ระบบจอมยุทธ์สุดโกงแห่งโลกคู่ขนาน - ตอนที่ 703 ปลอมตัวเป็นคนรับใช้ (1)
วันที่ 2 พฤศจิกายน มหาวิทยาลัยศิลปะการต่อสู้เซี่ยงไฮ้ หอคอยคริสตัล
ตาเฒ่าหลี่ขมวดคิ้วว่า
“จะเข้าไปจริงๆ?”
“ใช่!”
ฟางผิงถอนหายใจ เอ่ยว่า
“ไม่มีเงินแล้ว”
“หืม?” ตาเฒ่าหลี่ขมวดคิ้วอีกครั้ง! ไม่มีเงินแล้ว? ฟางผิงยังมีแหล่งแร่อยู่ตรงนี้จะไม่มีเงินได้อย่างไร? แต่เขารู้จักฟางผิงดี น่าจะเข้าใจสถานการณ์บางอย่าง ครุ่นคิดแล้วก็เอ่ยว่า
“งั้นสองวันนี้พวกเราจะเป็นฝ่ายเริ่มสงครามสักครั้ง ถือโอกาสสังหารยอดฝีมือบางส่วนไปด้วย หากเธออยากปลอมตัว ปลอมเป็นคนนอกเมืองจะดีที่สุด สถานการณ์ภายในเมืองเธอไม่ค่อยคุ้นเคย ปลอมเป็นคนอื่นซุ่มสี่ซุ่มห้าจะเผยช่องโหว่ได้ง่าย แต่คนนอกเมืองฐานะไม่สูงส่ง”
ฟางผิงขมวดคิ้วว่า
“ฐานะต่ำไป เข้าไปในเขตหวงห้ามนั่นก็เป็นแค่คนตัวเล็ก ๆ เจ้าเมืองเย้าขุยมีลูกหลานทายาทอะไรหรือเปล่า?”
ตาเฒ่าหลี่ตอบอย่างฉับไว
“เดิมทีมนุษย์ก็ไม่เข้าไปเมืองเย้าขุยอยู่แล้ว จะไปรู้เรื่องพวกนี้อย่างชัดเจนได้อย่างไร”
“งั้นฉวยโอกาสที่พวกคุณทำสงคราม ผมจะแฝงตัวเข้าไปในเมือง ลอร์ดดอกขุยฮวาต้นนั้นออกไปจะดีที่สุด มันอยู่ในเมือง สัมผัสค่อนข้างไว ผมกลัวว่าจะเข้าไปในเมืองได้ยาก ถ้ามีสงคราม การแข่งขันผู้ฝึกยุทธ์เยาวชนนั่นของเธอจะถูกยกเลิกหรือเปล่า?”
“น่าจะไม่ แต่หากเจ้าเมืองตายนั่นก็พูดยาก”
ตาเฒ่าหลี่ส่ายหัวว่า
“เจ้าเมืองเย้าขุยไม่ได้ฆ่าง่าย ๆ ขนาดนั้น เขาเป็นยอดฝีมือที่เดินในเส้นทางต้นกำเนิดเหมือนกัน ตอนนี้พวกเขาก็มีบทเรียนแล้ว สงครามเริ่มขึ้นไม่นานก็จะมีขั้นเก้าหลายคนมาสนับสนุน เว้นแต่จะโจมตีฆ่าอีกฝ่ายในชั่วพริบตา แต่อยากฆ่ายอดฝีมือเส้นทางต้นกำเนิดในชั่วพริบตา ฉันและเหล่าอู่อันร่วมมือกันยังไม่ไหว”
“ไม่เป็นไร”
ฟางผิงเอ่ยด้วยรอยยิ้ม
“ไม่ใช่เรื่องเร่งด่วน เมืองเย้าขุยไม่ช้าก็เร็วต้องถูกทำลายอยู่แล้ว ในเมื่อฆ่าอีกฝ่ายไม่ได้ การแข่งขันคงไม่ถูกยกเลิก เรื่องนี้จะช้าไม่ได้ หลายวันนี้ผู้ฝึกยุทธ์หนุ่มสาวกลุ่มใหญ่มุ่งหน้าไปทางเมืองเย้าขุย อาจจะเริ่มต้นแล้ว จะพลาดโอกาสไม่ได้”
“งั้นก็คืนนี้!”
