ระบบจอมยุทธ์สุดโกงแห่งโลกคู่ขนาน - ตอนที่ 699-3ช่วงจุดสูงสุด (3)
พูดจบไปรั่วซีก็ถอนหายใจ
“อีกอย่าง ความหมายของแต่ละฝ่ายนั้น ต้องการให้ความยุติธรรมกับผู้ฝึกยุทธ์และทหารที่ตายในสงครามถ้ำใต้ดิน หลายปีมานี้ตั้งแต่ยุคสมัยใหม่เริ่มต้นขึ้น ผู้ฝึกยุทธ์และทหารก็เริ่มประจำการในถ้ำใต้ดินแปดสิบเก้าปีแล้ว! แปดสิบเก้าปีนี้ทหารที่ทำสงครามตายในถ้ำมีเกือบหนึ่งล้านคน! ผู้ฝึกยุทธ์ที่ตายในสงครามตายกว่าสองแสนคน! การสละชีพของคนกว่าหนึ่งล้านจำเป็นต้องให้ทุกคนจดจำเอาไว้…”
ฟังดูเหมือนไม่เยอะ เก้าสิบปี ทหารที่ตายในสงครามปีละหมื่นคน ผู้ฝึกยุทธ์น้อยกว่าปีละประมาณสองพันกว่าคน แต่ก็ต้องดูที่ยุคสมัยด้วย เวลานั้นผู้ฝึกยุทธ์น้อยจนน่าสงสาร ตายในถ้ำใต้ดินเฉลี่ยปีละสองพันกว่าคนนี่ไม่ใช่จำนวนน้อยๆ ตอนที่ยุคสมัยใหม่เพิ่งจะเริ่มต้น สองพันกว่าคน… เกรงว่าจะเป็นผู้ฝึกยุทธ์ภายในประเทศยี่สิบเปอร์เซ็นต์แล้ว! เวลานั้นประเทศจีนน่าจะมีผู้ฝึกยุทธ์นับหมื่นคนเท่านั้น! จากสถานการณ์นี้ห้าปีให้หลังผู้ฝึกยุทธ์คงจะตายเกลี้ยงแล้ว!
แน่นอนว่าช่วงแรกถ้ำใต้ดินมีน้อย ทางเข้าน้อย ผู้ฝึกยุทธ์ที่ตายในช่วงก่อนจึงไม่ได้มีเยอะขนาดนั้น แต่สัดส่วนการตายในสงครามก็ไม่น้อยอยู่ดี ส่วนทหารเข้าสู่กองกำลังของถ้ำใต้ดินต้องเป็นกลุ่มแนวหน้าอยู่แล้ว ทุกคนตายนับหมื่นคนยากที่จะยอมรับความสูญเสียได้เหมือนกัน ทั้งช่วงหลายปีก่อนข้อมูลข่าวสารยังไม่แพร่หลาย สำหรับประเทศที่ใหญ่อย่างจีนหนึ่งหมื่นคนไม่ควรค่าให้หยิบยกมาพูด นี่ถึงไม่ก่อความเคลื่อนไหวอะไร
“จะประกาศแล้วงั้นเหรอ?”
