ระบบจอมยุทธ์สุดโกงแห่งโลกคู่ขนาน - ตอนที่ 695-3 ตรวจสอบ (3)
จางเทาด่ากราดออกมา หลี่เจิ้นรู้สึกขายหน้าอยู่บ้าง
แม่งเอ๊ย เจ้าหมอนั้นแข็งแกร่งจริงๆ ฉันไม่สามารถฆ่าเขาได้ แต่ยังไงก็ทำลายเส้นทางต้นกำเนิดของเขาแล้วเถอะ
หนานอวิ่นเยวี่ยฟังบทสนทนาของทั้งสองคนก็ปวดหัวขึ้นมา
“พวกนายพอได้แล้ว! เอาแต่พูดเรื่องเก่าๆ ไร้สาระ มีประโยชน์มากหรือไง? คุยกันว่าหลังจากนี้จะทำยังไงดีกว่า ตอนนี้สถานการณ์เลวร้ายลงแล้ว เผ่าสัตว์ปีศาจไม่เก็บตัวเงียบอีกต่อไปแล้ว การตายของเสวียนอวี้กระตุ้นโทสะของพวกเขาอย่างถึงที่สุดแล้วเหมือนกัน ต่อจากนี้เกรงว่าแต่ละพื้นที่จะมีแรงกดดันเพิ่มมากยิ่งขึ้นแล้ว…”
จางเทาเคาะโต๊ะเบาๆ เงียบไปพักหนึ่ง
“แม้จะคาดการณ์ไว้นานแล้ว แต่ก็ยังเร็วกว่าที่ฉันคิดไว้อยู่ดี เป็นเพราะฟางผิงไอ้เด็กเวรนั่นทำให้แผนการฉันวุ่นวาย ตอนแรกคิดว่าสงครามใหญ่เปิดฉากเต็มรูปแบบ เผ่าสัตว์ปีศาจจึงจะเข้าร่วมสงครามด้วย ตอนนี้กลับล่วงหน้าถึงสองปี… หากไม่ใช่ว่าเจ้าเด็กเวรนั่นสร้างผลงานออกมา ฉันคงซัดฝ่ามือใส่เขาให้ตายไปแล้ว!”
จางเทาด่าออกมาหนึ่งประโยค หลี่เจิ้นเอ่ยอย่างเรียบนิ่ง
“นายวางเดิมพันเยอะขนาดนั้น ทำใจซัดเขาตายได้หรือไง?”
จางเทาหัวเราะว่า
“เดิมพันสักหน่อยก็ไม่ได้เป็นไร ซัดเขาตายหรือไม่ตายก็ต้องดูอีกที ใช้เจ้าเด็กนี้เป็นตัวสำรองบางทีอาจจะเกิดประสิทธิภาพก็ได้ หากกลายเป็นขั้นสุดยอดก่อนสงครามใหญ่จริงๆ งั้นวันนี้จ่ายออกไปหน่อยก็ไม่เป็นไร แบ่งร่างแยกเท่านั้น ฉันแบ่งอีกสามสิบสี่สิบครั้งก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่เหมือนกัน…”
หนานอวิ่นเยวี่ยและหลี่เจิ้นแค่นเสียงขึ้นจมูก หลายสิบปีแล้วก็ยังนิสัยนี้! นายไม่โวจะตายหรือไง?
จางเทาหัวเราะไม่สนใจพวกเขาเหมือนกัน เอ่ยว่า
“เรื่องนี้บางทียังต้องอาศัยฟางผิงคลี่คลายถึงจะได้ แต่เจ้าเด็กนี้ฝีมืออ่อนแอไปบาง รออีกหน่อยเถอะ”
หนานอวิ่นเยวี่ยเอ่ยอย่างลังเล
“นายคิดจะทำอะไร?”
จางเทาเอ่ยด้วยรอยยิ้ม
“รอเขาขั้นเก้าแล้ว ฉันจะโยนเขาเข้าไปในแดนรบราชา!”
“หืม?”
