดเลยนะครับว่าจะบังเอิญขนาดนี้ ได้พบคุณที่นี่”
ทักทายอย่างสนิทสนม
พระเอกในภาพยนตร์เรื่องใหม่ของโค่วเฉิงก็คือเฮ่อจงเทียน ทั้งคู่ย่อมสนิทกันเป็นเรื่องธรรมดา
จึงเอ่ยขึ้นด้วยความเหนื่อยหน่าย “ก็เรื่องภาพยนตร์น่ะสิ ถ้าให้คนอื่นถ่ายภาพยนตร์เรื่องนี้ไม่มีทางสร้างอิทธิพลได้เท่านี้ มีแต่ให้เซ่เจียถ่ายถึงจะเหมาะสมที่สุด”
โค่วเฉิงส่ายหัวถอนหายใจ ส่ายบทละครในมือ “ที่ฉันมาครั้งนี้ก็เพราะอยากโน้มน้าวเซ่เจียอีกรอบ”
“แบบนี้เองเหรอครับ”
เฮ่อจงเทียนพยักหน้าอย่างเข้าใจ นอกจากแผนเล็กแผนน้อยในใจแล้ว ที่เขาไปถึงแชงกรีล่าก็เพื่อโน้มน้าวเซ่เจียให้ตกลงถ่ายภาพยนตร์ของโค่วเฉิง
เซ่เจียเป็นดาราชั้นนำของระดับโลกเชียวนะ
ค่าตัวของเขาก็จะพุ่งตาม ไม่แน่อาจได้เป็นดาราชั้นนำไปด้วย
ถ้าได้ร่วมงานกับเซ่เจีย ขอเพียงแสดงได้ดี
“ผู้กำกับโค่ว บอกตรงๆนะครับ ผมก็มีจุดประสงค์เดียวกับคุณ เดี๋ยวเสี่ยวเจียซ้อมเสร็จแล้วเราช่วยกันโน้มน้าวดูนะครับ”
“โน้มนาวอะไรเหรอ”
แต่ไม่รอให้โค่วเฉิงตอบอะไร เย่เทียนที่เดินเข้ามาชิงตอบก่อน และมองทั้งสองด้วยสีหน้าอยากรู้อยากเห็น
เนื่องจากเย่เทียนอัดเขาไปหลายทีก่อนหน้านี้ เฮ่อจงเทียนไม่ถูกชะตากับเย่เทียนสุดๆ
เขาพูดอย่างโกรธเกรี้ยว “เกี่ยวอะไรกับนาย?
นายไสหัวไปไกลๆเลย”
เย่เทียนมองเฮ่อจงเทียนอย่างเกียจคร้าน
ต้องมีปฏิกิริยาใหญ่โตขนาดนี้เหรอ ไม่มีมารยาทจริงๆ!”
และพูดดูแคลน “ฉันก็แค่ถามไปอย่างนั้น
เฮ่อจงเทียนเดือดขึ้นมาทันที
พูดด้วยน้ำเสียงหยิ่งผยอง “นายว่าใครไม่มีมารยาท? นายถามแล้วยังไง อย่างกับพูดไปแล้วนายจะเข้าใจ
นายรู้เหรอว่าอะไรคือภาพยนตร์ รู้เหรอว่าอะไรคือศิลปะ”
เขายอมรับว่าฝีมือการต่อสู้เขาสู้เย่เทียนไม่ได้
มาถึงก็ระเบิดคำถามใส่เย่เทียน หน้าตาเย้ยหยันสุดๆ
แต่ด้านภาพยนตร์ เขาพอมีความรู้อยู่บ้าง
เย่เทียนรู้สึกว่าตัวเองไม่สามารถสื่อสารกับเจ้าหมอนี่ได้เลย
นัยน์ตาสีนิลทอดมองโค่วเฉิง ยื่นมือออกมาด้วยรอยยิ้มกว้าง
“ผู้กำกับโค่วใช่ไหมครับ? ผมปลื้มคุณมาก แอปเปิ้ลที่คุณกำกับก่อนหน้านี้ผมดูแล้วเคลิ้มตามเลยครับ!”
โค่วเฉิงหน้าบอกบุญไม่รับ
รำพึงในใจว่าตัวเองไม่ได้กำกับแอปเปิ้ลซักหน่อย แต่เห็นหน้าตากระตือรือร้นของเย่เทียน เขาทำใจปฏิเสธไม่ลง
จึงได้แต่ยิ้มเฝื่อนๆและเอ่ยขึ้น “สวัสดี สวัสดี”
เย่เทียนแกล้งทำเป็นไม่เห็นความกระอักกระอ่วนบนใบหน้าของโค่วเฉิง
เขาหัวเราะร่วน “คือว่า ถ้าคุณมาชวนเสี่ยวเจียถ่ายภาพยนตร์ ผมว่าคุณมาคุยกับผมก็ได้นะครับ ผมสนิทกับเสี่ยวเจียมาก
ถ้าผมเอ่ยปากเธอไม่มีปัญหาแน่นอน”
“สนิทกันมากเลยเหรอ”
เดิมโค่วเฉิงไม่ได้สนใจเย่เทียนเท่าไหร่ แต่พอบัดนี้ได้ยินที่เย่เทียนพูดแล้ว
และถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น “นายคือ?”
