รักหวานอมเปรี้ยว - บทที่ 574 ผมยอมรอคุณ
บทที่ 574 ผมยอมรอคุณ
ในความรู้ของเธอ การสะกดจิตคือการทำให้คนพูดความจริงในใจออกมา ตอนไม่รู้ตัว ไม่ได้มีประโยชน์อย่างอื่น
แต่ตอนนี้คำพูดของเปปเปอร์บอกเธอว่าเธอมองการสะกดจิตง่ายเกินไป
การสะกดจิต สามารถส่งผลกระทบต่อความจำของคน
นี่น่าตกใจเป็นอย่างมาก
มายมิ้นท์ประคองหน้าตัวเอง ในใจไม่สงบสุขเป็นอย่างมาก
เปปเปอร์มองเธอ “มีสิ ความอัศจรรย์ของการสะกดจิต มีเพียงเราที่คิดไม่ถึง แต่ไม่มีที่ทำไม่ได้”
“อย่างเช่นอะไรเหรอ” มายมิ้นท์ถาม
เปปเปอร์เอาแท็บเล็ตออกมา เสิร์ชหาการสะกดจิตให้เธอดู
หลังจากมายมิ้นท์ดูจบ เธอเงียบอยู่นาน
การสะกดจิตไม่เพียงแต่จะทำให้คนลืมความจำช่วงหนึ่ง ยังสามารถปรับความทรงจำของคนได้ด้วย นี่มัน……
ทันใดนั้น มายมิ้นท์รู้สึกเหมือนตัวเองเปิดโลกใหม่
ปากแดงสั่นเบาๆ จากนั้นจึงพูดออกมาว่า “ขอโทษด้วย จู่ๆ ฉันรู้สึกรับไม่ค่อยได้”
เรื่องการสะกดจิต ส่งผลกระทบกับเธอมากจริงๆ
เปปเปอร์พยักหน้า “ดังนั้นคุณไม่เชื่อว่าผมโดนสะกดจิตเหรอ”
มายมิ้นท์ขยับปาก เหมือนอยากพูดอะไร แต่ก็ไม่พูดอะไรออกมาสักคำ
เปปเปอร์ถอนหายใจ “ไม่เป็นไร การสะกดจิตเป็นเรื่องเหลือเชื่อ คุณไม่เชื่อก็เป็นเรื่องปกติ แต่ผมพูดความจริง การที่ผมไม่บอกคุณตั้งแต่แรก ก็เพราะไม่อยากใช้การสะกดจิต มาเป็นข้ออ้างที่ตัวเองจำคุณไม่ได้”
“แล้วทำไมตอนนี้คุณถึงบอกฉันล่ะ” มายมิ้นท์มองเขา
เปปเปอร์หัวเราะเบาๆ “เพราะเรื่องนี้ไม่สำคัญแล้ว ไม่ว่าเมื่อก่อนผมเคยจำคุณไม่ได้ เพราะโดนสะกดจิตหรือเปล่า มันเป็นอดีตไปแล้ว สิ่งสำคัญคือปัจจุบัน ตั้งแต่นี้ไป ผมไม่มีทางจำคุณไม่ได้อีกแล้ว ไม่ว่าคุณจะเปลี่ยนไปยังไง ผมต้องจำคุณได้ทันที”
มายมิ้นท์ส่งเสียงหึ “ใครจะไปรู้ว่าคุณพูดจริงหรือเท็จ”
“ในเมื่อคุณไม่รู้จริงเท็จ งั้นมาอยู่กับผมดีกว่า
ใช้อนาคตพิสูจน์เป็นไง” เปปเปอร์จับมือเธอ
สีหน้าจริงจัง
มายมิ้นท์ใจสั่น เกือบจะตอบตกลง
แต่สุดท้ายสติทำให้เธอใจเย็น
เธอดึงมือกลับมา หันหน้าไปทางอื่น “ขอโทษ ฉันอยู่กับคุณไม่ได้”
“ทำไมล่ะ” เปปเปอร์ขมวดคิ้ว “มายมิ้นท์ อันที่จริงคุณหวั่นไหวกับผมแล้วใช่ไหม”
“คุณรู้ได้ยังไง” มายมิ้นท์อุทานอย่างตกใจ
จากนั้นเหมือนนึกอะไรได้ รีบเอามือปิดปาก
ซวยแล้ว หลุดปากพูดออกไปแล้ว
งั้นตอนนี้เปปเปอร์แน่ใจแล้วว่าเธอหวั่นไหวกับเขา เขาจะยิ่งดึงดันให้เธอคืนดีกับเขาหรือเปล่า
