ข้าคือเขยผู้ยิ่งใหญ่ - บทที่ 758 ขาดไปแม้แต่สตางค์เดียวก็ไม่ได้
บทที่ 758 ขาดไปแม้แต่สตางค์เดียวก็ไม่ได้
บทก่อนหน้า
บทต่อไป
ตึกตัก!
เห็นต้าเปียวหนีไปอย่างอนาถอย่างนี้ กู่หงเลี่ยงก็ทั้งโกรธทั้งโมโห แต่เรื่องราวก็มาถึงขั้นนี้แล้ว เขาจะไม่เข้าใจได้ยังไงว่านี่ตกอยู่ในสถานการณ์ที่เสียเปรียบแล้วจากเดิมทีที่คิดว่าคนเขารังแกได้ง่ายสุดท้ายคนเขากลับว่าสุดยอดกว่าตัวเอง ตอนนี้กลืนน้ำลายอย่างช่วยไม่ได้ สายตาที่มองเย่เทียนเผยสีหน้าท่าทางที่หวาดกลัวออกมา
ให้เขาฝันก็คิดไม่ถึงว่า ชื่อเสียงเรียงนามของพ่อที่ใช้ได้ดีเสมอมาครั้งนี้กลับว่าใช้ไม่ได้ผลเลยด้วยซ้ำ!
“ตอนนี้คุณก็ทุบตีคนหมดแล้ว เพียงพอที่จะปล่อยฉันไปได้แล้วยัง?”
กู่หงเลี่ยงในเวลานี้จะไปสนใจพวกสมุนที่ต้าเปียวพามาที่ไหนกันล่ะ ตัวเองหลุดพ้นได้อย่างปลอดภัยก็อมิตตาพุทธแล้ว
ไม่รอให้เย่เทียนพูด เหลยเหลาหู่ก็เดินออกมาก่อนแล้ว พูดอย่างยิ้มเยาะว่า : “คิดจะออกไป?แกล่วงเกินคุณชายเย่ของเราอย่างรนหาที่ตาย ตอนนี้เห็นท่าไม่ดีคิดอยากจะสะบัดตูดหนี?แกคิดเรื่องนี้ซะสวยหรูเกินไปหน่อยไหม?”
เหลยเหลาหู่ก็ยังมีมันสมองอยู่บ้าง ทั้งๆที่บุคคลต่ำต้อยเหล่านี้เย่เทียนคนเดียวก็จัดการได้แล้ว แต่เย่เทียนดันให้เขาพาคนมา ใช้หัวแม่เท้าคิดก็รู้ว่าเรื่องนี้ไม่ได้ธรรมดาขนาดนั้นแน่นอน
“งั้นคุณยังเอายังไง?”
สีหน้าของกู่หงเลี่ยงเปลี่ยนเป็นซีดขาว ฝืนตัวเองให้นิ่งๆเข้าไว้พร้อมพูดว่า : “พ่อฉันคือกู่เจิ้นเจียง ถ้าหากพวกคุณกล้าแตะต้องฉันแม้แต่ปลายขน ฉันรับรองเลยว่าพ่อของฉันไม่มีทางปล่อยพวกคุณไปแน่นอน! ”
เหลยเหลาหู่สอบถามเย่เทียนอย่างไม่เข้าใจเรื่องวงใน : “คุณชายเย่ กู่เจิ้นเจียงอะไรนั่นเป็นใครเหรอครับ? ”
“กู่เจิ้นเจียงเป็นหนึ่งในสองของรองหัวหน้าใหญ่แห่งแก๊งหวงจี๋”
มุมปากของเย่เทียนเผยรอยยิ้มจอมปลอมออกมา “ว่ากันว่าภายในของแก๊งหวงจี๋ขัดแย้งกันมาตลอด ก็คือไอ้คนๆนี้คิดอยากจะยึดอำนาจ”
เมื่อพูดคำนี้ออกมา สีหน้าของกู่หงเลี่ยงก็ดูแย่มากยิ่งขึ้น นึกไปถึงความสงบนิ่งของเย่เทียนก่อนหน้านี้ เขาจะยังเดาไม่ได้ที่ไหนล่ะว่าเย่เทียนหลอกลวงให้ศัตรูตายใจตั้งแต่แรก!
