ระบบจอมยุทธ์สุดโกงแห่งโลกคู่ขนาน - ตอนที่ 697-3 มองความเท็จเป็นความจริง ความจริงก็กลายเป็นความเท็จ (3)
- Home
- ระบบจอมยุทธ์สุดโกงแห่งโลกคู่ขนาน
- ตอนที่ 697-3 มองความเท็จเป็นความจริง ความจริงก็กลายเป็นความเท็จ (3)
จ้าวซิ่งอู่หัวเราะกับตัวเองเนิ่นนานก่อนจะเอ่ยว่า
“พูดแบบนี้… พวกนายถึงจะเป็นผู้ถูกกระทำสินะ? พวกนายต่างหากที่ถูกบีบบังคับ จำเป็นต้องบุกทะลวงเข้าไปบนโลก ทั้งหมดทำไปเพื่อปกป้องตัวเอง? น่าขำเกินไปแล้ว!”
เหนือราชาหงเหมยเอ่ยอย่างเรียบนิ่ง
“อาจจะอย่างนั้น! เจ้าคิดว่าน่าขำแต่อาจจะไม่น่าขำเสมอไป พวกเจ้าเชื่อสนิทใจคิดว่าพวกเราเป็นฝ่ายรุกรานพวกเจ้า ทั้งหมดนี้… ไม่ใช่ว่าเมืองเจิ้นซิงเผยแพร่ออกมาหรือไง? การปรากฏของยุคสมัยเมืองเจิ้นซิงถึงทำให้ยุคสมัยใหม่ของผู้ฝึกยุทธ์เป็นเหมือนทุกวันนี้! ทั้งผู้บุกเบิกยุคสมัยใหม่ก็คือเหนือราชาของเมืองเจิ้นซิง ร้อยปีมานี้อันที่จริงราชาสยบฟ้าเป็นผู้นำของยุคนี้มาโดยตลอด! ไม่มีราชาสยบฟ้าพวกเจ้าคิดว่าพวกราชาหุบเขาสามารถบุกเบิกยุคสมัยใหม่ได้หรือไง?”
จ้าวซิ่งอู่ไร้คำจะโต้ตอบ จู่ๆ ก็เอ่ยว่า
“งั้นดินแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งอื่นล่ะ?”
“พวกเขา?”
เหนือราชาหงเหมยแค่นหัวเราะ
“พวกเขาบางคนแกล้งทำเป็นไม่รู้ อันที่จริงก็มีความคิดอยากจะกลายเป็นจักรพรรดิเพียงหนึ่งเดียวเหมือนกัน! บางคนกลับไม่รู้อะไรเลยเหมือนกับเจ้า ยังมีอีกบางส่วนถึงกระทั่งเป็นคนที่ราชาสยบฟ้าสอดแทรกเข้ามา! หกดินแดนศักดิ์สิทธิ์ของพวกเจ้ายามียอดฝีมือเหนือราชานับสิบคน แต่ผู้ที่เก่าแก่ที่สุดก็คือราชาสยบฟ้า! บางทีพวกเจ้าอาจไม่รู้ เหนือราชาคนแรกที่ปรากฏตัวในเขาสกัดสมุทรก็คือราชาสยบฟ้า! เวลานั้นพวกเรายังไม่ได้ค้นพบการเปิดทางเดิน ราชาสยบฟ้าก็เริ่มเคลื่อนไหวในเขาสกัดสมุทร เคลื่อนไหวในพื้นที่ระหว่างเขตแดนแล้ว…”