ตาเฒ่าหลี่ตัดสินใจอย่างรวดเร็วเช่นกัน กำหนดเวลาทันที หลังจากนั้นก็ครุ่นคิดว่า
“ครั้งนี้เรื่องที่แฝงตัวเข้าไป อย่าเปิดเผยออกไปล่ะ ตอนนี้มีคนจับจ้องเธอค่อนข้างมาก ใครก็พูดได้ไม่ชัดเจนว่ายังจะมีหูตาของลัทธินอกรีตอยู่หรือเปล่า ตกลงเจ้าลัทธิใหญ่เป็นใครก็ไม่มีข้อสรุปมาโดยตลอด ขั้นสุดยอดคนหนึ่งซุ่มตัวอยู่ ระวังไว้จะดีที่สุด”
“ผมเข้าใจแล้ว”
ฟางผิงพยักหน้า เอ่ยว่า
“ช่วงนี้ผมจะประกาศกับข้างนอกว่าเข้าด่าน ปรับตัวกับขั้นใหม่เพื่อควบคุมพลัง”
ปรึกษาหารือกับตาเฒ่าหลี่แล้ว ฟางผิงก็เก็บตัวอยู่ใต้แหล่งแร่ ประกาศไปว่าจะเข้าด่านต่อ เขาเพิ่งจะเข้าสู่ขั้นแปด ยังควบคุมพลังขั้นแปดได้ไม่ลึกล้ำ เข้าด่านปรับตัวกับพลังก็เป็นเรื่องปกติ หลิวพั่วหลูทะลวงด่านก่อนเขา จนถึงตอนนี้ยังปรับตัวกับขั้นแปดอยู่เหมือนกัน
เย็นวันนั้น มหาวิทยาลัยศิลปะการต่อสู้เซี่ยงไฮ้
ฉินเฟิ่งชิงมองผู้ฝึกยุทธ์ขั้นสามที่อยู่ด้านข้างตัวเอง เอ่ยอย่างหมดคำพูด
“ไหวแน่แฮะ?”
“ไร้สาระ!”
ฟางผิงเดินอยู่ข้างหลังเขา ถ่ายทอดเสียงว่า
“ตัวตนก็เป็นของจริง จะไม่ไหวได้อย่างไร? มหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้มีนักศึกษาเป็นหมื่นคน เพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งคนใครจะรู้? นายอย่ามาพูดกับฉัน นายเป็นอาจารย์ของฉัน จะพูดไร้สาระมากมายทำไม? หุบปาก ถ่ายทอดเสียงก็ต้องเรียกฉันว่าจางซานเหมือนกัน”
“จางซานปู่แกสิ!”
ฉินเฟิ่งชิงบ่นออกมา
“นายจะตั้งชื่อดี ๆ หน่อยไม่ได้หรือไง จะทำแบบขอไปทีเกินไปแล้ว! ทำไมไม่ชื่อหลี่ซื่อซะล่ะ?”
คร้านจะพูดเรื่องนี้อีก ระหว่างที่ฉินเฟิ่งชิงเดินก็ถ่ายทอดเสียงว่า
“หรือฉวยโอกาสนี้หลอกดอกขุยฮวานั่นสักครั้ง บางทีอาจจะสามารถฆ่ามันตายก็ได้?”
“รีบทําไม!”