ขณะกำลังคิด มายมิ้นท์ใจสั่น เงยหน้ามองเปปเปอร์
แต่น่าแปลก เธอไม่เห็นความตกใจจากสีหน้าของชายหนุ่ม
เหมือนเขาไม่ดีใจ ที่เธอยอมรับว่าตัวเองรักเขาอีกครั้ง
อันที่จริง เปปเปอร์ไม่ใช่ไม่ดีใจ แต่เขารู้ตั้งนานแล้วว่ามายมิ้นท์รู้ใจตัวเองแล้ว
เมื่อวานตอนบ่าย เขาติดต่อกิมจิจึงรู้
เมื่อวานหลังจากมายมิ้นท์ดื่มซุปแก้เมาค้าง มีช่วงหนึ่ง ที่มีท่าทีกับเขาเปลี่ยนไป
ดังนั้นตอนบ่าย เขาจึงตั้งใจถามกิมจิว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ กิมจิจึงเล่าเรื่องที่พวกเธอคุยกันตอนนั้นให้ฟัง
ด้วยเหตุนี้
เขาจึงรู้ว่า มายมิ้นท์รู้แล้วว่าเธอรู้สึกกับเขา ดังนั้นตอนนี้เขาจึงพูดออกมาตรงๆ
ว่าเธอหวั่นไหวกับเขา
“ผมรู้มาตลอด” เปปเปอร์จัดผมข้างหูมายมิ้นท์เบาๆ “แต่คุณไม่สังเกตเองว่าคุณรักผมอีกครั้ง
และไม่เพียงเท่านี้ คนข้างกายคุณ
รวมถึงทามทอย ลาเต้ พวกเขาดูออกตั้งนานแล้ว”
แต่แค่ไม่บอกเธอเท่านั้นเอง
เขารู้ว่าทำไมพวกเขาถึงไม่ยอมบอกเธอ เพราะกลัวว่าหลังจากเธอรู้ว่าเธอรักเขาอีกครั้ง แล้วจะคืนดีกับเขา จากนั้นพวกเขาจะไม่มีโอกาสอีก
แต่น่าขำ แม้พวกเขาทำทุกวิถีทาง ไม่ให้มายมิ้นท์รู้ว่าตัวเองหวั่นไหวอีกครั้ง พวกเขาก็ไม่มีโอกาสอยู่ดี
เพราะมายมิ้นท์ไม่ได้รักพวกเขา ไม่ว่าพวกเขาพยายามแค่ไหน ผลก็เหมือนกัน
“ฉัน……ฉันแสดงออกชัดเจนขนาดนั้นเลยเหรอ” มายมิ้นท์พูดอย่างตกใจ
ทามทอย ลาเต้ พวกเขารู้ตั้งนานแล้วว่าเธอรักเปปเปอร์อีกครั้ง
มายมิ้นท์ไม่สงสัยคำพูดของเปปเปอร์
เพราะเรื่องแบบนี้ แค่ถามก็รู้ เขาไม่จำเป็นต้องหลอกเธอ
“ชัดเจนมาก”
ถึงจะปิดไว้ดีขนาดไหน แต่ก็ต้องเผยออกมาทางสีหน้าและแววตา”
เปปเปอร์ลูบศีรษะมายมิ้นท์ แล้วพูดอย่างอ่อนโยน “เพราะการรักใครสักคน ไม่สามารถปิดบังได้
มายมิ้นท์หลุบตาลง “ดังนั้น……คุณดูออกตั้งแต่เมื่อไร ดูออกว่าฉัน…..ฉันกับคุณ……”
“ครึ่งเดือนก่อน” เปปเปอร์ตอบ
มายมิ้นท์เข้าใจทันที “แบบนี้นี่เอง”
“ถ้าอย่างนั้น มายมิ้นท์
ในเมื่อตอนนี้เราต่างรักกันอีกครั้ง งั้นเราคืนดีกันไหม” เปปเปอร์จับไหล่เธอ
ให้เธอหันมามองตัวเอง
มายมิ้นท์หลบตาเขา ส่ายหน้าปฏิเสธ “ขอโทษ ฉันคืนดีกับคุณไม่ได้”
เธอปฏิเสธอีกแล้ว
เปปเปอร์เม้มปากแน่น เสียงทุ้มต่ำ “ผมขอเหตุผลได้ไหม ถ้าคุณยังไม่ทันเตรียมใจไว้ งั้นผมรอได้”