“ยอดฝีมือบางส่วนของห้าดินแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งอื่นล้วนปรากฏตัวในช่วงหลัง ราชาสยบฟ้าปรากฏตัวในเขาสกัดสมุทรมานานที่สุด เกรงว่าน่าจะเจ็ดร้อยปีกว่าแล้ว! เหนือราชาคนที่สองปรากฏคือองค์พระผู้เป็นเจ้าเย้ากวงของดินแดนแห่งพระพุทธเจ้า ทั้งการถือกำเนิดขององค์พระผู้เป็นเจ้าเย้ากวง เจ้าทายสิว่าเป็นกี่หลายปีก่อน? สามร้อยแปดสิบปีก่อน! เวลานั้นองค์พระผู้เป็นเจ้าเย้ากวงเพิ่งจะปรากฏตัวในเขาสกัดสมุทร! ช่องว่างระยะห่างเป็นเวลานานหลายร้อยปี! แน่นอนว่าช่วงเวลานั้นเจ้าตำหนักก็คุมเชิงกับราชาสยบฟ้าแล้ว ต่างฝ่ายต่างสกัดกั้นซึ่งกันและกัน…”
จ้าวซิ่งอู่ประกายแววตาสับสนเล็กน้อย เอ่ยเสียงเบาว่า
“เจ็ดร้อยปีก่อน… เจ็ดร้อยปีก่อนทางเข้าถ้ำใต้ดินซีซานปรากฏแล้ว หรือก็คือเขตแดนสิบเจ็ดทางใต้ของพวกนาย เธอบอกว่าเวลานั้นราชาสยบฟ้าก็เคลื่อนไหวในเขาสกัดสมุทรแล้ว… ไม่ได้หมายความว่าตั้งแต่ถ้ำใต้ดินแห่งแรกปรากฏก็มีการคงอยู่ของเขาแล้ว? อีกทั้ง… เวลานั้นเขายังอยู่ขั้นสุดยอดแล้ว?”
“ถูกต้อง ทั้งเวลานั้นเขาก็เดินในเส้นทางที่สองเป็นที่เรียบร้อย แน่นอนว่ายังไม่ได้แข็งแกร่งเหมือนวันนี้!”
จ้าวซ้าวซิ่งอู่เผยแววตาซับซ้อน
“ตั้งแต่ต้นจนจบล้วนเป็นแผนการของราชาสยบฟ้า? เขาเป็นคนเปิดทางเดิน? เขาเป็นคนที่อยากจะฟื้นฟูเมล็ดพันธุ์แห่งการเกิดใหม่ ควบคุมหมื่นวิถีเป็นจักรพรรดิเพียงหนึ่งเดียวของทั้งสองโลก?”
“ถูกต้อง!”
“ฮ่าๆๆ… น่าขำ!”
จ้าวซิ่งอู่ไม่รู้ว่ากำลังหมายถึงใคร เหมือนจะหมายถึงเหนือราชาหงเหมย ทั้งเหมือนจะหมายถึงราชาสยบฟ้าเช่นกัน เนิ่นนานก่อนจ้าวซิ่งอู่จะถอนหายใจ
“พวกนายเอาอาวุธวิเศษขั้นเก้าให้ฉัน มอบเคล็ดวิชาให้ฉัน ก็เพื่อในอนาคตหลังจากเกิดสงครามใหญ่ ให้ฉันอพยพมนุษย์มาใช้ชีวิตในเขตหวงห้าม? ง่ายๆ แบบนี้? หรือพวกนายคิดว่าฉันโง่จริงๆ! พวกนายจะสนใจความเป็นความตายของมนุษยชาติ? อย่าพูดเหมือนตัวเองเป็นแม่พระ หากทำได้พวกนายจะสนใจชีวิตตัวเล็กๆ ของคนพวกนี้หรือไง? เพื่อค้นหาเมล็ดพันธุ์แห่งการเกิดใหม่ยังอาจจะมีการบาดเจ็บล้มตาย ฉันคิดว่าพวกนายไม่อาจสนใจความอยู่รอดของคนพวกนี้หรอก กระทั่งความเป็นความตายของประชากรตัวเองยังไม่สนใจด้วยซ้ำ! ราชาไหวบอกว่าละทิ้งก็ละทิ้ง คนนับสิบล้านในเขตแดนสิบแปดทางใต้แล้ว ยังจะใส่ใจเรื่องนี้?”