ฟางผิงพึมพำเสียงเบา หลังจากนั้นสักพักก็พยักหน้าว่า
“ใช่ ต้องประกาศแล้ว! พวกผู้อาวุโสที่สิ้นชีพในถ้ำใต้ดินควรต้องเป็นที่จดจำ! ผู้ฝึกยุทธ์ก็ต้องการเป็นที่ยอมรับเหมือนกัน! พวกเราไม่ได้เป็นกลุ่มที่โลภมากชนชั้นอภิสิทธิ์ที่เสวยสุขเพียงอย่างเดียว! ตอบกลับกระทรวงศึกษาบอกว่า มหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้จะให้การร่วมมือเป็นอย่างดี รักษาเสถียรภาพให้เต็มที่! พวกนักศึกษาจะรับภารกิจช่วงนี้ ร่วมมือกับรัฐบาลเตรียมความพร้อมทั้งหมด เข้าสู่การเปลี่ยนแปลงอย่างมั่นคง”
มหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้มีผู้ฝึกยุทธ์นับหมื่นคน ในขั้วอำนาจของแต่ละฝ่ายตอนนี้ถือเป็นขั้วอำนาจที่แข็งแกร่งขั้วหนึ่ง ทำงานร่วมกับมหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้ยังคงเป็นเรื่องจำเป็น
ไปรั่วซีตอบรับก่อนจะเอ่ยว่า
“ไม่ใช่แค่นี้ ความหมายของกระทรวงต้องการให้เธอและหวังจินหยางร่วมมือในการประชาสัมพันธ์บางอย่างด้วย พวกเธอล้วนเป็นอัจฉริยะของยุคสมัย ทั้งเป็นยอดฝีมือระดับปรมาจารย์ที่มีพื้นฐานมาจากคนทั่วไป! อีกอย่างพวกเธอก็อายุไม่มาก ยิ่งเป็นไอดอลที่เด็กสมัยนี้ให้ความนับถือด้วย ให้พวกเธอประชาสัมพันธ์จะมีประสิทธิภาพมากกว่า รวมถึงภาพยนตร์ที่ถ่ายช่วงนี้มีหลายเรื่องล้วนดัดแปลงมาจากสงครามที่เพิ่งเกิดขึ้น สงครามเทียนเหมิน สงครามเทียนหนาน สงครามพวกนี้เธอยังเข้าร่วมมาก่อน ถึงกระทั่งเป็นผู้ริเริ่มสงครามเทียนเหมิน สงครามต้องห้ามก็อาจจะถูกถ่ายทำด้วยเหมือนกัน คำพูดของคนที่อยู่ในเหตุการณ์อย่างเธอ สามารถคลายความกังวลให้คนบางส่วนได้อยู่แล้ว ยังไงสงครามหลายครั้งนี้ก็ล้วนเป็นฝ่ายชนะ!”
ฟางผิงขมวดคิ้วเล็กน้อย
“เอาแต่พูดถึงชัยชนะอาจไม่ใช่เรื่องดีเสมอไป”
ไปรั่วซีพยักหน้าเอ่ยว่า
“ดังนั้นก็จะจัดงานรำลึกของประเทศอย่างเป็นทางการขึ้นมาหนึ่งครั้ง! เซ่นไหว้วิญญาณนับล้านที่สละชีวิตเพื่อความสงบสุข เพื่อปกป้องมนุษยชาติ! ทำให้ประชาชนได้รับรู้ความรุนแรง รับรู้แรงกดดัน แต่ก็ไม่อาจกดดันพวกเขาเกินไป ดังนั้นเวลานี้จำเป็นต้องให้พวกเธอร่วมมือ ให้ความเชื่อมั่นกับทุกคนหน่อย”
ฟางผิงถอนหายใจเบาๆ เอ่ยว่า
“งั้นก็ได้ เรื่องนี้ผมไม่เห็นต่าง ช่วงนี้ไม่ค่อยมีงานอะไรยุ่งเหมือนกัน ผมจะไปดูสักหน่อย”