มายมิ้นท์ส่ายหน้า “ไม่ใช่แค่เตรียมใจหรือไม่ เหตุผลใหญ่คือฉันกลัว”
“กลัวเหรอ” เปปเปอร์ไม่เข้าใจ “กลัวอะไร”
มายมิ้นท์ช้อนตามองเขา “ฉันกลัวว่าหลังจากเราอยู่ด้วยกัน จู่ๆ วันหนึ่ง คุณจะรักคนอื่น และเฉยเมยกับฉัน ทำร้ายฉัน รังแกฉัน ฉันไม่อยากกลับไปใช้ชีวิตเหมือนหกปีก่อน”
“ไม่เป็นแบบนั้นแล้ว” เปปเปอร์กอดเธอเอาไว้ “ผมไม่เคยรักคนอื่น ตั้งแต่เริ่มจนตอนนี้ ผมรักคุณมาตลอด แต่การสะกดจิตทำให้ผมเข้าใจว่าผมรักส้มเปรี้ยว แต่นั่นไม่ใช่เรื่องจริง ผมรู้ว่าเมื่อก่อนผมดีกับส้มเปรี้ยวมาก แต่นั่นไม่ใช่ความคิดแท้จริงของผม ผมไม่เคยแตะต้องเธอเลย”
“คุณไม่เคยแตะต้องส้มเปรี้ยวเหรอ” สีหน้ามายมิ้นท์แปลกใจมาก
เปปเปอร์พยักหน้า “ใช่ ไม่เคย”
คนที่เขาเคยแตะต้องเพียงคนเดียว มีเพียงเธอเท่านั้น
คืนนั้นเมื่อไม่กี่เดือนก่อน ไม่ใช่แค่ครั้งแรกของเธอ เป็นครั้งแรกของเขาด้วย
เมื่อคิดถึงตรงนี้ หูเปปเปอร์แดงระเรื่อ
เห็นความจริงจังบนใบหน้าชายหนุ่ม มายมิ้นท์เลือกที่จะเชื่อคำพูดเขา ความขัดแย้งในใจที่จะคืนดีกับเขา ก็ลดน้อยลงไปไม่น้อย
แต่ถึงเป็นเช่นนี้ เธอก็ไม่ได้ให้คำตอบว่าจะคืนดีกับเขา
“ถึงที่คุณพูดคือความจริง แต่ฉันไม่คิดจะคืนดี ฉันไม่เหมือนตอนวัยรุ่นแล้ว ฉันในตอนนั้น กล้าคิดกล้าทำ เพื่อความรัก สามารถพยายามฝ่าฟันได้ แต่ฉันในตอนนี้ ไม่สามารถทำได้แล้ว ผ่านความล้มเหลวด้านความรักมาครั้งหนึ่ง ทำให้ฉันขี้ขลาดเรื่องความรัก ฉันสูญเสียความกล้าในการเป็นฝ่ายไล่ตามความรักแล้ว และไม่มีช่วงเวลาที่ไร้ความหวาดกลัวเหมือนตอนวัยรุ่นแล้ว ดังนั้นจึงไม่มั่นใจว่าจะสำเร็จในอนาคต ฉันไม่สามารถเริ่มมีรักใหม่ได้อีก ถึงฉันรักคุณก็ตาม” มายมิ้นท์กัดริมฝีปากล่าง พูดด้วยเสียงขมขื่น
เปปเปอร์มองเธออยู่ครู่หนึ่ง “ผมเข้าใจความหมายของคุณแล้ว คุณไม่เชื่อใจผม ไม่เชื่อใจตัวเอง คุณไม่แน่ใจว่าเราจะสามารถเดินไปถึงปลายทางได้หรือเปล่า ดังนั้นจึงถอย ไม่ยอมอยู่ด้วยกันกับผม”
มายมิ้นท์ก้มหน้า ยอมรับว่าตอนนี้เธอรู้สึกเช่นนี้
เปปเปอร์จูบบนศรีษะเธอ “ไม่เป็นไร ผมรอได้ รอให้คุณเชื่อใจผม รอให้คุณเชื่อมั่นในความรักอีกครั้ง”
ถึงการที่เธอปฏิเสธซ้ำแล้วซ้ำเล่า จะทำให้เขาผิดหวังก็ตาม
แต่เขาไม่มีทางบังคับเธอ เขาเคารพการตัดสินใจของเธอ
ได้ยินคำพูดของเปปเปอร์ มายมิ้นท์รู้สึกโล่งใจ
เพราะเขาไม่ได้พูดอะไรให้เธอเชื่อใจเขาเร็วขนาดนั้น แต่ยอมให้เวลาเธอ