เหนือราชาหงเหมยคลี่ยิ้มว่า
“เจ้าไม่เข้าใจ เมล็ดพันธุ์แห่งการเกิดใหม่… อันที่จริงพวกเราก็ไม่อาจพูดได้เหมือนกันว่าเป็นอะไรกันแน่ บางทีอาจจะเป็นหินก้อนหนึ่ง ดอกไม้ดอกหนึ่ง หรือต้นไม้ต้นหนึ่ง… บางที… อาจจะเป็นเส้นทางผู้ฝึกยุทธ์ของคนนับไม่ถ้วน เป็นความมุ่งมั่นอย่างหนึ่งของคนนับไม่ถ้วน เป็นเส้นทางอย่างหนึ่ง… ดังนั้นพวกเราไม่อาจฆ่ามนุษย์ในดินแดนแห่งการเกิดใหม่เยอะจนเกินไปได้ พวกเราต้องการให้พวกเขาอยู่รอด ใช้ชีวิตในเขตหวงห้าม บางทีพวกเจ้าอาจจะสามารถใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับมนุษย์ของแดนเทพในเขตหวงห้ามได้ ฝึกวิชาร่วมกัน ใช้ชีวิตร่วมกัน ถึงจะสามารถเปิดเส้นทางแห่งหมื่นวิถีได้อย่างแท้จริง ต่อเส้นทางเป็นเหนือราชา! โอกาสแบบนี้เป็นไปได้สูง! ดังนั้นถึงเวลานั้นพวกเราก็ต้องการผู้ที่น่าเกรงขามคนหนึ่ง ยอดฝีมือที่มีความสามารถชี้นำกำหนดทิศทางสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดได้”
“เจ้าลัทธิใหญ่ละ?”
“เจ้าลัทธิใหญ่…” เหนือราชาหงเหมยเอ่ยด้วยรอยยิ้ม
“แม้เจ้าลัทธิใหญ่จะร่วมมือกับพวกเรา แต่อาจจะสนใจความเป็นอยู่ของมนุษยชาติสู้เจ้าไม่ได้ แม้ผู้ส่งสารจะอยู่ตรงนี้ ข้าก็ไม่เกี่ยงงอนที่จะพูดเหมือนกัน เวลานั้นมาถึงจริงๆ เจ้าลัทธิใหญ่จะจัดการยังไงยังพูดยาก แน่นอนว่าบางทีเจ้าลัทธิใหญูอาจจะมีความคิดเหมือนเจ้า หากเป็นแบบนั้นจริงๆ สองคนร่วมมือกันก็สามารถกำหนดทิศทางทั้งหมดนี้ได้ดีขึ้นแล้ว หลีกเลี่ยงการเกิดปัญหาที่ไม่จำเป็น”
จ้าวซิ่งอู่หลับตาครุ่นคิด ผ่านไปสักพักก็เอ่ยว่า
“พวกนายไม่กล้าฉันกลายเป็นขั้นสุดยอดแล้วจะแปรพักตร์ในช่วงเวลาสำคัญหรือไง บางทีฉันอาจจะไม่ได้เชื่อพวกนาย หยั่งเชิงพวกนายไปเท่านั้น”
เหนือราชาหงเหมยเอ่ยด้วยรอยยิ้ม