ฟางผิงเอ่ยเสียงเบา
“ฉันกลัวว่าเมล็ดดอกขุยฮวาจะมีประสิทธิภาพกับระดับกลางและระดับล่างเท่านั้น มีผลกับขั้นเจ็ดเล็กน้อย สูงกว่านั้นก็ไม่ได้ผลแล้ว หากไม่กำจัดมันอีก หลังจากนี้กำจัดมันอาจจะไม่มีผลกับพวกเราแล้ว ไว้ค่อยว่ากัน”
ทั้งสองคนเดินคุยกันไป ด้านข้างยังมีสมาชิกจากมหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้ตามมาหลายคน คนพวกนี้ไม่ได้ตระหนักว่ามีฟางผิงเพิ่มขึ้นมาอีกคนเหมือนกัน เหมือนที่่ฟางผิงพูด มหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้ที่มีนักศึกษานับหมื่นคน เพิ่มขึ้นมาหนึ่งคนไม่ใช่เรื่องใหญ่คุยโตอะไร ยิ่งไปกว่านั้นยังไม่ใช่กระทั่งระดับกลาง ตอนนี้ในมหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้ สมาชิกขั้นสามไม่นับว่ามีค่าอะไร หลายวันมานี้อาจารย์และนักศึกษาต่างพัฒนาความสามารถพรวดพราด ในหมู่นักศึกษาผู้ฝึกยุทธ์ระดับกลางแทบจะถึงพันคนแล้ว ไม่ถึงระดับกลางอาจจะมีคนรู้จักคุณแค่ไม่กี่คน
ไม่นานทุกคนก็มาถึงโถงทางเข้าถ้ำใต้ดิน ส่วนบัตรประชาชนนั้น ตอนนี้ถ้ำใต้ดินเซี่ยงไฮ้แทบจะถูกมหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้รับช่วงต่อแล้ว ระบบตรวจสอบส่งมอบให้มหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ฟางผิงขึ้นชื่อว่าเป็นรองอธิการ ปลอมแปลงตัวตนขึ้นมาไม่ใช่เรื่องยากจนเกินไป หรือจะพูดว่าตัวตนจริงๆ
ปากทางเข้า คุณลุงเฝ้าประตูยังอยู่ เห็นฉินเฟิ่งชิงก็อดเอ่ยด้วยรอยยิ้มไม่ได้
“ยินดีด้วย ปรมาจารย์ฉิน!”
ฉินเฟิ่งชิงฉีกยิ้มทันที! ปรมาจารย์ฉิน คำเรียกนี้ดี! นี่ยังคงเป็นครั้งแรกที่เขามาถ้ำใต้ดินเซี่ยงไฮ้หลังจากการทะลวงด่าน คุณลุงเฝ้าประตูทักทายแล้วก็มองไปรอบ ๆ เอ่ยด้วยรอยยิ้ม
“ปรมาจารย์ฟางไม่มา?”
ฉินเฟิ่งชิงแสยะยิ้มว่า
“เขาจะกล้ามาได้อย่างไร ตอนนี้แทบจะเป็นเป้าให้ทุกคนซ้อม ไม่ติดบัญชีดำเขา เขาก็เข้ามาไม่ได้อยู่ดี เฮ้อ!”
คุณลุงเฝ้าประตูถอนหายใจ ทำท่าราวกับว่าคาดการณ์ไว้ตั้งนานแล้ว เอ่ยว่า
“เป็นเรื่องไม่เร็วก็ช้านี่แหละ ครั้งแรกที่เขาลงถ้ำใต้ดินฉันก็คิดแล้วว่า วันหนึ่งเขาต้องถูกพวกยอดฝีมือถ้ำไล่ฆ่า แคนึกไม่ถึงว่าตอนนี้จะถึงขั้นที่เขตแดนหนึ่งร้อยแปดแห่งประกาศจับกุมเขา แต่ว่าศัตรูของพวกเขาวีรบุรุษของพวกเรา ปรมาจารย์ฟางสามารถก่อความเคลื่อนไหวได้ขนาดนี้ ทำให้พวกเรารู้สึกฟินในใจจริงๆ ตอนนี้ปรมาจารย์ฟางไม่ลงถ้ำใต้ดินก็เป็นการโจม เป็นการคุกคามต่อถ้ำใต้ดินอย่างหนึ่งเหมือนกัน…”
พูดคุยไม่กี่ประโยคแล้ว คุณลุงเฝ้าประตูก็เอ่ยด้วยรอยยิ้ม
“ไม่นานมหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้จะรับช่วงต่อถ้ำใต้ดินเซี่ยงไฮ้แล้ว ห้องโลหะผสมนี้มีมหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้อยู่ ฉันคิดว่าน่าจะรื้อได้แล้ว รื้อเมื่อไหร่ก็ไม่ต้องต้องการคนเฝ้าประตูอย่างฉันอีก ไซคิวรอแล้ว”