ระหว่างที่พูด ฟางผิงก็ถามว่า
“ยังมีเรื่องอื่นอีกหรือเปล่า”
ไปรั่วซีเอ่ยด้วยรอยยิ้ม
“มี คณบดีเฉิน คณบดีซวี่ คณบดีหู คนพวกนี้เกรงว่าอีกไม่นานจะทะลวงด่านแล้ว ก่อนหน้านี้มีกลิ่นอายเผยออกมา บางทีมหาวิทยาลัยอาจจะมีปรมาจารย์เพิ่มขึ้นอีกสามคนในเร็วๆ นี้แล้ว คณบดีหลูและคณบดีถังก็เข้าสู่ขั้นเจ็ดตอนกลางอย่างเป็นทางการ คณบดีหวงหลอมกะโหลกอย่างรวดเร็ว ใช้เวลาไม่นานมหาวิทยาลัยก็จะมีขั้นแปดเพิ่มขึ้นอีกคนแล้ว”
ฟางผิงได้ฟังก็เอ่ยด้วยรอยยิ้ม
“นี่กลับเป็นเรื่องดี”
ไปรั่วซีเอ่ยว่า
“อีกอย่าง เซี่ยเหลยเข้าสู่ขั้นหกแล้ว จ้าวเสวี่ยเหมยคนพวกนี้ล้วนเข้าสู่ขั้นห้าเป็นที่เรียบร้อย ทางจางอวี่ก็ถึงขั้นห้าตอนปลายแล้ว ขั้นสูงสุดอีกไม่ไกล ขั้นหกเร็วๆ นี้เหมือนกัน ในหมู่อาจารย์ความสามารถล้วนก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว…”
เรื่องพวกนี้เป็นเรื่องภายในมหาวิทยาลัยทั้งหมด ข้างนอกมหาวิทยาลัยก็มีเรื่องดีเหมือนกัน ปู่ของฟู่ชางติ่งปรมาจารย์ของมหาวิทยาลัยปักกิ่งคนนั้น เข้าสู่ขั้นเจ็ดอย่างเป็นทางการแล้ว เพิ่มปรมาจารย์ให้มหาวิทยาลัยอีกคน
จางติ้งหนานจากหนานเจียง ก่อนหน้านี้บาดเจ็บในสงครามหนานเจียงไม่น้อย แต่หลายวันนี้นอกจากจะรักษาหายดีแล้ว ยังก้าวไปข้างหน้าอีกขั้น เข้าสู่ขั้นเจ็ดตอนปลาย การทะลวงด่านของจางติ้งหนานเป็นเรื่องตั้งแต่ที่ฟางผิงอยู่มัธยมปลายแล้ว ช่วงเวลาสั้นๆ สองปี จางติ้งหนานที่ได้รับบาดเจ็บยังสามารถทะลวงถึงขั้นเจ็ดได้ ถือว่ามีความสามารถเหมือนกัน ทางมหาวิทยาลัยหนานเจียง ก่อนหน้านี้อธิการหนานเจียงตายในสงคราม ไม่ได้ให้กำเนิดปรมาจารย์มาโดยตลอด ยกเว้นเหล่าหวัง ครั้งนี้อธิการและรองอธิการสองคนเข้าสู่ขั้นหลอมสารจิงกับเลือดทั้งคู่ ความพยายามของเหล่าหวังไม่ได้เสียเปล่า บางทีอีกไม่นานมหาวิทยาลัยหนานเจียงอาจจะให้กำเนิดปรมาจารย์สองคนแล้ว รวมกับเหล่าหวังก็เป็นสามคน ถือเป็นเรื่องที่หาได้ยากครั้งหนึ่งเหมือนกัน
นอกจากนี้ ผู้ว่าตงหลินและผู้บัญชาการเป่ยหู ก่อนหน้านี้พวกเขาเป็นยอดฝีมือขั้นเจ็ดที่จัดอันดับอยู่ข้างบนฟางผิง ช่วงเวลาสั้นๆ ก็เข้าสู่ขั้นแปดแล้ว! ไม่จำเป็นต้องพูดก็รู้ว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับเคล็ดวิชา ทั้งสองคนฝึกแกนสมอง พลังจิตใจแข็งแกร่งขึ้น เดิมทีหลอมกะโหลกก็จำเป็นต้องใช้พลังจิตใจควบคู่อยู่แล้ว การฝึกวิชาของทั้งสองคนขาดแค่ก้าวเดียวเท่านั้น ตอนนี้พลังจิตใจแข็งแกร่งขึ้น ทะลวงถึงขั้นแปดนั้นก็เป็นเรื่องสมเหตุสมผล