ทั้งสองคนสงสัยขึ้นมา โยนฟางผิงเข้าไปในแดนรบราชามีประโยชน์อะไร?
จางเทาเอ่ยด้วยรอยยิ้ม
“สองราชาอาจจะยังไม่ตาย มีความเป็นไปได้ที่อยู่ในส่วนลึกของแดนรบราชา! หากไม่มีความมั่นใจเลย ถ้ำใต้ดินคงไม่ค้นหาแดนรบราชาอยู่ตลอดหรอก ฟางผิง… ฉันคิดว่ายังคงมีความเชื่อมโยงกับแดนรบราชา โยนเข้าไปให้เขาปั่นป่วนก่อเรื่องวุ่นสักหน่อย ทำให้สองราชาตื่นขึ้นมาล่วงหน้าจะดีที่สุด! พวกนายคิดว่าหากสองราชาออกมาจริงๆ จะทำอะไรเป็นอันดับแรก?”
จางเทาหัวเราะ
“อย่างแรก สองราชายังไม่ได้ฟื้นฟูพลัง คงหลบอยู่ในแดนรบราชาไม่ออกไปไหน เวลานี้นายเชื่อหรือเปล่า สี่ราชสำนักใหญ่ของถ้ำใต้ดินจะส่งยอดฝีมือจำนวนมากเข้าไปในแดนรบราชา ล้อมฆ่าสองราชาก็ดี สวามิภักดิ์สองราชาก็ดี ยังไงก็ไม่เกิดความสงบอยู่แล้ว เวลานี้พวกเขาคงไมอาจสนใจพวกเราได้ อย่างที่สอง ราชาทั้งสองฟื้นฟูพลังแล้ว พวกนายคิดว่าพวกราชามิ่งจะยินยอมยกราชสำนักให้? สองราชาจะยินยอมก้มหัวให้พวกเขา? ผนึกกำลังภายในต่อสู้กับศัตรูข้างนอก ไร้สาระสิ้นดี! ในสายตาพวกเขาพวกเราไม่ได้เป็นภัยคุกคามเท่าไหร่ กลับเป็นคนของพวกเขาเองมีโอกาสสูงที่จะขัดแย้งกันภายใน! พวกราชามิ่งจับจ้องเส้นทางต้นกำเนิดของสองราชาไม่ใช่แค่วันสองวันแล้ว ถึงเวลานั้นรอดูเถอะ สองราชาปรากฏตัวย่อมไม่ใช่การเพิ่มอานุภาพให้ถ้ำใต้ดิน แต่เป็นการสร้างความวุ่นวาย! ราชาเมื่อหลายพันปีก่อนกลับมา ราชาที่ดำรงตำแหน่งหลายพันปีให้หลังจะยอมศิโรราบ? นิสัยอย่างพวกถ้ำใต้ดินอย่าหวังเลย!”
หลี่เจิ้นขมวดคิ้วว่า
“จางเทา นายอย่าทำอะไรสุ่มสี่สุ่มห้า หากพวกเขาร่วมมือกันจริงๆ สองราชาปรากฏตัวนั่นจะทำให้ถ้ำใต้ดินมีพลังพุ่งพรวดขึ้นมา!”
จางเทาเอ่ยด้วยรอยยิ้ม
“หลี่เจิ้น อย่าทำตัวเป็นคนโง่! นายคิดว่าตอนนี้พวกเราไม่ได้กำลังเดิมพันอยู่หรือไง? ไม่มีสองราชาพวกเราเป็นคู่ต่อสู้ของถ้ำใต้ดิน? ไม่ใช่ทั้งคู่! มีสองราชานั่นก็ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของพวกเราอยู่ดี อันที่จริงผลลัพธ์เหมือนกัน แต่ว่าหากสองราชากับตำหนักเหนือราชาห้ำหั่นกันขึ้นมา เวลานี้ถึงจะมอบโอกาสเส้นสุดท้ายให้พวกเรา! อันหนึ่งคือผลลัพธ์ที่ต้องพ่ายแพ้! อันหนึ่งคือผลลัพธ์ที่อาจจะเป็นโอกาสสุดท้าย นายคิดว่าจะเลือกอันไหนล่ะ?”