จึงเกิดความสนใจขึ้นมา
“ดูสิ ผมตื่นเต้นจนลืมบอก”
เย่เทียนตบหน้าผากตัวเอง เอ่ยด้วยรอยยิ้มกว้าง
“ผู้กำกับโค่ว
ผมชื่อเย่เทียน เป็นคู่หมั้นของเสี่ยวเจียครับ”
โค่วเฉิงผงะ
แต่ไม่รอให้เขาได้ส่งเสียง เฮ่อจงเทียนอีกด้านก็ชิงด่าขึ้นมาอย่างอดไม่ได้ “นายไม่ฉี่ชะโงกดูเงาตัวเองหน่อยวะ สภาพอย่างนายน่ะเหรอคู่หมั้นของเสี่ยวเจีย
ใครจะเชื่อ?”
เย่เทียนเมินเฮ่อจงเทียนอย่างสิ้นเชิง
เขามองโค่วเฉิงด้วยรอยยิ้มปลอมๆ “ว่ายังไงครับผู้กำกับโค่ว รู้สึกมีความจำเป็นต้องคุยกับผมไหมครับ
หรือคุณให้ผมเป็นพระเอกเลย ผมรับประกันว่าเสี่ยวเจียยอมเล่นแน่นอน!”
แต่ ถ้าก่อนหน้านี้โค่วเฉิงยังเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง คำพูดของเฮ่อจงเทียนทำให้เขาคิดเหมือนกันว่าเย่เทียนแค่โม้ไปอย่างนั้น รอยยิ้มบนใบหน้าค่อยๆหุบลง
เขายิ้มเย็นๆ กำลังคิดจะเฉไฉไล่เย่เทียนออกไป
แต่เซ่เจียบนเวทีซ้อมเสร็จแล้ว เดินลงจากเวที รอยยิ้มแช่มชื่นประดับอยู่บนใบหน้า
“พวกคุณคุยอะไรกันอยู่เหรอ?”
“ไม่มีอะไรหรอก คุยเรื่องเกี่ยวกับภาพยนตร์น่ะ”
นัยน์ตาเย่เทียนฉายแววนึกสนุก เขายื่นมือไปโอบไหล่เซ่เจียอย่างไม่เกรงใจ
“เธอซ้อมเสร็จแล้วเหรอ? เหนื่อยไหม? ต้องลำบากแย่เลยนะ”
และพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
เฮ่อจงเทียนด้านข้างเห็นแล้วตาแทบลุกเป็นไฟ เขารู้จักเซ่เจียมาได้พักหนึ่งแล้ว มีใจให้เซ่เจียเช่นกัน แต่ไม่กล้าลงมือทำอะไรจริงๆจังๆ
ไม่มีเหตุผลอื่น เซ่เจียดูเป็นเทพธิดาเกินไป เมื่อเขาอยู่ต่อหน้าเซ่เจียไม่ต่างอะไรจากเด็กหนุ่มที่เพิ่งพ้นรั้วโรงเรียนมา ไม่ก้บาบุ่มบ่ามทำอะไรทั้งนั้น
ในใจเฮ่อจงเทียน เซ่เจียคือนางฟ้า บัดนี้เห็นนางฟ้าโดนผู้ชายคนอื่นโอบ ไม่ยากจะเดาว่าในใจโมโหแค่ไหน
ไม่รอให้เซ่เจียได้สติ เฮ่อจงเทียนคำรามขึ้นมาก่อน “นายทำอะไรวะ เอามือสกปรกๆของนายออกเดี๋ยวนี้เลยนะเว้ย!”
กระทั่งโค่วเฉิงที่ผ่านอะไรมาเยอะด้านข้างยังรู้สึกว่าเย่เทียนทำเกินไป ถ้าทำให้เซ่เจียขุ่นเคืองเพราะเหตุนี้ การร่วมงานกับเขาหลังจากนี้จะคุยกันได้เหรอ?
เย่เทียนเลิกคิ้ว แกล้งโง่และเอ่ยขึ้นอย่างไร้เดียงสา “เดี๋ยวสิ ฉันไปทำอะไรให้นายอีกเหรอ?”
“ไอ้ชั่ว! นายอย่าหน้าด้านให้มันมากนัก รีบเอามือสั่วๆของนายออกจากตัวเสี่ยวเจียเดี๋ยวนี้นะ!”
เฮ่อจงเทียนถลกแขนเสื้อขึ้น ท่าทางพร้อมพุ่งเข้าไป
แม้เซ่เจียจะไม่ชินกับการกระทำของเย่เทียน แต่เห็นท่าทีอยากจะลงไม้ลงมือของเฮ่อจงเทียนแล้ว
หน้าตาเธอไม่พอใจขึ้นมาทันใด แต่ไม่รอให้เธอส่งเสียง
เย่เทียนกลับส่ายหัวใส่เธอ
ถึงเซ่เจียจะงุนงง แต่ก็หยุดสิ่งที่จะทำ อยากดูว่าเย่เทียนมาไม้ไหน!