ทันใดนั้น สีหน้าท่าทางที่กู่หงเลี่ยงมองไปยังเย่เทียนก็เต็มไปด้วยความตื่นเต้นและระวังตัว แต่เรื่องมาถึงตอนนี้แล้ว เขาก็ไม่พูดอะไร ทำได้เพียงมองไปยังเหลยเหลาหู่แล้ว แอบอธิษฐานให้เหลยเหลาหู่หลังจากที่รู้ตัวตนของพ่อเขาแล้วจะเกรงกลัวหน่อย
“มิน่าล่ะถึงได้เย่อหยิ่งแบบนี้ ที่แท้พ่อของแกก็คือเจ้าสองพันปีผู้ที่ไม่ซื่อสัตย์?ไม่ใช่สิ ไม่แน่อาจจะเป็นเจ้าสามพันปีนะ!”
เหลยเหลาหู่หัวเราะเหอะๆ อย่างน้อยก็เข้าใจแล้วว่าทำไมเย่เทียนถึงให้เขาพาคนมา
คุณอยากให้ผมทำยังไงครับ?”
มีความคิดอย่างหนึ่งวนไปมาอยู่ในสมอง เขาหันหน้าไปถามเย่เทียนว่า
: “คุณชายเย่
“แกอยากจะให้ฉันชดใช้เงินไม่ใช่เหรอ?เงินก็ชดใช้เงินแล้วกัน!”
เย่เทียนยิ้มอย่างเยือกเย็น พูดย้อนคำพูดที่กู่หงเลี่ยงพูดก่อนหน้านี้
“ให้ผู้หญิงของแกขับรถแกไปเอาเงินสิบล้านมา ขาดไปหนึ่งสตางค์ก็สับนิ้วแกหนึ่งนิ้ว
!”
ในระหว่างคำพูด ดวงตาสีดำเข้มของเย่เทียนก็หรี่ลง บวกกับรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความเย้ยหยันที่มุมปาก เหมือนกับคนเจ้าเล่ห์ที่กำลังวางแผนอะไรบางอย่างอยู่!
กู่หงเลี่ยงแอบด่าในใจ คิดไม่ถึงว่าเย่เทียนจะชั่วเช่นนี้ เอ่ยปากบอกต้องการสิบล้าน
เขากลับว่าแอบโล่งอก ขอเพียงแค่สามารถใช้เงินในการแก้ไขปัญหาได้ งั้นก็ไม่ใช่ปัญหาอะไร!
แต่ในใจลึกๆ
“สิบล้านใช่ไหม?ได้!ฉันถึงขั้นกับว่าเพิ่มให้พวกคุณอีกสองล้านได้เลย แต่ว่า……”
กู่หงเลี่ยงพูดตักเตือน
: “ถ้าพวกคุณกล้าแตะต้องฉันแม้แต่ปลายขน ฉันรับรองเลยว่าพ่อฉันไม่มีทางปล่อยพวกคุณไปแน่
พวกคุณทุกคนจะไม่มีใครได้เห็นพระอาทิตย์ในวันพรุ่งนี้อีก!”
เย่เทียนได้ยินเข้า อดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมาดังลั่น ไม่รู้เลยว่าควรพูดว่ากู่หงเลี่ยงฉลาด หรือว่าโง่ดี
ว่าเขาฉลาดแล้วกัน ที่เสนอเงินเพิ่มอีกสองล้านขึ้นมาเอง ซื้อใจคนได้อย่างดีมากโดยไม่มีข้อสงสัย
แต่เรื่องราวมาถึงขั้นนี้แล้ว เขาดันกล้าพูดข่มขู่ออกมา เอาความกล้านี้มาจากที่ไหนกันแน่?
“คุณชายกู่ เชิญครับ!”