จางเทาเผยแววตาดำดิ่งลึก
“มีแค่ต้องเดิมพันให้พวกเขาแตกคอกัน! ชะตากรรมของมนุษยชาติอยู่ที่การเดิมพัน! ยังไงต่อให้ผลลัพธ์เลวร้ายไปกว่านี้ก็ไม่ได้เลวกว่ากันเท่าไหร่แล้ว อย่างมากสองราชากับพวกเขาก็ร่วมมือกัน พวกเราฆ่าเหนือราชาได้น้อยลง แต่ถึงเวลานั้นยังต้องสนใจว่าฆ่าได้เท่าไหร่จริงๆ งั้นเหรอ?”
หลี่เจิ้นสูดลมหายใจลึก เอ่ยว่า
“นายคิดว่าฟางผิงสามารถทำได้? อย่าลืมว่าถ้ำใต้ดินและพวกเราต่างค้นหาแดนรบราชามาหลายปี สุดท้ายกลับหาตำแหน่งของสองราชาไม่พบ…”
“ไร้สาระ นี่ยังต้องหาอีก?”
จางเทาแค่นหัวเราะว่า
“ตำหนักราชาในส่วนลึกแห่งนั้น ตำหนักที่มีร่างขั้นสุดยอดลงมือแห่งนั้น มีโอกาสสูงที่เป็นสถานที่หลับใหลของพวกเขา!”
“ที่นั่นมีอันตรายรอบด้าน ตายยังไม่รู้จะตายยังไง!”
“งั้นนายยังจะให้ฟางผิงไปตายเปล่า?”
จางเทาเอ่ยด้วยรอยยิ้ม
“จะพูดว่าไปตายเปล่าได้ยังไง? อย่าว่าเลย เจ้าเด็กนั่นไปแล้วน่าจะตายไม่ได้ กลับจะมีโอกาสปลุกราชาทั้งสองให้ออกมามากกว่า! แน่นอนว่าเป็นการเดิมพัน ตอนนี้ยังไม่รีบ เขายังอ่อนแอไปหน่อย รอเขาขั้นเก้าแล้วค่อยว่ากันอีกที เขาไม่ไปงั้นก็ให้เหยาเฉิงจวินไป เหยาเฉิงจวินควบคุมวิหารว่านหยวน… บางทีในเวลานั้นอาจจะเกี่ยวข้องกับคนกลุ่มนั้นของแดนรบราชาก็ได้ กลัวอะไร ถึงเวลานั้นนายเรียกราชาสยบฟ้าไปคอยสนับสนุนก็แค่ห่างพันลี้เท่านั้น ขอแค่ไม่ตายในนั้นหนีออกมานั่นก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่แล้ว”
หลี่เจิ้นมองเขาอย่างล้ำลึก ถอนหายใจว่า
“บางครั้งฉันก็รู้สึกว่านายใจเหี้ยมมากกว่าอันเยอะ…”
จางเทาเอ่ยเสียงเบา
“ใจเหี้ยม? อาจจะละมั้ง! แต่หลี่เจิ้น นายน่าจะลืมไปว่าตอนนี้มันเวลาไหนแล้ว! ประเทศชาติเผ่าพันธุ์จะล่มสลายอยู่แล้ว! ฟางผิงยังคงมีหวังเป็นขั้นสุดยอด เขาไม่ไปไม่เป็นไร เหยาเฉิงจวิน… นายให้ความสนใจหน่อย เขามาจากโรงเรียนเตรียมทหาร ช่วงเวลาสำคัญคำพูดของนายมีประโยชน์มากกว่าฉัน ให้เขาเข้าไปค้นหา! หากเขาเป็นศัตรูของสองราชา บางทีอาจจะสามารถกระตุ้นให้สองราชาตื่นจากการหลับใหลได้!”