ฉินเฟิ่งชิงจ้องห้องโลหะผสมอยู่พักใหญ่ หัวเราะว่า
“ไม่มีประสิทธิภาพต่อขั้นแปดขั้นเก้าเท่าไหร่ ป้องกันได้แคผู้ฝึกยุทธ์ระดับล่างระดับกลางและขั้นเจ็ดเท่านั้น แต่หากถ้ำใต้ดินจะบุกออกมาจริงๆ นั้นต้องให้ขั้นเก้านำหน้าอยู่แล้ว ฉันว่าควรรื้อได้แล้ว หากไม่สร้างอาวุธวิเศษขนาดใหญ่มาปิดทางเข้า รื้อโลหะผสมระดับ A พวกนี้มาสร้างอาวุธเพิ่มหน่อยยังจะดีกว่า อาวุธวิเศษ…”
คนเฝ้าประตูเอ่ยอย่างกลืนไม่เข้าคายไม่ออกว่า
“อยากจะปิดทางเข้า งั้นต้องหลอมอาวุธวิเศษที่ใช้ป้องกัน สิ้นเปลืองเยอะกว่าอาวุธวิเศษทั่วไป มีวัสดุและแกนปีศาจมากมายขนาดนั้นที่ไหนกัน ตอนนี้ไม่มี หลังจากนี้ก็ไม่แน่”
ฉินเฟิ่งชิงอยู่คุยเล่นหลายประโยค ไม่นานก็เอ่ยว่า
“งั้นผมขอตัวก่อน”
คุยอยู่พักใหญ่แล้วทุกคนก็เข้าไปในทางเดิน
ในทางเดิน ระหว่างที่ฉินเฟิ่งชิงเดินก็ถ่ายทอดเสียงว่า
“ฟางผิง อย่าพูดเลย หรือลองปล่อยให้ยอดฝีมือบางส่วนเข้ามา นายไม่ได้มีห้องสีทองหรือไง? ใช่ ห้องสีทองครอบคลุมน้าวเอาไว้ คนเขาออกมาก็เข้าไปในห้องสีทองของนายโดยตรง ถึงเวลานั้นหนียังหนีไม่ได้ ล้อมฆ่ายอดฝีมือพวกนั้นไปตรงๆ! ก่อนหน้านี้ไม่กล้าปล่อยพวกเขาออกมานั่นเพราะกลัวพวกเขาจะหนีอย่างรวดเร็ว หากเข้าไปในพื้นที่คนทั่วไปนั่นก็เป็นปัญหาแล้ว แต่ตอนนี้มีโอกาสแล้ว”
เมื่อคำพูดนี้ออกมา ฟางผิงกลับคิดตามอยู่บ้าง เหมือนจะมีเหตุผลเล็กน้อย!
ห้องสีทองของเขานั่นก็คือกรงขัง คล้อยหลังจากที่พลังจิตใจแข็งแกร่งขึ้น ห้องสีทองก็ยิ่งเสถียรขึ้น รวมกับสร้างจากสสารไม่แตกดับ นั่นจึงยิ่งมั่นคงขึ้นไป ตอนนี้ห้องสีทองถูกทำลายหนึ่งครั้ง ซ่อมแซมกลับมาสิ้นเปลืองค่าทรัพย์สินเกือบสามสิบล้านจุด นั่นก็เป็นพลังทำลายล้างสามพันหยวน
แน่นอนว่าห้องสีทองค่อนข้างมีความกระจัดกระจาย รวมถึงได้รับอิทธิพลจากพลังจิตใจของฟางผิง พลังป้องกันทำไมถึงขั้นเทียบได้กับสสารไม่แตกดับสามพันหยวน หากจะเทียบจริงๆ พลังป้องกันของสสารไม่แตกดับสามพันหยวนนั่นน่ากลัวเกินจะจินตนาการได้อยู่แล้ว จนถึงตอนนี้ฟางผิงยังสร้างสสารไม่แตกดับได้แค่ยี่สิบกว่าหยวนเท่านั้น ยอดฝีมือขั้นแปดปกติจะมีพลังไม่เกินร้อยหยวน ยอดฝีมือขั้นเก้าแม้จะมีการพัฒนา มีเส้นทางต้นกำเนิดก็มีพลังประมาณร้อยหยวนอยู่ดี ขั้นสุดยอดเกรงว่าจะแตะถึงหนึ่งพันหยวนขึ้นไป หากเปรียบเทียบการป้องกันของขั้นสุดยอด ขั้นสุดยอดถึงจะสามารถทะลวงได้ แต่เห็นได้ชัดว่าเป็นไปไม่ได้ ห้องสีทองของฟางผิงคล้อยหลังจากเขาถึงขั้นแปด กักขังขั้นเก้าอ่อนแอบางส่วนในช่วงเวลาสั้น ๆ ยังคงทำได้ ขั้นเก้าในเส้นทางต้นกำเนิดนั่นก็ยากแล้ว ห้องสีทองถูกทะลวงก็เป็นเรื่องแค่ชั่วพริบตาเท่านั้น
=====================================