เย่เทียนก็ขี้เกียจจะร่ำไรกับเขาแล้ว ยื่นมือทำท่าทางเชื้อเชิญ ส่งสัญญาณให้เขาไปเจรจาเรื่องเอาเงินกับผู้หญิงคนนั้นได้แล้ว
กู่หงเลี่ยงพูดเหอะออกมาอย่างเยือกเย็น เดินไปเจรจากับผู้หญิงด้วยน้ำเสียงเบาๆ
และในเวลานี้ โทรศัพท์ในกระเป๋าของเย่เทียนกลับว่าดังขึ้นมาทันที คนที่โทรศัพท์มาหาเขานอกจากหลู่ซีซานที่เชิญเขาแล้วยังจะมีใครได้ล่ะ?
มองดูสายเรียกเข้าที่แสดงในมือถืออย่างชัดเจน เย่เทียนฝืนยิ้มอย่างจนใจ จะเดาไม่ออกได้ยังไงว่าหลู่ซีซานโทรมาเพื่ออยากจะเร่งเขา
: “เย่เทียน คุณถึงไหนแล้ว?ทำไมยังไม่มาอีกล่ะ?”
เป็นอย่างที่คิดไว้
เขาเพิ่งจะกดปุ่มรับสาย ก็มีเสียงเร่งของหลู่ซีซานแผ่ซ่านเข้ามาทันที
“ขอโทษนะ เมื่อกี้มีคนขับรถไม่ระวังขูดเข้ากับรถของฉันแล้ว เพิ่งจะจัดการเรียบร้อย”
เย่เทียนยกมือขึ้นดูเวลา พูดอย่างจริงครึ่งไม่จริงครึ่งว่า
ฉันรับรองว่าไปถึงแน่นอน!”
: “เอาแบบนี้ คุณรอฉันอีกประมาณ20นาที
: “20นาที?คุณมาให้เร็วกว่านี้ไม่ได้เหรอ? ”
เพียงแค่น่าเสียดาย หลู่ซีซานกลับว่าไม่พอใจกับคำตอบนี้อย่างชัดเจน
ขมวดคิ้วพร้อมพูดว่า
“ขอร้องล่ะ นี่เร็วที่สุดของฉันแล้ว ฉันไม่ได้มีปีกสักหน่อย บินไปไม่ได้!”
เย่เทียนตอบกลับไป สัมผัสได้ว่าหลู่ซีซานเหมือนว่าจะตั้งใจลดเสียงเบาๆถามอย่างแปลกใจว่า : “คุณกำลังทำอะไร?ทำไมพูดเสียงเบาๆแบบนี้?”
“ถึงยังไงคุณรีบมาก็พอแล้ว!”
หลู่ซีซานก็ไม่ตอบอะไร พูดรีบๆแล้วก็วางสายไปแล้ว
ได้ยินเสียงตู๊ดๆแผ่ซ่านมาในโทรศัพท์ เย่เทียนก็ส่ายหน้าอย่างจนใจ ไม่รู้เลยว่าทำไมหลู่ซีซานถึงได้รีบร้อนให้เขาไปขนาดนี้
และในขณะเดียวกัน ในห้องน้ำของห้องVIPห้องหนึ่งในสโมสรหงเฟิงที่อยู่ไม่ไกลมาก
หลู่ซีซานที่วางสายโทรศัพท์ไปใบหน้าเต็มไปด้วยความหดหู่ คิดไม่ถึงว่าเย่เทียนจะเกิดเรื่องขึ้นกลางคัน แต่ว่าเธอก็กลับมาเป็นปกติอย่างรวดเร็ว ทำตัวกระปรี้กระเปร่าพร้อมเปิดประตูห้องน้ำออก ดวงตาที่งดงามจับจ้องไปยังรูปร่างที่สวยงามที่รู้สึกว่าทำไมตัวเองถึงได้ไม่สวยเหมือนคนเขาเลยที่นั่งอยู่ในห้องVIPนั่นแล้ว
ถ้าหากเย่เทียนอยู่ที่นี่ล่ะก็ จะต้องจำได้ตั้งแต่แวบแรกแน่นอน รูปร่างสวยจนทำให้คนสะดุดตานี้คือเซ่เจียดาราใหญ่ที่เคยเสพสุขข้ามคืนกันกับเขา ท้ายที่สุดกลับเลือกที่จะจากไป!