ในหมู่ขั้นแปด อธิการเฒ่าของมหาวิทยาลัยปักกิ่งเหมือนจะเตรียมปลูกต้นรักแล้ว ได้ยินว่าช่วงนี้เข้าด่าน ขั้นเก้าอาจจะไม่นานนี้ ไม่ใช่แค่อธิการเฒ่าของปักกิ่ง หลังจากที่หนานอวิ่นผิงทำสงครามกับผู้อาวุโสแปดครั้งนี้ กลับไปก็เข้าด่านเหมือนกัน มีหวังจะทะลวงขั้นเก้า น้องสาวของเธอหนานอวิ่นเยวี่ยถึงขั้นสุดยอดแล้ว เธอยังอยู่ในขั้นแปด ครั้งนี้เกรงว่าจะได้รับแรงกดดันอย่างมหาศาลเหมือนกัน
นอกจากคนพวกนี้ รัฐมนตรีหวังของกระทรวงศึกษา รองผู้บัญชาการโจวของหน่วยทหาร และรองผู้บัญชาการที่สู้หนึ่งต่อสามกับศัตรูในถ้ำใต้ดินหนานเจียงคนนั้น ช่วงนี้ล้วนเลือกเข้าด่าน มีหวังจะเข้าสู่ขั้นเก้า
ยังมีประธานสองคนของสมาพันธ์ผู้ฝึกยุทธ์ ที่จู่ๆ ฟางผิงก็เข้าใจอยู่บ้างว่า ทำไมถึงกล้าจัดอันดับเขาไว้คนสุดท้าย ได้ยินว่าประธานสองคนนี้ ประธานใหญ่กำลังเข้าด่านเหมือนมีโอกาสทะลวงขั้นเก้า รองประธานหรือก็คือประธานหลิวกำลังเข้าด่านเหมือนกัน มีหวังจะขั้นแปด ประธานใหญ่คนหนึ่งรองประธานอีกคนหนึ่ง หากคนหนึ่งอยู่ขั้นเก้า อีกคนขั้นแปด งั้นสมาพันธ์ผู้ฝึกยุทธ์ก็จะแข็งแกร่งขึ้นมากแล้ว ฟางผิงไม่ถึงขั้นเก้าพวกเขาไมอาจกลัวได้หรอก ครั้งหน้ามีขั้นเก้ากล้าข่มขู่อีก ประธานทั้งสองน่าจะไม่สนใจอีกฝ่ายแล้ว เว้นเสียแต่จะเป็นขั้นสุดยอด!
ช่วงเวลาสั้นๆ ครึ่งเดือนที่ฟางผิงเข้าด่าน แวดวงต่างๆ กลับมีการเปลี่ยนแปลงไม่น้อย ยอดฝีมือรุ่นอาวุโสบางส่วนได้รับเคล็ดวิชา ราวกับทะลวงช่วงคอขวดสุดท้ายได้ เสร็จสิ้นการบิดสะพานฟ้าดินอย่างรวดเร็ว ปรากฏแกนสมองเข้าสู่การเลื่อนขั้น
ยุคสมัยใหม่ของผู้ฝึกยุทธ์สั่งสมมาเกือบร้อยปี ไม่นับว่าเป็นเวลานาน หลายวันนี้กลับเผชิญหน้ากับช่วงจุดสูงสุดแล้ว ปรมาจารย์ขั้นเก้าของประเทศจีนมีหวังทะลวงด่านห้าสิบคน
ไปรั่วซีพูดข้อมูลพวกนี้จบ ฟางผิงก็รู้สึกสบายใจขึ้นมา ต่อต้านถ้ำใต้ดินไม่ใช่แค่เรื่องของคนสองคน ไม่ถึงขั้นจักรพรรดิหรือแข็งแกร่งเหมือนพวกราชาสยบฟ้า ก็ไมอาจพลิกเปลี่ยนสถานการณ์ใหญ่ได้ แต่ถ้าหากยอดฝีมือทยอยพรั่งพรูออกมา ให้กำเนิดขั้นสุดยอดมากขึ้นอีกหน่อย บางเรื่องก็ทำง่ายขึ้นแล้ว