“หากถึงเวลานั้นจริงๆ อันที่จริงก็ไม่เป็นไร เหนือราชาคนหนึ่งจะสามารถเปลี่ยนแปลงอะไรได้จริงๆ งั้นเหรอ? ตำหนักเหนือราชาของราชสำนักเทียนจื่อมีเหนือราชาสี่สิบเก้าคน! สิ่งที่พวกเราขาดแคลนก็คือยอดฝีมือเหมือนเจ้าตำหนัก เหมือนราชาสยบฟ้า เหนือราชาทั่วไปนั้นแข็งแกร่งแต่ก็ไม่อาจเปลี่ยนแปลงสถานการณ์ใหญ่อะไรได้! บางทีประมุขจ้าวอาจจะกลายเป็นเหนือราชา แต่ช่วงเวลาสั้นๆ พูดว่าเพียงพอที่จะกลายเป็นยอดฝีมือเหมือนเจ้าตำหนักหรือราชาสยบฟ้า ข้าไม่เชื่อ ทั้งไม่มีใครเชื่อด้วย ในเมื่อเป็นแบบนี้ไม่ว่าประมุขจ้าวจะเชื่อหรือไม่ ทุกอย่างล้วนไม่สำคัญ ถึงเวลานั้นประมุขจ้าวจะรู้ว่าควรแก้ไขยังไง รู้ว่าใครที่เป็นฝ่ายถูก ใครที่เป็นฝ่ายผิด”
“ช่วงนี้ประมุขจ้าวอยู่ที่เมืองเทียนจื่อก็ลองสำรวจดู ทำความเข้าใจข้อมูลบางส่วนของราชสำนัก ประมุขจ้าวจะค้นพบเองว่า สิ่งที่พวกราชานักรบพูดมาทั้งหมดมีแต่คำโกหกหลอกลวง! เรื่องเท็จสุดท้ายต้องถูกเปิดโปง รอวันที่ราชาสยบฟ้าเผยโฉมหน้าที่แท้จริงออกมา ประมุขจ้าวก็ไม่จำเป็นต้องให้พวกเราพูดอะไรแล้ว น่าจะรู้ว่าควรทำยังไงเหมือนกัน เจ้าคิดเพื่อมนุษยชาติก็ดี เพื่อเกียรติยศศักดิ์ศรีก็ช่าง คิดเพื่อมนุษยชาติเจ้าต้องเข้าร่วมอยู่แล้ว เพื่อเกียรติยศศักดิ์ศรี เพื่อผลประโยชน์ส่วนตัว รักตัวกลัวตายเจ้ายิ่งควรทำ ประมุขจ้าว สิ่งที่ข้าพูดเจ้าน่าจะพอเข้าใจแล้ว”
จ้าวซิ่งอู่ยิ้มเย้ยหยันกับตัวเอง ถอนหายใจว่า
“เข้าใจแล้ว กลับเป็นข้าที่ประเมินตัวเองสูงไป เขตหวงห้ามไม่ได้สนใจพลังของฉันแค่คนเดียว…”
“ไม่อาจพูดอย่างนี้ได้เหมือนกัน หากประมุขจ้าวกลายเป็นเหนือราชาจริงๆ งั้นก็จะสำคัญขึ้นมาแล้ว”
เหนือราชาหงเหมยเอ่ยด้วยรอยยิ้ม
“บางทีวันพรุ่งนี้พวกเราอาจจะเป็นเพื่อนร่วมชาติกัน ปรากฏอยู่ในสนามรบร่วมกัน โจมตีฆ่าราชาสยบฟ้าคนทะเยอทะยาน ผู้ที่เป็นคนร้ายในเรื่องนี้ร่วมกัน!”
จ้าวซิ่งอู่ไม่พูดอะไร เหนือราชาหงเหมยเห็นแบบนั้นก็ไม่สนใจเหมือนกัน หยัดกายขึ้นว่า
“หลิวอวิ๋น เจ้าให้การต้อนรับประมุขจ้าวและผู้อาวุโสเฮยชวน หลังจากนี้เจ้าราชสำนักจะมาคุยกับพวกเขา ข้าขอตัวก่อน!”
“น้อมส่งด้วยความนับถือ!”
ชายหนุ่มรูปงามเผยสีหน้านอบน้อม มองส่งเหนือราชาหงเหมยออกไป
ในห้องโถง จ้าวซิ่งอู่จมดิ่งในความเงียบ ไม่พูดอะไรอยู่เนิ่นนาน