“ฉันไม่อยากให้ใครไปตายแล้ว… แต่หากถึงช่วงเวลาจำเป็นก็ต้องมีคนไปเสี่ยงอันตรายอยู่ดี! วันนี้เป็นพวกเรา วันหน้าก็คือพวกเรา… ละทิ้งโลกหนีไปในอวกาศ? น่าขำ! เขตแดนหนึ่งในถ้ำใต้ดินยิ่งขำกว่า! หลายปีหลังจากนี้พวกเราจะเป็นมนุษย์ถ้ำหรือมนุษย์โลกละ? ยิ่งไปกว่านั้นบ้านของตัวเองจะมาปล่อยให้คนอื่นนอนได้อย่างไร! ถึงเวลานั้นถ้ำใต้ดินจะเปิดโอกาสให้พวกเรายึดครองเขตแดนแห่งหนึ่งรอการโจมตีกลับ? บางคนก็คิดใสซื่อเกินไป อายุตั้งหลายร้อยปีแล้วคิดได้อย่างไรกัน”
จางเทาส่ายหัว เอ่ยเย้ยหยันกับตัวเอง
“ไม่รู้ว่าถึงวันนั้นจะมีคนเกลียดฉันหรือเปล่า คนเกลียดฉันน่าจะไม่น้อย… แต่ไม่เป็นไร ฉันไม่ได้สนใจอยู่แล้ว!”
ในหัวของจางเทาปรากฏเงาของหลายคนขึ้นมาเนิ่นนาน จู่ๆ ก็เอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า
“บางครั้งก็รู้สึกว่าเวลานั้นไม่ทะลวงเป็นขั้นสุดยอดอาจจะดีกว่านี้”
พวกหนานอวิ่นเยวี่ยจมดิ่งในความเงียบ
จางเทาเอ่ยด้วยรอยยิ้มอีกครั้ง
“พูดกับพวกนายน่าเบื่อ คนแก่สองคนล้วนพูดไม่เก่ง กลับไปต้องหาเวลาว่างไปคุยกับฟางผิงสักหน่อย เจ้าหมอนี่ยังคิดจะรับช่วงต่อจากฉันอีก ฉันกลับคิดให้เขารับช่วงต่อ แต่ตอนนี้เขายังไม่โหดเหี้ยมพอ… อ่อนหัดไปอยู่บ้าง”
จางเทาหัวเราะว่า
“หรือจะโหดเหี้ยมกับเขาหน่อย ให้เสียเปรียบหนักซะบ้าง?”
หลี่เจิ้นคร้านจะสนใจเขา ผ่านไปสักพักจึงเอ่ยว่า
“บ่นให้มันน้อยลงหน่อย พวกเราขอตัวก่อน นายอยากดุดันเกินไป ผู้อาวุโสก็ยังอยู่”
จางเทาหัวเราะ นั่งพิงกับเก้าอี้ไม่พูดอะไร หนานอวิ่นเยวี่ยและหลี่เจิ้นก็ไม่รั้งตัวอยู่นาน ไม่นานก็ออกไป
พวกเขาจากไปแล้ว จางเทาจึงถอนหายใจเบาๆ
“อยากดุดันเกินไป ฉันไม่ใช่คนโง่อย่างพวกนายสักหน่อย แทบไม่มองโลกในแง่ดี! ราชาสงครามตาเฒ่านี้เหิมเกริมเกินไป! จะฆ่าเสวียนอวี้ให้ได้เพื่ออะไร? เจ้าคนปัญญาอ่อน หากเป็นฉันคงจะช่วยชีวิตเสวียนอวี้ไว้สักครั้ง แม่งเอ๊ย ฉันกำชับล่วงหน้าไปแล้ว ตาเฒ่าก็ยังรั้น จะไม่ช้าก็เร็วจะอัดเขาให้ตาย!”
จางเทาก็ด่าราชาสงคราม เจ้าโง่นี้ทำเรื่องบ้าอะไรกัน! นิสัยเสียนี้จะเปลี่ยนไม่ได้เลย ยังแม่งมีหน้ามาด่าฉัน? ทำลายแผนใหญ่กันชัดๆ!