ไม่เพียงแค่เซ่เจีย ข้างกายของเธอยังมีผู้หญิงที่หน้าตาจิ้มลิ้มคนหนึ่ง คือนังงูสาวผู้ลึกลับที่พยายามฆ่าเย่เทียน มีพิษอยู่เต็มร่างกาย!
หลู่ซีซานเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างเซ่เจียและเย่เทียนจากนังงูสาวคร่าวๆแล้ว แต่รายละเอียดหลักๆเธอกลับว่าไม่รู้ ครั้งนี้เธอแอบนัดเย่เทียนออกมา ก็เพราะอยากให้ทั้งสองคนพูดกันให้ชัดเจน
แต่เธอจะไปรู้ที่ไหนกันล่ะว่า เย่เทียนจะทำพังในช่วงเวลาที่สำคัญแบบนี้ล่ะ?
ไม่ว่าจะพูดยังไง หลู่ซีซานเก็บความลับเล็กๆนั่นไว้ในใจ เดินสามสี่ก้าวเข้าไปนั่งลงข้างๆของเซ่เจีย พูดอย่างคับแค้นใจว่า : “ฉันว่านะเซ่เจีย คุณหายไปนานขนาดนี้โดยที่ไม่บอกกล่าวกันสักคำ โทรศัพท์ไปก็ไม่รับสาย นี่ทำไมถึงอยู่เป็นเพื่อนฉันให้มากๆหน่อยไม่ได้ล่ะ?”
“พี่ซีซาน ฉันยังมีงานที่ต้องจัดการอีก จะต้องไปแล้วจริงๆ”
เซ่เจียส่ายหน้าเล็กน้อย พูดพร้อมยิ้มที่สวยงามว่า : “อย่างมากที่สุดงั้นก็เอาแบบนี้ละกัน รอฉันจัดการงานในมือเสร็จเรียบร้อยแล้ว ฉันจะอยู่เป็นเพื่อนคุณอย่างเต็มที่”
พูดมาถึงขั้นนี้แล้ว หลู่ซีซานทำได้เพียงถอนหายใจแล้ว ไม่รั้งอีกต่อไป “ก็ได้ วันนี้ฉันจะปล่อยคุณไป ครั้งหน้าไม่ว่าคุณพูยังไงก็หนีไปไม่ได้แล้ว!”
“พี่ซีซานคุณก็วางใจเถอะนะ!”
เซ่เจียยิ้มเล็กน้อย ลุกขึ้นพานังงูสาวเดินจากไป
หลู่ซีซานมองไปยังเงาหลังของเซ่เจียทั้งสองสาวเดินจากไป นัยน์ตาที่สว่างไสวคู่นั่นเปล่งประกายแสงระยิบระยับอย่างซับซ้อน ก็ไม่รู้ว่าเธอกำลังคิดอะไรอยู่
เมื่อนึกถึงว่าอีกเดี๋ยวเย่เทียนก็มาถึงแล้ว หลู่ซีซานกลับว่าไม่ออกไป เพียงแค่ไม่กี่นาที ประตูห้องวีไอพีก็ถูกเปิดออกอีกครั้ง เสียงรองเท้าส้นสูงที่กระทบพื้นเป็นจังหวะปลุกให้หลู่ซีซานตื่นจากห้วงแห่งความคิดแล้ว
หลู่ซีซานเงยหน้าขึ้นมองอย่างลนลาน รอจนมองเห็นใบหน้าของคนที่มาอย่างชัดเจนแล้ว ใบหน้าเผยรอยยิ้มที่เต็มเปี่ยมด้วยความแปลกประหลาด “น้องกู้หยุน คุณมาได้ยังไง……